บทที่ 5 ทำให้ตายด้วยความเ็ป
เมื่อได้รับหยกกลับคืนมาแล้ว กู้หนิงก็จ้องมองกู้เหยาที่นั่งหมดสภาพอยู่บนพื้น ก่อนจะแสยะยิ้ม
ในเมื่อเป็คนดีแล้วไม่ได้ดี ถ้าอย่างนั้นก็เป็คนร้ายกาจเลยแล้วกัน
ตอนนี้ เธออยากจะให้กู้เหยาได้รับรู้รสชาติของการถูกแย่งชิงบ้าง
"เหยาเหยาเธอคงเจ็บใจอยู่ใช่ไหม?" กู้หนิงโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูกู้เหยา
กู้เหยาตกตะลึง ปากสั่นจนฟันกระทบกัน ได้ยินกู้หนิงกล่าวต่อไปว่า "ในอนาคต เธอจะต้องทรมานมากกว่านี้อีก" หลังจากพูดจบ กู้เหยาก็เป็ลมหมดสติไปทันที ก่อนที่จะหมดสติไป เด็กสาวะโใส่กู้หนิงด้วยความอาฆาตแค้นว่าจะฆ่าล้างแค้นอีกด้วย
กู้หนิงหยุดชะงัก ถอยหลังกลับหลายก้าว ดวงตาพลันแดงก่ำ "น้องบอกว่าจะฆ่าฉัน" เสียงของเธอไม่ดังมาก แต่ก็ดังพอที่ทุกคนจะได้ยิน
คนแรกที่ลุกขึ้นมาต่อว่ากู้เหยาก็คือกู้เซี่ยงหยวน ชาติที่แล้วเขารักน้องสาวคนนี้มาก แต่ตอนนี้กู้เซี่ยงหยวนกำลังคำรามเสียงออกมาด้วยความโกรธแค้น "กู้เหยาจิตใจของเธอโหดร้ายเกินไปแล้ว"
"หนิงหนิงอย่าไปยุ่งกับเธอเลย เหยาเหยาร้ายเกินไปแล้ว"
กู้หนิงแอบหัวเราะในลำคอ
ดูสิ! ขอแค่เธอออกคำสั่งคำเดียวเท่านั้น กู้เซี่ยงหยวนก็คงยินดีชักมีดออกมาแทงกู้เหยาจนเืไหลตายอย่างทุกข์ทรมานแล้ว!
กู้หนิงหมุนตัวเดินกลับออกไป จังหวะที่กำลังจะออกไปนั้น เธอหันไปมองที่กู้เหยาอีกครั้ง กู้เหยายังคงนั่งพับเพียบอยู่บนพื้น ร่างกายเปียกชุ่ม ตัวสั่นด้วยความหนาว
กู้เหยาได้สติคืนมาแล้ว แต่เธอไม่พูดอะไรอีกต่อไปเพราะรู้ดีว่าถึงพูดก็ไม่มีใครเชื่อ
กู้หนิงพึมพำว่า "น่าเวทนาจริง ๆ"
แต่เธอชอบภาพนี้เหลือเกิน!
...
