อู่เจียวเฉินตักน้ำกลับไปยังกระท่อมของผังเสียงหยี่อยู่หลายเที่ยวจึงเต็มถังหญิงสาวกลับไปช่วยงานป้าหวาง นางกินข้าวของตัวเองจัดการธุระส่วนตัวจนเสร็จเรียบร้อยดีแล้วจึงยกสำรับอาหารของหัวหน้าโจรกลับมา
เมื่อยกสำรับเข้าไปในกระท่อมหญิงสาวร่างเล็ก ใบหน้าเรียบเฉยค่อนไปทางบึ้งตึงก็วางถาดสำรับเสียงดังกึกผังเสียงหยี่ซึ่งนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงไม้ไผ่ปรายหางตามอง ‘สาวใช้’ แวบหนึ่ง ที่หน้าเตียงมีหมอนกับผ้าห่มของเขากองอยู่บนพื้นส่วนเขาตอนนี้มีหมอนกับผ้าห่มผืนใหม่จากป้าหวางแล้วเขาเป็คนสั่งห้ามไม่ให้ป้าหวางเก็บของบนพื้น รอจนกระทั่งสาวใช้ของเขาปรากฏกายขึ้น
เ้าของร่างสูงใหญ่ดั่งหินสลักหน้าอารามลุกมานั่งที่โต๊ะแล้วเริ่มลงมือกินอาหารด้วยความเอร็ดอร่อยก้างปลา กระดูกไก่เขาก็บ้วนลงพื้น ท่าทางการกินมูมมามหกเรี่ยราดทำให้อู่เจียวเฉินถึงกับเบ้ปากนางรู้สึกสะอิดสะเอียนแทบจะสำรอกของที่กินเข้าไปก่อนหน้าความคลื่นเหียนเล่นงานนางฉับพลันจึงลากเก้าอี้ตัวหนึ่งห่างออกมาหมายจะนั่งแต่อีกคนก็ตวาดขึ้นเสียก่อน
“เ้านายยังไม่สั่งให้นั่งอย่าทำตัวไร้มารยาท”
“แล้วเ้ามารยาทดีนักเหรอกินสกปรกอย่างกับหมู”
“รู้ว่าสกปรกก็ทำความสะอาดเสียสิ”กินอิ่มแล้วมือใหญ่ก็ผลักจานชามออกห่างตัว ยกไหเหล้าขึ้นดื่ม เหล้าหมักเองหกรดเสื้อผ้าส่งกลิ่นแรงจนคนร่วมห้องรีบเบือนหน้าหนี
“รีบๆทำความสะอาดเข้า ข้าจะนอน”
พระอาทิตย์ก็เพิ่งตกดินเชื่อตายละว่าเขาจะนอน นางคิดว่าเขาจงใจหาเื่นางเสียมากกว่า แต่เอาเถอะเขานอนแล้วนางก็จะได้นอนบ้าง เห็นหน้าเขานานๆ นางพานคิดอยากตายเสียเดี๋ยวนี้
“แล้วไหนผ้าขี้ริ้ว”
อืม...ไหนล่ะผ้าขี้ริ้วเขาก็ไม่ได้ทำความสะอาดห้องเอง แต่ก่อนค่ำไหนก็นอนนั่น เป็โจรนอนตามป่าเขา ตามถ้ำหรือไม่ก็วัดร้างหลังจากป้าหวางมาอยู่ด้วยก็มีคนมาทำความสะอาดให้ ค่อยอยู่เป็ผู้คนมีอารยะกับคนอื่นเขาบ้าง
“ออกไปหาด้านนอกถ้าไม่มีก็ถอดเสื้อเ้านั่นแหละ” สั่งความจบก็หันกายกลับไปเอนตัวบนเตียงอย่างสบายอารมณ์
สาวใช้จำเป็กำหมัดแน่นด้วยแรงอาฆาตที่แผ่กระจายทำให้ ผังเสียงหยี่หันกลับมามองหมัดเล็กๆของนางแล้วกล่าวสบประมาท
“ต่อให้สิบหมัดของเ้าข้าก็ไม่รู้สึกระคายอะไรหรอกนะ อย่าแลกดีกว่าถ้าไม่รู้ว่าผลตอบแทนที่ได้รับจะเป็เช่นไร”
ใช่สิ...เ้ามันพวกหนังหนาเหมือนวัวควายกระมัง!
