วิถีเทวะ : กำเนิดคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์

    บทที่ 49 : ฟื้นฟูรากฐานราชันย์ยุทธ์ ค่ายกลผนึกเมือง และการทะลวงฝ่าวงล้อม!

    บทที่ 49 : ฟื้นฟูรากฐานราชันย์ยุทธ์ ค่ายกลผนึกเมือง และการทะลวงฝ่าวงล้อม!


    เกล็ดหิมะยังคงโปรยปรายลงมาปกคลุมนครเกล็ดเหมันต์อย่างต่อเนื่อง ทว่าภายใต้ความเงียบสงบของยามเย็น ภายในจวนเจ้าเมืองกลับซุกซ่อนความตายที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้

    'ซูซวง' สตรีโฉมงามผู้เยือกเย็น ก้าวเดินไปตามถนนที่ปูด้วยแผ่นผลึกน้ำแข็งอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าของนางสง่างามและเป็นธรรมชาติเสียจนไม่มีผู้ใดบนท้องถนนคลางแคลงใจว่า ภายใต้รูปโฉมอันเลอเลิศนี้ คือมัจจุราชผู้เพิ่งจะปลิดชีพเจ้าเมืองระดับบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ไปเมื่อไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก่อน

    เมื่อเดินลัดเลาะผ่านตรอกซอกซอยจนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดสะกดรอยตาม ซูหลงอวิ๋นก็เลี้ยวกลับเข้าสู่ 'เรือนพักรับรองพิเศษ' ที่เช่าเอาไว้ เขาก้าวผ่านค่ายกลป้องกันเข้าไปอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะลงดาลปิดล็อกประตูอย่างแน่นหนา

    ภายในห้องพักที่อบอุ่นด้วยเตาผิงศิลาวิญญาณ หลิงอวี้ซีในชุดคลุมสีขาวกำลังนั่งขัดสมาธิหลับตาบ่มเพาะพลังอยู่บนเตียง ใบหน้าของนางยังคงซีดเซียว ทว่าเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า นางก็รีบลืมตาดอกท้อขึ้นมาด้วยความระแวดระวัง

    "เจ้ากลับมาแล้ว... การสืบข่าวเป็นเยี่ยงไรบ้าง?" หลิงอวี้ซีเอ่ยถามสตรีเบื้องหน้า

    ซูหลงอวิ๋นมิได้ตอบคำถามในทันที เขายกมือขึ้นปลดผ้าคลุมหน้าสีเงินออก ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อและประสานอิน

    "เคล็ดวิชาแปลงลักษณ์กลืนนภา... คืนรูปลักษณ์!"

    วูบ!

    ละอองแสงสีขาวทองห่อหุ้มร่างของสตรีโฉมงาม เสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบดังก้อง โครงร่างที่เคยบอบบางพลันขยายใหญ่ขึ้นและกลับมากำยำสมส่วน ใบหน้าที่งดงามเยียบเย็นแปรเปลี่ยนกลับคืนสู่ความหล่อเหลา โอหัง และดุดันตามแบบฉบับของบุรุษเพศ! กลิ่นอายความแข็งกร้าวของกายามังกรเทวะแผ่ซ่านออกมาทำลายความหนาวเหน็บในห้องจนหมดสิ้น

    ซูหลงอวิ๋นในร่างที่แท้จริง ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้น้ำแข็ง เขารินชาร้อนให้ตนเองจอกหนึ่ง ก่อนจะพลิกฝ่ามือ โยน 'แหวนมิติสีฟ้าคราม' วงหนึ่งไปตกอยู่บนตักของหลิงอวี้ซี

    "ข่าวสารหรือ? ข้ามิได้ไปสืบข่าว ทว่าข้าไป 'หยิบ' สิ่งที่พวกเราต้องการมาต่างหาก"

    เด็กหนุ่มยกจอกชาขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์ "ในแหวนวงนั้นมี 'บัวเหมันต์เก้ากลีบ' สมุนไพรระดับเจ็ดขั้นสูงสุด พร้อมด้วยทรัพยากรทั้งหมดของจวนเจ้าเมืองเกล็ดเหมันต์... รีบนำมันออกมาเสีย เรามีเวลาไม่มากนักก่อนที่พวกมันจะพบศพของหานเสวี่ยเจียว"

    "ศพของหานเสวี่ยเจียว!"

