บทที่ 8
เหล่าพนักงานออฟฟิศที่อยู่แถวๆนั้นต่างก็ลุกขึ้นจากม้านั่งแทบจะพร้อมกัน ทั้งหมดมุ่งตรงเข้าสู่ประตูทางเข้าออฟฟิศตรงหน้า แต่ก็บังเอิญมีหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งมาอย่างรวดเร็ว ผ่านหน้าของกรที่กำลังคิดเรื่องงานเพลินๆ จนเธอไปชนเข้ากับวุฒิไกรด้านหลังของที่กำลังเดินอยู่“ขอโทษด้วยค่ะ อ้ะ! พี่ไกร” หญิงสาวหน้าตาน่ารักชะงักไปเล็กน้อยเมื่อพบว่าเธอเดินชนคนรู้จัก“เป็นอะไรไหม? จินนี่ ทำไมถึงรีบร้อนอย่างนี้ล่ะ?” ชายหนุ่มหันมาประคองหญิงสาวที่กำลังยืนเซ“กะ...ก็จินนี่ รีบมาหาพี่ไกรนี่คะ เอ่อ...คือ แฮปปี้เบิร์ธเดย์ค่ะพี่ไกร” พนักงานออฟฟิศสาวสวยเธอกำลังเขินอายหน้าแดง ขณะมอบของขวัญวันเกิดให้ชายหนุ่มต่อหน้าสาธารณะชน“เอิ่ม...ขอบคุณนะจินนี่ แต่มาให้ของต่อหน้าคนอื่นนี่มันก็...” ชายหนุ่มเขินอายหน้าแดงขึ้นมาเช่นกัน มือหนึ่งรับกล่องของขวัญอีกมือหนึ่งก็เกาหัวแก้เขิน ชายหญิงทั้งคู่ต่างก็หลบสายตากันเพราะเขินอายทั้งคู่ บรรยากาศแห่งความรักที่แสนหวาน ผู้คนรอบข้างต่างก็ยิ้มแย้มยินดีไปด้วย ทุกอย่างช่างเป็นใจต่อการเกิดขึ้นถึงความรักของคนทั้งสองเป็นอย่างยิ่ง จะมีก็เพียงแต่กามเทพล่องหนที่ยืนดูเหตุการณ์ตรงหน้า ด้วยปากอ้าตาค้างแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง แต่เขาก็พยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองอย่างถึงที่สุด“อิหยังว่ะ!” กรตะโกนระบายความโมโหออกมา ความสัมพันธ์ของหนุ่มสาวตรงหน้าของเขากำลังเป็นไปด้วยดี และน่าชื่นชม แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาโกรธที่มันอาจจะกลายเป็นอุปสรรคต่อเควสของตน กลับกันสิ่งที่ขัดเคืองต่อใจของกรก็คือ ภารกิจมันบังคับให้เขาต้องทำลายความรักตรงหน้าทิ้งเสียอย่างนั้น ‘ความรัก มันควรจะเป็นเรื่องของคนสองคนไม่ควรมีมือที่สาม แต่ว่า...วุฒิไกรกับวิภาดาก็เลิกกันไปนานแล้ว ทำไมเราจะต้องให้ทั้งสองคนกลับมารักกันด้วย ถ้าต่างคนต่างไปมีคนใหม่มันจะไม่ดีกว่าเหรอ? ถึงไอ้เจ้านี่จะยังตัดใจจากแฟนเก่าได้ไม่ขาด แต่ถ้าเขาได้คบกับคนที่รักจริงสุดท้ายก็จะเริ่มใหม่ได้ และอาจจะดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ’ กรเริ่มสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ก็ในเมื่อคนจะรักกันแต่ทำไมเขาจะต้องมาพรากจาก เพื่อให้ไปรักอีกคนตามภารกิจด้วย แต่ในขณะที่กามเทพฝึกหัดกำลังกังวลใจอยู่นั้น เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นจากบัตรประจำตัว เรียกสติของกรให้กลับมาอยู่กับเรื่องตรงหน้า เมื่อหยิบบัตรขึ้นมาดูสีหน้าของเขากลับย่ำแย่ยิ่งไปกว่าเดิม เมื่อเห็นว่าเป็นสายเรียกเข้าจากพี่เลี้ยงตัวดีของเขา ที่แสดงออกมาเป็นภาพนิ่งตอนจินซานกำลังยืนเก๊กหล่ออยู่“ครับ...รุ่นพี่จินซานมีอะไรรึเปล่า?” กรพยายามเก็บอาการให้ดูเป็นปกติที่สุดขณะตอบกลับผ่านวิดีโอคอล ที่เห็นภาพเคลื่อนไหวในเวลาปัจจุบัน“ก็ไม่มีอะไรหรอก แค่จะถามว่าเป็นยังไงบ้างเท่านั้นแหละ เพราะตอนที่ข้าทำเควสในวันแรกก็เริ่มต้นอะไรไม่ค่อยถูก เผื่อตอนนี้เจ้ากำลังต้องการความช่วยเหลือ” กามเทพขั้น 1 กล่าวออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และอัธยาศัยดีเช่นเคย ซึ่งก็ถือว่าโทรมาได้ถูกเวลาเหมือนกับรู้ว่ากรกำลังเจอปัญหาอยู่พอดิบพอดี‘ไหนตอนแรกบอกจะไม่โทรมา จะให้เราลองจัดการเองคนเดียว เฮ้อ! แต่ตอนนี้ฉันก็ต้องการความช่วยเหลือจริงๆนั่นแหละนะ’ กรแม้ว่าจะไม่ค่อยชอบหน้าฝ่ายตรงข้ามเท่าไร แต่ในเมื่ออีกฝ่ายหวังดีจะช่วยเอง เขาก็ยินดีที่จะรับน้ำใจนั้นไว้“ว่าไง ทำไมเงียบไปล่ะ มีอะไรก็บอกข้ามาได้นะไม่ต้องเกรงใจ” กามเทพอ้วนกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และเห็นอกเห็นใจกรเป็นอย่างมาก“อ่า...