หลังจากได้รับหยกแล้ว กู้หนิงก็เริ่มคิดว่าหยกนี้มีไว้ใช้เพื่อทำอะไร เธอรู้ดีว่าในชาติที่แล้ว ที่ชีวิตของกู้เหยาประสบความสำเร็จได้ก็เพราะหยกแผ่นนี้เอง
โดยเฉพาะคำพูดสุดท้ายตอนที่กู้เหยากระซิบข้างหูเธอก่อนเธอจะตาย สีหน้าของกู้หนิงเ็าขึ้นมาทันทีเมื่อคิดถึงเื่นี้
เมื่อเธอกลับไปถึงบ้าน เธอก็ได้พบกับกู้เจี้ยนเซ่อที่เพิ่งกลับมาจากไร่ ในมือถือลูกท้อกลับมาด้วย นี่เป็สิ่งที่เขาได้มาจากการทำงาน เขาไม่อยากทานมันคนเดียว
อันที่จริง กู้เจี้ยนเซ่อตั้งใจจะนำลูกท้อกลับมาฝากหนิงหนิงกับเหยาเหยาแต่ระหว่างทาง เขารู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นที่แม่น้ำ
กู้เจี้ยนเซ่อยัดลูกท้อทั้งสองลูกใส่มือของหนิงหนิง พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า "หนิงหนิง พ่อรู้สึกผิดเหลือเกิน"
เมื่อมองลูกท้อในมือ สีหน้าเ็าของหญิงสาวพลันหายไป เธอเข้าใจเจตนาของกู้เจี้ยนเซ่อ จึงยิ้มออกมาพลางทำสีหน้าเชื่อฟัง "พ่อคะ พ่อไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกนะ เป็หน้าที่ของหนูอยู่แล้วที่ต้องดูแลน้อง"
เมื่อมองไปที่ลูกสาวผู้จริงใจและใสซื่อ กู้เจี้ยนเซ่อก็ลังเลที่จะพูดอะไรออกมา หลังจากนั้นอีกอึดใจใหญ่ เขาถึงกล่าวออกมาว่า "หนิงหนิงอย่าโง่ไปหน่อยเลย ระวังจะถูกเหยาเหยาเอาเปรียบเอาได้ อนาคตข้างหน้าห้ามทำแบบนี้อีกนะ"
กู้เหยาผู้ดำผุดดำว่ายอยู่ในแม่น้ำหลายชั่วโมง ต้องนั่งตากลมหนาวเย็น และถูกขโมยหยกวิเศษไปต่อหน้าต่อตา พอเดินกลับเข้าบ้านก็ยังได้ยินคำพูดของกู้เจี้ยนเซ่ออีก
กู้เหยาพูดอะไรไม่ออกอีกแล้ว เธอสาบานได้เลยว่าพี่สาวของเธอไม่ใช่คนโง่
กู้เจี้ยนเซ่อคิดไม่ถึงว่าลูกสาวคนเล็กจะกลับบ้านมาได้ยินเข้าพอดี
ยิ่งไปกว่านั้น เขาเป็คนที่พูดไม่เก่ง แม้จะไม่ได้สั่งสอนอะไรบุตรสาวคนเล็กต่อหน้าบุตรสาวคนโต แต่กู้เจี้ยนเซ่อก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี เขาจึงหมุนตัวเดินกลับเข้าบ้านไป พร้อมกับกล่าวว่า "อย่าลืมกินลูกท้อด้วยล่ะ"
เขาหยุดเดิน กลัวว่าบุตรสาวคนโตจะโง่เขลามากเกินไป จึงต้องกำชับอีกหน่อยว่า "พ่อหมายความว่าไม่ต้องแบ่งให้เหยาเหยากินหรอก"
กู้เหยาพูดอะไรไม่ออก
พ่อของฉัน พ่อสุดที่รักของฉัน
กู้หนิงเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง เธอนึกสงสัยว่าพ่อของตัวเองรักลูกลำเอียงแบบนี้มาั้แ่แรกแล้วหรือเปล่า
แต่อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังคงพูดออกไปว่า "ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะพ่อ เดี๋ยวหนูจะกินคนเดียวเลย ลูกท้อที่เพิ่งเก็บใหม่ ๆ จากต้น ล้างด้วยน้ำสะอาดจากบ่อน้ำพุเย็น ๆ ไม่มีอะไรหอมหวานไปมากกว่านี้อีกแล้ว"
สายลมพัดผ่าน กู้เหยาทำท่าจะอาเจียนออกมาอีกหลายครั้ง เมื่อตอนเช้าเธอสำลักน้ำเข้าไปจำนวนมาก จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย ทว่าสุดท้ายทุกสิ่งทุกอย่างกลับกลายเป็ของกู้หนิงเพียงผู้เดียว
กู้หนิงไม่ได้ระบายความโกรธแค้นใส่กู้เหยาอีก แค่เห็นสภาพอีกฝ่ายเธอก็พอใจแล้วจึงหมุนตัว เดินกลับเข้าไปในห้องฝั่งตะวันตก
ระหว่างที่รับประทานลูกท้อ กู้หนิงก็นำแผ่นหยกออกมาสำรวจดูอย่างระมัดระวัง
ในชาติภพที่แล้ว กู้เหยามีชีวิตที่ดีได้ก็เพราะหยกชิ้นนี้ กู้หนิงไม่รู้เลยว่ามันมีความสามารถทำอะไรได้บ้าง เธอมองคำว่า 'คืนชีพ' ที่สลักอยู่บนแผ่นหยกพลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
หรือมันจะมีความสามารถในการคืนชีพสิ่งของขึ้นมาได้?
