"เธอยืมไม่ได้หรอกลู่เหยา" ฟู่เสว่จือพูดมั่นใจมาก“ธนาคารไม่ปล่อยกู้ให้เธอแน่ และเธอก็ไม่มีบ้านที่จะขายแล้ว แถมเพื่อนๆ ของเธอก็ยิ่งยากจนแล้วเธอจะไปหาเงินสองล้านมาจากไหน
“เธอคิดว่าเส้าหยุ่นเชินสนใจความสัมพันธ์ระหว่างเธอสองคนงั้นเหรอ?หึ! บางทีเธออาจจะไม่รู้ตัวก็ได้ ถ้าเขาสนใจเธอจริง เขาคงพาเธอไปพบเพื่อนร่วมงานที่บริษัทตั้งนานแล้ว”
ฟู่เสว่จือหัวเราะแล้วพูดต่อ “ตลกจัง ั้แ่ฉันมาทำงานที่นี่ตั้งหลายปีไม่มีใครรู้ว่าเส้าหยุ่นเชินแต่งงานแล้ว เธอคิดว่ามันตลกไหมล่ะ?”
คำพูดของหญิงสาวเพียงไม่กี่คำกลับทำลายป้อมปราการในหัวใจของลู่เหยาได้
น่าขำงั้นเหรอ ทำไมจะไม่ขำล่ะ
มันเป็เื่น่าขำั้แ่ตอนแต่งงานกับเขาแล้วไม่มีงานแต่งงาน มีแค่ทะเบียนสมรสและสัญญาของเขา
“ลู่เหยา หยุดหลอกตัวเองได้แล้ว!” ฟู่เสว่จือเดินไปข้างหน้ามองเหยียดเธอและพูดด้วยท่าทีหยาบคาย “เส้าหยุ่นเชินไม่ได้รักเธอ ช่องว่างระหว่างเธอกับเขาก็ใช่น้อยๆ”
ลู่เหยาเงยหน้ามองเธอ “เธอกับเขาอยู่ด้วยกันั้แ่เมื่อไหร่”
ฟู่เสว่จือคาดไม่ถึงว่าเธอจะถามคำถามแบบนี้เธออึ้งไปและไม่ได้พูดอะไร ราวกับว่าเธอจะทิ้งปัญหานี้ไว้กับลู่เหยา แล้วดูว่าเธอจะคิดอย่างไร
ลู่เหยาหัวเราะออกมาและเข้าใจได้ทันที หยิบเช็คจากมือเธอมาฉีกทิ้ง
หลังจากเธอฉีกเช็คออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยเธอก็โยนให้ฟู่เสว่จือและพูดเบาๆ “ฉันจะหย่ากับเส้าหยุ่นเชิน แต่เธอเก็บเงินนี่ไว้ใช้เองเถอะ!”
เธอเดินชนไหล่ของฟู่เสว่จือออกไป
ไม่ว่าฟู่เสว่จือจะมีการศึกษาดีขนาดไหน แต่เธอก็ยังรู้สึกอายอยู่จึงตะคอกใส่ลู่เหยาว่า “คนไม่รู้จักบุญคุณ!”
แต่ลู่เหยาไม่ได้สนใจเธอ
หลังจากส่งแม่เธอกลับบ้าน ทนายก็โทรมาถามว่าเธอหาเงินได้มากพอหรือยังอีกไม่กี่วันจะเริ่มสืบสวนแล้ว เธอบอกว่าเธอจะหามาให้ได้อย่างแน่นอน จากนั้นก็วางสายไป
ลู่เหยารู้สึกเสียใจที่ฉีกเช็คอย่างหยิ่งยโสถึงอย่างไรเธอก็จะหย่ากับเขาแล้ว จะมีปัญญาหาเงินสองล้านได้จากที่ไหน?
แม่ของเธอถามอย่างระมัดระวัง “เหยาเหยา ทนายเร่งมาใช่ไหมลูก”
"ไม่ต้องกังวลนะคะแม่ หนูจัดการได้"เธอหัวเราะพร้อมกับพูดกับแม่ของเธออย่างมั่นใจ “ช่วยหนูเก็บเสื้อผ้าหน่อยนะคะ เดี๋ยวหนูจะไปซื้อของกลับไปทำอาหารให้แม่กินดีไหมคะ”
“เหยาเหยา ลูกอย่าทำให้ตัวเองลำบากเกินไปนะถ้าไม่มีวิธีอื่นแล้วก็ปล่อยให้พ่ออยู่ในคุกเถอะ มากที่สุดก็สองสามปี แม่มีลูกสาวเพียงคนเดียวนะแม่ไม่อยากให้ลูกใช้ชีวิตลำบาก”
“แม่คะ แม่วางใจได้ค่ะ หนูรู้ว่าหนูทำอะไรอยู่”
ลู่เหยารับปากว่าจะไม่ทำอะไรโง่ๆ ถึงทำให้แม่ของเธอสงบลงได้บ้าง
หลังจากออกจากบ้าน เธอก็หยิบนามบัตรออกมาจากกระเป๋าแล้วกดหมายเลข“รุ่นพี่คะ พอมีเวลาไหมค่ะ?”
ไม่ถึงสิบนาทีเธอก็มาถึงร้านกาแฟที่นัดไว้เซี้ยงตงหนานเดินเข้ามา ในอ้อมแขนของเขามีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อายุประมาณสี่ห้าขวบเธอช่างดูอ่อนหวานและน่ารักมาก
เซี้ยงตงหนานนั่งลงแล้วหัวเราะอย่างช่วยไม่ได้“ขอโทษด้วยนะ เถียนเถียนอารมณ์ไม่ดี ่บ่าย พี่เลยไปพาเธอมาจากโรงเรียนอนุบาล แล้วก็รถติดเล็กน้อยระหว่างทาง”
"ไม่เป็ไรค่ะ" เธอมองไปที่เด็กน้อย"ลูกสาวของพี่น่ารักมากเลย"
เถียนเถียนดูเหมือนจะกลัวคนแปลกหน้า เธอหลบอยู่ในอ้อมกอดของเซี้ยงตงหนานตลอดเวลาตอนที่เขาบอกให้เธอทักทาย เถียนเถียนกลับปฏิเสธอย่างลังเล แต่ดวงตากลมโตของเธอมองที่ลู่เหยาเป็บางครั้ง
ลู่เหยามองเธออย่างอิจฉาเล็กน้อย
หลังจากที่เธอแต่งงานกับเส้าหยุ่นเชิน เวลาเธอเห็นคนอื่นอุ้มเด็กอยู่ในอ้อมแขนเธอจะรู้สึกอิจฉามาก เธอเคยคิดจะใช้วิธีต่างๆ เช่นทำถุงยางอนามัยให้รั่ว หรือยั่วยวนสามีตอนเมาพยายามที่จะมีลูกโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ
แต่เส้าหยุ่นเชินกลับฉลาดกว่าที่เธอคิด ไม่ว่าเธอจะทำอะไรเขาก็ดูออกและบอกไม่ให้เธอทำแบบนี้อีก เขาบอกว่าสี่ปีนี้เขาจะไม่มีลูกแน่นอน
หากภายในสี่ปีไม่มีมีลูก พวกเขาสองคนก็ต้องหย่ากัน