เช้าวันรุ่งขึ้น ผมกับท่านพ่อเอ็นทรัมก็ไปแจ้งข่าวให้กับฝ่าาเบอร์บิคที่สิบเจ็ดได้รับรู้ และพระองค์ก็พระพักตร์ถอดสีทันทีที่ได้รับทราบเื่ราวแบบนี้
“แสดงว่านี่เป็เื่ใหญ่แน่นอน” พระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ดกล่าว “พวกเราต้องจัดทัพอย่างเร่งด่วน”
“แล้วก็ช่วยจ้างนักผจญภัยด้วยครับ” ผมแนะนำ “ยิ่งเยอะเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะจะได้มีกองกำลังมาตอบโต้กองทัพของแบ็กซ์เทอรัสให้ได้ครับ”
“ฉันว่าอย่าลืมพาพ่อหนุ่มแจสเตร็ดมาด้วยก็ดี” ฝ่าาแนะนำ “เขาเหมือนเป็คู่หูประจำตัวนายแล้วด้วยนะ”
“ก็ดีครับ” ผมบอก “มีเขาไว้ติดตัวก็ดูอุ่นใจขึ้นมาเยอะ”
ระหว่างที่อาณาจักรผมรอพวกนักผจญภัยเดินทางมา ผมก็ได้ไปนั่งทบทวนความรู้เกี่ยวกับพวกมอนสเตอร์ที่พวกจอมมารและเทพอสูรใช้งาน ก็มีพวกออร์ก โอเกอร์ โทรลล์ ก็อบลิน แล้วก็ัเงา ตามประสาพวกแฟนตาซีทั่วไป แต่ผมดันไปสะดุดตาที่เ้าไทแรนต์นี่แหละครับ
ก่อนที่ผมจะไปพูดถึงไทแรนต์ ขอพูดถึงัก่อน หลายท่านอาจจะเพิ่งได้ยินว่า ัเงา มันมีด้วยเหรอ โลกนี้มีครับ จะว่าไปบางอาณาจักรก็ใช้ัในการสู้รบและเลี้ยงัเป็สัตว์ประจำอาณาจักรในตัว และัในโลกนี้มีหลากหลายสายพันธุ์ มีทั้งัไฟและัน้ำแข็ง อันเป็สายพันธุ์ส่วนใหญ่ของัครับ ัทั้งสองสายพันธุ์นี้แตกต่างที่สีผิวครับ ัไฟก็สีส้มแดง ัน้ำแข็งก็สีน้ำเงินขาว แต่จะมีัสายพันธุ์หนึ่งที่พวกจอมมารชอบใช้ประจำ: ัเงา
ัเงาเป็ัไฟที่ถือกำเนิดในมิติเงา และเป็ัสายพันธุ์ที่ชั่วร้ายที่สุดในโลกแฟนตาซีของเรา มันถูกจอมมารและเทพอสูรใช้เป็เครื่องมือในการต่อสู้ และมันมีเจตจำนงที่อยากจะล้างบางชีวิตจากต่างมิติให้หมดไปไม่แพ้กับจอมมาร ขนาดัิญญา ัจากมิตินรกที่ผิวสีน้ำตาลเข้มและไม่ได้เลี้ยงเชื่องเท่าัไฟธรรมดา ๆ แถมยังพ่นไฟสีน้ำเงินที่ให้ความร้อนสูงกว่าไฟสีส้มยังไม่ได้มีเจตนาร้ายเท่าัเงามาก่อนเลย
ันั้นแต่ละตัวก็มีลักษณะร่างกายไม่เหมือนกัน บางตัวก็มีสองขาซึ่งจะมีนิ้วมือที่ปีกไว้ยึดเกาะเพื่อความสมดุล บางตัวมีสี่ขา ทำให้นิ้วมือที่ปีกแทบไม่จำเป็ บางตัวก็มีสามหัว ซึ่งตัวไหนมีสามหัวนี่ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันอยู่จุดสูงกว่าัหัวเดียว และที่อยู่จุดสูงสุดเลยก็คือพวกัที่มีทั้งสามหัวและสี่ขา ไอ้ที่วัดว่าตัวไหนอยู่จุดสูงกว่าหรือต่ำกว่า ก็ง่ายมากครับ มันวัดที่ค่าอำนาจเฉลี่ยครับ และพวกัเงาที่มันมีสามหัวและสี่ขา ถือเป็ัเงาที่อันตรายที่สุดแล้วครับ