อู่เจียวเฉินสะบัดหน้าพรืดแล้วกระแทกส้นเท้าตึงๆเดินออกไป นางเดินไปด้านหลังกระท่อม เหนือถังน้ำบนราวเชือกที่ขึงไว้มีเสื้อหลายตัวพาดอยู่จึงเลือกดึงมาตัวหนึ่งแล้วก็กลับเข้ามาในห้อง จัดการปัดกวาดเช็ดโต๊ะ เช็ดพื้น ขณะกำลังจะยกถาดกลับออกไปวางไว้หน้ากระท่อมคนที่นอนอยู่บนเตียงก็ดีดตัวลุกขึ้นพร้ะโกน
“เสื้อตัวนั้นของข้า!” ร่างสูงเดินตึงๆ เข้ามาหา แล้วกระชาก ‘ผ้าขี้ริ้ว’ในเรียวมือเล็ก
“ข้าจะไปรู้รึเ้าเป็คนบอกเองให้ข้าไปหาผ้าขี้ริ้วข้างนอก ข้าเห็นมันพาดไว้ สกปรกและเก่าแบบนี้ถ้าไม่ใช่ผ้าขี้ริ้วจะเรียกอะไร”
อู่เจียวเฉินพูดความจริงแม้อีกฝ่ายส่งตาเขียวถมึงทึงใส่ แต่นางก็ยังเชิดหน้าสู้ นางไขสือทำเป็ไม่รู้เื่รู้ราวเขาจะทำอะไรนางได้ในเมื่อป้าหวางยืนยันนักหนาว่าเขาไม่ใช่โจรร้าย ไม่ทำร้ายผู้หญิงนางก็อยากรู้เหมือนกันคนดีของป้าหวางจะดีจริงหรือแค่พูดเข้าข้างกัน
ได้...ได้เขารู้นางจงใจยั่วโมโหเขา ผังเสียงหยี่ข่มเขี้ยวเคี้ยวฟัน “เ้าจะเรียกมันว่าผ้าขี้ริ้วก็ได้แต่ตอนนี้ข้าอยากเห็นผ้าขี้ริ้วผืนนี้สะอาดที่สุด ออกไปซักแล้วนำกลับมาให้ข้าดูหากข้าพอใจ เ้าถึงจะนอนได้”
กรี๊ด! นางอยากเอาผ้ายัดปากกว้างๆ ของเขาเหลือเกิน นี่นางแส่หาเื่เหนื่อยเปล่าใช่หรือไม่
“เ้าแกล้งข้า!”
“คำสั่งของนายเ้าไม่มีสิทธิ์เถียง ออกไปจัดการเสียให้เรียบร้อย ก่อนข้าจะจับเ้าโยนออกไป” เ้าของเสื้อทำเสียงดุ
“เหม็นขี้ฟัน!” นางกระแทกเสียใส่แล้วหันกายก้าวดุ่มๆออกจากห้องคว้าตะเกียงแล้วย้อนกลับไปทางหลังกระท่ะเกียงอันเดียวจะให้แสงสว่างแค่ไหนกันเชียวหญิงสาวซักเสื้อไปก็ก่นด่าเ้าของเสื้อไป ซักไปฟาดกับพื้นไปจนกระทั่งมั่นใจว่ามันสะอาดกว่าตอนจะถูกนำไปทำผ้าเช็ดโต๊ะเช็ดพื้นจึงนำกลับไปคืนเ้าคนน่ากระทืบให้ตายผู้นั้น
“สะอาดพอใจหรือยังถ้าพอแล้วข้าจะได้นอน”
บ๊ะ...ใครเป็นายใครเป็บ่าวกันแน่หนอ แต่เอาเถอะ แกล้งแค่นี้พอก่อน เดี๋ยวนางจะตายเสียก่อนเขาแกล้งได้จนหนำใจ
“เอาไปตากให้เรียบร้อยเข้าห้องแล้วก็ปิดประตูเสียด้วย”
อู่เจียวเฉินมีสีหน้าตื่นตะลึง“จะให้ข้านอนร่วมห้องกับเ้าเนี่ยนะ”
“ก็ใช่น่ะสิหรือเ้าคิดว่าข้าจะยกห้องยกเตียงให้เ้า ข้าไม่ใจดีแบบวันก่อนๆ แล้วนั่นเพราะเ้าทำตัวเองล้วนๆ”
