บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 3 บทที่ 70 แข่งราคา

            “หกสิบล้านเหรียญจิตอสูร!” แม้นางจะรู้สึกตึงเครียดอยู่บ้างทว่าหยางซินตัดสินใจแข่งราคาต่อไป เพราะข้อความจากเนี่ยหลีระบุมาว่าไม่ว่าราคาจะแพงเท่าไหร่ จะต้องซื้อหม้อหยกดำใบนี้มาให้ได้เนี่ยหลีจะเป็นผู้จ่ายเงินเอง

            หกสิบล้านเหรียญจิตอสูร คุ้มกับราคานี้จริงหรือ? หม้อหยกดำใบนี้ใช้ทำอะไรกันแน่? หรือว่าเนี่ยหลีจะรู้วิธีใช้หม้อหยกดำใบนี้อยู่แล้ว?

            หยางซินชำเลืองมองชายลึกลับในชุดคลุมสีเทาที่ชั้นล่างผู้นั้นเจ้าหมอนี่ไม่ทราบว่ามีที่มาอย่างไร คิดไม่ถึงว่าจะมาแย่งของชิ้นนี้กับนาง

            “หกสิบห้าล้านเหรียญจิตอสูร!” ชายลึกลับลังเลเล็กน้อยทว่ายังคงเพิ่มราคาต่อไป

            “เจ็ดสิบล้านเหรียญจิตอสูร!” หยางซินเพิ่มราคาต่อไป

            ราคาปีนสูงขึ้นเรื่อยๆ

            เนี่ยไห่และเนี่ยเอินมึนงงไปหมดแล้วพวกเขารู้ว่าของชิ้นนี้เป็นสิ่งที่เนี่ยหลีต้องการทว่าราคาเวลานี้น่าตื่นตะลึงจนเกินไป เนี่ยหลีร่ำรวยกว่าที่พวกเขาคิดไว้มากนัก! สมาคมนักปรุงยาวิเศษมอบเงินให้เนี่ยหลีเท่าไหร่กันแน่? เหตุใดสมาคมนักปรุงยาวิเศษจึงต้องมอบเงินมากมายปานนี้ให้เนี่ยหลีด้วย? จิตใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความสงสัย

            เนี่ยหลีขมวดคิ้วย่นจ้องมองชายลึกลับเบื้องล่างผู้นั้นคนผู้นี้ที่แท้เป็นใครกัน? กลับยังคงตามเพิ่มราคาแข่ง?

            เนี่ยหลีครุ่นคิด ‘หรือสำนักประมูลหงเยวี่ยให้คนมาปั่นราคารึ? คงมิใช่ เพราะหากเรื่องนี้แพร่หลายออกไปชื่อเสียงของสำนักประมูลหงเยวี่ยย่อมต้องเสียหาย และสมาคมนักปรุงยาวิเศษก็คงไม่ปล่อยพวกเขาไว้แน่พวกเขาคงไม่ทำอะไรโง่ๆ เช่นนี้ และราคาที่แข่งอยู่ก็สูงจนถึงระดับนี้แล้วสมาคมนักปรุงยาวิเศษก็ไม่แน่ว่าจะเพิ่มราคาต่อไป ของชิ้นนี้หากตกไปอยู่ในมือของตัวเองพวกเขาก็คงได้ไม่คุ้มเสียแล้ว

            หรือจะเป็นพวกสมาคมมืดรึ?

            นอกจากสามตระกูลหลักและสมาคมพ่อค้าแล้วก็เหลือเพียงสมาคมมืดเท่านั้นมีที่ฐานะการเงินเพียงพอจะแข่งด้วยได้! สมาคมมืดลักพาตัวเด็กจากตระกูลมีฐานะทุกๆ ครอบครัวจากนั้นก็เรียกค่าไถ่จากแต่ละตระกูล ยังไม่ต้องพูดถึงอาชญากรรมอื่นๆซึ่งไม่ทราบว่าทำเงินไปได้มากน้อยเท่าไหร่แล้ว นับว่ามีกำลังเงินแข็งแกร่งยิ่ง

            เนี่ยหลีนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพูดว่า “ท่านประมุขข้าต้องรบกวนท่านช่วยส่งข้อความให้แก่ผู้อำนวยการหยางอีกครั้งหนึ่งคำพูดของข้ายังคงเหมือนเดิม ไม่ว่าจะราคาเท่าไหร่ ต้องได้หม้อหยกดำใบนี้มาให้ได้ทันทีหลังการประมูล ส่งคนสะกดรอยตามชายผู้นั้นไป คนที่จะถูกส่งไปนั้นอย่างน้อยต้องมีระดับทอง หากได้ระดับทองดำยิ่งดีอย่าให้ถูกคนผู้นั้นจับได้เป็นอันขาด!”