ต่อมาก็คือไทแรนต์ เ้าอสุรกายั์เดินสองขาที่ทำจากหินออบซิเดียน มีหัวเหมือนหมูป่าสวมเขากระทิงและนอแรด ปีกหนังแบบั กรงเล็บมืออันแหลมคม และมีเท้าแบบวัวกระทิง มีแผงหลังเป็หนามแหลมแบบสเตโกซอรัส และหางเป็ลูกตุ้มคล้ายแองคิโลซอรัสแต่มีหนามหุ้มลูกตุ้มด้วย ความสูงของมันโดยเฉลี่ยถ้าใช้มาตรวัดเมตริกจากโลกเก่าผมก็ประมาณยี่สิบห้าเมตร ความสามารถของมันก็คือ ความทนทานของมันครับ อาวุธกายภาพเพียว ๆ ใช้ไม่ได้ผล ต้องจัดด้วยอาวุธเวทย์ล้วน ๆ ไม่ก็อาวุธกายภาพที่ใส่พลังเวทย์เข้าไป พละกำลังก็โหดใช้ได้ครับ คือเรียกว่าแรงช้างสารยังน้อยไป แรงวาฬสีฟ้าเลยดีกว่าครับ กวาดต้นไม้ั์ปลิวไปสิบเมตรขนาดนี้ แล้วคนตัวเล็ก ๆ จะเหลือเหรอครับ นอกจากนี้มันจะปาลูกไฟที่จะมีดาเมจรุนแรงมาก และมันแบ่งเป็สามสายพันธุ์หลัก ๆ อย่างไทแรนต์ทั่วไป ไทแรนต์ิญญาและไทแรนต์เงา ไทแรนต์ทั่วไปจะขว้างลูกไฟธรรมดา ไทแรนต์ิญญาจากมิตินรกจะจะขว้างลูกไฟสีฟ้าซึ่งจะให้ความร้อนสูงกว่าไฟสีส้ม และก็ไทแรนต์เงาจากมิติเงาที่จะขว้างลูกไฟสีม่วง และก็เหมือนกับทุกสิ่งมีชีวิตจากมิติเงา พวกไทแรนต์เงามักจะถูกใช้เป็เครื่องมือต่อกรกับกองทัพศักดิ์สิทธิ์เสมอ อย่างไรก็ตาม หลังจากาครั้งแรกจบลงที่ชัยชนะของฝ่ายพระเ้า ก็มีจอมมารบางตนดัดแปลงไทแรนต์เงาให้กลายเป็อะไรที่ร้ายกาจกว่า อย่าง ออบซิเดียนบีฮิมอธ ที่มีความสูงเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าห้าสิบเมตรในโลกเก่าผม และมันฉลาดที่จะสร้างอาวุธทิพย์ทำจากไฟเงาไว้ใช้งานได้ด้วย เช่น แส้ กระบองตุ้ม ดาบ ขวาน และค้อน เป็ต้น และความฉลาดในการรบก็จะมากกว่าไทแรนต์เงาอีกด้วยครับ
นอกจากนี้ก็ยังมี เซอร์เบอรัส หมาป่าั์สามหัว ที่มีหลากหลายสายพันธุ์แตกต่างกันไป บางตัวก็พ่นไฟได้สารพัดสีตามสายพันธุ์ของพวกมัน (เช่นสายพันธุ์อื่นพ่นไฟสีส้มแดง สายพันธุ์ิญญาพ่นไฟสีฟ้าที่ร้อนแรงกว่า และสายพันธุ์เงาพ่นไฟสีม่วงเป็ต้น) บางตัวก็มีปีกบินได้เหมือนั บางตัวก็หางหนามแหลม หรือไม่ก็มีแผงหลังแหลมคม แต่พวกที่อยู่ในกองทัพของจอมมารก็ นั่นแหละครับ เซอร์เบอรัสเงาจากมิติเงานั่นแหละครับ
และจากที่แบ็กซ์เทอรัสอยู่ระดับภัยคุกคาม Apocalypse+ 35 (277) ทำให้ผมรู้สึกว่า ไอ้หมอนี่น่าจะมีแกนนำเป็พวกัเงาสามหัวสี่ขา เซอเบอรัสเงาปีกั ไทแรนต์เงา และออบซิเดียนบีฮิมอธแน่ ๆ และจากที่ผมคุยกับท่านเอลซ่ามา ผมก็คาดหวังว่าจะได้เจอกับพวกผู้กลับชาติมาเกิดที่มีค่าอำนาจเฉลี่ยที่ Expertise+ 35 (276) ขึ้นไป รวมกันให้เยอะ ๆ หน่อยแล้วแล้วกันครับ
หลังจากนั้นไม่นาน ขบวนกองทัพจากอาณาจักรฟาโลน่า นำโดยแจสเตร็ดคนดีคนเดิม และขบวนรบของเอลฟ์จากอาณาจักรแคสตรานามัส ก็เข้ามาช่วยเสริมทัพคุ้มกันมัสโทรนัมและโอคอนเนีย และที่ขาดไม่ได้ก็คือเหล่า “ผู้กลับชาติมาเกิด” ที่มีค่าอำนาจเฉลี่ย Expertise+ 35 (276) ขึ้นไป รวมกันแล้วก็ประมาณเจ็ดหมื่นคนเลยก็ว่าได้
และผมกับเหล่าดยุกอีกประมาณสิบกว่าคนก็มาช่วยนำทัพเพื่อต่อสู้กับกองทัพแห่งความมืดที่แบ็กซ์เทอรัสส่งมาให้ได้ และพวกเราเตรียมพร้อมแล้วที่จะต่อต้านกองกำลังของพวกมัน
พวกเราพร้อม แต่ไอ้พวกนั้นก็ยังพร้อมเหมือนกัน แม่ทัพตัวแรกที่มาสู้ด้วยคือเทพอสูรชั้นเดลต้านามว่า รอลว็อค… เอ่อ… ขออธิบายอย่างนี้ก่อนครับ
