EP17: การเผชิญหน้ากับผู้บงการ
เสียงะเิของกล้อง Rolleiflex ที่ถูกทำลายยังคงก้องอยู่ในหูของผม ผมยืนอยู่กลาง รอยไหม้ ที่ตอนนี้กลายเป็พื้นที่แห่งความพ่ายแพ้ของ 'พวกเขา' ท่ามกลางควันดำที่ปกคลุมซากอุปกรณ์ควบคุมมิติที่พังทลาย
แม้จะทำลายรอยแยกมิติได้สำเร็จ แต่ผมก็ล้มเหลวในการช่วย ลุงเชียรตัวจริง ให้กลับเข้าร่าง และเขายังคงติดอยู่ในห้วงเวลาที่บิดเบือนไปตลอดกาล ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่ ลุงวิเชียร หายตัวไปอย่างลึกลับในยุคปัจจุบัน (2568)
“จับมัน! อย่าให้มันหนีไปได้!” เสียงของ หัวหน้าชุด ที่ถูกผมผลักกระเด็นไปะโอย่างกราดเกรี้ยว
เ้าหน้าที่คนอื่น ๆ เริ่มตั้งตัวได้และชักปืนออกมารุมล้อมผม
ผมรีบวิ่งออกจากใจกลางของลานทันที โดยใช้ความมืดและควันเป็เกราะกำบัง ผมวิ่งไปในทิศทางของเส้นทาง ห้วยน้ำใส ที่ผมเข้ามา โดยรู้ว่าถ้าถูกจับได้เมื่อไหร่... ชีวิตในร่างของลุงเชียรก็จะจบลงทันที
ผมยิงปืนพกขนาดเล็กของลุงเชียรขึ้นฟ้าหนึ่งนัดเพื่อเป็การข่มขู่ และเสียงปืนก็ทำให้เ้าหน้าที่บางคนชะงักไปชั่วขณะ
ผมวิ่งสุดกำลัง พุ่งตัวฝ่าพุ่มไม้และกิ่งก้านของต้นไม้ที่ขวางทาง เสียงเ้าหน้าที่ไล่ตามหลังมาอย่างกระชั้นชิด พร้อมกับเสียงะโที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ
“มันกำลังหนีไปทางห้วยน้ำใส! ตามไป!”
ผมรู้ตัวว่าการวิ่งหนีในความมืดที่ผมไม่คุ้นเคยนาน ๆ นั้นไม่เป็ผลดี และผมต้องหาทางไปยังมอเตอร์ไซค์ที่ซ่อนไว้ให้เร็วที่สุด
ทันใดนั้น! ขณะที่ผมกำลังวิ่งตัดผ่านแนวป่าโปร่งใกล้กับลำธารแห้ง ผมก็ต้องหยุดชะงักอย่างกะทันหัน
รถกระบะสีดำคันหนึ่ง จอดขวางทางอยู่ตรงหน้า! และข้างรถ... ยืนอยู่ด้วย น้าฉัตร ที่มาในชุดลำลอง แต่มี ปืนลูกซอง ขนาดใหญ่พาดอยู่บนบ่าของเขา
ใบหน้าของน้าฉัตรในแสงไฟหน้ารถดูเ็า ไม่มีความเป็มิตรของ 'ญาติผู้ใหญ่' เหลืออยู่เลย
“จบแล้วเชียร... หรือว่า... ไอ้เกล้า” น้าฉัตรพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเดือดดาล
ผมรู้ว่าการเผชิญหน้ากับน้าฉัตรครั้งนี้ คือจุดที่อันตรายที่สุด
“คุณรู้... คุณรู้มาตลอดว่าผมไม่ใช่ลุงเชียร” ผมพูดพลางหายใจหอบถี่
