นางโจรปล้นรัก.........ตอนที่ 29
หลังกลับมาจากฮันนีมูนอนิรุทธ์พักผ่อนเพียงแค่หนึ่งวันก็กลับไปทำงานต่อทันที เขาอยากจะจัดการงานที่รับผิดชอบให้เสร็จเรียบร้อยโดยเร็ว แน่นอนว่านอกจากจะเร็วแล้วทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบด้วย
แต่การทำงานครั้งนี้ชายหนุ่มมีความสุขมากขึ้นเพราะมีภรรยาเข้ามาช่วยด้วย เธอช่วยดูแลในเรื่องเอกสารเรียกได้ว่าเป็นเลขาอีกคน ความจริงเขามีลลิตาหรือลิเลียน เพื่อนรุ่นน้องของมารดาเป็นเลขาส่วนตัวอยู่แล้ว การที่มีนภัสเข้ามาช่วยทำให้ลิเลียนทำงานได้สบายขึ้น
หลังจากแนะนำให้นภัสกับลลิตาได้รู้จักกันแล้วอนิรุทธ์พบว่าหญิงสาวต่างวัยทั้งสองคนเข้ากันได้ดีมากและสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว ลลิตาเอ่ยชมนภัสไม่ขาดปากพร้อมบอกว่าดีใจมากที่เขาเลือกแต่งงานกับเธอแทนที่จะเป็นบรรดาสาวๆที่เคยควง และยิ่งปลื้มมากขึ้นเมื่อเห็นการทำงานของนภัส ความน่ารักถ่อมตัวของเธอทำให้เลขาสาวใหญ่ยิ่งชื่นชมมากขึ้นไปอีก
“เอกสารของคุณ ฉันจัดเรียงลำดับความสำคัญไว้แล้วทุกอย่างอยู่ในกระเป๋าเรียบร้อยเพิ่มเติมคือเครื่องบันทึกเสียง” นภัสรายงานด้วยรอยยิ้ม
“เอาไปทำไม ลิเลียนก็มี”
“เราควรมีเครื่องมือสำรองไว้บ้างเผื่อเครื่องมือหลักมีปัญหาค่ะ อย่าลืมอัดนะคะ” หญิงสาวส่งยิ้มหวาน
อนิรุทธ์ยิ้มจัดการผูกไทด์ของตัวเองต่อแล้วเดินเข้ามาหาภรรยา นภัสยิ้มเริ่มจะเคยชินกับการถูกหอมแก้มก่อนไปทำงานแล้ว หญิงสาวจับเนคไทค์ของสามีและขยับมันให้เข้าที่อีกครั้ง
“รู้ไหมว่าผมมีความสุขมาก ทำไมคุณถึงเพิ่งโผล่มานะ ที่ผ่านมาคุณไปไหน ทำไมผมถึงไม่เจอ” อนิรุทธ์เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“คุณทำงานอยู่อังกฤษฉันทำงานอยู่เมืองไทย จะเจอกันไหมคะ” หญิงสาวอมยิ้มเหล่ตามองเล็กน้อย
“ถ้ารู้ว่ามีเมียแล้วชีวิตมันจะมีความสุขขนาดนี้มีไปนานแล้ว ผมน่าจะรวบหัวรวบหางคุณเสียตั้งแต่ถูกจับตัวไปขัง” เขายิ้มและโอบกอดเธอไว้หลวมๆ
“สายแล้วไปทำงานเถอะค่ะ” หญิงสาวแกล้งไล่เพราะเขิน
“ถ้าไม่ติดว่าสายนะจะชวนคุณทำกิจกรรมบนเตียงบริหารร่างกายเสียหน่อย” ชายหนุ่มแหย่ยิ่งทำให้นภัสเขินมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
“คนบ้า ไปเลย รีบไปได้แล้ว” หญิงสาวดันหลังของสามีและรีบปิดประตูเมื่อเห็นว่าเขาทำท่าจะทำอย่างที่พูดจริงๆ