    หลิงอวี้ซีเบิกตากว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า มือที่กำลังถือแหวนมิติสั่นสะท้าน นางรีบถ่ายทอดจิตสัมผัสเข้าไปตรวจสอบ และเมื่อพบว่าภายในแหวนมีบัวเหมันต์เก้ากลีบที่ล้ำค่าประดุจสมบัติสวรรค์นอนนิ่งอยู่จริงๆ นางก็แทบจะหยุดหายใจ!

    "เจ้า... เจ้าสังหารเจ้าเมืองเกล็ดเหมันต์ไปแล้วรึ! นางเป็นถึงบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้น! ซ้ำยังอยู่ในจวนที่มีทหารยามและค่ายกลคุ้มกันแน่นหนา เจ้าทำได้อย่างไรโดยไม่เกิดการต่อสู้จนเมืองถล่มทลาย!" นางละล่ำละลักถามด้วยความตื่นตะลึง

    "การต่อสู้มิจำเป็นต้องส่งเสียงดังเสมอไป หากรู้จุดตายและใช้พลังได้อย่างถูกต้อง... แม้แต่มังกรก็อาจถูกเข็มพิษเล่มเดียวสังหารได้"

    ซูหลงอวิ๋นวางจอกชาลง เขาก้าวเดินเข้าไปประชิดขอบเตียง นัยน์ตาสีดำสาดประกายจริงจัง "เลิกตื่นตกใจได้แล้ว อวี้ซี บัดนี้สวรรค์ประทานโอกาสให้พวกเราแล้ว รีบนำบัวเหมันต์เก้ากลีบออกมา ข้าจะใช้ 'เตาหลอมเก้ามังกร' สกัดกลั่นแก่นแท้ของมันให้บริสุทธิ์ที่สุด เพื่อรักษาบาดแผลที่รากฐานของเจ้าให้หายขาดในทันที!"

    หลิงอวี้ซีกัดริมฝีปาก นางพยักหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว ก่อนจะเรียกบัวเหมันต์เก้ากลีบออกมาจากแหวนมิติ ดอกบัวสีน้ำเงินเข้มลอยอยู่กลางอากาศ แผ่กลิ่นอายปราณหยินบรรพกาลที่สามารถชุบชีวิตผู้ฝึกยุทธ์สายเหมันต์ได้ราวกับปาฏิหาริย์

    ซูหลงอวิ๋นเปิดจุดตันเถียน เรียกเตาหลอมเก้ามังกรกลืนสวรรค์ออกมาตั้งไว้กลางห้อง เขาส่งบัวเหมันต์เก้ากลีบเข้าไปในเตา พร้อมกับปลดปล่อย 'เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก' เข้าไปควบคุมอุณหภูมิการกลั่น!

    "สมุนไพรธาตุหยินระดับเจ็ด หากใช้เพลิงสุริยันที่มีความร้อนแรงเกินไป อาจทำให้สรรพคุณสูญสลาย ข้าจำต้องใช้เพลิงปรโลกในการ 'สกัดเย็น' เพื่อดึงเอาเจตจำนงแห่งความหนาวเหน็บออกมาให้ได้ร้อยส่วนเต็ม!"

