บทที่ 4
แคว้นต้าเหยียน
แคว้นต้าเหยียนเป็แคว้นที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุด การเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์อุดมสมบูรณ์ สามารถปลูกพืชได้แปดเดือนต่อปี ทำให้มีแคว้นใกล้เคียงหมายตาอยากทำศึกา เพื่อหวังยึดมาสักเมืองสองเมืองเอาไว้เพาะปลูก ต้องยอมรับว่าต้าเหยียนเหมาะสมกับการใช้ชีวิตมากกว่าแคว้นอื่นที่หนาวเกินไป แห้งแล้งเกินไป ร้อนอบอ้าวเกินไป
แคว้นข้างเคียงทางเหนือและตะวันออกคือพวกเฮงโน้ว เป็พวกกักขฬะไร้อารยธรรม ส่วนใหญ่เร่ร่อนเลี้ยงสัตว์ไปเรื่อยๆ บุรุษสตรีล้วนมีฝีมือในการต่อสู้ เพราะต้องใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากมาทั้งชีวิต ปีไหนฤดูหนาวยาวนานถึงแปดเดือนเด็กและคนแก่ต้องล้มป่วยและตายไปมากกว่าครึ่ง!
ดินแดนเฮงโน้วกว้างใหญ่กว่าต้าเหยียนเกือบเท่าตัว แต่ละครอบครัวมีบุตรนับสิบคน แม้บางปีมีคนป่วยตาย จำนวนประชากรเกิดใหม่ก็ทดแทนขึ้นเรื่อยๆ สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะแก่การปลูกพืช เมื่อสภาพอาการบีบบังคับ เฮงโน้วจึงได้แต่ต้องเปิดศึกขยายอาณาเขต ซึ่งแต่เดิมเคยเป็ของพวกเขามาก่อน เมื่อใดที่เฮงโน้วมีแม่ทัพเก่งกาจ ชาวทุ่งหญ้าจะไม่อดตาย แม่ทัพของพวกเขาจะตีเมืองของต้าเหยียนมาจนถึงตอนกลางของแคว้นใหญ่ เพียงเท่านี้ชาวชนเผ่าก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
แต่แม่ทัพที่สามารถยึดแคว้นต้าเหยียนอันเพียบพร้อมไปด้วยเสบียงอาหารและเป็จอมวางแผนได้นั้นน้อยครั้งจะปรากฏ คนล่าสุดเคยทำได้เมื่อเกือบสองร้อยปีก่อน!
แคว้นต้าเหยียนมีทั้งเสบียงอาหาร กำลังคน และกำลังอาวุธ มิใช่เนื้อชิ้นโตที่จะเคี้ยวได้ง่าย
เฮงโน้วเหนือกว่าด้วยจำนวนคน พวกเขาเร่ร่อนในทุ่งหญ้า มีบุตรมากมายสืบสกุล หญิงหม้ายสามารถแต่งงานใหม่ได้ ข้อจำกัดของสตรีมีน้อยกว่าแคว้นอื่น สตรีมีบุตรสิบคน ถือเป็เื่ธรรมดา
เมื่อไม่กี่ปีมานี้ เฮงโน้วได้สร้างความตื่นตะลึงให้กับชาวต้าเหยียนและแคว้นข้างเคียง
รองแม่ทัพเฉินเซียว หรือองค์ชายสามฆ่าแม่ทัพใหญ่กัว! แม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของต้าเหยียนในขณะนั้น
แม่ทัพใหญ่กัวทำศึกขยายดินแดนมาหลายสิบปี เขาตีเมืองรุกคืบขับไล่พวกเฮงโน้ว ขยายแคว้นต้าเหยียนจนใหญ่โต การถูกเด็กอายุสิบเจ็ดปีฆ่าตายถือเป็เื่ขายหน้าอย่างยิ่ง
เมื่อแม่ทัพใหญ่ตายลง การเปิดศึกขยายดินแดนของต้าเหยียนจึงต้องหยุดชะงักลง
มีข่าวลับๆ ว่าเฉินเซียวตั้งกองกำลังทหารรับจ้าง ค่าจ้างนั้นสูงลิ่ว แต่มีหลายเมืองยินดีจ่ายเพื่อให้เขาทำศึกให้ ไม่นานชื่อเสียงความฉลาดและโเี้ยิ่งดังออกไปไกล เฉินเซียวได้ฉายาเทพาั้แ่อายุแค่ยี่สิบปี
ต้าเหยียนมีเวลาหายใจหายคอไม่นาน หลังจากเฉินเซียวรับจ้างรบได้เงินมามากมาย บางคนกล่าวว่าก้อนทองสูงเท่าูเาลูกย่อมๆ เลยก็ว่าได้ เฉินเซียวนำเงินพวกนั้นไปซื้ออาวุธ และเริ่มบุกตีต้าเหยียนจากทางเหนือ ทางตะวันตกและตะวันออกองค์ชายใหญ่กับองค์ชายรองเป็คนคุมทัพ ตีต้าเหยียนทั้งสามทิศพร้อมกัน
ทำให้ตอนนี้ในราชสำนักต้าเหยียนเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด!