ระดับของเทพที่รับใช้พระผู้สร้าง มีการเรียงลำดับจากสูงสุดไปต่ำสุดได้ดังนี้ อัลติม่า อัลฟ่า เบต้า แกมม่า และเดลต้า ซึ่งอัลฟ่าเป็บริวารของอัลติม่า เบต้าก็บริวารของอัลฟ่า แกมม่าเป็บริวารเบต้า และเดลต้าเป็บริวารของแกมม่าด้วย
กลับมาที่รอลว็อค แม่ทัพของฝ่ายแบ็กซ์เทอรัส มันได้พาพลเหล่าอันเดด ไม่ว่าจะซอมบี้หรือโครงกระดูก มาเป็พวกลูกกระจ๊อกไว้ให้พวกเราไล่ฟาร์ม ส่วนออร์ค ก็อบลิน โอเกอร์ และโทรลล์ มีหน้าที่ในการคุมเครื่องจักราอย่างพวกปืนใหญ่ ป้อมติดล้อ และเครื่องเหวี่ยงกระทุ้ง รวม ๆ แล้วก็มีอย่างละแสนตัว แล้วก็จะมีเซอร์เบอรัสเงา 100 ตัว ไทแรนต์เงา 50 ตัว ออบซิเดียนบีฮิมอธ 25 ตัว ัเงาสี่ขาสามหัว 5 ตัว
ส่วนพวกเรามีอะไรบ้าง พลหอก พลธนู พลหน้าไม้ พลเวทย์ แล้วก็มีปืนใหญ่อีก ก็ประมาณอย่างละสามสิบล้านคน ส่วนฝ่ายพลอากาศ ก็…เอ่อ… นอกจากพลเพกาซัสแล้วที่เหลือก็รอฝ่ายัน้ำแข็งหรือไม่ก็อินทรีั์มาช่วยอย่างเดียวครับ พวกเราได้ตั้งค่ายรบรอบอาณาจักร และพวกเราก็มองเห็นว่าเ้ารอลว็อคได้เดินทางมาใกล้แล้ว ห่างจากขอบเขตของค่ายประมาณสามกิโลเมตร ผมก็ได้เรียกพลหอกมาตั้งรับก่อนเป็กำแพงมนุษย์ห้าชั้น รอดูว่าท่าทีของมันจะมายังไง
ปรากฎว่าทันใดนั้น ไอ้ัเงาสี่ขาสามหัวนั่นก็ก็พุ่งเข้าใส่พวกเราเป็ตัวแรก
“พลเวทย์!” ผมะโสั่ง
“รับทราบ!” เหล่าพลเวทย์ขานรับแล้วทำการกางโล่เวทย์ป้องกัน แล้วจากนั้นก็ทำการชาร์จลูกไฟสีฟ้าหวังจะยิงสวนกลับ ส่วนพลเพกาซัสก็ชักทั้งธนูเวทย์และหน้าไม้เวทย์พร้อมยิงโต้กลับัเงา ศรนั้นอาบแสงแห่ง์อยู่แล้วครับไม่ต้องห่วง แค่คราวนี้เอามันมาพันกับจรวดพลุเพื่อแรงะเิที่มากขึ้น
พลเพกาซัสบางนายตัดสินใจขว้างหอกใส่ปีกเพื่อที่จะให้ัเงาตัวนี้ร่วงลงมา โดยให้แน่ใจว่า จุดตกของเ้าัจะอยู่ห่างจากพวกเราและอาณาจักรมากพอ ซึ่งมันก็ค่อนข้างยากพอสมควร และต้องใช้เวลาในการล่อให้มันไปให้ไกลจากพวกเรา
ในขณะที่ฝั่งภาคพื้นดินเอง พวกอันเดด ก็อบลิน และออร์คก็โร่มาแล้วครับ ขี่ชาโดว์บีสต์ซึ่งเป็หมูป่าที่สวมเขากระทิงและนอแรดควบมา แต่ว่าเรามีพลหอกห้าชั้น พร้อมกับการดักชั้นสองคือ ฝูงลูกธนูพลุผสมหัวอาบแสง์ ยิงไปถล่มให้อย่างน้อยมันชะงักก็ได้ล่ะวะ
ไม่นานัเงาสามหัวสี่ขาตัวแรกที่เปิดก่อนก็ได้ปีกหักและร่วงลงมาก่อนใครเพื่อน ซึ่งตกลงมาในจุดที่ห่างจากฐานทัพของพวกเราไปพอสมควร ซึ่งแน่นอนว่า ัอีกสี่ตัวที่เหลือรู้ดีว่าเพื่อนกำลังาเ็ เลยเหาะตามมาทีหลังหวังจะย่างสดพลเพกาซัสให้วอดวาย และอ้ายมาสี่ตัวอย่างนี้ พวกพลเพกาซัสคงเอาไม่อยู่แน่นอน
ทันใดนั้นฝูงอินทรีั์สามสิบตัวและัน้ำแข็งสี่ขาสิบตัวได้โผล่ออกมา ไม่รู้ว่าจะมาจากอาณาจักรไหนกันแน่ แต่อย่างน้อยมันก็พอให้พวกฝ่ายตรงข้ามไขว้เขวมากขึ้นล่ะนะครับ
