บทที่ 30 ไอ้สารเลวย่อมคู่กับผู้หญิงที่ดี
“เด็กน้อยของฉัน เธอกำลังจะไปไหนน่ะ?”
ทันทีที่เธอได้ยินเสียงนี้ ไป๋อวี้ถึงกลับตกตะลึง!
ความคิดแวบแรกที่ขึ้นมาในใจของเธอก็คือ เป็ไปได้ไหมว่าเ้าของร่างเดิมคือหญิงแพศยา เมื่อไม่กี่ปีก่อนมีความสัมพันธ์กับจ้าวต้าหมินในเวลาเพียงสามวันหลังจากมาถึงที่นี่?
แต่เมื่อเห็นว่าตนเองกำลังจะถูกลากไปใต้ชายคาไร้ผู้ตน ไป๋อวี้ก็โกรธขึ้นมาทันที
โชคดีที่จ้าวต้าหมินร่างกายไม่ได้สูงใหญ่เหมือนกับพ่อของเขา แต่เขาก็ไม่ได้อ่อนแอ
ไป๋อวี้ถูกเขาลากง่ายดาย หลังจากที่เธอประคองร่างกายให้ยืนอย่างมั่นคง อ้าขาออกเล็กน้อย จากนั้นก็ก้มลงและเอื้อมมือออกสอดช่องว่างระหว่างขาของเขาเพื่อกอดขาอีกฝ่ายไว้
การป้องกันตัวของผู้หญิงวิธีนี้ได้ผลและมีประโยชน์มาก!
จ้าวต้าหมินไม่ทันระวังก็ถูกอีกฝ่ายคว้าขาไว้แน่น ทำให้เสียการทรงตัว เขาล้มลงก้นจ้ำเบ้า
ไป๋อวี้หันหลังกลับเพื่อวิ่งหนี แต่อีกฝ่ายกลับคว้าขาแทนเอาไว้แน่น
“หญิงสารเลว ทำไมถึงแสร้งเป็หญิงบริสุทธิ์ไปได้?” จ้าวต้าหมินยิ้มกระย่อง “ถ้าเธอยังอยากกลับมาหาฉินต้าซาน ก็เชื่อฟังฉันซะ!”
ไป๋อวี้พยายามต่อสู้สองครั้ง ทั้งใและโกรธ “จ้าวต้าหมิน! นายมันไม่ใช่คน! อิ้งหงเพิ่งให้กำเนิดลูกชายของนายนะ!”
ตอนนี้ความทรงจำของเธอกลับมาแล้ว และพบว่าเ้าของร่างเดิมไม่เคยยุ่งกับไอ้สารเลวนี้เลย
กล่าวอีกนัยหนึ่ง วันนี้เป็ครั้งแรกที่เ้าสวะนี้มาทำร้ายเธอ!
แต่จ้าวต้าหมินอยากได้สาวน้อยน่ารักคนนี้มานานแล้ว
เขาคว้าข้อเท้าของไป๋อวี้เพื่อไม่ให้หนีไป และเกือบจะดึงเธอล้มลงมาแล้ว
“ตอนนี้ไม่มีคนอยู่ในหมู่บ้าน เรามามี่เวลาดี ๆ กันเถอะ ฉันรับประกันได้ว่านับจากนี้ไปเธอจะมี่เวลาที่ดีในฉินเจียถุน!”
ไป๋อวี้รีบใช้มือยันกำแพงเพื่อประคองร่างกายให้มั่นคง ถ้าเห็นว่าสู้คู่ต่อสู้ไม่ได้ให้ปล่อยร่างกายไปตามกำลังของอีกฝ่าย จากนั้นกระทืบบนฝ่ามือเขาอย่างแรง
จ้าวต้าหมินร้องโอดครวญด้วยความเ็ป แต่ก็ยังไม่ละความพยายาม
ใช้ประโยชน์จากการที่เธอหันหลังกลับเพื่อวิ่งหนี คว้าเธอจากด้านหลังและพยายามทำมิดีมิร้าย
ด้วยความใไป๋อวี้จึงหักนิ้วก้อยเขาอย่างแรง เพื่อป้องกันไม่ให้มือสกปรกของเขามาััตัวเธอ
“จ้าวต้าหมิน นายไม่กลัวฉันจะไปบอกพี่อิ้งหงกับฉินต้าซานเหรอ!”
