เมื่อตระหนักได้ว่าเื่นี้ไม่ควรคุยทางโทรศัพท์หลี่ฮุ่ย แม่ของหลินเสี่ยวหรูจึงรีบปรับเสียงให้อ่อนลงเพื่อปลอบประโลม
“เสี่ยวหรู ลูกรีบกลับหอพักไปนะ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดเดี๋ยวแม่จะรีบไปหาลูกเดี๋ยวนี้แหละ”
“ค่ะ แม่รีบมานะคะ หนูขวัญเสียไปหมดแล้ว”
หลินเสี่ยวหรูสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วในยามนี้คนที่เธอพอจะพึ่งพิงได้มีเพียงแม่ของเธอเท่านั้น
“ไม่ต้องกลัวนะลูก มีแม่อยู่ทั้งคน ลูกกลับไปนอนพักผ่อนให้สบายเถอะแม่จะไปถึงในไม่ช้า”
“ค่ะ หนูจะรีบกลับเดี๋ยวนี้”
หลินเสี่ยวหรูวางสายโทรศัพท์แล้วรีบวิ่งกลับที่พักราวกับพายุเธอตรวจสอบประตูหน้าต่างซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแน่ใจ ก่อนจะมุดตัวซุกเข้าไปใต้ผ้าห่ม
ทว่าหญิงสาวไม่อาจข่มตาหลับได้เลยหยาดน้ำตาพรั่งพรูร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย ปากก็เอาแต่พร่ำบ่นซ้ำๆ ว่า“ฉันตายไม่ได้ ฉันตายไม่ได้ ฉันตายไม่ได้...”
ในขณะที่ชีชีกลับอารมณ์ดีจนแทบจะโบยบินเธออาบน้ำอย่างมีความสุข ก่อนจะเริ่มใช้ชีวิตยามค่ำคืนอันแสนหวานฉ่ำกับลู่เหย่
เช้าวันต่อมาเธอได้รับโทรศัพท์จากสถานีเครื่องจักรกลการเกษตรแจ้งว่าทางโรงงานเครื่องจักรกลการเกษตรทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้วและขอให้เธอไปตรวจรับงาน
เมื่อเห็นว่าชีชีท่าทางรีบร้อนจะออกไปข้างนอกลู่เหย่จึงรีบคว้าตัวเธอไว้ “ผมไปเป็เพื่อนนะ”
“คุณไม่ต้องลางานเหรอคะ? ไม่เป็ไรหรอกค่ะกลางวันแสกๆ คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก”
“แต่หลี่เฉิงเต๋อคนนั้น...”
“วางใจเถอะค่ะ ตอนนี้ฉันก็มีฝีมือในการต่อสู้อยู่นะ ไม่ยอมเสียเปรียบง่ายๆหรอก”
“ก็ได้ งั้นคุณรีบกลับมานะ”
แม้ปากจะรับคำแต่ลู่เหย่ก็ยังไม่อาจปิดบังความกังวลที่เปี่ยมล้นอยู่ในใจได้
“ทราบแล้วค่ะ”
ชีชีปั่นจักรยานไปตามทางรับลมเย็นๆ จนมาถึงสถานีเครื่องจักรกลการเกษตร
ท่านผู้เฒ่าไป๋และหัวหน้าสถานีหวังยืนรออยู่ที่นั่นแล้วเมื่อเห็นเธอ ทั้งคู่ต่างก็เดินเข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
“สหายเสี่ยวชี ในที่สุดคุณก็มาพวกเราต่างรอคอยที่จะร่วมเป็สักขีพยานในปาฏิหาริย์อยู่นะ”
“ท่านผู้เฒ่าไป๋ล้อเล่นแล้วค่ะฉันก็แค่ปรับปรุงเครื่องจักรที่มีอยู่เดิมนิดหน่อยไม่ถึงขั้นเป็ปาฏิหาริย์หรอกค่ะ”
ชีชีจอดจักรยานแล้วสวมถุงมือเพื่อเริ่มทำงานทันที
“ถ่อมตัวเกินไปแล้วคุณรู้ไหมว่าสิ่งที่คุณปรับปรุงเหล่านี้จะนำพาความก้าวหน้ามาสู่การพัฒนาการเกษตรของประเทศเรามากแค่ไหน?”
