ตอนที่ 11 ยอดเขาชางฉยง (1)
เขาวางถ้วยชาลงแล้วเปิดอ่านจดหมายเนื้อความในจดหมายมีเพียงตัวอักษรสั้นๆ ไม่กี่บรรทัดเท่านั้น
ทว่าอักษรเ่าั้กลับทำให้หลินเฉินเดินทางไปยังยอดเขาชางฉยงทันทีในเช้าตรู่วันรุ่งขึ้นและครั้งนี้ประมุขของยอดเขาอื่นเองก็จะเดินทางมาเข้าร่วมด้วยเช่นกันฉะนั้นความหมายของเนื้อความในจดหมายก็คือ้าบอกให้หลินเฉินเตรียมตัวเอาไว้ให้ดี พรุ่งนี้มาประชุมหน่อย เื่ก็ง่ายดายเช่นนี้
จากนั้นจดหมายก็แปรเปลี่ยนเป็หิ่งห้อยจำนวนมาก ก่อนจะมลายหายไปในอากาศหากเป็ไปได้แล้วละก็ เขาอยากใช้ชีวิตอยู่กินไปวันๆ บนยอดเขาซู่ิรอความตายมาเยือนเลยด้วยซ้ำ ไม่อยากสนใจเื่อื่นเลยสักนิด
แต่เขาก็รู้ว่ามันเป็ไปไม่ได้ เพราะยังต้องทำภารกิจให้เสร็จสิ้นแล้วกลับไปยังที่เดิมของตัวเองเมื่ออย่างไรเสีย สถานที่แห่งนี้ก็ไม่เหมาะกับเขาสุดท้ายแล้วเขาก็ต้องกลับไปยังที่ของตัวเองอยู่ดี
หลินเฉินตื่นนอนแต่เช้าตรู่ เวลานี้เขาตื่นเต้นพอสมควรเมื่อจะได้พบปะกับประมุขยอดเขาคนอื่นๆ ครั้งแรกแบบนี้ ก็ย่อมต้องแต่งตัวให้เหมาะสมสักหน่อยจะได้ทำให้คนประทับใจ
เขาเปิดตู้เสื้อผ้าก่อนจะพบว่านอกจากเสื้อผ้าสีขาวโพลนเต็มตู้แล้ว ก็ไม่มีชุดสีอื่นอีกเลย แปลกมากคนที่มือแปดเปื้อนเืผู้อื่นแบบนี้ กลับชอบสีขาวสะอาดไร้สิ่งใดเจือปนเนี่ยนะแต่สุดท้ายก็คงพูดได้เพียงว่า ต่างคนต่างมีความชอบเป็ของตัวเอง
เขาเลือกเสื้อผ้าในตู้มาตัวหนึ่งอย่างขอไปที(เพราะแต่ละตัวในตู้ก็ไม่ต่างกันมาก)แล้วมายืนหมุนซ้ายหมุนขวาส่องดูอยู่หน้าคันฉ่อง เขาพอใจในตัวเองมากสมแล้วที่คนเราดูดีขึ้นได้เพราะเสื้อผ้า ก็เหมือนกับพระพุทธรูปที่ได้รับการปิดทองพอสวมแบบนี้ก็ให้ความรู้สึกดุจเทพเซียนไม่น้อย
แต่จะปล่อยผมเผ้ายาวสยายไปแบบนี้คงไม่ค่อยดีเท่าไรก่อนหน้านี้ไม่มีใครคอยอยู่รอบข้าง เขาทำแบบไหนแล้วรู้สึกสบายตัวก็ทำแบบนั้นอย่างไรก็ไม่มีใครมาบ่นว่าอยู่แล้ว แต่วันนี้เขาต้องปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนตั้งมากหลังจากครุ่นคิดอยู่นาน สุดท้ายหลินเฉินก็ตัดสินใจรวบผมเอาไว้
แต่ทำไมเ้าผมนี่ถึงได้ยาวขนาดนี้นะ ดูจากความยาวแล้วเหมือนว่าร่างเดิมจะไม่เคยตัดออกเลยั้แ่เด็ก หลินเฉินอดนับถือไม่ได้จริงๆร่างเดิมนี่ทุ่มแรงกายแรงใจเพื่อจะเสแสร้งมากจริงๆ