“เธอก็บอกไปเลยสิ เธอคิดว่าพวกนั้นจะเชื่อฉันหรือเธอ?” จ้าวต้าหมินพูดอย่างภาคภูมิใจ “เธอมันก็แค่หญิงสารเลวที่หนีการแต่งงานและเชิดเงินค่าสินสอด แค่ฉันพูดออกไปเธอก็ถูกไล่ออกจากฉินเจียถุนแล้ว”
เวรเอ๊ย จะใช้ศีลธรรมอันสูงส่งมาควบคุมตัวเธอใช่ไหม
ไป๋อวี้ไม่พอใจเป็อย่างมาก และหยุดการเคลื่อนไหวทันที
เมื่อจ้าวต้าหมินเห็นท่าทางผ่อนปรนของอีกฝ่าย เขาก็รู้สึกมีความสุขและดึงเธอไปที่หลังบ้านเพื่อลิ้มรสชาติอันหอมหวาน
ใครจะรู้ว่าในขณะที่เขาไม่ทันระวัง ไป๋อวี้ก็กระแทกเข่าขึ้นอย่างแม่นยำ
่เวลานั้นดวงตาจ้าวต้าหมินเ็ปจนแทบจะหลั่งน้ำตาเป็สายเื เขาใช้มือทั้งสองข้างกุมเป้าแล้วทรุดลงกับพื้น
ไป๋อวี้โกรธมากจนรีบวิ่งเข้าไปเตะเขาหลายครั้ง “ไอ้สารเลว! ไอ้สารเลว! ไอ้เวรเอ๊ย”
คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าตระกูลจ้าวจะมีลูกชายคนรองที่ถูกอบรมเลี้ยงดูมาให้กลายเป็สัตว์ร้ายแบบนี้ จ้าวอิ้งหงที่ฉลาดและมีความสามารถจะแต่งงานกับคนโง่เหมือนหมูเช่นนี้ได้ยังไง!
จ้าวต้าหมินถูกเตะจนลุกไม่ขึ้น เขาจึงทำได้แต่รอให้ความเ็ปบรรเทาลงก่อน
ใบหน้าของเขาดุร้าย กัดฟันพูดออกมาว่า “รอฉันหายก่อนเถอะ…”
ไป๋อวี้รู้ว่าเขา้าทำอะไรตนเอง
เขาเป็บุตรชายของหัวหน้าหมู่บ้านฉินเจียถุน และเธอเป็เพียงหญิงสาวฉาวโฉ่เื่เชิดสินสอดเ้าบ่าวเท่านั้น
ผู้คนในฉินเจียถุนยังคงไม่ไว้วางใจเธอ
เขาสามารถขับไล่เธอออกจากฉินเจียถุนเมื่อไหร่ก็ได้
ไป๋อวี้ไม่กลัวเลยต่อให้ต้องจากไป ยังไงซะเธอ้าจากที่นี่ไปอยู่แล้ว
แต่เธอไม่ยอมปล่อยให้เื่เลวร้ายนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ก่อนเธอจะจากไปต้องเล่นงานไอ้หมอนี่ให้หลาบจำ
ไป๋อวี้มีแผนการอยู่ในใจแล้ว เธอจึงง้างขาแตะอีกฝ่ายไปอีกหลายครั้ง
สุดท้ายแล้วเธอก็จัดการทักทายส่วนสำคัญที่สุดในชีวิตของเขาอย่างไม่ออมแรง
จ้าวต้าหมินกลอกตาด้วยความเ็ปแทบลมจับ
ไป๋อวี้รีบค้นตัวเขาแล้วดึงถุงผ้าใบใหญ่ที่ผูกไว้รอบเอวเขาออกมา
จ้าวต้าหมินเป็ลูกชายของจ้าวโหย่วเต๋อ ถ้าไม่มีจ้าวอิ้งหงก็เป็คนไร้ความสามารถคนหนึ่ง ไม่ทำการทำงานเป็ชิ้นเป็อัน
แต่เหล่าจ้าวก็ไม่เคยยอมแพ้เขา และพยายามสอนลูกชายคนนี้ตลอด
ตอนนี้เขามีกุญแจยุ้งฉางจำนวนมากกว่าสิบดอกอยู่ในกระเป๋า
นอกจากนี้ยังมีกระดาษสองสามแผ่น ไป๋อวี้หยิบออกมาดูและพบว่าเป็ใบสั่งซื้อที่ลงนามสัญญาระหว่างฉินเจียถุนกับร้านสหกรณ์
ในตัวเขายังมีเงินอยู่ไม่น้อย ปึกหนึ่งถูกมัดด้วยหนังยางเส้นใหญ่ และยังมีเหรียญบางส่วน รวมแล้วน่าจะมากกว่าร้อยหยวน!
ไป๋อวี้เดาว่านี่คือเงินมัดจำที่ได้รับจากร้านสหกรณ์
เธอกวาดทรัพย์สินทั้งหมดของเขาไป
……
ไป๋อวี้เอาเงินและสิ่งของบนตัวเขา แล้ววิ่งกลับไปบ้านตระกูลจ้าวโดยไม่ได้ดูให้ดีก่อน
นอกจากนี้ยังเป็โชคดีของเธอที่เธอได้พบกับเสี่ยวกั่วและน่าวจงที่กำลังเล่นอยู่นอกบ้านตระกูลจ้าว
“กั่วเอ่อร์ มาหาแม่เร็วเข้า”
เสี่ยวกั่วหันกลับมาเห็นมารดาก็คลี่ยิ้มกว้าง
“แม่คะ!”