    ซูหลงอวิ๋นอธิบายพลางเร่งเร้าทารกวิญญาณเทวะของตนเอง ภายใต้อำนาจของสมบัติระดับสวรรค์ บัวเหมันต์เก้ากลีบค่อยๆ ละลายกลายเป็นหยาดของเหลวสีน้ำเงินใสประดุจไพลิน กลิ่นอายความบริสุทธิ์ลอยอวลไปทั่วห้อง

    เพียงชั่วครึ่งก้านธูป ของเหลวสีน้ำเงินนั้นก็ถูกสกัดกลั่นจนสมบูรณ์ ซูหลงอวิ๋นใช้พลังปราณดึงมันออกมาจากเตาหลอม บีบอัดจนกลายเป็นลูกกลมๆ ขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ

    "กลืนมันลงไป แล้วหันหลังมา" ซูหลงอวิ๋นสั่งการเสียงเฉียบขาด

    หลิงอวี้ซีไม่อิดออด นางอ้าปากกลืนหยาดแก่นแท้บัวเหมันต์ลงคอ ก่อนจะหมุนตัวหันแผ่นหลังให้เขา พร้อมกับร่นเสื้อคลุมลงเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยประทับหยินหยางที่คุ้นเคย

    ทันทีที่แก่นแท้บัวเหมันต์ไหลลงสู่จุดตันเถียน พลังความหนาวเย็นบรรพกาลก็ระเบิดออก! มันพุ่งทะลวงเข้าไปสมานรอยปริร้าวใน 'ทะเลวิญญาณราชันย์ยุทธ์' ของนางอย่างรวดเร็วประดุจสายน้ำที่เติมเต็มผืนดินแห้งผาก! ทว่าพลังของมันมหาศาลเกินไป หากนางดูดซับไม่ทัน อาจทำให้เส้นชีพจรกลายเป็นน้ำแข็งได้

    "ประสานปราณ! รับพลังหยางของข้าไปปรับสมดุล!"

    ปัง!

    ฝ่ามืออันร้อนรุ่มของซูหลงอวิ๋นประทับลงบนแผ่นหลังของนางอีกครั้ง! คราวนี้เขามิได้ใช้เพลิงปรโลก ทว่าเขาปลดปล่อย 'เพลิงสุริยันผลาญเอกภพ' อันร้อนแรง เข้าไปเป็นตัวนำทางและละลายส่วนที่แข็งตัวเกินไป ช่วยให้แก่นแท้บัวเหมันต์หลอมรวมเข้ากับรากฐานของนางได้อย่างนุ่มนวลและสมบูรณ์แบบที่สุด!

    "อ๊ะ... อ๊า..."

    หลิงอวี้ซีแหงนหน้าขึ้น ร่างกายกระตุกเกร็ง ความเจ็บปวดที่เคยมีมลายหายไปจนสิ้น แทนที่ด้วยความรู้สึกอบอุ่นซาบซ่านที่แผ่ขยายจากจุดตันเถียนไปทั่วสรรพางค์กาย! กลิ่นอายของขอบเขต 'ราชันย์ยุทธ์ขั้นต้น' ที่เคยกลวงเปล่าและอ่อนแอ บัดนี้กำลังถูกเติมเต็มจนทะลุขีดจำกัด!

    และด้วยความบริสุทธิ์ของบัวเหมันต์เก้ากลีบ ผสานกับเพลิงสวรรค์ของซูหลงอวิ๋น รากฐานของนางมิเพียงแต่จะหายดี ทว่ามันยังได้รับการชำระล้างจนบริสุทธิ์ขึ้นไปอีกขั้น!

    ตู้มมมมม!

    พลังปราณของสตรีศักดิ์สิทธิ์พุ่งทะยานทะลุเพดานของขั้นต้น ก้าวเข้าสู่ 'ราชันย์ยุทธ์ขั้นกลาง' (ขอบเขตที่ 7 ขั้นกลาง) ได้อย่างปาฏิหาริย์!

    คลื่นความหนาวเหน็บที่แฝงไปด้วยอำนาจการปกครองระดับราชันย์ ระเบิดออกจากร่างของนาง กระแทกค่ายกลในห้องพักจนสั่นสะเทือน!