ชีชีหยั่งรู้อยู่เต็มอกแต่เธอก็ย่อมไม่เอ่ยปากยอมรับออกมา
อีกอย่างรอบข้างมีผู้คนมากมายขนาดนี้ หญิงสาวจึงไม่สามารถใช้พื้นที่มิติได้
โชคดีที่เ้าหน้าที่จากแผนกตรวจสอบคุณภาพของสถานีเครื่องจักรกลการเกษตรอยู่กันครบแถมท่านผู้เฒ่าไป๋ยังพาลูกมือมาด้วยอีกหลายคนงานแบกงานหามจึงยกให้เป็หน้าที่ของพวกเขา
หลี่เฉิงเต๋อก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วยเช่นกันเพียงแต่เขายืนแยกตัวออกไปด้านหลัง พลางจ้องมองชีชีด้วยสายตามาดร้ายและเ็า
เขาส่งชายฉกรรจ์ออกไปถึงหกคนกลับถูกนังผู้หญิงคนนี้จัดการจนเหลือเพียงกางเกงในตัวเดียว
ช่างน่าขายหน้านักเขาจะต้องหาทางเอาคืนให้ได้
เวลาผ่านไปประมาณสองชั่วโมงเครื่องไถพรวนดินลึกแบบเกลียวเครื่องหนึ่งก็ถือกำเนิดขึ้น
ชีชียิ้มจนตาหยีแม้จะเป็การนำอะไหล่เก่าที่ใช้การไม่ได้มาประกอบเข้าด้วยกันแต่มันก็ไม่ได้ลดทอนความภาคภูมิใจของเธอลงเลยแม้แต่น้อย
“หัวหน้าสถานีหวังคะที่ท่านรับปากว่าถ้าทำเสร็จแล้วจะให้ฉันใช้งานก่อนหนึ่งวันคำพูดนี้ยังเป็คำสัตย์อยู่ใช่ไหมคะ?”
“ย่อมเป็คำสัตย์แน่นอน”
หัวหน้าสถานีหวังยิ้มกว้างจนปากแทบจะฉีกถึงใบหูนี่ถือเป็ผลงานชิ้นโบแดงเชียวนะซึ่งจะถูกจารึกไว้ในประวัติการทำงานของเขาอย่างภาคภูมิ
แม้ว่าเขาจะไม่ได้ลงแรงทำอะไรเลยแต่ภายใต้การนำของเขาสถานีเครื่องจักรกลการเกษตรแห่งนี้ได้พัฒนาเครื่องไถพรวนดินลึกแบบเกลียวขึ้นมาได้นี่คือผลงานทางการเมืองที่ใครก็ไม่อาจลบเลือน
ชีชีไม่คิดจะเกรงใจเขาเธอติดเครื่องไถพรวนดินลึกก่อนวิ่ง ‘ตึกๆๆ’ ตรงไปยังเขตบ้านพักทหารทันที
เมล็ดพันธุ์เตรียมไว้พร้อมหมดแล้วเหลือเพียงรอเ้าเครื่องนี้แหละ!
ท่านผู้เฒ่าไป๋เพื่อที่จะได้เห็นประสิทธิภาพของเครื่องไถพรวนดินลึกกับตาจึงนั่งรถตามหลังมาด้วย และไม่ลืมสั่งให้ลูกมือเตรียมน้ำมันดีเซลมาอีกหนึ่งถัง
ชีชีขับเครื่องไถพรวนดินลึกตรงไปยังพื้นที่รกร้างหลังเขตบ้านพักทหารและเริ่มลงมือทำงานในทันที
เสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มดึงดูดความสนใจของเหล่าพี่สะใภ้และบรรดาป้าๆในเขตบ้านพักทหารให้พากันมามุงดู
“โอ้โห สหายเสี่ยวชีขับรถไถเป็ด้วยเหรอเนี่ย เก่งจริงๆ เลย”
“เขาเรียกอะไรนะ... อะไรที่ว่าไม่แพ้บุรุษน่ะ”
“นารีผู้องอาจไม่แพ้บุรุษ!”
“ใช่ๆๆ เธอไม่ด้อยไปกว่าพวกผู้ชายเลย!”
เสียงชื่นชมดังขึ้นระงมแต่ก็มีบางคนที่พูดจาถากถางด้วยความริษยา
“แม่นั่นบ้าบิ่นชะมัด นั่นมันงานของผู้ชายแท้ๆหล่อนจะไปเสนอหน้าแสดงความสามารถไปเพื่ออะไร?”