ขาสั้นป้อมวิ่งเข้าไปหามารดา แล้วกางแขนทั้งสองข้างออก
ไป๋อวี้อุ้มลูกสาวตัวน้อยขึ้นแล้วจ้ำอ้าวออกไป ตอนนี้ละแวกนี้ไม่มีคนอยู่ เธอมอบถุงผ้าที่เอามาจากจ้าวต้าหมินให้เสี่ยวกั่ว
“ใส่สิ่งนี้ไว้ในกระเป๋าของลูก”
“ค่ะ”
ฉินเสี่ยวกั่วเชื่อฟังแต่โดยดี เธอไม่ได้เปิดมันเพื่อดูหรือถามว่าทำไม สิ่งนั้นก็หายไปในอากาศกลางฝ่ามือเล็ก ๆ ของเด็กน้อย
แม้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้เห็น แต่ไป๋อวี้ก็ยังคงประหลาดใจ
เสี่ยวกั่วไม่ได้ถามอะไรมาก เพราะแม่ของเธอมักจะซ่อนผักไว้ในมิติลับของเธอเป็ครั้งคราวอยู่แล้ว
เธอฉลาดมากและจะไม่พูดอะไรเกี่ยวกับของในถุง
ไป๋อวี้หอมแก้มนุ่มนิ่มและพูดว่า “ลูกต้องซ่อนของที่แม่เพิ่งให้ไปอย่างดีนะ ห้ามบอกกับคนอื่นหรือให้คนอื่นรู้เป็อันขาด”
ฉินเสี่ยวกั่วพูดเสียงดัง “เอาละ! แม่ต้องหอมกั่วเอ๋อร์อีกครั้งนะ!”
ไป๋อวี้ฟัดแก้มอวบอ้วนนั้นอีกครั้ง
แต่มันก็เ็ปเกินกว่าที่เด็กจะรับได้…
ไป๋อวี้กังวลเล็กน้อยและพูดไปว่า “กั่วเอ๋อร์ จำสิ่งที่แม่จะบอกนะ ไม่งั้นแม่จะถูกไล่ออกจากที่นี่ และลูกจะไม่ได้เจอแม่อีก”
ฉินเสี่ยวกั่วกลัวและกอดเธอแน่น “แม่คะ อย่าไป”
“แม่จะไม่ไป” ไป๋อวี้ลูบหัวเ้าก้อนแป้ง “เพียงลูกสัญญากับแม่”
“ค่ะ กั่วเอ๋อร์จะช่วยแม่เก็บมันไว้อย่างดีแน่นอน”
……
หลังจากปลอบลูกสาว ไป๋อวี้ก็กอดเธออีกครั้งก่อนไปหาจ้าวอิ้งหง
เธอขอโทษจ้าวอิ้งหงอย่างจริงใจ “ตอนออกไปรีบร้อนไปหน่อย… ข้าวสวยกับกับข้าวหกหมดเลย”
จ้าวอิ้งหงฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจ สำหรับฉินเจียถุนนั้นข้าวญี่ปุ่นมีคุณค่ามากกว่าเนื้อสัตว์
แต่เธอกลับเป็ฝ่ายปลอบไป๋อวี้แทน “ไม่ต้องเป็ห่วงนะ เธอเอาไปใหม่ได้เลย”
ไป๋อวี้รีบปฏิเสธ เธอมาที่นี่เพื่อขอโทษที่ทำชามข้าวบ้านคนอื่นแตก
แต่จ้าวอิ้งหงยังตักอาหารและกับข้าวให้เธอจนเต็มชาม
“ครั้งนี้ถือดี ๆ ละ แล้วก็เดินช้า ๆ ด้วย” จ้าวอิ้งหงพูดด้วยรอยยิ้ม
รูปลักษณ์ที่อ่อนโยนของเธอทำให้ไป๋อวี้รู้สึกอบอุ่นในใจ แต่แล้วความโกรธกลับเพิ่มพูนมากขึ้น
เมื่อเห็นพฤติกรรมของจ้าวต้าหมินวันนี้ก็รับไม่ได้ และอาจจะไม่ใช่ครั้งแรก
ไม่รู้ว่ามีผู้หญิงโสดและอ่อนแอในหมู่บ้านนี้กี่คนที่ถูกเขารังแก
จ้าวอิ้งหงเป็ผู้หญิงที่ดี แต่ทำไมเธอถึงได้คู่กับไอ้คนสารเลวเช่นนี้?!