ตัดกลับมาที่ภาคพื้นดิน ตอนนี้พวกเอลฟ์จากแคสตรานามัสได้โชว์เทพ ไล่ตบไอ้เ้าเซอร์เบอรัสเงา ไทแรนต์เงา และออบซิเดียนบีฮิมอธมากขึ้น และมันก็เริ่มล่าถอยไปมากขึ้น
ส่วนผมทำอะไรน่ะเหรอ?
หึ ๆ ผมก็บุกไปดวลดาบกับไอ้รอลว็อคนั่นแหละครับ และสกิลประเมินที่ผมใช้กับมันก็ได้ดังนี้…
ชื่อ: Rolvok
เผ่าพันธุ์: จอมมาร/าาปีศาจ/เทพอสูร
ประเภท: Dark Deity
ธรรมชาติ: Hostile
อายุ: 1,430 ปี
Health: 100%
Stamina: 100%
Mana: 100%
Condition: Normal
Threat Level: Apocalypse Plus 14 (173)
Description: เทพอสูรชั้นเดลต้าที่ทำหน้าที่เป็แม่ทัพให้กับแบ็กซ์เทอรัส โดยมีหน้าที่เพื่อนำทัพไปล้างบางศัตรูทั้งหมด การบุกจู่โจมพื้นที่ต่าง ๆ ก่อนที่จะมาโจมตีมัสโทรนัมนั้นก็ไม่ธรรมดา เพราะทุกหมู่บ้านและทุกอาณาจักรที่ไม่ได้เตรียมการป้องกันมาอย่างดี ถูกทำลายมานักต่อนักแล้ว และเขาก็เคยทำหน้าที่ลักพาตัวเ้าหญิงจากอาณาจักรต่าง ๆ หรือทำลายวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่แบ็กซ์เทอรัสเห็นว่าเป็อันตรายเกินกว่าจะปล่อยไว้มาหลายครั้งแล้ว
Behavior: Replica Summoner: ซัมมอนเหล่าร่างปลอมของตัวเองเป็จำนวนมากเพื่อล่อศัตรูให้ไขว้เขวและเสียท่า เปิดโอกาสให้ตัวจริงสามารถโจมตีศัตรูได้ง่ายขึ้น, ??? [x20+]
ความสามารถหลักในการสร้างร่างปลอมของตัวเองงั้นเหรอ ท่าจะงานหนักแล้วสินะ เอาวะ มาถึงขั้นนี้แล้วผมก็คงไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอกน่า ทักษะฟันดาบแบบอัศวินยุโรปที่ผมฝึกมาทั้งชีวิต ในที่สุดผมก็จะได้ใช้จริงจังสักที
ท่าฮาล์ฟซอร์ด คือการจับดาบสองมือด้วยวิธีที่ เอามือข้างที่ว่างคว้าครึ่งใบดาบ ซึ่งจะช่วยให้ระยะดาบสั้นลง แถมยังมีการควบคุมดาบที่ง่ายมาก มีประสิทธิภาพกับพวกศัตรูที่สวมเกราะ แต่ไอ้รอลว็อคเองก็ชักดาบต้องสาปมาตอบโต้กลับเช่นกัน และยิ่งมีท่าที่จะเสกร่างปลอมของตัวเองได้หลายตัวยิ่งทำให้ผมต้องไขว้เขวไปกันใหญ่ โชคดีมากครับที่เ้าตัวปลอมฆ่าง่ายกว่าตัวจริง หรือตัวปลอมบางตัวเผลอ ๆ ตายแล้วยังทำตัวจริงเจ็บอีกต่างหาก
อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพหุ่นคนท้องโย้แบบนั้นของผม แจสเตร็ดที่มาช่วยลุยก็ยังอดเป็ห่วงไม่ได้ เลยต้องรีบเข้าไปฝ่าการต่อสู้พร้อมกับตี้นักผจญภัยของเขา และแน่นอนว่ามาพร้อมกับเมจหญิงและนักธนูเอลฟ์ที่พยายามจะดึงสมาธิของรอลว็อคไป ไหนจะพาลาดินหนุ่มผมฟ้าประจำตัวที่ใช้ซไวฮันเดอร์สีเขียวอ่อนปัดดาบตัวปลอมศัตรู แล้วตวัดดาบแนวเฉียงฟาดพวกร่างปลอมของรอลว็อคให้หมด และด้วยพลังแสงสว่างที่พาลาดินผมฟ้าคนนี้มี ก็ทำให้รอลว็อคาเ็สาหัสได้ง่ายขึ้น
ในขณะที่ผมเองกำลังดวลดาบกับรอลว็อคตัวจริง โดยตั้งโหลดเอาต์เป็พาลาดิน, เมจ, และอาร์เชอร์ โดยจะมีลูกธนูเวทย์ที่จะใช้จัดหนักกับเหล่าอันเดดที่รอลว็อคชุบชีวิตขึ้นมา แต่กระนั้น
“อึ้ก!”
