บทที่ 14: ศึกสะท้านฟ้าเหนือฉางอัน
เหนือท้องฟ้านครหลวงฉางอัน ยามนี้มืดมิดราวกับกลางคืน ทั้งที่เป็เวลาเที่ยงวัน เมฆดำทมิฬหมุนวนเป็ก้นหอยขนาดมหึมา ปกคลุมทั่วทั้งเมือง เสียงฟ้าคำรามกึกก้องเสียดแทงจิตใจ ชาวเมืองนับแสนต่างแตกตื่นวิ่งหนีตายกันโกลาหล บ้างก็คุกเข่ากราบไหว้ฟ้าดินด้วยความสิ้นหวัง
ท่ามกลางกลุ่มเมฆนั้น ร่างยาวเหยียดของ 'จอมมารตะขาบทอง' เลื้อยพันไปมาราวกับัปีศาจ เกล็ดสีดำของมันเสียดสีกันเกิดเสียงดัง ครืดคราด ประหนึ่งเสียงบดขยี้กระดูก
"พวกมนุษย์โง่เขลา!" เสียงของจอมมารดังก้องกังวานไปทั่วฟ้า "ข้าคือศาสดาผู้มาโปรด! เหตุใดไม่ยอมสยบแทบเท้าข้า!"
ทันใดนั้น แสงสีทองเจิดจ้าก็ส่องสว่างขึ้นจากร่างของตะขาบั์ ภาพมายาถูกสร้างขึ้น... เื้ัร่างปีศาจ ปรากฏเงาร่างจำแลงของ 'พระยูไล' (พระพุทธองค์) ขนาดมหึมาสูงเสียดฟ้า นั่งขัดสมาธิบนดอกบัวทองคำ ใบหน้าเปี่ยมด้วยเมตตา แต่ดวงตากลับว่างเปล่าและเ็า
"นะโม... ตัสสะ..."
เสียงสวดมนต์ดังกระหึ่มอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าในวังหลวงนับสิบเท่า ชาวบ้านที่กำลังวิ่งหนีต่างหยุดชะงัก ดวงตาเริ่มเหม่อลอย ขาอ่อนแรงทรุดลงกราบไหว้เงามายานั้น
"ท่านศาสดาเสด็จมาแล้ว..." "ทรงพระเจริญ... ข้าน้อยยอมถวายชีวิต..."
ไป๋อวิ๋นที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ กัดฟันกรอด "ช่างกล้านัก! ใช้รูปลักษณ์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาหลอกลวงผู้คน เพื่อดูดกลืนศรัทธาและิญญา!"
เขาผนึกลมปราณทั่วร่าง เสื้อคลุมสีขาวสะบัดพริ้วตามแรงลม กระบี่เงินในมือส่องแสงสว่างวาบราวกับดวงดาวดวงน้อยท่ามกลางความมืด
"ตะขาบเฒ่า! เลิกเล่นละครปาหี่ได้แล้ว!"
ไป๋อวิ๋นพุ่งทะยานเข้าหาเงาพระยูไลั์นั้นโดยไม่เกรงกลัว เขาชูกระบี่ขึ้นเหนือหัว "กระบี่ที่สอง... ผ่ามายา!"
เปรี้ยง!!
ลำแสงกระบี่สีขาวบริสุทธิ์ พุ่งแหวกอากาศออกไป ขยายขนาดขึ้นจนยาวเหยียดนับร้อยวา ฟาดฟันลงกลางลำตัวของเงาพระยูไลจำแลง
ภาพมายาแตกกระจายเหมือนกระจกเงาที่ถูกทุบ! เศษแสงสีทองร่วงกราวลงมากลายเป็หมอกควันสีดำ เผยให้เห็นร่างจริงของตะขาบั์ที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง
"อ๊ากกกก! เ้าเด็กบัดซบ!" จอมมารตะขาบกรีดร้องเมื่อวิชามายาถูกทำลาย "ข้าจะละลายเ้าให้ไม่เหลือซาก!"