ฮ่องเต้ต้าเหยียนนั่งไม่ติด บัลลังก์ัโอ่อ่าไร้ผู้ใช้งาน เมื่อตอนนี้โอรส์กำลังถือดาบไล่ฟันขุนนางแต่ละคนเรียงตัว
“ฝ่าา โปรดเย็นพระทัยก่อนพ่ะย่ะค่ะ!” ขุนนางทั้งหลายต่างวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น ท้องพระโรงคึกคักยิ่งกว่าตลาดสด
ฮ่องเต้ฮอบหายใจ “พวกเ้ามันก็ดีแต่หลอกเรา! เงินที่ต้องใช้เป็เสบียงทหาร ใช้เป็เงินซื้ออาวุธ พวกเ้ายังมีใจคิดคด! เมืองของเราถูกตีราบไปถึงสิบสองเมือง! เ้าคิดว่าอีกกี่ชาติจึงจะมีแม่ทัพเก่งๆ อย่างแม่ทัพกัวมาเกิด! แล้วอีกกี่ชาติต้าเหยียนจึงจะยึดคืนกลับมาได้อีก!”
“ฝ่าาอย่าเพิ่งร้อนพระทัยไปเลยพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้เฉินเซียวน่าจะเข้าใกล้เมืองผิงหยางแล้ว บุตรชายแม่ทัพกัวรอเขาอยู่ที่นั่นเพื่อล้างแค้นให้บิดา กระหม่อมเห็นฝีมือของเด็กคนนี้แล้ว ไม่ด้อยกว่าใต้เท้ากัว มีแต่จะเหนือกว่าพ่ะย่ะค่ะ!” เสนาบดีเป็ผู้กล้าไกล่เกลี่ยสถานการณ์
“จริงรึ?” ดวงตาของบุตรัเริ่มเรืองรองอย่างมีความหวัง
“จริงพ่ะย่ะค่ะ เขามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเฉินเซียว วันที่ใต้เท้ากัวถูกฆ่าตาย เขากลับมาเมืองหลวงเพื่อเยี่ยมเยียนท่านย่าที่ป่วยไข้ ว่ากันว่าใต้เท้ากัวมีบุตรชายคนนี้จึงไร้พ่าย เมื่อเขากลับเมืองหลวงจึงเกิดเื่น่าเศร้าเช่นนั้นขึ้น!”
“ดี! เช่นนั้นก็ดีมาก ตัดหัวเฉินเซียวมาให้เรา เราจะเอาไปปักประจานที่แดนเหนือ ให้ไอ้พวกสวะกักขฬะพวกนั้นได้เห็น คิดจะลองดีกับแคว้นของข้า มันต้องเจอเช่นไร!”
เสนาบดียังมีอีกเื่ “ฝ่าา เ้าเมืองตงอิ๋นยอมศิโรราบต่อศัตรู เปิดประตูเมืองให้พวกเฮงโน้วเข้ามาดื่มกินอย่างสบายใจ แม้ชาวเมืองและทหารจะปลอดภัย แต่ทำเช่นนี้เ้าเมืองคนอื่นจะเอาเป็เยี่ยงอย่างได้ ขอฝ่าาตัดสินโทษหลิวเปิ่น เ้าเมืองตงอิ๋นด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
“บังอาจ!” ฮ่องเต้ขว้างดาบลงพื้นด้วยความโมโห “ถึงกับเปิดประตูเมืองต้อนรับศัตรู รู้หรือไม่กว่าจะขยายดินแดนไปถึงเมืองตงอิ๋น ต้าเหยียนต้องสูญเสียงทั้งเงินและกำลังทหารไปมากถึงเพียงใด!”
เสนาบดีส่งสัญญาณให้แม่ทัพผู้หนึ่งไปนำตัวหลิวเปิ่นมา ั้แ่เฉินเซียวเข้าเมืองตงอิ๋น หลิวเปิ่นก็ขี่ม้าเร็วมารับโทษด้วยตัวเองที่เมืองหลวง เขารู้จุดจบของตนเองดี แต่หนึ่งชีวิตแลกกับหมื่นชีวิตถือว่าคุ้มค่า
ร่างแก่ชราถูกโซ่ตรวนพันธนาการแ่าจนแทบหายใจไม่ออก เขาคุกเข่าคำนับ “ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าา”
ฮ่องเต้ถีบแสกหน้าหลิวเปิ่นจนอีกฝ่ายฟันหลุด!
“เ้าเลิกเสแสร้งเสียที! คิดว่าเรานั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้นแล้วจะโง่เขลาเบาปัญญา ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมขุนนางใจบาปเช่นเ้ารึ!? ตอบมา เ้าเป็สายให้เฮงโน้วใช่หรือไม่!? พวกมันใช้สิ่งใดซื้อตัวเ้า!” ฮ่องเต้โกรธจนเส้นเืปูดโปนราวกับจะปริแตกได้ทุกเมื่อ
หลิวเปิ่นหลับตาลง ก่อนจะบอกเล่าความจริงที่ทหารชายแดนต้องเจอ “กระหม่อมเป็เ้าเมืองมาหลายสิบปี ตงอิ๋นอยู่ห่างไกล เสบียงและเบี้ยหวัดทหารล้วนไม่พอกินพอใช้ ทหารมากมายหนีทัพไปจับจอบจับเสียมทำนา กระหม่อมเองไร้ความสามารถ ส่งเื่ขึ้นมาเป็พันฉบับก็ไม่มีใครเห็น เคยมาแจ้งที่เมืองหลวงด้วยตัวเองก็ถูกขุนนางบางกลุ่มสกัดไว้ กระหม่อมไร้หนทาง ได้แต่ยอมเอาชีวิตตัวเองแลกกับชีวิตของชาวเมือง”
ทุกคนในท้องพระโรงเงียบเสียงตั้งใจฟัง บางคนถึงกับขนหัวลุก ใคร่ครวญว่าเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในครั้งนี้หรือไม่
เสนาบดีได้ยินเช่นนั้นรู้สึกไม่พอใจ “ฝ่าา หลิวเปิ่นผู้นี้รู้ว่าตัวเองต้องตายจึงหมายสาดโคลนให้ผู้อื่น กระหม่อมคิดว่าคำพูดของเขาเชื่อถือมิได้แม้แต่น้อยพ่ะย่ะค่ะ!”
หลิวเปิ่นหัวเราะออกมาเบาๆ ดวงตาแก่ชราไร้แสงแห่งความหวัง “แม้ชีวิตข้าน้อยจะไร้ค่า แต่มีผู้ใดไม่รักตัวกลัวตายบ้าง ข้าน้อยหาทางติดต่อขอทั้งอาวุธและเสบียง สิ่งที่ได้รับคือจดหมายว่าส่งมาแล้ว แต่ของอยู่ที่ใดไม่มีใครรู้ เ้าเมืองเล็กๆ ไร้เงินไร้อำนาจเช่นข้าน้อยไม่มีปัญญาสืบหาตัวคนร้าย ขอฝ่าาโปรดตรวจสอบเื่นี้อย่างละเอียดด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
ฮ่องเต้หันไปมองเสนาบดี เื่ส่วนใหญ่เขามักไว้ใจเสนาบดีคู่พระทัยมาตลอด การทุจริตนั้นเป็เื่ปกติ แต่เงินหายไปหมดจนไม่เหลือสักตำลึงเช่นนี้มันหยามพระพักตร์กันเกินไป!
เสนาบดีรีบกราบทูล “ฝ่าาหลิวเปิ่นเปิดประตูเมืองต้อนรับขับสู้พวกเฮงโน้ว เห็นได้ชัดว่ามีใจฝักใฝ่ฏอย่างชัดเจน หลักฐานก็หามีไม่ จงใจใส่ร้ายขุนนางน้ำดีก่อนตายใช่หรือไม่!? เพราะความขี้ขลาดของเ้า ทำให้ทัพศัตรูมุ่งหน้าเข้าสู่ตอนกลางของแคว้นอย่างง่ายดาย!”
“ถุย!” หลิวเปิ่นทนไม่ไหว ถ่มเืและฟันในปากใส่เสนาบดีคู่บ้านคู่เมือง “ความภักดีของข้าฟ้าดินเป็พยาน ท่านผู้กล้าหาญเชิญยกทัพห้าร้อยนายไปต้านข้าศึกเสียประเดี๋ยวนี้เลยดีหรือไม่!? ทหารห้าร้อยนายกับอาวุธที่มีเพียงเคียวและจอบ สู้กับทัพเฉินเซียวให้ข้าน้อยดูเป็ขวัญตาสักตั้ง!”
เสนาบดีหลบไม่ทัน ชุดขุนนางขั้นหนึ่งของเขาจึงเปื้อนไปด้วยเืเหม็นๆ จากปากของหลิวเปิ่น
ฮ่องเต้ฟังทั้งสองเถียงกันอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็ตรัสว่า “หลิวเปิ่น เมืองตงอิ๋นของเ้ามีทหารเพียงห้าร้อยนายจริงหรือ?”
“เป็ความจริงพ่ะย่ะค่ะ!” หลิวเปิ่นตอบเสียงดังฟังชัด
“เช่นนั้นเราจะสั่งสอบเื่นี้ด้วยตัวเอง แต่โทษปะาของเ้า เราไม่อาจละเว้นได้ การเปิดเมืองให้ข้าศึกนี้มีโทษใหญ่หลวง หากเ้าเมืองล้วนคิดเช่นเ้า แคว้นต้าเหยียนคงถึงคราวล่มสลายแล้ว!”
“กระหม่อมน้อมรับผิดแต่โดยดี!”
เสนาบดีมองหน้าขุนนางหลายคนด้วยใบหน้ามืดครึ้ม การแอบกินเล็กกินน้อย่าเป็เื่เหนือการควบคุม ยิ่งข้าศึกบุกพร้อมกันทีเดียวสามทิศทาง เงินจากคลังหลวงย่อมต้องแบ่งเป็สามส่วน ขุนนางเห็นเงินราวกับเห็นของหวาน บางคนละโมบเกินพอดี ไม่คิดถึงบ้านเมือง เพราะคิดว่าให้เ้าเมืองพวกนี้ไปจัดการเอาเอง ทำให้หลายเมืองขาดทั้งเสบียงอาหาร อาวุธ เบี้ยหวัด ยารักษาโรค
เสนาบดีเองก็กังวลกับเื่นี้ แต่คนใหญ่คนโตในราชวงศ์หลายคนได้รับผลประโยชน์ เขาเองก็จนปัญญาจะทัดทาน
ชาวเมืองเริ่มอกสั่นขวัญแขวน ยิ่งเฮงโน้วลุกคืบเข้าใกล้เมืองหลวงเท่าไร พวกเขายิ่งเครียดและนอนไม่หลับ บางคนเริ่มขนของเตรียมหนีลงใต้เอาชีวิตรอด พวกเขารู้ดี หากเฮงโน้วบุกมาถึงเมืองหลวง พวกมันไม่ปล่อยให้ชาวต้าเหยียนมีชีวิตดีๆ อย่างแน่นอน พวกมันตีเมืองใดล้วนฆ่าคนอย่างเหี้ยมโหด ไม่สนเด็ก ไม่สนคนแก่
ฮ่องเต้เสียหน้าอย่างหนัก เฮงโน้วเป็เพียงคนโง่ วันๆ เลี้ยงสัตว์ในทุ่งหญ้า จะฉลาดพอยึดครองแคว้นต้าเหยียนได้เชียวหรือ? หากข่าวชาวเมืองเก็บของหนีตายกันนี้แพร่ออกไป พวกมันคงหัวเราะสะใจพระองค์บนหลังม้าเป็แน่
ชาวเมืองต่างมาต่อแถวที่ประตูทิศใต้ เตรียมหนีออกจากเมืองหลวงต้าเหยียน รอให้าสงบค่อยกลับมาก็ยังไม่สาย พวกเขาเห็นตรงกัน ควรรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ก่อน เื่อื่นค่อยว่ากัน อย่างไรชาวบ้านตาดำๆ ก็ไม่มีปัญญาไปรบทัพจับศึกกับเฮงโน้วอยู่แล้ว พวกเขาหวังว่าภาษีที่จ่ายควรค่าที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครองจากทหาร
แต่ประตูเมืองทางใต้กลับปิดสนิท ชาวเมืองทั้งเหนื่อยทั้งร้อน บางคนถูกล้วงกระเป๋าจนเงินหายก็มี พวกเขาส่งเสียงโห่ร้องอย่างไม่พอใจ ทหารนายหนึ่งถือแผ่นราชโองการอ่านบนกำแพงเมือง “ราชโองการจากฝ่าา ห้ามมิให้ออกจากเมืองหลวงจนกว่าจะมีคำสั่ง! ผู้ใดขัดขืน ฆ่าทิ้งได้ทันทีไร้ความผิด!”
ชาวเมืองยืนอึ้งอ้าปากค้าง พวกเขาผิดอะไร? เหตุใดโอรส์ที่พวกเขานับถือมาเจ็ดแปดชั่วรุ่นจึงออกราชโองการเช่นนี้!
หากเฮงโน้วบุกมา พวกเขาไร้ซึ่งอาวุธและทักษะการต่อสู้ ยังจะรอดชีวิตได้หรือ!?
__________________________
เงียบเหงาจังเลยค่ะ เห็นยอดคนอ่านแล้วต้อแต้TT