### ขลุ่ยมรณะ (Deadly Flute)
**Episode 16: พันธมิตรในเงามืด (Allies in the Shadows)**
ค่ำคืนนั้น กรุงเทพฯ ยังคงสว่างไสวด้วยแสงไฟนีออน แต่ในห้องทดลองส่วนตัวของดร.วีระ ไฟทุกดวงถูกเปิดสว่างจ้า ไอริณยืนกางแขนกั้นหน้าประตู มือข้างหนึ่งจับกุญแจมือที่ล็อกข้อมือดร.วีระไว้กับเก้าอี้เหล็ก พิธานั่งหน้าคอมพิวเตอร์หลัก มือพิมพ์คีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว หน้าจอสะท้อนแสงสีฟ้าบนใบหน้าที่ซีดเซียวของเขา แจ็คเก็ตหนังสีน้ำตาลของไอริณยังคงเปียกชื้นจากฝนที่เพิ่งหยุดตก ผมดำขลับหลุดรุ่ยลงมาปรกหน้า เธอไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้ามาั้แ่คืนก่อน
“กี่เครื่อง?” ไอริณถามเสียงเย็น มองดร.วีระตรงๆ
ดร.วีระถอนหายใจยาว “สิบตัว กระจายอยู่ในสถานที่สาธารณะทั่วกรุงเทพฯ และอยุธยา ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานีรถไฟ... ถ้าตัวจับเวลาเดินถึงศูนย์พร้อมกันคืนนี้ตอนตีสอง คลื่น infrasound ผสมละอองสารเคมีจะถูกปล่อยออกมา คนที่เคยััพิษมาก่อนจะหัวใจหยุดเต้นภายในไม่กี่นาที”
พิธาหันมามอง “พี่ไอริณ ผมเจอแผนที่แล้วครับ แต่ไฟล์เข้ารหัสด้วย AES-256 ผมต้องใช้เวลาถอดรหัสอย่างน้อยสามชั่วโมง”
ไอริณกำหมัดแน่น “เราไม่มีเวลาสามชั่วโมง”
โทรศัพท์ของเธอดังขึ้น เป็ศิริพร “ไอริณ... ฉันมาถึงแล้ว อยู่หน้าอาคาร”
ไอริณลังเลเพียงเสี้ยววินาที ก่อนกดเปิดประตู ศิริพรเดินเข้ามา หน้าซีด ตัวสั่นเล็กน้อย เธอสวมเสื้อคลุมยาวสีเทาเข้ม ผมยาวยุ่งเหยิง
“ฉันได้ยินทุกอย่างจากนอกประตู” ศิริพรพูดเสียงแ่ “ฉัน... อาจช่วยได้”
ไอริณจ้องเพื่อนเก่า “ช่วยยังไง ในเมื่อเธอเคยเป็ส่วนหนึ่งของเื่นี้”
ศิริพรกลืนน้ำลาย “ฉันเคยช่วยนาราจริง ตอนแรกฉันแค่ให้ข้อมูลพิพิธภัณฑ์ แต่หลังจากรู้ว่าเธอจะฆ่าคน ฉันถอนตัว ฉันแอบเก็บรหัสผ่านสำรองของดร.วีระไว้ตอนที่เขามาขอข้อมูลจากฉัน”
เธอยื่นแฟลชไดรฟ์เล็กให้พิธา “รหัสอยู่ในนี้”
พิธาเสียบแฟลชไดรฟ์ทันที หน้าจอเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แผนที่เครื่องกระจายเสียงทั้งสิบตัวปรากฏชัดเจน พร้อมพิกัด GPS
ไอริณยังคงจ้องศิริพร “ทำไมถึงเปลี่ยนใจ”
ศิริพรน้ำตาคลอ “เพราะฉันสูญเสียน้องสาวจากอุบัติเหตุเดียวกับที่ลูกนาราตาย ฉันเข้าใจความเ็ปของเธอ แต่การฆ่าคนบริสุทธิ์ไม่ใช่คำตอบ ฉัน... อยากหยุดมัน”
พิธาพิมพ์คำสั่งส่งข้อมูลไปยังหน่วยตำรวจพิเศษ “ผมส่งพิกัดให้ทีมอื่นไปจัดการเครื่องส่วนใหญ่แล้วครับ แต่เครื่องหลักตัวที่สิบ... ซ่อนอยู่ในห้างร้างย่านบางนา มันถูกตั้งเป็ตัวควบคุมหลัก ถ้าไม่หยุดตัวนี้ เครื่องอื่นจะรีสตาร์ทอัตโนมัติ”
ไอริณหันไปมองนาฬิกา 23:47 น. “เหลือเวลาน้อยกว่าสองชั่วโมง เราต้องไปห้างร้างเดี๋ยวนี้”