กู้หนิงนำผลลูกท้อที่เหลืออยู่มาตั้งไว้บนโต๊ะ นำแผ่นหยกนั้นมาขีดเป็วงกลมรอบลูกท้อ และแล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นทันที
ลูกท้อที่อยู่ในสภาพถูกกัดกินไปเกินครึ่งกลับกลายเป็ลูกท้อที่สมบูรณ์อีกครั้ง!
กู้หนิงรีบนำไข่ต้มที่ทานไปครึ่งหนึ่งั้แ่ตอนเช้าออกมาจากกระเป๋าด้วยความตื่นเต้น เธอนำแผ่นหยกมาขีดเป็วงกลมรอบไข่ต้ม เธอลองขีดเป็วงกลมถึงสี่ครั้ง แล้วก็พบว่ายิ่งขีดมากเท่าไหร่ ตนเองก็ยิ่งรู้สึกเวียนหัวมากเท่านั้น
เธอกำลังหิว หมายความว่าพลังมีจำกัด
จากไข่ต้มเพียงลูกเดียว ในตอนนี้เธอมีไข่ต้มถึงสี่ลูกแล้ว
กู้หนิงหยิบไข่ต้มขึ้นมาจากโต๊ะ ปอกเปลือกพวกมันออกแล้วทานไปสามลูก ไข่ต้มที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่รสชาติอร่อย เมื่อรวมเข้ากับขนลูกท้อที่รับประทานเข้าไป เธอก็รู้สึกท้องอิ่มจนอึดอัด เหมือนทานอาหารมากเกินไปนั่นเอง
แต่กู้หนิงรู้ดีว่าในยุค 1970 ที่อาหารขาดแคลนและผู้คนไม่มีเสื้อผ้าอบอุ่นให้สวมใส่ การมีแผ่นหยกวิเศษที่สามารถสร้างสิ่งของขึ้นมาใหม่ได้นั้นมีประโยชน์เป็อย่างยิ่ง
ตอนที่กู้หนิงกำลังจะเก็บแผ่นหยก เธอก็พบว่ามีหยดน้ำใส ๆ หยดออกมาจากปลาย้าของแผ่นหยก
หลังจากรับประทานหยดน้ำนั้นเข้าไป กู้หนิงก็พบว่าอาการเวียนหัวของตนเองหายเป็ปลิดทิ้ง เธอรู้สึกแข็งแรงมากขึ้นอีกด้วย
หญิงสาวพยายามคว่ำแผ่นหยกลงมาอีกหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีอะไรหยดออกมาอีกแล้ว หยดน้ำมีเพียงหยดเดียว
กู้หนิงจ้องมองแผ่นหยกอย่างใช้ความคิด นี่คงเป็หยดน้ำที่จะไหลออกมาหลังมีการใช้งานแผ่นหยก กู้หนิงจ้องมองรูเล็ก ๆ ด้านล่างของแผ่นหยก เธอพอจะคาดเดาได้แล้วว่าเพราะเหตุใดกู้เหยาในวัยสามสิบกว่าในชาติที่แล้วถึงยังดูเด็กและสวยงามอยู่เสมอ คงเป็เพราะพลังจากหยกวิเศษชิ้นนี้เอง
แต่สิ่งที่เธอไม่ทันสังเกตก็คือ ใบหน้าของเธอขาวผ่องขึ้นมาอย่างรวดเร็วในเวลานี้
นอกหน้าต่าง จ้าวกุ้ยฮวากำลังเรียกหากู้หนิง เธอจึงรีบเก็บแผ่นหยกวิเศษ ก่อนจะกวาดเปลือกไข่ที่อยู่บนโต๊ะอย่างรวดเร็ว แล้วเก็บไข่ต้มเอาไว้ในกระเป๋า "คุณย่า หนูกำลังตามหาคุณย่าอยู่พอดี"
จ้าวกุ้ยฮวาทำหน้าประหลาดใจ "ตามหาย่าทำไม?"
กู้หนิงรีบมองรอบลานบ้าน เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร ก็หยิบไข่ต้มที่เหลือครึ่งลูกออกมาแล้วยื่นส่งให้หญิงชรา "คุณย่ารีบกินเถอะ"
เมื่อมองไข่ต้มครึ่งใบที่อยู่ในมือ ไข่ต้มมีสีซีดมากแล้ว แสดงว่าถูกเก็บเอาไว้นานไม่น้อย
จ้าวกุ้ยฮวาหยุดชะงักยืนตัวแข็ง "ทำไมเธอยังไม่กินไปอีก? กินเยอะ ๆ สิถึงจะได้แข็งแรง ร่างกายจะได้มีแรงไปเรียนต่อ"
กู้หนิงขัดขึ้นว่า "คุณย่าอายุเยอะแล้ว ต้องบำรุงร่างกายหน่อยสิคะ"
หลังจากนั้น เธอก็ยัดไข่ต้มใส่ปากของจ้าวกุ้ยฮวาอย่างรวดเร็ว
กลิ่นของไข่ต้มลอยตลบอบอวนอยู่ในปากหญิงชรา เธอมองหลานสาวของตนเองด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนจะลูบศีรษะของกู้หนิงเบา ๆ "เธอนะเธอ! หัดเป็คนดีให้มันน้อยกว่านี้หน่อยสิ"
หลังจากนั้น หญิงชราก็รีบเปลี่ยนเื่ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน "แดดร้อนแล้ว รีบเข้าไปหลบร้อนในบ้านกันเถอะ หนิงหนิงอย่ามายืนตากแดดอยู่ข้างนอกเลย"
กู้หนิงยิ้มอ่อนโยน "รู้แล้วค่ะคุณย่า หนูจะพักผ่อนให้ดี หนูจะทำงานหนักเพื่อดูแลครอบครัวของเราด้วย หนูรักคุณย่ามากนะคะ"
แน่นอนว่าจ้าวกุ้ยฮวาต้องยิ้มจนปากกว้าง "เธอเป็คนเดียวที่เข้าใจย่าจริง ๆ" หลังจากเห็นกู้หนิงเดินกลับเข้าบ้านไปแล้ว จ้าวกุ้ยฮวาก็ะโไปทางฝั่งห้องตะวันออกของตัวบ้านว่า "จะบ่ายแล้วยังไม่รีบเตรียมทำมื้อเที่ยงกันอีกหรือไง หรือต้องรอให้ฉันไปทำเอง!"
"กู้เหยาไสหัวออกมาได้แล้ว ไปเก็บผักในสวนมาซะ กลางวันนี้พวกเราจะต้มบะหมี่กินกัน"
กู้เหยาพูดอะไรไม่ออก
อยู่ดี ๆ เธอก็กลายเป็คนผิดซะอย่างนั้น