ลลิตาอยากจะบ้าตายเมื่อเห็นนางแบบสาวหุ่นดีนามว่าเจนนิเฟอร์มาคล้องแขนอนิรุทธ์ทันทีที่เขากำลังจะเปิดประตูเข้าบริษัท ชายหนุ่มตกใจเล็กน้อยเมื่อถูกจู่โจมแต่ก็ตั้งสติได้ในเวลาไม่กี่วินาที เขาแกะมือของเธอออกจากแขนอย่างสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้
“คุณรุทธ์คะ เรามีประชุมนะคะ” เลขาสาวใหญ่เตือน
เธอไม่ชอบนางแบบคนนี้เท่าไหร่นัก เพราะนอกจากจะหยิ่งมากแล้วยังชอบทำตัวเด่นจนน่าปวดหัวก่อนที่อนิรุทธ์จะแต่งงานเป็นที่รู้กันว่านางแบบคนนี้คือคู่ควงที่คั่วกันอยู่ แต่เมื่อแต่งงานแล้วเจ้านายของเธอทำตัวดีขึ้น แต่ดูเหมือนว่าแม่นางแบบคนนี้จะไม่สนใจเรื่องที่เขามีภรรยา
“ครับ เดี๋ยวผมตามไป คุณเข้าไปก่อนก็ได้นะ ลิเลียน”
“แต่” ลลิตาสบตาเจ้านาย สายตาของเธอเหมือนสายตาของผู้ใหญ่ปรามเด็กเพราะกลัวออกนอกลู่นอกทาง
“ไม่ต้องห่วงครับผมรู้ว่าต้องทำอะไร”
ลลิตาพยักหน้าและเดินเข้าไปในตึก ในเมื่อเจ้านายพูดแบบนี้ก็แสดงว่าเขารู้ตัวเองว่าจะต้องทำตัวอย่างไร
“ฮันนี่ ทำไมทำตัวห่างเหินจังคะ เมื่อก่อนเราแนบชิดกันจะตาย” สาวสวยพูดพร้อมทั้งซบหน้าลงกับอกกว้างอย่างจงใจ มือบางลูบไล้แขนของเขาเบาๆ
“เพราะเมื่อก่อนกับตอนนี้มันต่างกัน สถานะของผมไม่เหมือนเดิม”เขาตอบอย่างสุภาพและไม่ได้โอนอ่อนไปตามเธอ
“เพราะคุณแต่งงานแล้วใช่ไหมคะถึงได้พูดแบบนี้”
“ใช่ คุณทราบก็ดีแล้ว” เขาตอบสั้นๆ
“แต่ฉันยังรักคุณและยังคิดถึงความร้อนแรงความดุดันของคุณอยู่ตลอดเวลาการตัดใจจากคุณมันไม่ง่ายเลย” สาวสวยกอดเขาต่อ อนิรุทธ์ถอนหายใจแล้วค่อยๆดันตัวเธอออกมาให้ห่างอย่างสุภาพอีกครั้ง
“มันไม่ใช่เรื่องที่ดี”
“ฉันยังตัดใจจากคุณไม่ได้นี่คะ คุณเองก็อย่าเพิ่งตัดรอนฉันเลยนะ ให้เวลาฉันบ้าง” สาวสวยอ้อน
“ผมไม่มีเวลาให้ใครแล้วนะคนสวย เพราะเวลาของผมต้องอยู่กับเมียและอยู่กับงาน”
“คุณกลัวเธอหรือคะ” เจนนิเฟอร์ถามต่อเขานิ่งไปเล็กน้อยก่อนที่จะตอบ
“ผมไม่เคยกลัวเมีย ไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น แต่ไม่อยากทำอะไรให้ตัวเองต้องเสียเกียรติ” อนิรุทธ์ตอบเสียงเข้ม
“คุณไม่เสียหรอกค่ะ ตรงกันข้ามคุณมีแต่ได้ เพราะคุณได้หัวใจของฉันไปด้วย รู้ไหมคะว่าคุณทำร้ายจิตใจฉันมากแค่ไหนตอนที่รู้ว่าคุณแต่งงานแล้วฉันทำอะไรแทบไม่ถูก มันเจ็บปวดนะคะ” สาวสวยทำเสียงเศร้า
“อย่างนั้นเหรอ”
“ค่ะ แล้วคุณจะไม่แนะนำให้ฉันรู้จักกับภรรยาของคุณหรือคะ”
“คุณอยากจะรู้จักภรรยาของผมงั้นเหรอ”