ดีแต่โทษคนอื่นเขาเคยเห็นความผิดของตัวเองหรือไม่หนอ คงไม่กระมังเพราะถ้ารู้สำนึกตนเสียบ้างคงไม่มาเป็โจรปล้นฆ่าหรอก
“ข้าไม่นอนกับเ้า”โพล่งออกไปแล้วอู่เจียวเฉินก็รู้สึกตัวว่าตนพูดผิด “ข้าหมายถึงไม่นอนห้องเดียวกับเ้า”
ใบหน้านวลใยแดงปลั่งตาเขียวขุ่นวาววับ แต่ผังเสียงหยี่กลับคิดว่ามันน่ามอง “เ้าจะนอนบนแคร่หน้ากระท่อมหรือ”
“ที่ไหนก็ได้ยกเว้นร่วมห้องกับเ้า”
“ก็ตามใจขนหมอนกับผ้าห่มเ้าออกไปได้แล้ว”
อู่เจียวเฉินมองตามสายตาของชายหนุ่มที่เหล่ไปยังกองผ้าบนพื้น...อย่าบอกนะว่านั่นคือหมอนกับผ้าห่มของนาง!
เ้าโจรชั่วมีพระโพธิสัตว์คุ้มครองหรืออย่างไรนางถึงทำอะไรเขาไม่ได้เลย สู้อุตส่าห์เหยียบย่ำหมอนกับผ้าห่มเขาระบายอารมณ์แต่เหตุใดผลร้ายกลับย้อนมาให้นางกระอักเสียเอง
“ขอบอกไว้เลยข้างนอกน่ากลัวเกินกว่าเ้าจะจินตนาการได้นัก และอย่าคิดหนีไปนอนกับป้าหวาง เพราะหากเ้าหนีข้าจะเพิ่มวันกักตัวเ้าไว้อีกสามวัน”
ด้วยความโกรธมีมากกว่าความกลัวเป็ไหนๆอู่เจียวเฉินจึงก้มเอวหอบผ้าหอบหมอนที่นางกระทืบเมื่อตอนบ่ายออกไปนอกห้อง หูได้ยินเสียงหัวเราะดังไล่หลัง
...เขาจะคอยดูว่านางจะทนนอนอยู่ด้านนอกได้ซักกี่ชั่วยาม!
นอกกระท่อมกลางป่าเขาลมหนาวของฤดูสารทพัดมาเป็ระลอก เสียงฟ้าร้องดั่งเสือคำรามดังได้ยินไกลๆเหมือนฝนกำลังใกล้ตกแล้ว เพราะแคร่ไม้ไผ่วางอยู่นอกชายคา อู่เจียวเฉินจึงดึงแคร่เข้ามาด้านในถึงกระนั้นก็ชิดเรือนได้แค่ครึ่งหนึ่ง
“ยังดีกว่านอนตากน้ำค้างและดีกว่าเข้าไปนอนหายใจร่วมห้องกับเ้าโจรนั่นเป็ไหนๆ” หญิงสาวให้กำลังใจตนเองนางนั่งลงบนแคร่ ทอดสายตามองออกไปยังความมืดรอบกระท่อม เริ่มรู้สึกว่าลมหายใจและเนื้อตัวตนเองอุ่นร้อนหวังในใจว่ายาต้มที่กินตอนหัวค่ำจะออกฤทธิ์ให้นางหายป่วยเร็วๆ พรุ่งนี้ตอนไปตักน้ำนางจะได้สำรวจดูลำธารสายนั้นอีกหนนางไม่เชื่อหรอกว่าเ้าคนถ่อยจะปล่อยนางไปเร็วๆ อย่างปากพูด กว่าเขาจะปล่อย นางอาจจะถูกแกล้งจนเหนื่อยตายไปก่อนแล้วก็เป็ได้
เพราะเหนื่อยกายเหนื่อยใจมาค่อนวันอู่เจียวเฉินจึงล้มตัวลงนอน นางวางตะเกียงเล็กไว้ข้างตัวถอนลมหายใจออกมาหนักหน่วง ก่อนจะข่มตาหลับ...