แย่ชะมัดเลย สภาพคนท้องแก่ของผมไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ทันท่วงที จนมือมารติดกรงเล็บแหลมคมของรอลว็อคเสียบทะลุอกผม หัวใจหลุดออกไปจากร่าง และไอ้หมอนี่มันบีบขยี้หัวใจของผมให้แหลกสลายหวังจะให้ผมสิ้นชีพทั้งกลม ร่างของผมลงไปคุกเข่ากองกับพื้น อาวุธทั้งหมดที่ผมถือหลุดจากมือทั้งสองข้าง และพละกำลังของผมก็ลดลงเรื่อย ๆ ตามสติของผมที่กำลังจะหมดลง ฉะนั้นเฮือกสุดท้ายของผมต้องงัดเอาสกิลนี้มาใช้พยุง…
Fast Regeneration (ฟื้นฟูเร็ว) [S]
สกิลนี้จะช่วยฟื้นฟูทุกาแได้อย่างรวดเร็ว ทว่าทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า แผลที่โดนมันจะสาหัสมากแค่ไหน ถ้าาแมันถึงตาย น่าจะใช้เวลานานสุดไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมง แถมยังขึ้นอยู่กับการฝึกฝนว่าจะใช้กับาแได้กี่ชนิดกัน
แต่แน่นอนว่าวินาทีที่ผมถูกรอลว็อคกระชากหัวใจ ต่อมความแค้นที่มีอยู่ในตัวของแจสเตร็ดก็ปะทุขึ้นมา เขาผละจากร่างปลอมทั้งหมด แล้วซัดเข้ากับตัวจริงทันที
สิ่งที่ผมเห็นในภาพเลือนรางก็คือ ผมได้เห็นเ้าหนุ่มแจสเตร็ดร่วมมือกับเซบาสเตียน ในการกำจัดแม่ทัพชั่วร้ายคนนี้ที่บังอาจทำร้ายผมด้วยาแที่ผมเชื่อว่า ไม่มีใครทนพิษาแไหวหรอกถ้าไม่มีสกิล Fast Regeneration ชั้นสูงเข้ามาช่วย
ถึงกระนั้นผมก็ได้เห็นแสงสว่างที่ไอ้รอลว็อคถึงกับหน้าถอดสีอย่างหนัก แสงสีทองนั้น พร้อมกับร่างสลัว ๆ ของชายคนหนึ่ง ผมมองไม่ชัดเท่าไหร่ แต่นั่นก็เป็ภาพสุดท้ายที่ผมได้เห็นจริง ๆ ก่อนที่ผมจะหมดสติไป…
หลังจากนั้นภาพแรกที่ผมเห็นหลังจากลืมตาตื่นขึ้นมา ก็คือใบหน้าเปื้อนน้ำตาของเคลลีน ที่เมื่อเห็นว่าผมฟื้นขึ้นมาเธอก็กอดผมทันที
“ออสเทร็ธ!!”
โหมดสงสารของผมทำงานขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ผมร้องไห้ตามไปด้วย จนผมััได้ถึงแรงดิ้นของลูกในท้องว่าเดสเตรียนเองก็เป็ห่วงเหมือนกัน
“ฉันคิดถึงคุณมากเลย ฉันรักคุณ ฉันรักคุณ!!” เคลลีนคร่ำครวญ
“ผมก็เหมือนกัน” ผมบอกเสียงสะอื้น
“ถึงแผลจะลึกระดับที่ว่าไม่น่ารอดแน่ ๆ แต่เพราะสกิลพิเศษเลยทำให้สามารถรอดชีวิตไปได้ ถือว่าดีมากเลยครับ”
เสียงใหม่ที่ไม่คาดคิดก็ดังขึ้นจากด้านหลังเคลลีน ผมหันมามองชายผมสีทองตาสีเงิน ที่มาในสภาพหุ่นคนท้องแก่ในชุดเกราะสีทอง ตอนแรกผมไม่รู้ว่าหมอนี่เป็ใครผมก็เลย…
“นั่นใครเหรอ?” ผมถาม
“ผมชื่อแอนดูอิน นาร์เซ็น” ชายท้องกลมคนนั้นตอบ “ผมเป็ผู้กล้าตั้งท้องในตำนานจากาศักดิ์สิทธิ์ครั้งแรก และสามารถสังหารดรอว์มอธ จอมมารชั้นอัลติม่าตนแรกของโลกได้ครับ”
“อย่างนี้นี่เอง” ผมว่า
“ท่านคือดยุกออสเทร็ธ นอฟเลส โมรันนัส ขุนนางผู้ปกครองแคว้นออฟเทร็มแห่งอาณาจักรมัสโทรนัมสินะครับ”
“ใช่แล้ว” ผมตอบ “ยินดีที่ได้รู้จักนะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกันครับ” แอนดูอินตอบ
ระหว่างที่ผมเชกแฮนด์กับแอนดูอิน ผมก็ทำการประเมินทันทีว่าเป็ยังไง
ชื่อ: Anduin Narzen
เผ่าพันธุ์: มนุษย์
เพศ: ชาย
อายุ: 18 ปี
Health: 100%
Stamina: 100%
Mana: 100%
Magic Compatibility Rank: EX+
Average Power Rank: Expertise+ 49 (350)
Class: Multiclass Unlimited Classes (Currently Crusader, ??? (Unlimited))
Condition: 18 years pregnant
STR: 350
AGI: 350
MAG: 350
INT: 350
DEX: 350
VIT: 350
ไม่แปลกใจเลย ผมได้เจอกับบุคคลระดับตำนานที่ได้อวตารกลับมาใหม่เพื่อกำจัดกองทัพแห่งความมืดระลอกใหม่ แถมท้องมาได้สิบแปดปี นั่นก็เท่ากับว่าแอนดูอินเริ่มตั้งท้องทันทีที่ลืมตาดูโลกได้ไม่กี่วินาที ซึ่งก็เป็ไปตามเื่เล่าที่ว่า ผู้กล้าตั้งครรภ์เริ่มตั้งท้องั้แ่วินาทีที่เขาถือกำเนิดขึ้น และคลอดลูกหลังจากที่เขาสามารถกำจัดจอมมารชั้นอัลติม่าตนแรกของโลกอย่างดรอว์มอธได้เป็ที่เรียบร้อย และหลังจากนั้นสายเืของผู้กล้าในตำนานก็ได้ถูกลืมเลือนไป ซึ่งก็น่าจะเพื่อป้องกันไม่ให้ตระกูลได้รับอันตรายจากจอมมารที่มีความแค้นต่อผู้กล้าตั้งครรภ์ในตำนานแหละ แต่ประเด็นคือ ผมสงสัยว่า การเปิดตัวครั้งนี้ จะทำให้จอมมารที่แค้นต่อผู้กล้าตั้งครรภ์ในตำนานรู้ตัวแล้วหรือเปล่านะ
อีกอย่างก็คือ…
“เออ ว่าแต่ แจสเตร็ดกับเซบาสเตียนล่ะ?”
“ผมอยู่นี่ครับ”
เสียงของแจสเตร็ดดังขึ้น และเขาก็มาที่นี่พร้อมกับตี้ประจำตัวที่ได้รับการรักษาอยู่ และเซบาสเตียนก็ยืนใกล้ ๆ ด้วย
“พวกนาย!”