“ใช่ค่ะ อยากพบ เธอคงจะสวยมากไม่อย่างนั้นคุณคงไม่แต่งงานกับเธอจริงไหมคะ”
“ผมคงต้องถามภรรยาของผมก่อนว่า เธออยากจะพบกับคุณไหม”
“คุณกำลังกีดกันนะคะ”
“ผมไม่ได้กีดกัน แต่มันไม่ได้มีความจำเป็นอะไรที่คุณจะต้องพบกับภรรยาผม”อนิรุทธ์เสียงเข้มเล็กน้อย เขาไม่ต้องการให้เรื่องเก่าไปวุ่นวายกับนภัสแม้แต่นิดเดียว
“เอาเถอะค่ะ ฉันไม่ว่าอะไร ว่าแต่กลางวันนี้ว่างไหมคะ ไปกินอาหารกลางวันกันดีกว่านะ ฉันอยากกินข้าวกับคุณ เราไม่ได้กินข้าวด้วยกันนานแล้ว นะคะ อย่าปฏิเสธนะ” สาวสวยอ้อนเพราะถ้าไม่พูดแบบนี้เขาคงต้องบอกปัดอย่างแน่นอน
“ก็ได้” ชายหนุ่มตอบอบรับอย่างจำใจเพราะไม่อยากให้เธอเสียหน้า
“ถ้าอย่างนั้นฉันนั่งรอคุณทำงานที่นี่เลยนะคะ” สาวสวยหอมแก้มเขาเบาๆ พร้อมทั้งเดินคล้องแขนแสดงความเป็นเจ้าของเข้าไปในตึกในขณะที่อนิรุทธ์นั้นได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
นภัสยิ้มให้เด็กรับใช้ก่อนที่จะเดินไปรับโทรศัพท์ด้วยท่าทางที่ผ่อนคลาย หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งแล้วเอ่ยทักทายอย่างสุภาพ
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดี เธอคือภรรยาของคุณอนิรุทธ์ใช่ไหม” ปลายสายตอบกลับมาอย่างไม่มีความสุภาพ
“ค่ะ”
“ฉันเป็นผู้หวังดีนะ วันนี้ฉันเห็นสามีของเธอควงกับผู้หญิงคนอื่นและแอบได้ยินว่าจะไปกินอาหารที่ร้านอาหารสุดหรูด้วยกัน จากนั้นคงจะไปต่อด้วยการจิบชายามบ่ายกัน”
นภัสนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินอย่างนั้น แต่ยังคงอยู่ในท่าทางที่สงบ
“บางทีอาจจะเป็นเพื่อนกันก็ได้นี่คะ”หญิงสาวมองในแง่ดี
“ถ้าเป็นเพื่อนคงไม่หอมแก้มกันหน้าบริษัทอย่าโลกสวยไปหน่อยเลย เธอกำลังจะถูกนอกใจรู้ไว้ด้วย” ปลายสายกระแทกเสียงใส่
“ดูเหมือนคุณจะรู้ดีจัง อยากเห็นเขากับฉันผิดใจกันหรือคะ” นภัสถามกลับอย่างสุภาพแต่ในใจเริ่มร้อนรุ่ม
ในขณะที่เจนนิเฟอร์แทบกรี๊ดเมื่อถูกย้อนแบบรู้ทันเธอแอบมาโทรศัพท์ไปที่อพาร์ตเม้นต์ของอนิรุทธ์ตั้งใจว่าจะทำให้ผู้หญิงที่เป็นมารหัวใจร้อนรุ่ม แต่ดูเหมือนจะตรงกันข้ามเพราะผู้หญิงคนนั้นดูสงบกว่าที่คิดไว้มาก
“ฉันแค่ไม่อยากให้เธอดูโง่ในสายตาคนอื่น”
“ขอบคุณนะคะที่หวังดีโทรมากบอก เอาเป็นว่าฉันรับรู้แล้ว พอใจไหมคะ” นภัสตอบกวนๆ และนั่นยิ่งทำให้คนฟังโมโหจนถึงกับกดตัดสายไปทันที