            สองคิ้วของเนี่ยไห่เลิกสูงเล็กน้อยและพยักหน้า “ตกลง!” เขาเองก็รู้สึกได้ลางๆ ว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา คนผู้หนึ่งซึ่งไม่รู้ที่มา อยู่ๆมีฐานะการเงินแข็งแกร่งกระทั่งสามารถประมูลแข่งกับสมาคมนักปรุงยาวิเศษได้

            เวลานี้เกรงว่าคงมีมากกว่าฝ่ายเดียวที่กำลังจับตามองชายลึกลับชั้นล่างผู้นี้อยู่!

            “หนึ่งร้อยล้านเหรียญจิตอสูร!” เมื่อสมาคมนักแปรธาตุบอกราคานี้ออกมากลุ่มอำนาจทุกฝ่ายพากันงุนงงขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว พวกเขาเต็มไปด้วยความสงสัยสมาคมนักปรุงยาวิเศษรู้จักประโยชน์ของของสิ่งนี้กระมัง จึงบอกราคาสูงถึงเพียงนี้?

            หรือไม่ สมาคมนักปรุงยาวิเศษก็มีเงินทองมากเกินไป หาที่หว่านเงินมิได้?

            “หนึ่งร้อยสิบล้านเหรียญจิตอสูร!” ชายลึกลับชั้นล่างลังเลอยู่เป็นนานแม่นางน้อยผู้ดำเนินการประมูลแทบจะเอ่ยปากออกมาแล้ว เขาก็พลันเพิ่มราคาขึ้นมาอีก

            “หนึ่งร้อยยี่สิบล้านเหรียญจิตอสูร!” หยางซินรีบเพิ่มราคาต่อ

            ชายลึกลับผู้นั้นในที่สุดจึงเข้าใจการตัดสินใจของหยางซินไม่เพิ่มราคาต่ออีก จำนวนเงินที่เขามีอยู่ก็ไม่พอแล้วเช่นกัน

            ผู้ชมการประมูลทุกคนตื่นเต้นอย่างยิ่งในชีวิตนี้สามารถเห็นสงครามการประมูลที่ดุเดือดปานนี้ได้ช่างเป็นการเปิดหูเปิดตานัก หม้อหยกดำใบนี้ที่แท้คืออะไรกันแน่กลับมีราคาประมูลสูงถึงหนึ่งร้อยยี่สิบล้านเหรียญจิตอสูรเกรงว่าราคานี้คงมีแต่สมาคมนักปรุงยาวิเศษเท่านั้นจึงสามารถจ่ายได้

            สำหรับหม้อหยกดำใบนี้ ในใจของทุกคนต่างเต็มไปด้วยความสงสัย

            การประมูลในที่สุดก็สิ้นสุดลงแล้ว

            ทุกคนค่อยๆ แยกย้ายกันกลับ เนี่ยหลีและพวกพากันมุ่งหน้าไปรับของที่ประมูลได้

            ภายในห้องรับรองพิเศษลับของสำนักประมูล เนี่ยหลีได้พบกับหยางซิน

            หยางซินถือหม้อหยกดำยิ้มแย้มและเอ่ยถามเนี่ยหลีว่า “น้องชายเจ้ารู้ว่าของสิ่งนี้ใช้ทำอะไรใช่หรือไม่?” เพื่อจะซื้อหม้อหยกดำใบนี้มาให้ได้นางต้องจ่ายเงินทั้งสิ้นออกไปถึงหนึ่งร้อยยี่สิบล้านเหรียญจิตอสูร ราคานี้ต่อให้เป็นสมาคมนักปรุงยาวิเศษก็มิใช่จำนวนเล็กน้อยแม้เวลานี้สมาคมนักปรุงยาวิเศษจะอยู่ในยุคทองก็ยังไม่อาจใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายถึงเพียงนี้

            “ข้าก็ไม่ทราบวิธีใช้ของสิ่งนี้เช่นกัน!” เนี่ยหลีแบสองมือยิ้มแย้มและพูด

            “พี่สาวไม่เชื่อหรอก เจ้าใช้จ่ายเงินตั้งมากมายเพียงเพื่อจะซื้อของไร้ประโยชน์ชิ้นหนึ่งหรือ?” หยางซินยกสองมือกอดอกทรวงอกอวบอูมก็ยิ่งดึงดูดสายตามากขึ้นเพราะถูกกอดรัด แสร้งทำเป็นยิ้มแล้วจ้องมองเนี่ยหลี “หากเจ้ายังไม่ยอมบอก พี่สาวหยางก็จะเอาหม้อหยกดำใบนี้กลับไปศึกษาดูแล้ว!”

