“นางเอกของเรามาแล้วจ้าาา”
แม่แก้ววางมือจากหน้าเตาตรงข้างประตูลูกนุ่นกำลังกระพือฝ่ามือท่าเปิดตัวเอกออกจากเวที“แถ่น...แทน...แท๊นนน” ตามด้วยหนูจ้าเดินทื่อเข้ามาในชุดตัวละครนักเขียนบทซอยเท้าตามติดหลัง ยื่นหน้ายิ้มบานแฉ่งนำเสนอผลงาน
“เป็ไงคะ...สาวน้อยบ้านไร่น่ารักน่าประทับใจไหม”
แม่แก้วยกนิ้วว่าเยี่ยมลูกคู่ขยิบตาให้ก่อนผละไป ขณะหนูจ้าไล่มองของกินละลานตาบนโต๊ะ
“ทำไมวันนี้กับข้าวอลังการเลยแม่โมนล่ะ”
แม่กระหยิ่มยิ้มอารมณ์ดี“หิวเมื่อไหร่ก็มาตามเคยเขาแหละ ว่าแต่ทำไมวันนี้หนูจ้าแต่งตัวสวยจัง”
“ถ้าแต่งอย่างนี้ให้ดูพี่นุ่นจะขอผู้กำกับให้เป็ตัวประกอบ แค่เดินผ่านกล้องก็ได้ตังค์ล่ะแม่”
เ้าตัวจกชิ้นหมูฮ่องใส่ปากโดยไม่เฉลียวใจกับเสียงรถที่ดังใกล้เข้ามาถัดไปครู่หนึ่งนักเขียนบทที่นั่งจดข้อความหยุกหยิกอยู่หลังคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กบนโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟาเหลือบเห็นเท้าผู้ชายกำลังก้าวตามเ้าสี่ขาที่กระดิกหางนำเข้ามาในห้องกลางหล่อนงุบหัวลงชำเลืองช้า ๆ ลุ้นว่าระหว่างแม่กับลูกสาวใครกันแน่พูดจริง
ครั้นมองไปเต็มตาแวบแรกเห็นผู้มาเยือนหล่อนแลตะลึง
คนเราเกิดมารูปงามปานนี้ได้อย่างไร!!
ระหว่างลุกจากพื้นช้าๆ แม่แก้วยิ้มแป้นมายิบตาให้ เชื่อหรือยังล่ะ ลูกคู่ชูสองนิ้วโป้งเป็คำตอบจากนั้นเ้าบ้านแนะนำให้รู้จักกัน ลูกนุ่นเป็รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยของหนูจ้าส่วนตาอ้วนเพิ่งเรียนจบบริหารธุรกิจมาจากอังกฤษ
“ผมเรียนเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศครับน้าแก้ว”ชายหนุ่มระบุ
“อ้าวคุ้น ๆ ว่าหนูจ้าบอกเรียนบริหารธุรกิจ สงสัยน้าจำผิด”
พูดถึงน้องแล้วพี่ชายนึกได้ว่าลืมของฝากไว้ที่รถจะย้อนไปเอาแต่น้าแก้วรั้งไว้ “เดี๋ยวก็ได้ อ้วนส่งของขวัญวันเกิดมาทุกปีอยู่แล้วแจ๊คเก็ต สีฟ้าน่ะตัวโปรดเขาเลย”
“ตั้งหลายปีแล้วนะครับแจ๊คเก็ตสีฟ้า”
“นั่นล่ะน้องใส่คุ้มจนเก่าเขาทำกับข้าวอยู่ในครัว อ้วนไปหาเถอะ”
ชายหนุ่มเข้าครัวไปหยุดมองเงียบๆ หวังว่าเ้าเด็กเพี้ยนเห็นเขาเข้าจริง ๆจะเข้าใจว่าที่ห้ามไม่ให้มาหานั้นไร้สาระสิ้นดี และยิ้มร่ามาะโกอดคอแต่หนูแด่นเห่าบอกเ้านายพร้อมกับที่น้าแก้วมาสมทบ
“หนูจ้าพี่อ้วนมาแล้วลูก”
พี่ชายยิ้มกว้างรอน้องหันหาแต่ต้องผงะกับแววตาแปลกประหลาดที่มองสวนมาหนูจ้านิ่งขณะหนึ่งจึงยกมือไหว้ในอาการเลื่อนลอย เขารับไหว้ลอย ๆ พอกัน
“น้องยังไม่รู้หรอกว่าอ้วนจะมา”แม่แก้วเฉลยอย่างร่าเริง
คล้ายตั้งตัวไม่ทันเ้าตัวนิ่งสนิทราวรูปปั้นในห้วงความเงียบงัน ผู้มาเยือนยิ้มรอเก้อ เขาฉวยผ้ากันเปื้อนมาสวมเสไปช่วยน้าแก้วหยิบโน่นทำนี่พลางชำเลืองด้วยความฉงนน้องน่าจะคุ้นกับเขาในปัจจุบันจากรูปถ่ายที่ส่งให้ เขาออกปากประโยคแรก
“อะไร...พี่ดูเปลี่ยนไปขนาดนั้นเชียว”
เ้าตัวไม่ตอบแต่เงอะงะไปนั่งร่างขาวป้อมพุ่งมาแย่งที่เหมือนเล่นเก้าอี้ดนตรีแม่แก้วทันเกมชิงนั่งเก้าอี้ถัดไปให้สองคนที่เหลือนั่งข้าง ๆ กัน รุ่นน้องเหวี่ยงสายตาพิฆาตไปเอาเื่แต่รุ่นพี่เ้ากี้เ้าการกำลังเหล่ชายผู้นั่งเท้าศอกประสานมือข้างหน้า หล่อนเห็นออร่าดารามาไม่น้อยแต่รัศมีคนนี้แสงกระจ่างละมุนกว่าเคยพบเจอ รอยยิ้มละไมฉายบุคลิกอบอุ่นแม้ในขณะดูเหมือนกำลังเก็บความรู้สึก
“น้องตื่นเต้นที่พี่อ้วนมาน่ะดูสิเลยเงียบเชียว” น้าแก้วออกตัวเสียงหวาน “เอาเลยลูกมื้อนี้ต้อนรับพี่อ้วนกลับบ้านนะจ๊ะ กับข้าวนี่ฝีมือหนูจ้าทั้งนั้นเดี๋ยวนี้ทำกับข้าวดูแลบ้านเขาได้หมด”
แม่เพ้อถึงลูกสาวในฝันเ้าตัวหน้าตูม...โม้เข้าไปได้นั่น กับข้าวทำยาก ๆ ทั้งนั้นขนมจีนน้ำยาปูเหลืองขมิ้นเคียงผักสดผักดองนานาชนิด ห่อหมกปลาใบชะพลูหมูฮ่องหวานหอมพริกไทย แกงเหลืองรวมมิตรหน่อไม้กับถั่วงอกหัวโตปนสับปะรดรสจัดจ้านคุณชายกระเพาะบางชิมเข้าคำแรกก็จิบน้ำตาม เดี๋ยวเดียวเขาเป่าลมออกปากหน้าแดง
แม่ครัวตัวจริงชักรู้สึกว่าพลาดแต่ละจานออกรสเผ็ดร้อน อยู่ใกล้ยังแทบได้กลิ่นนมเนยไอหิมะระเหยจากตัวตาอ้วนร้อนตัวว่าทีแรกจะมีผักเหมียงผัดไข่ด้วย แต่วันนี้ที่ตลาดผักไม่ค่อยสดเลยไม่ได้ซื้อมาทำลูกคู่เห็นจังหวะก็สะกิดขาใต้โต๊ะพร้อมพยักพเยิดไปทางแผงไข่ข้างเตาแม่แก้วรับลูกได้ทันควันเหมือนกัน
“ใช่ไข่เจียวกินแนมตัดเผ็ดดีกว่า หนูจ้าจ๊ะเจียวไข่ให้พี่อ้วนหน่อย”
ลูกสาวหูตึงขึ้นมาดื้อๆ แม่ต้องลงเสียงหนัก
“เดี๋ยวนี้ค่ะน้องหนูจ้า !”