นภัสมองคนที่เดินเข้ามาในบ้านด้วยสายตาที่เยือกเย็น อนิรุทธ์แทบจะทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นสายตาที่เย็นเฉียบของภรรยา
“ทำไมมองผมแบบนี้ จะแช่แข็งผมหรือไง” เขาแกล้งพูดให้ตลกแต่เธอไม่ขำด้วย
“อย่ามาทำตลกค่ะ วันนี้กินข้าวกลางวันอร่อยไหมคะ”เธอเข้าเรื่องที่อยากรู้ทันที เพียงแค่นี้ก็รู้สาเหตุแล้วว่าทำไมภรรยาถึงต้องมองด้วยสายตาพิฆาต
“ไม่อร่อยเท่ากินกับคุณ” ชายหนุ่มประจบทันที
“ปากหวานใช้กับฉันไม่ได้หรอกนะคะ ไปกินกับใครมาคะ” นภัสมองอย่างจับผิด
“เจนนิเฟอร์มาชวนน่ะ และผมปฏิเสธไม่ได้เพราะเธอมาดักรอ แต่ก็แค่กินข้าวจากนั้นผมก็กลับไปทำงานไม่เชื่อถามลิเลียนได้” เขาพูดตามตรง
“อาหารไม่เท่าไหร่แต่หลังจากนั้นไปไหนกันมาด้วยหรือเปล่าคะ” นภัสลอบยิ้มดีใจที่อีกฝ่ายไม่โกหก
“อ๋อ นี่แอบสืบเรื่องของผมใช่ไหม” อนิรุทธ์อมยิ้มเมียเขานี่ไม่ธรรมดาจริงๆ
“เปล่าเสียหน่อย แต่ว่ามีคนที่เรียกตัวว่าผู้ประสงค์ดีโทรมาบอกฉันพร้อมทั้งรายงานพฤติกรรมของคุณทุกอย่าง ดูเหมือนว่าจะมีคนจับผิดคุณอยู่” นภัสบอกตามจริง
“แล้วคุณเชื่อที่เขาบอกไหม” เขาไหวไหล่เล็กน้อยท่าทางเหมือนไม่ใส่ใจแล้วถามในสิ่งที่อยากรู้
“ฉันเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นมากกว่า”
“แสดงว่าคุณตามไปดู”
“เปล่าค่ะ ฉันไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น ถ้าฉันทำคงไม่มาถามคุณแบบนี้หรอก ที่ถามเพราะอยากรู้ว่าคุณจะตอบฉันอย่างไรก็เท่านั้น”
“แล้วคำตอบของผมทำให้คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง” เขาถามอยากรู้ว่าเธอจะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้
“ก็ไม่มีอะไรนี่คะ เพราะคุณพูดความจริง” นภัสไม่ติดใจอะไร
“แสดงว่าคุณเชื่อใจผม”
“ถึงคุณจะโกหกก็เชื่อเพราะฉันไม่เห็นมันด้วยตาของตัวเอง เอาเป็นว่าครั้งนี้คุณรอดตัว”
“ผมอยากรู้จังว่าใครเป็นโทรมารายงาน”อนิรุทธ์สงสัยเพราะไม่น่ามีใครสนใจเรื่องของเขา
“เห็นว่าเป็นผู้หวังดีแต่คงไม่ประสงค์จะออกนาม เอาเป็นว่าฉันจะถือว่าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ก็แล้วกันนะคะ” เธอตัดบทเพราะไม่อยากเอาเรื่องไร้สาระมากวนหัวใจ
“หวังดีเหรอผมว่าไม่ ถ้าจะให้เดาคงอยากให้คุณกับผมแตกกันแน่ๆอย่าให้รู้นะว่าใคร” น้ำเสียงอนิรุทธ์หงุดหงิดเล็กน้อย
“ถ้ารู้ คุณจะทำไมคะ”
“ก็จะจับดีดปากแรงๆ น่ะสิ ดีที่คุณไม่หูเบา ไม่อย่างนั้นผมคงแย่”