    ซูหลงอวิ๋นถอนฝ่ามือออก เขายืนหอบหายใจเล็กน้อย ทว่ารอยยิ้มกลับกว้างขวาง "ยอดเยี่ยม... การรักษานี้มิเพียงแต่จะช่วยชีวิตเจ้า ทว่ายังผลักดันให้เจ้าทะลวงขอบเขตได้สำเร็จ บัดนี้ ต่อให้พวกเราต้องปะทะกับยอดฝีมือของวังวังวนเหมันต์ ก็มีกำลังรบที่สามารถบดขยี้พวกมันได้แล้ว!"

    หลิงอวี้ซีค่อยๆ ลืมตาขึ้น นัยน์ตาดอกท้อของนางสาดประกายความมั่นใจและเย่อหยิ่งดุจเทพธิดาน้ำแข็งที่แท้จริง นางกำหมัดสัมผัสถึงพลังที่เอ่อล้นอยู่ในร่าง ก่อนจะหันกลับมามองบุรุษเบื้องหลัง

    ความรู้สึกของนางในยามนี้ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย บุรุษผู้ที่นางเคยเคียดแค้นเพราะถูกตีตราประทับ บัดนี้กลับกลายเป็นผู้ที่มอบชีวิตใหม่และพลังอำนาจให้นางซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    "ซูหลงอวิ๋น... ข้าติดค้างเจ้าอีกครั้งแล้ว" นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา น้ำเสียงแฝงความอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่ง

    "จำเอาไว้ให้ดี ภาชนะของข้า... ตราบใดที่เจ้ายังภักดีต่อข้า ข้าย่อมไม่ปล่อยให้ผู้ใดมาแตะต้องเจ้า" ซูหลงอวิ๋นเชยคางนางขึ้นมา นัยน์ตาสบกันอย่างท้าทาย

    ทว่า ในช่วงเวลาที่บรรยากาศกำลังเต็มไปด้วยความลึกซึ้งนั้นเอง...

    ตึงงงงงง! ตึงงงงงง! ตึงงงงงง!

    เสียงระฆังศิลาเตือนภัยขนาดมหึมา ดังก้องกังวานมาจากใจกลางจวนเจ้าเมือง! เสียงของมันดุดันและเร่งร้อน บ่งบอกถึงวิกฤตการณ์ขั้นสูงสุดที่นครเกล็ดเหมันต์ไม่เคยพานพบมานานนับร้อยปี!

    ครืนนนนน!

    ท้องฟ้าเหนือเมืองที่เคยมืดสลัว พลันสว่างไสวด้วยแสงสีฟ้าครามเจิดจ้า! 'ค่ายกลผนึกเมืองเกล็ดเหมันต์นิรันดร์' ค่ายกลพิทักษ์ระดับสวรรค์ขั้นกลางที่กินพื้นที่นับร้อยลี้ ถูกกระตุ้นให้ทำงานเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์! ม่านพลังงานที่หนาแน่นประดุจกำแพงเหล็กกล้ากางครอบคลุมทั่วทั้งเมือง ปิดกั้นการเข้าออก และปิดกั้นแม้กระทั่งรอยแยกมิติอย่างสมบูรณ์แบบ!

    "ปิดประตูเมืองทุกบาน! เปิดค่ายกลสังหารขั้นสูงสุด! เจ้าเมืองถูกลอบสังหาร! ฆาตกรยังคงกบดานอยู่ในเมืองนี้! ค้นหาทุกซอกทุกมุม จับเป็นตัวมันมาให้จงได้!"

    เสียงประกาศด้วยพลังปราณขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ ดังก้องทะลุเมฆา! มันคือเสียงของ 'รองเจ้าเมือง' ที่เพิ่งค้นพบศพของหานเสวี่ยเจียว!