แต่ก็นะ...มันกลับทำให้เขาต้องมาลำบากแทนในฐานะที่เป็ชายหนุ่มประพฤติตัวดีภายใต้กฎหมายของศตวรรษที่ 21 นอกจากทรงผมยาวที่เคยเห็นในละครโบราณแล้วเขาก็เห็นว่าเ้าผมนี่ดูเหมือนจะยาวยิ่งกว่าในละครมากทำเอาหลินเฉินเครียดจนปวดหัวไม่น้อย
เขาจัดแจงผมตัวเองอยู่พักหนึ่งสุดท้ายหากไม่เบี้ยวซ้ายเบี้ยวขวาหน่อยก็กลายเป็ไม่ได้รวบปอยผมด้านหลังขึ้นไปด้วย
แม่ง...เอ๊ย! ก่อนหน้านี้เห็นพวกผู้หญิงรวบผมกันก็ดูไม่ยุ่งยากเลยนี่ทำไมพอมาทำเองแล้วถึงได้เงอะงะแบบนี้
ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาง่วนอยู่กับการทำเื่นี้นานแค่ไหนอยู่ๆ ก็ประตูกลับถูกใครบางคนเปิดออก หลินเฉินหันมองตามที่มาของเสียงที่แท้ก็เป็เ้าฉือม่อนั่นเอง
ฉือม่อยืนรออยู่หน้าประตูอย่างร้อนรนปกติเวลานี้อาจารย์ต้องพาเขาไปฝึกวิชาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วด้วยทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าเกิดเหตุร้ายอะไรขึ้นกับอาจารย์อีกหรือไม่ พอคิดได้ดังนั้นเขาก็อดนึกถึงครั้งก่อนที่อาจารย์นอนหน้าซีดอยู่บนเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรงแบบนั้นไม่ได้
แค่คิดก็รู้สึกกลัวแล้ว...
ใครจะรู้ว่าพอเปิดประตูแล้ว จะเห็นหลินเฉินหันหน้ามามองมิหนำซ้ำยังงับผ้าผูกผมไว้ในปากด้วย
บรรยากาศเข้าสู่สภาวะเงียบงันทันทีฉือม่อยืนอยู่ที่เดิมอย่างกระอักกระอ่วนไม่รู้ว่าควรจะปิดประตูลงหรือว่าเดินเข้าไปทั้งแบบนั้นดีเขาหยุดชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนกัดฟันเอ่ย “อาจารย์”
“หืม” หลินเฉินขานตอบคำหนึ่งแล้วหันกลับไปรวบผมต่อ ดูท่าทางแล้วถ้ารวบผมไม่ได้ก็จะไม่เลิกราแบบนั้น
ฉือม่อเองก็เห็นสังเกตถึงการกระทำนี้ของหลินเฉินนี่อาจารย์อยากจะรวบผมงั้นหรือ
หากมองข้ามท่าทางที่ยิ่งรวบผมยิ่งเละเทะของคนผู้นั้นไปละก็ภาพตรงหน้านี้ก็ดูงดงามอย่างยากจะได้เห็น ใบหน้าขาวเนียนผ่องนวลโครงหน้าที่มีสันกรามคมคาย เรียวคิ้วเลิกขึ้นสูง ริมฝีปากงับผ้าผูกผมตาหงส์หรี่มอง ท่ามกลางม่านหมอกที่ปกคลุมอย่างคลุมเครือเรียวนิ้วขาวผ่องนั้นสอดผ่านเส้นผมดำขลับ เกิดเป็คู่สีตัดกันอย่างชัดเจนทั้งขาวสะพรั่งดุจหยกงาม และดำขลับราวกับน้ำหมึก
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/270f92ed871ddcac593159d4b48f26a8