ทั้งสามรีบขึ้นรถ ไอริณขับเอง พิธานั่งข้างๆ ถือแล็ปท็อปคอยมอนิเตอร์สัญญาณ ศิริพรนั่งเบาะหลังเงียบกริบ
ระหว่างทาง ศิริพรพูดขึ้นเบาๆ “ไอริณ... หัวใจฉันเต้นแปลกๆ ั้แ่ได้ยินเสียงเมื่อคืน ฉันคิดว่าฉันถูกพิษมานานแล้ว”
ไอริณมองกระจกมองหลัง “เท่าไหร่”
“บางที... อาจไม่รอดถึงเช้า” ศิริพรยิ้มเศร้า “แต่ฉันจะช่วยเธอให้ถึงที่สุด”
ห้างร้างย่านบางนา มืดสนิทและเงียบสงัด ลมพัดผ่านโครงสร้างคอนกรีตที่ผุพังดังครืน ไอริณจอดรถไกลออกไป เดินเข้าไปอย่างเงียบกริบ บู้ทหนังกระทบพื้นคอนกรีตดังกึกก้องในความเงียบ
ชั้นใต้ดินของห้าง เครื่องกระจายเสียงตัวหลักถูกติดตั้งไว้กลางห้องโล่ง อุปกรณ์ขนาดเท่าตู้เย็น หน้าจอแสดงตัวเลขนับถอยหลัง: 01:12:34
พิธาเชื่อมต่อแล็ปท็อป “ผมต้องปิด manual override ต้องใช้เวลาสิบนาที”
ไอริณพยักหน้า เธอและศิริพรยืนเฝ้า ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังมาจาก้า
“มีคนมา” ไอริณกระซิบ มือล้วงปืน
เงาหญิงสาวคนหนึ่งเดินลงบันไดช้าๆ ผมยาว หน้าตาคล้ายนารา แต่เด็กกว่า
“ลินดา...” ศิริพรอุทานเบาๆ “ลูกสาวนารา... ทุกคนคิดว่าเธอตายไปแล้ว”
ลินดายิ้มเยาะ “ฉันไม่ตาย แม่ฉันช่วยฉันไว้ เพื่อให้ฉันเป็ส่วนหนึ่งของการแก้แค้นครั้งสุดท้าย”
เธอยกอุปกรณ์รีโมทขึ้น “ถ้าพวกเธอขยับ ฉันจะเปิดเครื่องหลักเดี๋ยวนี้”
ไอริณก้าวเข้าใกล้ช้าๆ “เธอไม่ต้องทำตามแม่เธอ”
ลินดาหัวเราะ “แม่ฉันบอกว่าเธอคือคนที่ทำให้ทุกอย่างเริ่มต้น... น้องสาวของคนที่เป่าขลุ่ยครั้งแรก”
ศิริพรก้าวออกมา “ลินดา... ฉันคือคนที่ทำให้เธอเกือบตาย ฉันเมาแล้วขับ ลงโทษฉันเถอะ อย่าทำร้ายคนอื่น”
ลินดาชะงัก ดวงตาเต็มไปด้วยความแค้นและสับสน
ในเสี้ยววินาทีนั้น พิธากดปุ่มส่งสัญญาณรบกวน เครื่องหลักดับลงกะทันหัน
ไอริณกระโจนเข้าจับลินดา ล็อกตัวไว้ได้
แต่ศิริพรทรุดลง กุมอก หายใจหอบ “ฉัน... เสียงมัน... ดังในหัวฉันตลอดเวลา”
ไอริณคุกเข่าข้างเพื่อนเก่า “ศิริพร! ทนหน่อย เราจะพาเธอไปโรงพยาบาล”
ศิริพรยิ้มแ่ “ไม่ทันแล้ว... แต่ฉันดีใจที่ได้ช่วยเธอ”
เธอหลับตาลงอย่างสงบ หัวใจหยุดเต้นในอ้อมแขนของไอริณ
ไอริณนั่งนิ่งอยู่นาน มองร่างของเพื่อนเก่าที่เคยทรยศและไถ่บาปในคืนเดียวกัน
พิธาเดินมาแตะไหล่เธอเบาๆ “พี่ไอริณ... เครื่องหลักหยุดแล้ว แต่ลินดาบอกว่าแม่เธอหนีออกจากคุกได้ และกำลังมุ่งหน้าไปหมู่บ้านบ้านช่างหลวง มีเครื่องสำรองสุดท้ายรออยู่ที่นั่น”
ไอริณลุกขึ้น เช็ดน้ำตาที่ไหลโดยไม่รู้ตัว
“งั้นเราก็จบมันที่นั่น”
เธอหันหลังเดินออกจากห้างร้าง ลมพัดแรงขึ้น เสียงขลุ่ยที่ดังในหัวเธอเริ่มชัดเจนอีกครั้ง
แต่คราวนี้ เธอจะไม่ยอมให้มันดังต่อไป
**End of Episode 16**
*โปรดติดตามตอนต่อไป*