    หลิงอวี้ซีผุดลุกขึ้นยืน กระบี่เหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ปรากฏในมือทันที "ความแตกเร็วกว่าที่คิด! ค่ายกลระดับสวรรค์ขั้นกลางถูกเปิดใช้งานเต็มรูปแบบแล้ว หากเราทะยานขึ้นฟ้า ย่อมตกเป็นเป้าสายตาของทหารยามและค่ายกลสังหารทันที!"

    ซูหลงอวิ๋นก้าวเดินไปที่หน้าต่าง แง้มมองดูความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้นบนท้องถนน ทหารยามชุดเกราะเกล็ดหิมะนับหมื่นนายกำลังวิ่งพล่าน ตรวจค้นทุกโรงเตี๊ยมและเรือนพักอย่างบ้าคลั่ง

    "ค่ายกลผนึกเมืองระดับสวรรค์ขั้นกลาง... สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณก่อกำเนิดอย่างข้า การจะทำลายมันด้วยกำลังย่อมเป็นไปไม่ได้"

    ซูหลงอวิ๋นวิเคราะห์สถานการณ์อย่างเยือกเย็น เขาหันกลับมามองหลิงอวี้ซี รอยยิ้มโอหังที่ชื่นชอบความท้าทายปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ทว่า... ในเมื่อข้ามีสตรีระดับ 'ราชันย์ยุทธ์ขั้นกลาง' อยู่เคียงข้าง เหตุใดข้าต้องหลบซ่อนตัวเหมือนหนูสกปรกด้วยเล่า?"

    "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?" นางขมวดคิ้ว

    "ค่ายกลของพวกมัน แข็งแกร่งพอจะกักขังขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ (ขอบเขตที่ 6) ได้ ทว่ามันย่อมไม่อาจทนรับการโจมตีของ 'ราชันย์ยุทธ์' (ขอบเขตที่ 7) ที่ทะลวงจากจุดศูนย์กลางได้!"

    ซูหลงอวิ๋นเปิดประตูเรือนพักออกอย่างสง่าผ่าเผย "ออกไปอาละวาดให้เต็มที่เถิด อวี้ซี! ให้พวกมดปลวกแห่งแดนอุดรเหมันต์ได้ประจักษ์ ว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งหมื่นเต๋า มีความน่าสะพรึงกลัวเพียงใด! ส่วนเรื่องการหาจุดอ่อนของค่ายกลและทลายทางออก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง!"

    หลิงอวี้ซียกยิ้มมุมปาก นางเองก็อัดอั้นจากการต้องหลบๆ ซ่อนๆ มานานหลายวัน บัดนี้เมื่อพลังฟื้นคืนสู่จุดสูงสุด ซ้ำยังก้าวหน้าไปอีกขั้น สายเลือดแห่งการต่อสู้ในตัวนางก็เดือดพล่านเช่นกัน!

    "ได้! ในเมื่อพวกมันกล้าขวางทาง ข้าก็จะแช่แข็งพวกมันให้หมด!"

    ฟุ่บ!

    ทั้งสองพุ่งทะยานร่างทะลุหลังคาเรือนพักพังทลาย ลอยตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือเมืองเกล็ดเหมันต์อย่างเปิดเผย! การปรากฏตัวของบุรุษชุดขาวและสตรีผู้เลอโฉมกลางอากาศ ดึงดูดสายตาของทหารยามทั้งเมืองในเสี้ยววินาที!

    "อยู่นั่น! ผู้บุกรุก! เป็นบุรุษหนึ่งคน และสตรีหนึ่งคน!"

    "บุรุษโสโครก! มันคือฆาตกรที่สังหารท่านเจ้าเมือง! สังหารมัน!"

    ทหารยามระดับแก่นแท้ทองคำและวิญญาณก่อกำเนิดนับพันคน ขี่เสือดาวหิมะและกระบี่บิน พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าประดุจฝูงตั๊กแตน หมายจะรุมสับสังหารผู้บุกรุกทั้งสองให้กลายเป็นเศษเนื้อ! หอกน้ำแข็งและรังสีกระบี่นับหมื่นสายพุ่งแหวกอากาศเข้าหาพวกเขาราวกับพายุฝน!