“ผมนึกว่าท่านจะสิ้นชีพทั้งกลมไปแล้ว” แจสเตร็ดคร่ำครวญและรีบเข้ามากอดผมทันที “ท่านโดนไอ้เวรนั่นกระซวกอกท่าน แผลลึกขนาดนี้ไม่น่ามีใครรอดชีวิตมาได้เช่นนี้แน่ ๆ ฮะ”
“โฮ่ย ไม่ต้องห่วงหรอก” ผมปลอบใจ “ฉันเป็พวกกรณีพิเศษที่หายากมาก ๆ ที่มีสกิลในการฟื้นฟูเร็วชั้นสูงสุด แผลลึกแค่ไหนก็หายได้ แต่จะหายได้เร็วแค่ไหนก็อีกเื่หนึ่งนะ”
“ว่าแต่ท่านจะทำยังไงต่อเหรอครับ?” เซบาสเตียนถาม
“รอท่าทีของเ้าแบ็กซ์เทอรัสก่อน” ผมตอบ “ถ้ามันยังไม่เลิกรุกรานเราอีก เดี๋ยวฉันจะเตรียมวิธีการสวนกลับให้ก็แล้วกัน ส่วนนาย แอนดูอิน หาวิธีอะไรก็ได้ที่ทำให้แบ็กซ์เทอรัสและจอมมารที่เคียดแค้นกับตระกูลนายเสียสมาธิให้ได้ และจับตาดูไอ้พวก ‘ผู้กลับชาติมาเกิด’ ที่มีทัศนคติบูลชิทให้ดี ถ้ายังไม่ออกฤทธิ์มากก็ชักจูงให้ละทิ้งสันดานบูลชิทของพวกมันให้ได้ แต่ถ้าถลำลึกเกินเยียวยาก็เชือดมันให้หมดเลยนะ”
“ครับผม” แอนดูอินบอกแล้วทำมือวันทยาหัตถ์ให้กับผม
พอตกกลางคืน ก็เหมือนเดิมครับ ผมดับตะเกียงนอน หวังว่าจะไม่มีอะไรกวนใจผมอีกรอบนะ แต่เมื่อจิตผมจะเข้าสู่ห้วงภวังค์เท่านั้นแหละ ผมก็ได้เจอกับห้องโถงของเทพธิดาเอลซ่าทันทีเลย (โอเค อย่างน้อยผมก็เป็ฝ่ายถูกดึงมาพบกับนาง แทนที่นางจะไปหาผมเองเหมือนก่อนหน้านี้แล้วล่ะครับ)
“สวัสดี ออสเทร็ธ” เทพธิดาเอลซ่าทักทายอยู่บนบัลลังก์ “เ้าเหนื่อยบ้างไหม ไปต่อสู้สเกลใหญ่ครั้งแรก”
“ถ้าถามว่าผมเหนื่อยไหมก็เื่หนึ่งครับ” ผมตอบ “แต่ผมอ่ะเกือบโดนรอลว็อคฆ่าตายแล้วครับ ดีนะที่สกิลฟื้นฟูเร็วช่วยผมไว้ได้ทัน ไม่งั้นผมคงสู่ขิตทั้งกลมแล้วครับ”
ท่านเทพธิดาก็ถอนหายใจโล่งอก แล้วกล่าวต่อว่า
“เอาล่ะ ทีนี้ข้าเองก็ยังต้องจับตาดูท่าทีของแบ็กซ์เทอรัสว่าจะเอายังไง แม้มันจะเป็เทพอสูรชั้นแกมม่า แต่การที่มันเคยเข้าร่วมศึกศักดิ์สิทธิ์ครั้งแรกและเคยเผชิญหน้ากับผู้กล้าตั้งครรภ์ในตำนานมาก่อน ก็ถือได้ว่าไม่ธรรมดาเอาเื่เลยนะ ถ้ามันรู้ว่ารอลว็อค แม่ทัพเทพอสูรที่ไว้ใจมาตลอด ถูกผู้กล้าตั้งครรภ์ฆ่าตายระหว่างการบุกรุกอาณาจักรของเ้าขึ้นมา น่าจะเป็เื่ที่ใหญ่เอาเื่เลยนะเนี่ย”
“ก็แหงล่ะครับ” ผมตอบ “ยิ่ง่นี้จอมมารหลายตนเริ่มแตกคอกันเอง แบ่งพรรคแบ่งพวก พยายามจะขึ้นเป็นายเหนือจอมมารทั้งปวงแต่เพียงผู้เดียวอีก คราวนี้วุ่นไปกันใหญ่เลยล่ะครับ”
“โอเค ถ้าอย่างนั้นเ้าจะว่ายังไงล่ะกับเื่ที่เกิดขึ้น่นี้?”