เหมือนโดนกระทุ้งก้น‘น้องหนูจ้า’ กระตุกพึ่บขึ้น พอไปถึงหน้าเตาคนเคยแต่กินไม่มั่นใจ“แม่...ทอดฟองเดียวเหรอ”
“สองฟองสิคะลูกไม่งั้นมันไม่น่ากิน”
“แม่...ใส่น้ำมันแค่ไหนดี”
“เยอะๆ หน่อยก็ได้ค่ะลูก”
เสียงที่ตามมาดังโก๊งเก๊งโคล้งเคล้งซะจนชายหนุ่มไม่กล้าเหลียวหลังไปดูคนเป็แม่หน้าเจื่อนแก้แทน
“น้องตื่นเต้นที่พี่อ้วนกลับมาน่ะจ้ะทำไม่ถูกเลย”
“โอ๊ยยย!” เสียงร้องลั่นหลังน้ำมันกระเด็นซู่ใหญ่ แม่ลืมตัวะโ “บอกกี่หนแล้วตะหลิวไม่เช็ดน้ำให้แห้งโดนน้ำมันร้อน ๆ มันกระเด็น !”
แม่ครัวสาดไข่ฉ่าควันโขมง
“หรี่ไฟค่ะลูกกกกหรี่ไฟ !!”
นักเขียนบทเหงื่อตก...
นางเอกแม่ศรีเรือนของช้านนแม่กำลังเจียวไข่หรือทำา ???
ในที่สุดคนทั้งโต๊ะโล่งอกจานไข่เจียวถูกนำมาวาง หน้าตามันไม่ถึงกับขี้เหร่ น้าแก้วลุ้นตอนตาอ้วนตักไข่เจียวกินกับข้าวไม่เห็นเขามีปฏิกิริยาเลยชิมบ้าง “อ๊ายย ทำไมจืดแบบนี้”
คนทำเพิ่งนึกได้ว่าลืมใส่น้ำปลาอันที่จริงลืมใส่ทุกอย่าง คนกลางตักน้ำแกงราดไข่คลุกกินกับข้าว
“จืดๆ ก็ดีครับ แกงรสจัดอยู่แล้ว กินเคียงก็รสชาติพอดีกัน”
อยู่ ๆ ไฟดับพึ่บทั้งห้องมืดกะทันหันแล้วกลับสว่างโพลง ตามด้วยหลอดไฟกะพริบติด ๆ ดับ ๆแม่แก้วบ่นอู้ว่าอยู่นอกเมืองเดี๋ยวน้ำไม่ไหลเดี๋ยวไฟดับ ขาดคำแสงหายวับไปอีกหนูจ้าอาศัยความมืดชำเลืองคนข้าง ๆ ไฟเกิดติดสว่างวาบสายตาประสานสายตาเขาเข้าเต็มเปา เธอหลบตาวูบ
มื้อค่ำผ่านไปหลอดไฟเพดานเหนือโต๊ะกินข้าวยังดับเป็พัก ๆ แม่แก้วขยับจะไปเรียกโมนแต่ไม่ทันลูกสาวที่ถลกกระโปรงเหยียบเก้าอี้ต่อขึ้นไปยืนโด่เด่บนโต๊ะแม่ดึงชายกระโปรงยิก ๆ
“หนูจ้าจ๋าเดี๋ยวให้ใครมาเปลี่ยนหลอดไฟก็ได้”
เ้าตัวสะบัดขารำคาญแรงกระตุกเรียก
“ฮื่อ! ดึงทำไม แม่ปิดไฟ ขอไฟฉายด้วย”
หลังปิดสวิตช์ไฟทุกสิ่งในห้องแลเป็เงามืดมีเพียงลำแสงจากไฟฉาย คุณอ้วนยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์แหงนมองช่างซ่อมประจำบ้าน
“สตาร์ตเตอร์ไม่เสียหรอกแม่แค่ขาตะเกียบหลวม เอ้าแม่...เปิดไฟ”
ไฟติดสว่างทั่วครัวน้าแก้วพาตาอ้วนย้ายไปคุยอีกห้องร่างประเปรียวะโจากโต๊ะปัดมือเช็ดฝุ่นกับกระโปรงแล้วตวัดชายใส่รุ่นพี่
“นี่อะไร! จับแต่งตัวจะให้เป็ตัวประกอบงานง่ายเงินดี โกหกกันใช่ไหม”
“แค่จะดัดสารรูปแกให้สมกับพระเอกนี่ก็ปรับไม่ไปเล้ยยย...กะอีแค่เจียวไข่ มือห่างตีนห่างครัวจะะเิแต่ตอนคุณอ้วนปกป้องแกโคตรน่ารัก กินไข่คลุกแกงให้แม่ดูว่าไข่เจียวไม่ใส่น้ำปลาก็ไม่เป็ไร”
“ปกป้องปกเปิ้งอะไรอย่ามาแก่ละคร แม่กับพี่นุ่นจะเล่นอะไร”
“เล่นจับคู่พระ-นางไงหรือแกจะเอาเ้าพ่อดอน คาริโอเน่ มันส่งจูบให้อยู่ไม่ใช่เหรอ”
“หยุดเลยจะอ้วก”
“เอองั้นไปหาพระเอก เชื่อหัวไอ้เรือง !”
“ไม่เชื่อเชื่อหัวไอ้จ้าเอง”
เธอหลบมุมเล็งจากข้างประตูพระเอกของพี่นุ่นกำลังดูภาพถ่ายที่ตั้งเรียงบนเปียโน --รูปเ้าสัวเจี้ยนกับหลานสาววัยทารก เด็กหญิงจ้ากับพ่อ ภาพครอบครัวพ่อแม่ลูก ณสถานที่ท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เขาหยิบกรอบรูปหนึ่งมาพินิจลุงจ่างกอดไหล่พ่อเขาซึ่งอุ้มเด็กหญิงจ้าบนตัก ถ่ายในงานวันเกิดครบเจ็ดปีที่บ้านไร่นี่เองเสียงน้าแก้วดังจากข้างหลังว่า
“เปียโนเก่าหลังเดิมแหละจ้ะกลายเป็ที่วางรูป”
เขาเปิดฝาเปียโนไล้นิ้วกับแป้นเบาๆ
“ยังดีอยู่เลยคิดถึงคุณพ่อนะครับ เคยขอให้หนูจ้าเล่นให้ฟัง”
สายลมนอกหน้าต่างพัดมาอ่อนๆ หญิงสาวผู้แอบข้างประตูคล้ายได้ยินเสียงจากอดีตลอยมาแ่ ๆ
“อ้าว...เ้าของวันเกิดเล่นเปียโนให้ลุงอู๋ฟังหน่อย”
เสียงก๊องแก๊งดังขึ้นลุงอู๋ยิ้มแป้นชมหนูน้อยดีดเปียโน พ่อแม่ พี่ชายกับคุณน้าหญิงอยู่กันพร้อมหน้าเ้าเด่นหมอบประจำกับพื้น เด็กหญิงเล่นกระท่อนกระแท่นจบเพลงจนได้พ่อหัวเราะเอิ๊กอ๊ากว่าลูกสาวฉันปีนต้นไม้เก่งอย่างเดียวลุงอู๋เถียงแทนว่าลูกสาวลุงคนนี้เก่งทุกอย่างต่างหากแล้วเรียกคนเก่งมารับรางวัลที่ซ่อนไว้ข้างหลัง แม่หนูโดดผลุงจากเก้าอี้ไปหา “จ้าอยากได้ควายไบซั่น” คำขอเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน เด็กหญิงมองคนโน้นทีคนนี้ทีแล้วไปหยิบหนังสือสารคดีมาเปิด ชี้ภาพฝูงควายไบซั่นที่สง่างามกลางทุ่งกว้าง “จ้าอยากขี่ควายแบบนี้”