    "มดปลวกที่ไม่รู้จักเจียมตัว!"

    หลิงอวี้ซีตวาดก้อง นางก้าวออกมายืนบังหน้าซูหลงอวิ๋น กลิ่นอายขอบเขต 'ราชันย์ยุทธ์ขั้นกลาง' ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่ปิดบัง!

    "อาณาเขตเหมันต์ราชันย์บรรพกาล... กาง!"

    วิ้งงงงงงงงง!

    กฎเกณฑ์แห่งความหนาวเหน็บระดับกษัตริย์ กวาดล้างออกไปในรัศมีสิบลี้! รังสีกระบี่และหอกน้ำแข็งนับหมื่นสายของทหารยาม เมื่อพุ่งเข้ามาในอาณาเขตของนาง พลันหยุดชะงักและสลายกลายเป็นเพียงละอองหิมะที่ไร้พิษสง!

    "ปะ... เป็นไปไม่ได้! กลิ่นอายนี้... ราชันย์ยุทธ์!"

    เหล่าทหารยามเบิกตากว้างด้วยความสยดสยอง พวกนางพยายามจะหันหลังกลับ ทว่าสายไปเสียแล้ว! อาณาเขตของหลิงอวี้ซีแช่แข็งร่างของทหารยามนับพันคนให้กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งกลางอากาศ ก่อนที่พวกนางจะร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นแตกกระจายไปทีละคนสองคน!

    ไร้ซึ่งการต่อต้าน! นี่คือความโหดร้ายของความห่างชั้นแห่งขอบเขตพลัง! เมื่ออยู่ต่อหน้าราชันย์ยุทธ์ ผู้ที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ย่อมไม่ต่างจากฝุ่นผง!

    "บังอาจนัก! กล้าเข่นฆ่าคนของวังวังวนเหมันต์ในเขตเมืองของข้า!"

    เสียงคำรามดุดันดังก้องมาจากทิศทางของจวนเจ้าเมือง ปรากฏเงาร่างของสตรีชราสามคนในชุดคลุมสีดำ พุ่งทะยานแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วสูง!

    พวกนางคือ 'ผู้อาวุโสพิทักษ์เมือง' ทั้งสามท่าน ซึ่งเป็นยอดฝีมือขอบเขต 'บรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นกลาง'!

    "ค่ายกลสามบรรพชนสยบเหมันต์! กักขังพวกมันไว้!"

    สตรีชราทั้งสามประสานอินพร้อมกัน ปลดปล่อยโซ่ตรวนน้ำแข็งสีดำทมิฬนับร้อยเส้น พุ่งทะยานทะลวงมิติหมายจะรัดพันร่างของหลิงอวี้ซีและซูหลงอวิ๋น! แม้พวกนางจะรู้ว่าศัตรูคือราชันย์ยุทธ์ ทว่าพวกนางก็หวังจะใช้ค่ายกลระดับบรรพชนสามประสาน ถ่วงเวลาจนกว่าค่ายกลเมืองจะบดขยี้ผู้บุกรุก!

    "ค่ายกลเด็กเล่น!" หลิงอวี้ซีแค่นเสียงเย็น นางตวัดกระบี่เหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ ฟาดฟันรังสีกระบี่สีขาวบริสุทธิ์ออกไปปะทะกับโซ่ตรวนเหล่านั้น!

    ตูมมม! ตูมมม!

    การปะทะกันของขอบเขตที่ 6 และ 7 ทำให้ท้องฟ้าเบื้องบนสั่นสะเทือน! แม้หลิงอวี้ซีจะทรงพลังกว่า ทว่าผู้อาวุโสทั้งสามก็อาศัยความได้เปรียบทางจำนวนและค่ายกลประสาน ทำให้สามารถยื้อยุดการโจมตีของนางไว้ได้ชั่วขณะ!

    "พวกเรารั้งนางไว้ได้แล้ว! เปิดค่ายกลสังหารของเมือง เล็งไปที่ไอ้บุรุษชุดขาวนั่น!" ผู้อาวุโสคนหนึ่งตะโกนสั่งการทหารยามเบื้องล่าง

    ครืนนนนน!

    ม่านพลังค่ายกลของเมืองเกล็ดเหมันต์ที่ปกคลุมท้องฟ้า พลันแปรเปลี่ยนสีจากฟ้าครามเป็นสีแดงฉาน! หอกแสงทำลายล้างขนาดยักษ์ที่ควบแน่นจากพลังของเมืองทั้งเมือง กำลังเล็งเป้าหมายมาที่ซูหลงอวิ๋น! การโจมตีนี้เทียบเท่ากับการโจมตีเต็มกำลังของราชันย์ยุทธ์!

    "ซูหลงอวิ๋น! ระวัง!" หลิงอวี้ซีร้องเตือน นางพยายามจะผละจากการปะทะเพื่อมาช่วยเขา ทว่าโซ่ตรวนบรรพชนก็รัดรึงอาณาเขตของนางเอาไว้แน่นหนา

    ทว่า ซูหลงอวิ๋นที่ลอยตัวอยู่เบื้องหลัง กลับไม่มีทีท่าตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย เขายืนกอดอก ทอดสายตามองหอกแสงทำลายล้างที่กำลังพุ่งเป้ามาหาตนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยการเย้ยหยัน

    "ค่ายกลระดับสวรรค์ขั้นกลาง... โครงสร้างซับซ้อนทว่าขาดความยืดหยุ่น การรวมพลังงานทั้งหมดไว้จุดเดียวเพื่อสังหารข้า... ก็เท่ากับว่า กำแพงส่วนอื่นย่อมต้องเปราะบางลง!"

    นัยน์ตาสีดำของซูหลงอวิ๋นสาดประกายแห่งความเข้าใจในวิถีแห่งค่ายกลอย่างทะลุปรุโปร่ง เขาเปิดจุดตันเถียน ทารกวิญญาณหยินหยางเทวะเปล่งแสงเจิดจ้า!

    เขามิได้ใช้พลังเพื่อป้องกันหอกแสง ทว่าเขากลับล้วงเอา 'ธงค่ายกลบรรพกาล' เก้าสิบเก้าด้าม ออกมาจากแหวนมิติ และใช้พลัง 'วิญญาณก่อกำเนิดขั้นต้น' ของเขา ดีดธงค่ายกลเหล่านั้นพุ่งกระจายออกไปเสียบเข้ากับจุดตัดพลังงานของม่านพลังเมืองที่อยู่รอบนอก!

    "วิถีแห่งเทวะ... ค่ายกลสลับขั้วกลืนดารา! เปลี่ยนโล่เป็นหอก เปลี่ยนหอกเป็นความว่างเปล่า!"

    วิ้งงงงงงง!

    วินาทีที่หอกแสงทำลายล้างขนาดยักษ์พุ่งลงมาหมายจะบดขยี้ร่างของมังกรหนุ่ม... ธงค่ายกลทั้งเก้าสิบเก้าด้ามของเขาก็ระเบิดการทำงาน! มันแทรกแซงโครงสร้างพลังงานของเมือง ดึงเอา 'กระแสปราณ' ที่ค้ำจุนหอกแสงนั้น ให้ไหลย้อนกลับไปทำลายกำแพงค่ายกลของเมืองเอง!

    ตู้มมมมมมมมมมมมมมม!!!!!

