บทที่ 18 หลานชายใหญ่ ิญญาขาดหายไปหนึ่งส่วน
“เหยาเหยา วันนี้สวยมากเลยนะ” กู้เสวี่ยซงเอ่ยชมจากใจจริง เด็กหญิงที่ภรรยาเขาเลือก ไม่ว่ามองมุมไหนก็ไร้ที่ติ
“แน่นอนสิ ลูกสาวฉันจะไม่สวยได้ยังไง” เฉินฮุ่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เธอเป็คนช่างสังเกต เพียงชำเลืองมองก็ััได้ถึงความประทับใจในแววตาของผู้ชายในบ้าน เธอรู้สึกภาคภูมิใจราวกับได้อัญมณีล้ำค่า
“พวกลูกก็อย่าทำตัวเป็ท่อนไม้อยู่แบบนั้นสิ รีบแนะนำตัวเองให้เหยาเหยารู้จักเร็วเข้า”
พี่น้องสกุลกู้ต่างสบตากัน ก่อนจะทำตามที่ตกลงกันไว้ นั่นคือแนะนำตัวตามลำดับพี่น้อง
“เหยาเหยา พี่เป็พี่ใหญ่นะ” กู้เหิงวันนี้สวมชุดสูทที่รีดจนเรียบ ผมถูกหวีเสยไปด้านหลัง ดูราวกับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง
“พี่เป็พี่รอง กู้เหมี่ยน” ชายหนุ่มในชุดลำลองที่สวมแว่นตาหนาเตอะเอ่ยขึ้น เขามีบุคลิกเหมือนนักวิชาการ
เหยาเหยาเอียงศีรษะเล็กน้อย แม่เคยบอกว่า พี่รองอยู่ในวงการโบราณวัตถุ ทั้งวันในสายตาเขามีแต่ของพวกนั้น ถ้าไม่ติดว่ากลัวจะทำโบราณวัตถุเสียหาย เขาคงอยากกอดมันนอนด้วยซ้ำ
"เหยาเหยา พี่คือพี่สามนะ ต่อไปถ้ามีใครรังแกเธอ พี่จะพามันขึ้นรถแล้วจับตัวมันไป"
กู้จิ่นเหนียนยิ้มเล็กน้อย ใบหน้าของเขาคล้ายกับลุง ซึ่งก็คือพี่ชายของเฉินฮุ่ย คิ้วหนาตาโต มีรูปลักษณ์ที่ดูน่าเชื่อถืออย่างหาได้ยาก
พี่ชายคนที่สี่ กู้เฉียว ทำงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ กลับมาโดยไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า โลโก้สถาบันวิจัยยังเห็นได้อย่างชัดเจน
เขาใช้มือเรียวยาวโบกทักทาย "พี่คือพี่สี่ เพิ่งเจอกันครั้งแรก ไม่ทันได้เตรียมอะไรให้ ขอโทษทีนะ แว่นตาข้างเดียวนี้เป็ผลงานวิจัยล่าสุดของสถาบัน พี่ให้เหยาเหยาแล้วกันนะ"
"มีของขวัญด้วยเหรอ!"
เหยาเหยามองแว่นตาที่พี่สี่ยื่นมาให้ เป็แว่นตาข้างเดียวที่สวยงามมาก
กู้เฉียวพูดว่า "เหยาเหยา เธอหมุนเลนส์ดูสิ สามารถปรับระยะขยายได้ ประสิทธิภาพเทียบเท่ากล้องส่องทางไกลและแว่นขยายระดับสูงสุด และยังสามารถสลับโหมดบนกรอบแว่นได้ด้วย เลนส์จะสแกนและล็อกองค์ประกอบของวัตถุและโมเดล 3 มิติโดยอัตโนมัติ ช่วยในการเรียนรู้ได้"
"เจ๋งมากเลย! พี่สี่เก่งจังเลย!" เหยาเหยาทำตามคำแนะนำ ลองเปลี่ยนดูสองโหมด
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างกะทันหัน นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้เห็นสิ่งของวิเศษ ๆ แบบนี้ เธอจึงรู้สึกชื่นชอบมันอย่างมากจนไม่อยากปล่อยมือ
"โธ่เอ๊ย พี่สี่ พี่นี่มันร้ายกาจจริง ๆ เอาของขวัญมาไม่บอกล่วงหน้า" กู้หลี่อดไม่ได้ที่จะะโโวยวาย
เดิมทีเขาคิดว่า ด้วยความที่เขาเป็ทนาย ในเมื่อทุกคนเท่าเทียมกัน เขาต้องเป็คนที่เหยาเหยาชอบมากที่สุดอย่างแน่นอน เพราะเขามั่นใจในศิลปะการพูดของตัวเองมาก
แต่ตอนนี้ พี่สี่กลับเอาผลงานวิจัยใหม่ล่าสุดของสถาบันวิจัยออกมา แล้วเขายังจะเอาอะไรไปสู้ล่ะ?