“ดูท่าทางกรีดกรายของหล่อนสิ พยายามแทรกตัวเข้าไปในกลุ่มผู้ชายคิดอะไรอยู่คงไม่ต้องพูดหรอกมั้ง?”
คนมาดูเหตุการณ์มีมากคำพูดคำจาก็มีหลากหลาย
ชีชีหาได้ใส่ใจไม่เธอมีสิทธิ์ใช้งานเครื่องนี้เพียงวันเดียวเท่านั้นดังนั้นต้องเปิดหน้าดินที่นี่ให้เสร็จทั้งหมด
เมื่อเครื่องไถพรวนดินลึกเริ่มทำงานท่านผู้เฒ่าไป๋ก็พาเ้าหน้าที่เริ่มทำการทดสอบ
เริ่มจากการวัดความลึกของหน้าดินที่ไถพรวนไปจนถึงการทดสอบความชื้นของดินชั้นลึก
ทุกครั้งที่การทดสอบผ่านไปหนึ่งรายการมุมปากของเขาก็จะยกสูงขึ้นทีละนิด จนสุดท้ายก็ะเิเสียงหัวเราะออกมาไม่หยุด
“ดี ดีมาก! เครื่องไถพรวนดินลึกนี้ต้องได้รับการส่งเสริมออกไปให้ทุกกองการผลิตได้มีโอกาสใช้งาน”
ของดีขนาดนี้ใครบ้างจะไม่อยากได้?แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันการผลิตเหล็กกล้าของประเทศยังมีขีดจำกัดการจะส่งเสริมขยายผลอย่างเต็มกำลังจึงเป็เื่ยากยิ่ง
ดังนั้นหัวหน้าสถานีหวังจึงทำแค่เออออตามไปเท่านั้นไม่ได้เก็บมาใส่ใจจริงจัง
ก่อนที่ท้องฟ้าจะมืดมิดชีชีก็ทำการไถพรวนดินลึกบนพื้นที่รกร้างกว่าสิบหมู่จนเสร็จสิ้น
ขอเพียงใส่ปุ๋ยรองพื้นก็สามารถเริ่มเพาะปลูกได้แล้ว
ทว่าเธอมีน้ำพุิญญาเื่ปุ๋ยรองพื้นจึงตัดทิ้งไปได้เลย
อีกทั้งเมล็ดพันธุ์ของเธอยังเป็เมล็ดพันธุ์เซียนที่ได้รางวัลมาจากระบบไม่ต้องเดาก็รู้ว่าผลผลิตย่อมต้องสูงลิ่วแน่นอน
เมื่อเห็นว่าชีชีทำงานเสร็จแล้วทุกคนต่างก็พากันขอตัวกลับ
ชีชีคิดจะรั้งให้พวกเขาอยู่ทานมื้อค่ำด้วยกันแต่ก็ไม่มีใครอยู่
ก็จริงอยู่ในยามนี้ทุกคนต่างต้องกินอยู่อย่างจำกัดตามโควตาที่ได้รับหากไม่มีเื่สำคัญจริงๆ จะไม่ไปทานข้าวบ้านคนอื่นเด็ดขาด
เพราะหากคุณกินไปสิทธิ์ของคนอื่นก็จะหมดลง และพวกเขาจะต้องทนหิวโหย
ยุคสมัยนี้ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อธัญญาหารได้ง่ายๆอีกทั้งทุกคนก็ไม่ได้มีเงินทองมากมายอะไร
แม้จะเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันแต่ชีชีกลับมีอารมณ์ดีอย่างยิ่ง มื้อค่ำเธอจึงลงมือทำกับข้าวเพิ่มขึ้นอีกสองอย่าง
ทันทีที่ลู่เหย่ก้าวเข้าบ้านเขาก็พบว่าชีชีดูเหมือนจะมีประกายเจิดจรัสไปทั้งตัว ช่างดูโดดเด่นเหลือเกิน
เขาอดไม่ได้ที่จะเข้าไปสวมกอดเธอจากทางด้านหลัง“วันนี้มีเื่ดีๆ อะไรเกิดขึ้นเหรอ?”
“เครื่องไถพรวนดินลึกพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการผลิตแล้วค่ะและที่สำคัญคือพื้นที่ด้านหลังนั่นฉันเปิดหน้าดินเสร็จหมดแล้วพรุ่งนี้จะเริ่มเพาะปลูกค่ะ”
“ให้ผมช่วยนะ”
“ไม่ต้องค่ะ” ชีชีดันตัวเขาออก “เร็วค่ะ ไปล้างมือแล้วมาทานข้าวกัน”
“ได้เลยครับ”
ั้แ่ออกเรือนกับชีชีอาหารการกินของลู่เหย่ก็ยกระดับขึ้นหลายขั้น
ทว่าเขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจฟุดฟิด“ทำอะไรกินน่ะ? ทำไมหอมขนาดนี้?”
ชีชีไม่ปล่อยให้เขาสงสัยนานเธอเปิดฝาหม้อดินออกทันที ไก่ตุ๋นสีเหลืองทองปรากฏแก่สายตาโดยเฉพาะกลิ่นหอมของเนื้อที่อบอวลไปทั่ว จนลู่เหย่แทบจะก้าวขาไม่ออก
เขาจึงรีบวิ่งไปล้างมือและกลับมานั่งประจำที่ที่โต๊ะอย่างรวดเร็วรอคอยให้ภรรยาเอ่ยปากเรียกทานข้าว
ชีชีชอบท่าทางซื่อๆของลู่เหย่มาก เธอคีบน่องไก่ให้เขาชิ้นหนึ่ง “รีบทานเถอะค่ะ”
“อืม”
ลู่เหย่คีบน่องไก่ที่เหลืออีกข้างให้ชีชีก่อนจะเริ่มลงมือจัดการอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย
หลังจากทานเสร็จทั้งคู่ก็ออกไปเดินเล่นย่อยอาหารตามปกติ
เพียงแต่ครั้งนี้ไม่ได้พบกับหลินเสี่ยวหรูอีก
ภายในเขตบ้านพักทหารไม่มีความลับใดๆได้ยินมาว่าวันนี้เธอไม่ได้เข้าร่วมการแสดงด้วยซ้ำจนทำเอาหัวหน้าคณะศิลปกรรมทหารโกรธจัดจนควันออกหู
ชีชีคาดเดาว่าเื่นี้ต้องเกี่ยวข้องกับการที่ระบบของเธอถูก่ชิงไปอย่างแน่นอน
หลินเสี่ยวหรูคนนั้นเคยชิงวาสนาของผู้คนมามากมายมิหนำซ้ำยังเคยพรากชีวิตคนอื่น
เมื่อไม่มีระบบคอยคุ้มครองย่อมเลี่ยงไม่พ้นที่จะถูกอาถรรพ์ย้อนกลับเข้าตัว
์ทำผิดบาปยังพอให้อภัยได้แต่คนทำผิดบาปเองย่อมไม่อาจรอดพ้น
หากเธอเป็อะไรไปจริงๆชีชีก็จะไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย ถือเสียว่าเป็การกำจัดภัยให้แก่ราษฎร
ค่ำคืนนั้นผ่านพ้นไปอย่างเงียบสงบ
เช้าวันรุ่งขึ้นชีชีรีบไปที่ไร่เพื่อเริ่มงาน เธอปลูกข้าวสาลี ถั่วเหลือง ข้าวโพด มันฝรั่งและมันเทศลงไปจนหมด พร้อมทั้งรดด้วยน้ำพุิญญา
จากการเติบโตของพืชผลในพื้นที่มิติทำให้เห็นได้ว่าน้ำพุิญญาช่วยรับประกันการรอดตายของต้นกล้าและทำให้มันเติบโตได้ดียิ่งขึ้น
เนื่องจากชีชีชอบทานข้าวเ้ามากกว่าเธอจึงเว้นที่ว่างไว้อีกห้าหมู่เพื่อเตรียมปลูกข้าวเ้า
แต่พื้นที่นาข้าวหากใช้แรงงานคนคงจัดการได้ยากเธอจึง้าเครื่องตีแนวและเครื่องปักดำ
ในคราวนี้ชีชีตั้งใจจะไปหาท่านผู้เฒ่าไป๋ที่โรงงานเครื่องจักรกลการเกษตรโดยตรง
ทว่ายังไม่ทันจะได้ออกพ้นประตูท่านผู้เฒ่าไป๋ก็เดินทางมาถึงเสียก่อน
พร้อมกับนำธงเกียรติยศมามอบให้ผืนหนึ่ง