น้าฉัตรหัวเราะเบา ๆ อย่างดูถูก “ั้แ่ที่มึงมาถึงและทำตัวเหมือนคนจำอะไรไม่ได้... กูก็รู้แล้วว่ามึงคือตัวที่ถูกสลับมา เชียรมันทิ้งคำเตือนไว้ให้กูในบันทึกที่มันแกล้งทำเป็หาย... กูแค่รอให้มึงทำผิดพลาด และกูรู้ว่ามึงจะต้องมาหา ไอ้ดอน และมาที่ มาบดงงู”
“คุณเป็คนขององค์กรนี้ใช่ไหมฉัตร? องค์กรที่พยายามทำลายมิติเวลาเพื่ออะไร?” ผมถามอย่าง้าคำตอบสุดท้าย
น้าฉัตรยกปืนลูกซองขึ้นเล็งมาที่ผม “กูเป็แค่คนที่้า ความก้าวหน้า เชียรมันเป็คนโง่ที่เชื่อในเื่พวกนี้ และพยายามขัดขวาง อนาคตของมึง ลุงเชียรมันรู้ว่า การเปิดช่องว่างมิติ จะทำให้ โครงการของเรา ก้าวไปอีกขั้น และกูทำทุกอย่างเพื่อความก้าวหน้านั้น”
“ความก้าวหน้าของคุณ คือการทำลายชีวิตคนอื่น!” ผมะโใส่เขา
“แกทำลายเครื่องกำเนิดของเรา... แกทำลายหลักฐานชิ้นสุดท้ายของเรา!” น้าฉัตรพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “ตอนนี้ กล้อง มันไม่มีค่าแล้ว... ชีวิตแก เท่านั้นที่มีค่าสำหรับพวกเรา! แกคือความบกพร่องที่ต้องถูกกำจัด!”
ทันใดนั้นเอง! เสียงฝีเท้าของเ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ก็เริ่มใกล้เข้ามาจากด้านหลังผม!
ผมถูกล้อมแล้ว! ด้านหน้าคือน้าฉัตรผู้บงการพร้อมปืนลูกซอง ด้านหลังคือเ้าหน้าที่ติดอาวุธที่กำลังไล่ตามมา
ผมเหลือบไปเห็น ไฟฉายขนาดใหญ่ ที่ผมวางทิ้งไว้ข้างลำธารแห้ง ผมรู้ว่าผมไม่สามารถยิงตอบโต้กับปืนลูกซองของน้าฉัตรได้โดยตรง
ผมตัดสินใจเสี่ยงสุดท้าย! ผมทิ้งตัวลงกลิ้งไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว และคว้า ไฟฉาย ขึ้นมา!
ก่อนที่น้าฉัตรจะเหนี่ยวไกปืนลูกซอง ผมได้ ขว้างไฟฉายขนาดใหญ่ ที่เปิดสว่างวาบไปที่กระจกหน้ารถกระบะอย่างสุดแรง!
เพล้ง!
กระจกหน้ารถแตกละเอียด พร้อมกับแสงไฟที่พุ่งเข้าใส่หน้าของน้าฉัตรอย่างจัง! น้าฉัตรเบนวิถีะุของปืนลูกซองไปด้านข้างด้วยความใและแสบตา!
ปัง!!!
เสียงปืนลูกซองดังสนั่น! แต่มันพลาดเป้าหมาย!
ผมใช้โอกาสเพียงเสี้ยววินาทีนั้น พุ่งตัวเข้าไปในป่ารกทึบอีกครั้ง มุ่งหน้าไปยังจุดที่ผมซ่อนมอเตอร์ไซค์ไว้! การหลบหนีครั้งนี้ต้องพึ่งพาความเร็วและสัญชาตญาณเท่านั้น!
น้าฉัตระโก้องตามหลังมาด้วยความเดือดดาล
“ไอ้บ้า! อย่าให้มันหนีไปได้! ตามมันไป! ถ้ามันกลับไปหา ไอ้ดอน... ทุกอย่างจะพังหมด!”
ผมรู้แล้วว่า ไอ้ดอน คือไพ่ใบสุดท้ายของผมในอดีตนี้ ผมต้องไปให้ถึงเขา!
*โปรดติดตามตอนต่อไป*