“ถึงอย่างไรฉันก็ยังไม่ไว้ใจคุณร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะคะ แต่ครั้งนี้จะยกเว้นไว้สักครั้งเพราะถือว่าครั้งแรก”
“ทำไมถึงยังไม่ไว้ใจผมล่ะนี่ผมเป็นสามีที่ดีมาก” เขาอ้อนพร้อมทั้งทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ โอบกอดภรรยาไว้หลวมๆ ก่อนที่จะวางศีรษะของตัวเองไว้บนไหล่ของเธอ
“ประวัติที่ผ่านมาของคุณ มันทำให้ยากที่จะไว้ใจ คุณไม่เคยขาดเรื่องนี้”
“ใครว่าขาดไปตั้งแต่เจอคุณนั่นแหละ” เขาเถียง
“ก็ไม่นานมานี้เองนี่คะ เรื่องนี้มันต้องดูกันยาวๆ”
“อันนี้มันก็ต้องขึ้นอยู่กับเมียจ๋าด้วยนะ” ว่าแล้วเขาก็จับมือเธอขึ้นมาจูบหลายๆ ที
“มันอยู่ที่ตัวคุณไม่ได้อยู่ที่ฉันเอาเป็นว่าตอนนี้คุณควรลุกขึ้นไปอาบน้ำให้สบายใจและค่อยลงมากินอาหารค่ำกันเพราะฉันเริ่มหิวแล้ว” นภัสตัดบทใช้มือดันใบหน้าคมให้ออกไปจากไหล่ช้าๆ และเบนไหล่หนีเมื่อเห็นว่าเขาจะทำแบบเดิมอีกครั้ง
“ขอซบไหล่อีกนิดไม่ได้หรอ” ชายหนุ่มอ้อน
“ไม่ค่ะ คุณออเซาะฉันมากพอแล้ววันนี้” เธอตัดบทพร้อมทั้งลุกขึ้นยืน เขาขมวดคิ้วพร้อมทั้งมองเธออย่างแสนงอน
“ผมงอนแล้วนะ”
“คุณเป็นผู้ชายไม่ควรขี้งอนค่ะ เรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของผู้หญิงอย่างฉันจะดีกว่า” นภัสอมยิ้มแล้วพูดว่า
“วันนี้ฉันลงมือทำอาหารเองนะคะ โทรศัพท์ไปหาแม่จ๋า ท่านบอกว่าคุณชอบกินแกงเขียวหวานเนื้อ ไข่เจียว ผัดเปรี้ยวหวาน ฉันลงมือทำเองตั้งแต่ตำเครื่องแกง ถ้าคุณยังงอนอยู่ก็น่าเสียดายเพราะถ้าคุณไม่ยอมกินฉันคงจะเททิ้งให้หมด” นภัสแอบพอใจเมื่อเห็นสีหน้าสามีที่เปลี่ยนจากคนแสนงอนเป็นตื่นเต้นแทน
“ก็ได้ คราวนี้จะยอมคุณสักครั้ง ถือว่าคุณง้อผมด้วยของโปรดหรอกนะ” เขาพูดออกมาแก้เก้อทั้งที่ดีใจแทบต้นเมื่อเห็นว่าเธอเอาใจใส่
“ไปอาบน้ำให้สบายตัวก่อนดีกว่าค่ะเดี๋ยวฉันจะอุ่นให้มันร้อนสักนิด” นภัสดันหลังคนตัวใหญ่ให้เดินไปอาบน้ำเสียทีเธอเองก็จะได้ทำอย่างอื่นบ้าง
“ขอหอมแก้มทีแล้วจะยอมไป”
“ไม่มีข้อต่อรองค่ะ”
“ใจดำที่สุด” เขาบ่น แต่เมื่อเผลอก็ขโมยหอมแก้มจนได้ พร้อมทั้งวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วเมื่อหอมจนพอใจแล้ว
“คุณนี่มันไวเป็นลิงเลยนะคนบ้า”
“นี่แหละผม ความจริงอยากทำมากกว่าหอมนะ” อนิรุทธ์หน้าทะเล้นยักคิ้วข้างเดียวให้
“ไปได้แล้ว” นภัสเอ่ยปากไล่อย่างอ่อนใจ เขายิ้มพร้อมทั้งทำตามที่ภรรยาบอกอย่างเต็มใจ
ฝากนิยายด้วยนะคะ