มันอ้าปากกว้าง พ่น 'ฝนกรดมรณะ' ลงมา ของเหลวสีเขียวข้นจำนวนมหาศาลตกลงมาราวกับห่าฝน หากตกลงถึงพื้นเมืองฉางอัน บ้านเรือนและผู้คนคงละลายหายไปครึ่งเมือง
"แย่แล้ว!" ไป๋อวิ๋นตระหนก การโจมตีวงกว้างเช่นนี้ เขารับมือคนเดียวได้ แต่ชาวเมืองเบื้องล่างรับไม่ไหว
"ต้องกางม่านพลัง!"
ไป๋อวิ๋นเก็บกระบี่ แล้วหยิบ 'ร่มกระดาษน้ำมันคันเก่า' ออกมาจากอกเสื้อ (ดูเหมือนของธรรมดา แต่จริงๆ คือ 'ร่ม์ปกป้องปฐี')
เขาโยนร่มขึ้นไปเหนือหัว แล้วถ่ายเทลมปราณทั้งหมดเข้าไป
"กาง!!"
ร่มคันเล็กขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็ว... ใหญ่ขึ้น... ใหญ่ขึ้น... จนกลายเป็ม่านพลังแสงสีฟ้าโปร่งแสง ครอบคลุมน่านฟ้าเหนือเขตเมืองหลวงเอาไว้ทั้งหมด
ซ่า! ซ่า! ซ่า!
ฝนกรดตกลงกระทบม่านพลัง เกิดควันโขมง เสียงดัง ฉ่า เหมือนน้ำราดบนกระทะร้อน แต่ม่านพลังยังคงต้านทานไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ไม่ยอมให้กรดแม้แต่หยดเดียวเล็ดลอดลงไปทำร้ายผู้คน
จอมมารตะขาบเห็นดังนั้นยิ่งโกรธจัด "มีของวิเศษเยอะนักนะ! งั้นข้าจะบดขยี้ม่านพลังของเ้าให้แหลกไปพร้อมกัน!"
มันม้วนตัว แล้วทิ้งดิ่งลงมาเอาหัวกระแทกใส่ม่านพลังอย่างแรง
ตูม! ตูม!
แรงกระแทกทำให้ไป๋อวิ๋นที่ลอยตัวคุมร่มอยู่กระอักเืออกมาเล็กน้อย "อึก... แรงเยอะจริงนะเ้าสัตว์เดรัจฉาน"
ไป๋อวิ๋นเช็ดเืที่มุมปาก แววตาเปลี่ยนเป็ดุดันถึงขีดสุด "ในเมื่อเ้าชอบมุดดินนัก... ข้าจะส่งเ้าลงไปคุยกับรากมะม่วงเดี๋ยวนี้!"
เขาปล่อยมือจากการควบคุมร่ม (ให้มันลอยค้างไว้ด้วยพลังที่เหลือ) แล้วพุ่งสวนขึ้นไปหาจอมมารตะขาบที่กำลังจะพุ่งชนอีกรอบ
"กระบี่รวมหนึ่งเดียว... ทะลวง์!"
ไป๋อวิ๋นกลายร่างเป็ลำแสงสีเงิน พุ่งหมุนควงสว่านเจาะเข้าไปที่ 'จุดอ่อน' ใต้คางของตะขาบั์ ซึ่งเป็จุดที่เกราะอ่อนที่สุด
ฉึก!
"ก๊าซซซซซซซ!!"
กระบี่เสียบทะลุเกราะใต้คาง จอมมารตะขาบดิ้นพล่านด้วยความเ็ปแสนสาหัส เืสีเขียวพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุ มันพยายามสะบัดไป๋อวิ๋นให้หลุด แต่ชายหนุ่มเกาะแน่นราวกับปลิง
"ยังไม่จบ!" ไป๋อวิ๋นกัดฟัน ซัดฝ่ามืออัดกระแทกด้ามกระบี่ซ้ำลงไป "ลงไปซะ!!"
แรงอัดมหาศาลกระแทกร่างจอมมารตะขาบให้ร่วงตกลงมาจากท้องฟ้า ราวกับอุกกาบาตั์
โครมมมมมมมมม!