ลุงอู๋ยื่นกล่องของขวัญให้บอกว่าบ้านเราไม่มีควายพันธุ์นี้ลูก ลุงขอติดไว้ก่อน แล้วย่อลงหอมแก้มแม่หนูคนโปรดอวยพรให้โตไว ๆ ลุงจะพาไปขี่ควายไบซั่นที่อเมริกาน้าแก้ววางมือบนบ่าตาอ้วนคนโปรดบ้าง
“อ้วนดีกว่าลูกเล่นเปียโนเก่งถึงไหนแล้ว น้าขอฟังหน่อย”
คำขอนั้นล่องลอยมาสู่ชายหนุ่มในเวลานี้เสียงเพลงที่เด็กชายเล่นแว่วกังวาน เด็กหญิงจ้านั่งฟังบนตักลุงอู๋
แต่คืนนี้...ไม่มีดนตรีบรรเลงสดใส
เมื่อได้เวลาชายหนุ่มจะกลับแม่แก้วกรายมาเรียกคนในครัว
“น้องหนูจ้าพี่อ้วนจะกลับแล้ว ไปส่งหน่อยค่ะลูก”
“ขนลุกน่ะแม่”
“พี่อ้วนรออยู่นะคะ”แม่กระแทกเสียงหนักพอ ๆ กับแรงบิดพุงลูกสาว
“ฮึ่ย!” หนูจ้าหน้าเบี้ยว เดินดุ่ม ๆ ไปส่งแขก ถึงรถก็หมุนขวับกลับ ถึงแม้กิริยาไม่กระฟัดกระเฟียดแต่เขารู้สึกได้ว่าน้องมาไล่ไม่ใช่ส่ง
“ตอนน้าแก้วเรียกให้หนูจ้าหันมาพี่นึกว่าเราจะะโล็อกคอพี่ซะอีก”
เขาร้องออกไปเ้าตัวสะบัดกลับมาจ้องหน้าโดยไม่กล่าวคำใด ๆ เขาเก้อ...เช่นที่เก้อมาตลอดมื้อค่ำน้องไม่พูดกับเขาโดยตรง ไม่เรียกชื่อสักคำด้วยซ้ำ เขาเอื้อมไปหยิบถุงบนเบาะรถควักตุ๊กตาควายไบซั่นตัวเล็ก ๆ มายื่นให้
“สำหรับสัตวแพทย์หญิงจุฑาสิรี”
เธอสะอึกรอยยิ้มมุมปากเขาเหมือนขำของขวัญที่น้องเคยอยากได้ ครั้นถูกปล่อยให้ยื่นตุ๊กตาค้างพี่ชายจึงออกตัว“พี่ฝากเพื่อนที่โคโลราโดช่วยหา อยากได้ตัวโต ๆจะได้ดูองอาจสมศักดิ์ศรีควายไบซั่นหน่อย แต่ทั้งร้านเหลือเ้าสามตัวเท่าเนี้ยหนูจ้ารับไว้ก่อนนะ ไว้เราค่อยไปดูตัวจริงกันที่...”
เธอคว้าตุ๊กตามาให้สิ้นเื่ไปหงุดหงิดที่เขาจำสิ่งละอันพันละน้อยสมัยก่อนได้ “ขอบคุณค่ะ คุณอ้วน”
คุณอ้วน ! พี่ชายหน้าชา ที่ผ่านมาแม้ได้รับอีเมลตอบนาน ๆ ครั้ง แต่ข้อความของน้องไม่เคยเป็อื่นไกลเขามองตามหลังร่างที่ผละไปอย่างเ็า ขอบตาร้อนผ่าว เข้าใจชัดเจนขึ้นทันใดแววตาแลประหลาดเมื่อแรกพบนั้น น้องมองเขาเหมือนคนซึ่งสาบสูญหายไปเป็คนอื่น !
ทว่าชายหนุ่มไม่ได้เห็น...คนเ็าซ่อนน้ำตาแเีในแสงสลัว