คนทำวิจัยนี่ ส่วนใหญ่แล้วต้องเป็พวกบ้า ๆ บอ ๆ แน่ ๆ
กู้เฉียวดันกรอบแว่นบนสันจมูกขึ้นเล็กน้อย แล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจ" การเอาของขวัญมาให้ตอนเจอน้องสาว มันเป็เื่ปกติมากไม่ใช่เหรอ? เื่นี้ยังจะโทษฉันอีก?"
คำพูดนี้ทำเอากู้หลี่ถึงกับพูดไม่ออก แม้แต่พี่น้องคนอื่น ๆ ก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
พี่ใหญ่เอ่ย "เ้าสี่พูดถูก พวกนายไม่เตรียมกันเอง ยังจะมาว่าคนที่เตรียมมาอีก"
เห็นพี่น้องทะเลาะกัน เฉินฮุ่ยก็อดขำไม่ได้ รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าอย่างปิดไม่มิด ราวกับกำลังสนุกกับการดูคนทะเลาะกัน
ถึงแม้ว่ากู้หลี่จะยังไม่พอใจ แต่ตอนนี้ก็ไม่สามารถพูดอะไรได้อีก ได้แต่ปรับรอยยิ้มแล้วพูดว่า "เหยาเหยา ฉันพี่ห้า เป็ทนายนะ"
ในความคิดของเขา เด็ก ๆ ต้องคิดว่าทนายความเท่ห์มากแน่ ๆ สามารถพูดจาองอาจน่าเกรงขามในศาลได้
แต่ถึงอย่างนั้น เหยาเหยาไม่ใช่เด็กทั่วไปอยู่แล้ว ได้ยินดังนั้นเธอก็แค่พยักหน้าเบา ๆ สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่แว่นตาเลนส์เดียวอันนั้น
กู้หลี่ได้แต่บ่นในใจ ทำไมถึงได้พูดแค่คำว่า ‘อ้อ’ ล่ะ แบบนี้มันไม่เหมือนกับที่เขาคิดไว้เลย น่าเสียใจชะมัด
เห็นสายตาของเหยาเหยา กู้หลี่จึงจ้องเขม็งไปที่พี่สี่ ดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับไก่ชนผู้พ่ายแพ้
กู้อวี่เห็นดังนั้นก็แทบจะหลุดขำออกมา ให้มันได้อย่างนี้สิ ความมั่นใจแบบนี้เนี่ย โดนตบหน้าเข้าให้แล้ว
ตอนคุยกันในแชท ดูมั่นใจเหลือเกิน เขานึกว่าจะเป็คนเก่งขนาดไหน ที่แท้ก็แค่หัวสิงโตขี้เรื้อน
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีแค่คนเดียวที่เเอบเตรียมของขวัญมา
กู้เจิน ลูกชายคนที่หกของตระกูล นำปืนพกออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
"โอ้โห! เ้าหก เล่นใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ! ของแบบนี้ให้มั่ว ๆ ไม่ได้นะเว้ย"
กู้หลี่ร้องเสียงหลง แม้แต่กู้เสวี่ยซงเองก็ยังอดสะดุ้งไม่ได้ จนเหลือบตามองมา
"ร้องอะไรนักหนา ไม่ใช่ปืนจริงซะหน่อย ผมกินข้าวทหาร ไม่ใช่โจรป่า ก็รู้ขอบเขตอยู่แล้วน่า" กู้เจินพูดอย่างไม่ใส่ใจ
กู้หลี่พูดไม่ออก คนอื่นเขาเลือกแว่นกัน แต่กู้เจินกลับให้ปืนเนี่ยนะ
ไม่คิดว่าน้องสาวเป็ผู้หญิงหรือไง
ใครเขาเอามาให้กัน ปืนเนี่ย!