            “ก็เพราะข้าไม่รู้วิธีใช้มัน ถึงได้ประมูลมาอย่างไรเล่าพลังปราณของมันบริสุทธิ์นัก จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนอาจารย์ของข้าอาจจะรู้วิธีใช้มันก็เป็นได้!” เนี่ยหลีลากอาจารย์ที่ไม่มีตัวตนผู้นี้ออกมาอีกครั้งหนึ่งหัวเราะคิกคักและพูดว่า “ถึงอย่างไรเงินจำนวนเล็กน้อยเพียงแค่นี้ ก็ไม่นับว่าเป็นอะไรได้!”

            ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี ใบหน้าของหยางซินพลันฉายแววเคารพเลื่อมใสขึ้นมานางพูดว่า “ในเมื่อเจ้าซื้อให้อาจารย์ของเจ้าเช่นนั้นก็รีบรับไปเถอะ!” อาจารย์ของเนี่ยหลีผู้นี้อาจจะเป็นปรมาจารย์นักปรุงยาผู้หนึ่งก็ได้หยางซินจะกล้าใจร้อนได้อย่างไร

            “ในแหวนวงนี้ควรจะมีเงินอยู่หนึ่งร้อยยี่สิบล้านเหรียญจิตอสูร!” เนี่ยหลีหยิบแหวนมิติออกมาวงหนึ่ง

            หยางซินส่ายศีรษะ ผลักแหวนมิติคืนกลับไป นางยิ้มแย้มชวนมองและพูดว่า “ของสิ่งนี้ถือเสียว่าสมาคมนักปรุงยาวิเศษเป็นผู้ซื้อขอมอบให้แก่อาจารย์ผู้เฒ่าของเจ้า” เป็นเพราะสูตรยาต่างๆที่อาจารย์ของเนี่ยหลีมอบให้สมาคมนักปรุงยาวิเศษจึงสามารถทำกำไรได้ไม่ทราบเป็นเงินมากมายเท่าไหร่ยิ่งไปกว่านั้น กำลังของทั้งเมืองกวงฮุยก็เพิ่มพูนขึ้นเป็นอันมาก สมาคมนักปรุงยาวิเศษยังกังวลนักว่าจะไม่สามารถสรรหาอะไรมาประจบเอาใจอาจารย์ของเนี่ยหลีได้บ้างพวกเขาจะยอมพลาดนาทีนี้ได้อย่างไร? หากอาจารย์ของเนี่ยหลีพอใจเผลอๆ มอบสูตรยาให้อีกสักสูตรหรือสองสูตร ของขวัญนี้ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว

            เนี่ยหลีนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง รับหม้ออสูรแห่งฝันร้ายมาด้วยอาการสงบยิ้มแย้มเล็กน้อยและพูดว่า “เช่นนั้นก็ขอขอบคุณพี่สาวหยางแล้วข้าจะบอกอาจารย์ให้!”

            “เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณน้องชายแล้ว!” หยางซินยิ้มแย้มและพลันนึกได้ถึงบางอย่างนางเอ่ยถามขึ้นว่า “เจ้าให้ข้าส่งคนลอบติดตามคนที่ประมูลแข่งกับพวกเราไปใช่ค้นพบสิ่งใดหรือไม่?” อันที่จริงแม้เนี่ยหลีไม่พูดนางก็คงต้องทำเช่นนั้นอย่างแน่นอนหากให้นางรู้ว่าคนผู้นั้นเป็นผู้ช่วยของตระกูลหงเยวี่ยตระกูลหงเยวี่ยจะต้องไม่ตายดีแน่!

            “ข้าสงสัยว่าคนผู้นั้นอาจจะเป็นคนของสมาคมมืด!” เนี่ยหลีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า “แต่ก็เป็นเพียงการคาดเดาของข้า!”

            ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใครยอมเปิดราคาเพื่อหม้ออสูรแห่งฝันร้ายได้จนน่าตกใจถึงปานนี้ เป็นไปได้หรือไม่ว่านอกจากตนเองแล้ว ยังมีคนที่รู้จักวิธีใช้หม้ออสูรแห่งฝันร้ายนี้ด้วย?

            “คนจากสมาคมมืดหรือ?” หยางซินหรี่สองตาแล้วพูดว่า“หากข้าพบว่าเขาเป็นคนจากสมาคมมืดเขาก็เลิกคิดที่จะออกจากเมืองกวงฮุยไปได้เลย! ข้าได้ส่งผู้ควบคุมจิตอสูระดับทองดำผู้หนึ่งลอบติดตามเขาไปแล้ว!”

            “พี่สาวหยาง ทางที่ดีที่สุด ท่านอย่าได้ทำให้เขาสงสัย หรือหากคิดจะจับเขาท่านต้องจับเป็นให้ได้!” เนี่ยหลีพูดไม่แน่ว่าอาจจะมีโอกาสพบหลักฐานที่ตระกูลเสินเซิ่งสมรู้ร่วมคิดกับสมาคมมืดก็เป็นได้ 

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน