“ เ้าหนู..ตื่นได้เเล้ว ลืมตาเถิด” เสียงแหบพร่าของใครบางคน ปลุกให้ตื่นขึ้น
“ ทำไมแสบตาจัง…” ดวงตาค่อยๆปรับแสงสว่างจ้าที่พุ่งมากระทบที่ตาจนคุ้นชิน
“ ธารณ์ ” เมื่อลืมตามาแล้วก็ตกตะลึงกับภาพตรงหน้าเป็อย่างยิ่ง ตนนั้นอยู่ที่ไหนกันแน่ เพราะตนพึ่งจะผ่านเหตุการณ์รถตกเหวมา หรือนี้จะเป็ความฝัน อาคารลักษณะคล้ายอาคารโรมันลอยตระหง่านอยู่บนท้องฟ้า บริเวณหน้าอาคารมีน้ำตกสีรุ้งไหลลงมาตกลงมาสู่บ่อน้ำด่านล่าง ที่มีละอองสีเขียวประกายทองลอยวิบวับไปมา แต่เมื่อเพ่งมองดูดีๆแล้ว กลับมองเห็นคนตัวเล็กมีปีก คล้ายกับภูติในหนังที่เคยดู บินเล่นกันไปมา รอบๆบ่อน้ำก็มีต้นไม้สูงใหญ่หลายคนโอบ ขึ้นแ่าไปหมด ใต้กิ่งใบมีทั้งดอก ผลนานาชนิด พริ้วไหวไปมาราวกำลังเต้นระบำอยู่ มีทั้งที่ธารณ์รู้จักและไม่รู้จักอีกหลายสิบชนิด ไกลออกไปอีกมีูเาหลากหลายขนาดเรียงรายกันเป็แนวกำแพง
“เ้าหนู…. ” เสียงแหบพร่าที่คล้ายกับคนสูงวัย ส่งเสียงเพื่อปลุกธารณ์ให้หลุดออกจากภวังค์จากเหตุการณ์ตรงหน้ามาจากทางด้านหลัง
เสียงเมื่อครู่ได้ปลุกธารณ์ให้หลุดจากอาการตะลึงจากภาพตรงหน้า
“ เอ๊….. “ ดวงตาเรียวคมหันกลับทางด้านหลังก็ต้องใ เมื่อเจอกับชายชราผมยาวแต่งตัวคล้ายกับคนที่ตัดหน้ารถของเขา ยืนส่งยิ้มมาให้กับเขา ดูลักษณะท่าทางใจดี
“ คุณเป็ใครหรอครับ…เอ๊… ” ธารณ์ถามออกไปด้วยความสงสัย ด้วยความที่ตนเหมือนเจอคนตรงหน้าเป็ครั้งที่สองแต่ยังไม่รู้ว่าเป็ใคร แต่ก็ต้องใอีกครั้งเมื่อภาษาที่ใช้สื่อสารออกมาดูไม่คุ้นกับภาษาที่เคยใช้
“ ข้าคือเทพผู้สร้าง มีนามว่า หลิวซางกวน หรือชื่อที่พวกเ้ารู้จัก ในนามพระพรหมในภพที่แล้วของเ้านั้นแหละเ้าหนู” ซางกวนตอบไปพลางอมยิ้มเล็กน้อยหลังจากที่ได้ยินเสียงความคิดของเด็กน้อยตรงหน้า
“ พระ…พระพรหม… ผะ…ผู้สร้าง…โอมายก้อด…” ธารณ์เบิกตากว้างโดยความใไม่คิดว่าตนจะได้เจอกับเทพที่ผู้คนต่างกราบไหว้บูชารวมถึงตนด้วย นี้มันน่าเหลือเชื่อเกินกว่าที่คนๆหนึ่งจะไปพบเจอแล้ว
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า… ใช้แล้วเ้าจะใไปใยเล่า” ซางกวนตอบไปพลางหัวเราะไปด้วยกับท่าทางใของธารณ์
“ …………………….” ธารณ์นิ่งเงียบไป ก่อนจะใช้ความคิดสักเล็กน้อย เป็ถึงเทพผู้สร้าง ทำไมต้องมาขว้างรถเขาด้วยไม่กลัวเวรกรรมเลยหรือไง หรือว่าเวรกรรมไม่สามารถทำอะไรชายชราตรงหน้าได้
“ แล้วที่นี้………………. ” ธารณ์กล่าวขึ้นยังไม่ทันจบ ซางกวงก็พูดขึ้นเหมือนจะรู้คำถามจากปากเล็กนั้นเสียเเล้ว
“ ที่ๆเ้ากำลังมองเห็นอยู่ขณะนี้ คือมิติที่ข้าสร้างขึ้นมาจากเศษเสี้ยวดวงจิตของข้า ซึ่งตัดขาดจากโลกภายนอก มีแต่ผู้เป็เ้าของมิติเท่านั้นที่จะเข้าได้ ส่วนที่เ้าเข้ามาที่นี้ได้ ข้านั้นเป็คนพาดวงจิตของเ้าที่หมดอายุขัยจากภพนั้นแล้ว”
“ เ้าจงยอมรับความจริงเสียเถิด จากนี้ต่อไปต้องใช้ชีวิตในโลกที่เต็มไปด้วยผู้ฝึกตน ผู้ใช้พลังปราณ สัตว์อสูร และผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่จุดสูงสุดของโลกแห่งนี้”
“ ข้านี้แหละ…จะเป็อาจารย์ฝึกฝนวิชา วรยุทย์ ต่างๆให้แก่เ้า”
“ เอาละเ้าต้องกราบคำนับข้าเป็อาจารย์”
“ ……………………” หลังจากที่ธารณ์ฟังซางกวนพูดยาวเหยียด ได้รู้เื่ราวต่างๆที่ตน้ารู้ ก็เริ่มปลงกับชีวิตนี้ว่าไม่อาจจะกลับไปที่เดิมที่ตนจากมาได้อีกแล้ว มัดมือชกขนาดนี้เขาจะหนีไปไหนได้ ธารณ์ปลงกับชีวิตของตัวเองแล้วต่อจากนี้ตนจะใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าอยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องค่อยเป็เป็ห่วงใครหลายๆคน
“ ศิษย์คำนับอาจารย์ครับ” ธารณ์ก็ได้เออออตามที่ซางกวนบอกพร้อมกับยกน้ำชาที่อยู่ๆมันก็ปรากฏขึ้นมาหลังจากที่ซางกวนพูดจบ ขึ้นคำนับ
“เย่วเอ๋อร์ จงฟังคำสอนของอาจารย์ที่พร่ำสอนให้ดี โลกภายนอกมันมิได้สวยงามอย่างในมิติแห่งนี้หรอกหนา ผู้คนต่างแก่งแย่งเอารัดเอาเปรียบเพื่อเป็ใหญ่ เมื่อถึงเวลาที่เ้าออกแล้ว ก็อย่าไปโอ้อวด หยิ่งผยอง ผู้ใหญ่รังแกผู้น้อย อย่าหลงคิดว่าตัวเ้าเก่งจะไม่มีผู้ใดเก่งไปกลกว่าเ้า เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคนฉะนั้นจึงอย่าประมาทเลือกครบมิตรสหายจงเลือกให้ดี อย่าเลือกคนที่มันกลับมาทรยศเ้าได้”
“ ขอรับอาจารย์” เยว่ซินพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงจัง เพราะในครั้งนี้เขาจะเป็คนลิขิตโชคชะตาด้วยตนเอง
“ ต่อจากนี้นามใหม่ของเ้า คือ หลิวเยว่ซิน เ้าจงพูดภาษาให้เข้ากับผู้คนภพนี้ให้ชินเสีย จะได้ไม่ต้องเป็ตัวประหลาดเวลาอยู่กับผู้อื่น”
หลังจากคำนับอาจารย์แล้ว ซางกวนได้ให้ชื่อใหม่กับธารณ์พร้อมกับกล่าวอีกเล็กน้อย ( ต่อจากนี้จะเปลี่ยนจากธารณ์เป็เยว่ซินแล้วนะคะ)
“ คระ…เอ้ย……ขอรับอาจารย์” เยว่ซินกล่าวตอบรับ พลางยิ้มแยๆ เมื่อตนเผลอกล่าวภาษาภพที่แล้วออกมา
“ ในเวลาร้อยปี ภายในมิติแห่งนี้ ข้าจะสอนทุกอย่างที่ต้องสมควรรู้ให้แก่เ้าเอง” ซางกวนกล่าว
ตาของเยว่ซินกระตุกเล็กน้อยกับคำพูดของอาจารย์ เยว่ซินชักหวั่นๆซะแล้ว กว่าจะฝึกเสร็จคงจะไม่แก่หงำเหงือกไปก่อนรึ ตั้งร้อยปีเฉียวนะ…
“ ในมิติแห่งนี้ข้าได้ปรับเวลาสิบปี เท่ากับหนึ่งชั่วยามในโลกภายนอกเท่านั้น เ้าจงวางใจได้เวลาในนี้ไม่มีผลต่ออายุของเ้าเเน่นอน” ซางกวนรีบตอบกลับทันทีหลังจากได้ยินความคิดศิษย์เพียงคนเดียวของตน
“ ท่านอาจารย์อย่าอ่านความคิดข้านะขอรับ..” เยว่ซินสะดุ้งใ จู่ๆ ก็พูดขึ้น ซึ่งมันตรงกับที่เยวาซินกำลังสงสัยพอดี
จึงคิดว่าท่านอาจารย์อ่านใจคนได้ ก็เป็ถึงเทพผู้สร้างเื่แค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้
“ ได้…อาจารย์จะหยุดอ่านใจ หากเ้าไม่้า” ซางกวนกล่าวพลางอมยิ้มเล็กน้อย
“ เอาล่ะก่อนที่จะเริ่มฝึก เ้าก็ไปชำระร่างกายผลัดเปลี่ยนผ้าที่น้ำตกมรกตให้เรียบร้อย แล้วก็กลับมาหาอาจารย์ที่นี้”
“ ขอรับอาจารย์”
วูบบบบบ
“ ข้าอยากทำได้เหมือนอาจารย์มากขอรับ” เยว่ซินกล่าวพร้อมกับตาเป็ประกาย เพียงแค่สบัดมือเสื้อผ้าก็มาปรากฏในมือแล้ว
“เดี๋ยวเ้าก็ทำได้หากเ้ามีพลังลมปราณแล้ว รีบไปอย่ามัวแต่เสียเวลา” ซางกวนบอกเยว่ซิน ทั้งยังอมยิ้มให้กับท่าทางของเยว่ซินสักครู่ พร้อมไล่ไปทำธุระที่ตนบอกไว้
“ ขอรับอาจารย์” กล่าวขณะกำลังหันหลังวิ่งยังบริเวณน้ำตกมรกต
เฮ้อ!!!
‘ นี้ข้ามีศิษย์เป็คนหรือเป็ลิง ทำไมมันถึงดื้ออย่างนี้ ข้าคงต้องเคร่งครัดกริยาท่าทางเสียแล้ว ‘ ซางกวนคิดในใจพลางถอนหายใจ ขณะที่มองเย่วซินวิ่งออกไป
อ๊ากกกกก
เมื่อมาถึงบริเวณน้ำตกเยว่ซินก็ร้องจนเสียงหลง หลังจากที่เห็นภาพสะท้อนที่ปรากฏบนผิวน้ำ ก็ตกตะลึงเป็อย่างมาก เยว่ซินเห็นภาพสะท้อนของบุรุษหยกรูปงามราวกับหลุดออกมาจากเทพธิดาบนสรวง์ ดวงหน้างดงามคล้ายอิสตรี คิ้วหนาได้รูปไม่รกจนเกินงามดวงตากลมโต แต่ปลายหางตายาวเรียวเล็กน้อยดูมีเสน่ห์และดื้อรั้นในเวลาเดียวกัน ั์ตาสีนำเปล่งประกาย จมูกโด่งรั้งรับกับใบหน้า ริมฝีปากอมชมพูระเรื่อเป็รูปกระจับไม่บางและไม่หนาจนเกินไป
บุรุษหยกคนนี้มีผมดำขับคล้ายกับเส้นไหมเนื้อที่ยาวพาดกลางแผ่นหลัง รูปร่างดูบอบบาง น่าทะนุถนอม แต่ก็ไม่บอบบางเท่าสตรี พอมีกล้ามเนื้อให้เห็นอยู่บ้าง ผิวขาวละเอียดใสราวกับหยก มองรวมๆใบหน้านี้งามล่มเมืองก็อาจเป็ได้ แต่ก็ยังมองเห็นเค้าโครงหน้าเดิมอยู่
เฮ้อ!!!
‘ แล้วชาตินี้ข้าจะหาภรรยาได้ไหมเนี่ย ‘ เยว่ซินได้แต่ปลงกับชีวิต คิดไม่ตกว่าตนจะหาภรรยาได้ที่ไหน ไปไหนมาไหนคงจะโดนสตรีอิจฉาใส่
หลังจากที่นั่งปรับทุกข์กับใบหน้าล่มเมืองของตนเองได้แล้ว เยว่ซินก็ไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนผ้า
“ ท่านอาจารย์ศิษย์เเต่งตัวเสร็จแล้วขอรับ…” เสียงของเยว่ซินดังมาแต่ไกล
“ อย่าวิ่งเดียวล้ม!!” ซางกวนกล่าวดุพลางขมวดคิ้ว เมื่อร่างของเย่วซินปรากฏต่อหน้าให้เห็นชุดบนตัวหลุดลุ่ยไม่เป็ทรง ก็โบกมือเล็กน้อยชุดบนตัวเยว่ซินก็กลับมาเป็ทรงเรียบสวยมากกว่าเดิม
“แหะ แหะ แหะ …ศิษย์ขอโทษขอรับอาจารย์” เยว่ซินหัวเราะแห้ง ตนพึ่งจะเคยใส่ชุดแนวนี้ครั้งแรก เลยใส่ได้เท่าที่เห็น
“ พร้อมหรือยัง”
“ พร้อมแล้วขอรับ”
เยว่ซินกล่าวตอบด้วยเสียงที่หนักแน่นพลางส่งยิ้มให้กับอาจารย์
#เื่นี้ไม่มีการอิงประวัติศาสตร์อะไรทั้งนั้น ไม่ควรเอาบรรทัดฐานของนิยายแนวกำลังภายในเื่อื่นมาใช้