กู้เจินอธิบาย "เหยาเหยา ปืนกระบอกนี้พี่ปรับแต่งวิถีะุใหม่ ขยายลำกล้อง ถึงจะบรรจุะุจริงไม่ได้ แต่ใส่ลูกดินเหนียวกับะเิควันได้ เอาไว้ใช้ป้องกันตัวนะ"
"ขอบคุณพี่หก หนูชอบมาก" เหยาเหยารับปืนด้วยความดีใจ ดวงตาเป็ประกาย
ก่อนหน้านี้ ตอนขึ้นเขาไปยิงนก ต้องใช้ก้อนหิน ตอนนี้สะดวกกว่าเยอะเลย
แต่ว่า กระโปรงสวย ๆ ไม่มีที่ใส่ ต้องเอาไปใส่ในกระเป๋าที่แม่เตรียมให้แล้ว
ตอนนี้ ในบรรดาพี่น้อง เหลือเพียงแค่พี่เจ็ดที่ยังไม่พูดอะไร ทุกคนในครอบครัวจึงหันไปมองเขาเป็ตาเดียว
เป็ที่รู้กันดีว่า คุณชายเจ็ดใกล้ชิดกับน้องสาวคนเล็กที่สุด สนิทสนมกันมากที่สุด พวกเขาอยากรอดูว่าเขาจะให้อะไรเป็ของขวัญ
กู้อวี่ััได้ถึงสายตาของทุกคน แต่เขากลับวางสีหน้าเรียบเฉย ส่งสายตาไปให้คนรับใช้ ก่อนจะกล่าวว่า "เหยาเหยา ของขวัญจากพี่เจ็ดมีความลับนิดหน่อย รอให้งานเลี้ยงจบแล้ว เธอค่อยมาเอาที่ห้องพี่แล้วกัน"
เพื่อที่จะได้กินของอร่อย สองพี่น้องจึงตกลงกันเป็นัยแล้ว
เหยาเหยารับรู้ได้ถึงข้อมูลที่พี่เจ็ดส่งมาให้ ทันใดนั้น ริมฝีปากของเธอก็เผยรอยยิ้มออกมา
เธอเอ่ยอย่างสดใส "ขอบคุณพี่เจ็ด พี่เจ็ดดีกับเหยาเหยาที่สุดเลย"
ก็อย่างว่าแหละ มีน้องสาวเป็นักกินจุก็ดีแบบนี้
เพราะแบบนี้ แค่มีของกิน ก็ไม่มีอะไรที่ง้อไม่ได้แล้ว ไม่เห็นหรือไง แค่นี้เขาก็ได้ชื่อว่าเป็ ‘พี่ชายที่ดีที่สุด’ แล้ว
พี่ชายคนอื่น ๆ ของตระกูลกู้ ต่างก็ตกตะลึง คุณชายเจ็ดมีของดีจริง ๆ ด้วย!