ร่างตะขาบั์ตกลงกระแทกพื้นดินนอกกำแพงเมือง (ไป๋อวิ๋นบังคับทิศทางให้พ้นเขตชุมชน) เกิดหลุมลึกขนาดมหึมา ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วทิศ
ไป๋อวิ๋นร่อนลงสู่พื้นดินที่ขอบหลุม หอบหายใจหนักหน่วง เสื้อผ้าสีขาวเปรอะเปื้อนคราบเืและเขม่าควัน
"จบหรือยัง..." เขาจ้องมองลงไปในหลุมลึกที่มืดมิด
ทันใดนั้น พื้นดินก็สั่นะเือีกครั้ง!
แต่คราวนี้ไม่ใช่การโจมตี... ร่างของตะขาบั์ที่าเ็สาหัส ไม่ได้โผล่ขึ้นมาสู้ แต่มันกลับ 'ขุดเจาะ' ลงไปใต้ดินอย่างรวดเร็ว!
เสียงของมันดังก้องมาจากใต้พิภพ เต็มไปด้วยความอาฆาต "ฝากไว้ก่อนเถอะเ้ามนุษย์! วันนี้ข้าอาจแพ้... แต่ข้าจะไปกัดกิน 'เส้นชีพจรั' (Dragon Vein) ของราชวงศ์! หากข้าไม่ได้ครองแผ่นดิน ก็อย่าหวังว่าแผ่นดินนี้จะสงบสุข! ข้าจะทำให้เมืองหลวงถล่มจมธรณีไปพร้อมกับข้า!"
"ชีพจรั!" ไป๋อวิ๋นเบิกตากว้าง "บ้าเอ๊ย! มันคิดจะทำลายฮวงจุ้ยของแผ่นดินเพื่อลากทุกคนลงนรก!"
เขาทำท่าจะะโตามลงไป แต่จู่ๆ ร่างกายก็เซวูบ ขาอ่อนแรงจนเกือบล้ม การใช้พลังคุมร่ม์ป้องกันเมืองและวิชาทะลวง์พร้อมกัน กินพลังปราณของเขาไปเกือบเก้าส่วน
"นายน้อย!" เสียงอาเจาท์ะโมาแต่ไกล
อาเจาท์ (ที่วางฮ่องเต้ไว้ในที่ปลอดภัยแล้ว) วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาประคองไป๋อวิ๋น "ท่านเป็ไงบ้าง? เืออกเยอะเลย!"
"ข้าไม่เป็ไร... แค่หมดแรง" ไป๋อวิ๋นกัดฟัน "แต่ไอ้ตะขาบนั่น... มันหนีลงไปที่ชีพจรัใต้ดิน เราต้องรีบตามไปจัดการมัน ก่อนที่มันจะทำลายรากฐานของเมืองหลวง"
"แต่สภาพท่านตอนนี้..." อาเจาท์มองหน้านายน้อยด้วยความเป็ห่วง
"ข้าพักสักครู่ก็หาย" ไป๋อวิ๋นนั่งขัดสมาธิลงกับพื้น หยิบเม็ดยาสีทองออกมากลืนลงคอ "แต่ระหว่างนี้... เรา้ากำลังเสริม อาเจาท์ เ้าไปตามแม่ทัพหวังมา บอกให้เตรียม 'ดินะเิ' ที่แรงที่สุดเท่าที่จะหาได้... งานนี้เราอาจต้องะเิอุโมงค์!"
ทันใดนั้น หวังเจี้ยนและหวังเซิงก็วิ่งเข้ามา พร้อมกับเสี่ยวเหมย "คุณชายไป๋! ท่านปราบมันได้แล้วหรือ?" แม่ทัพหวังถามด้วยความตื่นเต้น
"ยัง... มันแค่หนีไปเลียแผล" ไป๋อวิ๋นลืมตาขึ้น แววตากลับมาคมกล้าอีกครั้ง แม้ใบหน้าจะยังซีดอยู่ "ท่านแม่ทัพ สั่งปิดประตูเมือง ห้ามใครเข้าออก และระดมพลขุดเจาะลงไปที่ห้องใต้ดินของวังหลวง... ทางเข้าสู่ชีพจรัอยู่ที่นั่น"
เขาหันไปมองท้องฟ้าที่เริ่มกลับมาสว่างสดใสอีกครั้ง "ศึกบนฟ้าจบแล้ว... แต่ศึกใต้พิภพ เพิ่งจะเริ่ม"