    เสียงระเบิดกัมปนาทฉีกกระชากแก้วหูของผู้คนทั้งเมือง! หอกแสงทำลายล้างสลายหายไปกลางอากาศ ก่อนที่ม่านพลังค่ายกลระดับสวรรค์ขั้นกลางของเมืองเกล็ดเหมันต์ จะเกิดรอยร้าวขนาดยักษ์ และแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ประดุจกระจกที่ถูกค้อนเทพเจ้าทุบทำลาย!

    "ค่ายกลพิทักษ์เมือง... ถูกทำลายแล้ว!" ผู้อาวุโสทั้งสามเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด! พวกนางไม่เคยเห็นผู้ใดสามารถทำลายค่ายกลระดับนี้ได้ด้วยการดีดธงเพียงไม่กี่ด้าม!

    "เปิดทางแล้ว! อวี้ซี ปิดฉากพวกมันซะ!" ซูหลงอวิ๋นตวาดก้อง

    "รับทราบ!" หลิงอวี้ซีไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอย เมื่อม่านพลังเมืองแตกสลาย อาณาเขตเหมันต์ราชันย์ของนางก็ขยายตัวออกอย่างไร้ขีดจำกัด!

    "สัจธรรมเหมันต์... กระบี่เดียวแช่แข็งเก้าชั้นฟ้า!"

    ฉัวะ!!!!!

    รังสีกระบี่สีขาวบริสุทธิ์ที่อัดแน่นด้วยความพิโรธของราชันย์ยุทธ์ พุ่งทะลวงตัดผ่านโซ่ตรวนน้ำแข็งสีดำจนขาดสะบั้น! ก่อนที่มันจะพุ่งเข้ากวาดล้างร่างของผู้อาวุโสขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามท่านอย่างเฉียบขาด!

    "อ๊ากกก!"

    ร่างของสตรีชราทั้งสามถูกรังสีกระบี่ตัดขาดเป็นสองท่อน เลือดที่สาดกระเซ็นถูกแช่แข็งกลางอากาศ ซากศพไร้วิญญาณร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ดับสูญไปชั่วนิรันดร์!

    ความแข็งแกร่งของราชันย์ยุทธ์ที่ได้รับการฟื้นฟู บวกกับสติปัญญาแห่งค่ายกลของจักรพรรดิเทพยุทธ์... สองขั้วหยินหยางผสานพลัง สยบทั้งเมืองเกล็ดเหมันต์ให้ราบคาบ!

    "จินหลิน! ไป!"

    ซูหลงอวิ๋นเรียกราชสีห์เพลิงออกมาจากถุงวิญญาณ เขากระโจนขึ้นประทับบนแผ่นหลังของมัน พร้อมกับหลิงอวี้ซีที่ร่อนลงมานั่งเคียงข้าง

    จินหลินแผดเสียงคำรามก้อง มันพุ่งทะยานร่างแหวกผ่านรอยโหว่ของม่านพลังค่ายกลที่แตกสลาย มุ่งหน้าหนีออกจากนครเกล็ดเหมันต์ไปสู่ขอบฟ้าอันกว้างใหญ่ ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังและความหวาดผวาที่จะสลักลึกลงในใจของศิษย์วังวังวนเหมันต์ไปอีกนานแสนนาน!

    "ฮ่าฮ่าฮ่า! แดนอุดรเหมันต์... ช่างเป็นสถานที่ที่น่าสนุกยิ่งนัก ข้าชักจะตั้งตารอการเผชิญหน้ากับประมุขของพวกมันอย่างเป็นทางการเสียแล้วสิ!"

    เสียงหัวเราะโอหังของซูหลงอวิ๋น ดังก้องกังวานไปตามสายลมพายุหิมะ การหลบหนีครั้งนี้มิใช่จุดจบ ทว่ามันคือการประกาศสงครามอย่างเต็มรูปแบบ ต่อขุมอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดินเหมันต์!


    (จบบทที่ 49)

    คล้ายกับเรื่องวิถีเทวะ : กำเนิดคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498