แค่พูดปากเปล่า โดยที่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของขวัญ น้องสาวคนใหม่ก็ดีใจขนาดนี้แล้ว
กู้หลี่อิจฉาจนแทบกัดฟันแตก
"นี่คือพี่ชายของหนู ยกเว้นพี่รองกับพี่หก ที่ไม่ค่อยอยู่บ้าน นอกนั้นก็อยู่กันพร้อมหน้า"
"อ้อ แล้วนี่หลานชายสองคน เสี่ยวเวย พ่านพ่าน ไปทักทายคุณอากันเร็ว"
เฉินฮุ่ยเห็นทุกคนดูเหมือนจะแนะนำตัวกันครบแล้ว จึงพูดเสริมขึ้นมา
เหยาเหยารู้สึกดีใจที่จู่ ๆ ก็กลายเป็อาคนหนึ่ง เธอเลยมองตามสายตาแม่ไป ก็เห็นเด็กน้อยสองคน
คนตัวเล็ก ผิวสีแทน ท่าทางแข็งแรง คือลูกชายของพี่สาม ชื่อกู้พ่านพ่าน เป็เด็กที่ค่อนข้างเปิดเผย ยิ้มเห็นฟันขาวทักทายเหยาเหยา "สวัสดีครับคุณอา"
ส่วนอีกคนที่ผิวขาวสะอาดสะอ้าน คือลูกชายของพี่ชายคนโต เขากลับดูขี้อายกว่ามาก แถมบนใบหน้ายังมีแววของคนป่วย
เหยาเหยาจ้องมองไปที่เขาด้วยดวงตากลมโตของเธอ เหมือนกับเพิ่งค้นพบอะไรบางอย่าง เธอจึงอุทานออกมาเบา ๆ "อ๊ะ"
"เป็อะไรไป" เฉินฮุ่ยที่มองลูกสาวอยู่ตลอด เห็นสีหน้าของเธอเปลี่ยนไปกะทันหัน ก็คิดว่าเกิดเื่อะไรขึ้น
แต่ในตอนนั้นเอง เหยาเหยากลับหันไปถามกู้เหิงพี่ชายคนโตว่า "พี่ใหญ่ พี่สะใภ้คลอดเสี่ยวเวยปีระกา ธาตุน้ำ เวลาบ่ายโมงถึงบ่ายสามโมงเย็นใช่ไหมคะ"
เพราะเธอพูดเป็ปีนักษัตร กู้เหิงเลยยังนึกตามไม่ทัน
"แต่ว่า... ถึงยังไงเขาก็เป็คนหัวไว เื่ฟ้าดินกิ่ง์กิ่งดินก็เป็ความรู้ที่เขาต้องเรียนรู้ เขาเลยยังพอจำได้บ้าง"
เขาครุ่นคิดคำนวณอยู่ในใจครู่หนึ่ง ก็พบว่าตรงกับที่เหยาเหยาคำนวณไว้ไม่มีผิดเพี้ยน
สีหน้าเขาแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย "ใช่ เขาเกิดในตอนบ่าย มีอะไรหรือเปล่า"
กู้เหิงไม่เคยเห็นความสามารถของน้องสาวคนนี้กับตาตัวเองมาก่อน พอได้ยินน้ำเสียงของเธอเช่นนี้ เขาก็รู้สึกได้ทันทีว่าลูกชายของเขาน่าจะมีอะไรไม่ชอบมาพากล
สีหน้าของเฉินฮุ่ยก็ตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย ท้ายที่สุดหลานชายคนนี้ก็เป็ทายาทคนโตของบ้าน ถึงแม้ว่าร่างกายจะอ่อนแอมาั้แ่เด็ก แต่ทุกคนในครอบครัวก็รักและทะนุถนอมเขายิ่งกว่าสิ่งใด
เหยาเหยายิ้มบาง ๆ ท่ามกลางสายตาเป็กังวลของทุกคน ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ "เวยเวยมีดวงชะตาแบบสี่เสาล้วนเป็หยิน พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ เกิดปีหยิน เดือนหยิน วันหยิน และเวลาหยิน"
"คนที่มีดวงชะตาแบบนี้จะมีพลังชะตาอ่อนแอ ง่ายต่อการถูกสิ่งชั่วร้ายสิงสู่ แต่ถึงเวยเวยจะมีใบหน้าซีดเซียวดูเหมือนคนอ่อนแอ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย"
"ที่เขาเป็แบบนี้เป็เพราะว่า... เขา... ขาดิญญาไปหนึ่งในเจ็ด"