“ผมก็อาจจะต้องคอยจับตาดูแล้วล่ะว่าพวกจอมมารจะเคลื่อนไหวอะไรยังไง” ผมบอก “แบบว่าจะเล็งเป้าไปที่ผู้กลับชาติมาเกิดที่มีทัศนคติบูลชิทคนไหนบ้าง”
“ข้าก็กำลังตามงานอยู่เหมือนกัน” ท่านเทพธิดาเอลซ่ากล่าว “ข้าได้ช่วยกำชับเหล่าเทพธิดาที่อัญเชิญคนจากต่างโลกเข้ามาให้ย้ำเตือนว่าหน้าที่ของพวกผู้ถูกอัญเชิญก็คือช่วยผู้กล้าตั้งครรภ์กำจัดอำนาจมืดที่เหลืออยู่ให้หมดไป ไม่ใช่มาคิดไปเองว่าโลกนี้พวกฝ่ายเทพเ้าเป็ศัตรูที่หาแต่ผลประโยชน์ส่วนตนอย่างเดียว ส่วนจอมมารเป็มิตรและเป็เพียงเหยื่อจากการกระทำ แล้วก็ไปเข้าข้างฝ่ายจอมมารและตัดขาดจากเทพธิดาที่ส่งพวกมันมา เพราะไปเสพติดการ์ตูนต่างโลกมากเกินไป จนสุดท้ายก็ถูกครอบงำแบบเจสันที่เ้าเห็นนั่นแหละ”
“จะว่าไปผมเองก็สงสัยเหมือนกัน” ผมยกประเด็นใหม่ขึ้นมา “ว่าจอมมารตนไหนกันนะที่กล้าทำการครอบงำและดัดแปลงเจสันให้เป็ผีรยางค์หินได้ขนาดนี้ เมื่อสองปีก่อน ตอนที่พวกแจสเตร็ดได้ไปปราบเจสันจนเอาเศษซากทั้งหลายมาเป็เครื่องบรรณาการ มีของชิ้นหนึ่งที่ราชวงศ์มาร์ชเก็บเข้ากรุไว้โดยไม่เคยไปแตะต้องแม้แต่นิดเดียว มันเป็ไอเท็มต้องสาปที่ผมเชื่อว่ามันทำให้เจสันกลายเป็แบบนี้ และผมอยากรู้มากว่า ใครกันแน่ที่สร้างไอ้ของพรรค์นี้ขึ้นมาเพื่อครอบงำผู้ถูกอัญเชิญแบบนี้”
“ถ้าเ้าอยากจะสืบสวนพวกไอเท็มต้องสาปเ่าั้ เ้าก็ต้องระวังด้วยแล้วกัน” ท่านเทพธิดาเอลซ่าบอก “เพราะไอเท็มต้องสาปที่โลกนี้ส่วนใหญ่ก็เป็อันตรายจนแม้แต่จะเข้าใกล้ยังไม่ได้เลย”
“เื่นั้นขนาดโลกเก่าผมก็ยังมีครับ พวกของต้องสาปที่จับต้องไม่ได้เนี่ย ไม่ว่าจะเป็ของจริงหรือในสื่อบันเทิงยุคใหม่ก็ตาม” ผมบอก “เอาเป็ว่าผมพยายามจะทำทุกวิถีทางที่ผมและทุกคนที่เกี่ยวข้องจะสามารถสืบสวนต้นตอของไอเท็มชิ้นที่ว่านี่ให้ได้ครับ”
“อืม…”
“ส่วนฝั่งท่านนี่จะมีอะไรบ้างหรือเปล่าครับ?” ผมถามกลับ
“คือพอดีว่าข้าได้ยินมาว่า มีเทพธิดาบางองค์วางแผนจะอัญเชิญิญญาคนจากต่างโลกมาเกิดในท้องของผู้กลับชาติมาเกิดคนก่อนหน้านี้ พวกเขาก็จะได้คลอดและเลี้ยงดูเหล่าผู้กลับชาติมาเกิดให้เป็คนดีมากขึ้น แต่พวกนางต้องพิจารณาด้วยว่า ใครบ้างที่สมควรจะต้องเป็ผู้ให้กำเนิดผู้กลับชาติมาเกิดคนใหม่ ๆ ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติที่ว่าจะต้องมีทัศนคติดี ไม่คิดลบต่อโลกของเรา แต่ถึงกระนั้น ผู้กลับชาติมาเกิดบางคนอาจจะไม่ได้ถูกเลือกให้ตั้งครรภ์ผู้กลับชาติมาเกิดคนใหม่เนื่องจากพวกเขากำลังตั้งครรภ์ลูกที่เกิดบนโลกใบนี้อยู่ก่อนแล้ว เช่นเ้ากับเซบาสเตียนที่มีทายาทเป็ของตัวเอง แต่ถ้าเ้าคลอดเดสเตรียนเมื่อไหร่ เ้าก็อาจจะมีสิทธิ์ที่จะตั้งท้องผู้กลับชาติมาเกิดคนต่อไปก็ได้นะ”
“อย่างนี้นี่เอง” ผมว่า
“เอาล่ะ แล้วเดสเตรียนตอนนี้เป็ยังไงบ้างล่ะ?” ท่านเทพธิดาเอลซ่าถามต่อ
“ก็สบายดีอยู่ครับ” ผมตอบและลูบท้องกลมโตของตัวเอง “่นี้เขากระตือรือร้นเื่การปราบจอมมารพอสมควร และผมก็ได้พูดคุยกับเขาหลายเื่เหมือนกันครับ”
“ถ้างั้นเ้าก็ดูแลร่างกายตัวเองให้ดีแล้วกัน” ท่านเทพธิดาเอลซ่ากล่าว “เ้าต้องเตรียมพร้อมในการคลอดเดสเตรียนในภายภาคหน้าด้วยนะ”
“ครับผม” ผมตอบ