ถ้ารุ่นพี่ว่าอย่างนั้น...ผมก็จะเล่าสถานการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟังก็แล้วกันครับ เริ่มจาก...” กรเรียบเรียงคำพูดเล่าเรื่องตั้งแต่ข้อมูลภารกิจ ไปจนถึงสถานการณ์ตรงหน้าที่เกิดขึ้นกับเป้าหมาย รวมทั้งความกังวลใจที่ต้องไปขัดขวางความรักที่กำลังจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงอีกคนของวุฒิไกร จินซานรับฟังอย่างตั้งใจ และคิดตามอย่างจริงจัง จนกระทั่งกรเล่าเรื่องจบ จินซานก็ขอเวลาเรียบเรียงข้อมูลสักครู่ก่อนจะตัดสินใจกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เป็นทางการอย่างยิ่ง“ข้าเข้าใจในความรู้สึกของเจ้ากามเทพฝึกหัด ความรักนั้นเป็นสิ่งสวยงาม และมันสามารถเกิดขึ้นได้เสมอแม้ว่าพวกเราเหล่ากามเทพจะไม่ได้บันดาลมัน แต่ภารกิจของเราที่ได้รับมานั้นย่อมเป็นลิขิตอันยิ่งใหญ่ ความพยายามของเจ้าจะไม่สูญเปล่าหากทำมันได้สำเร็จ เข้าใจที่ข้าต้องการจะสื่อนะ กร” จินซานเน้นย้ำให้กามเทพหน้าใหม่ปฏิบัติตามคำแนะนำพร้อมเก๊กหน้าเข้มไปด้วย“เอ่อ...หมายความว่าให้ผมทำภารกิจต่อไปอย่างนั้นเหรอครับ? ทั้งที่สองคนตรงหน้านี้กำลังจะไปได้ดีแท้ๆ พวกเราที่เป็นกามเทพควรจะทำลายความรักนี้เหรอครับ?” กรรู้สึกขัดใจเป็นอย่างมาก แต่เขาก็ทำได้เพียงถามย้ำหาเหตุผลที่เหมาะสมอีกครั้ง“พวกเรามีหน้าที่สร้างความรักให้เกิดขึ้นต่างหาก เจ้าจงยึดมั่นในภารกิจเข้าไว้ สุดท้ายก็ต้องมีคนรักกันจากเควสของเจ้าแน่นอน อย่าคิดมากถึงสิ่งที่อยู่นอกเหนือหน้าที่ไปเลยน่า เอาล่ะข้าขอให้คำแนะนำเท่านี้ก่อนก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นเจ้าก็คงจะคิดเองไม่ได้เสียที บ๊ายบาย จุ๊บๆ” กล่าวจบจินซานก็โบกมืออำลาพร้อมตัดสายจากไปอย่างรวดเร็ว‘ไอ้อ้วนเอ้ย! พูดเหมือนไม่ได้พูด’ กรส่ายหัวอย่างจนปัญญาจริงๆ เขาได้แต่ยืนมองวุฒิไกร และจินนี่เดินขึ้นบันไดคุยกันอย่างมีความสุขจนลับสายตา ด้วยความสับสนในใจ กรนั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวกับที่วุฒิไกรเคยนั่ง แต่กลับเป็นอารมณ์เหนื่อยใจ และท้อแท้ ทั้งที่นี่เป็นภารกิจแรกในฐานะกามเทพของเขา แต่เรื่องราวมันไม่ได้ง่ายดายตามระดับแรงค์ F เลยสักนิด กรในตอนนี้ได้แต่ทอดสายตามองออกไปเบื้องหน้า เพื่อชมดูสวนหย่อมที่เต็มไปด้วยดอกไม้เท่านั้น สีสันหลากหลายของดอกไม้ การจัดการ และดูแลอย่างดีของสวนหย่อมเล็กๆนี้ ทำให้จิตใจของกรสงบขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ความผ่อนคลายที่แม้จะค่อยๆเกิดขึ้นทีละน้อยๆ แต่กรเองก็รู้สึกได้ว่าเขานั้นสงบขึ้นจริงๆ จนเขานึกขึ้นมาได้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานในห้องพักของคายะ ภาพช่อดอกลาเวนเดอร์สีม่วงในกระถางดินเผาลอยเข้ามาในหัวให้นึกถึงมันอีกครั้ง แต่หลังจากนั้นภาพช่อลาเวนเดอร์ในกระถางสีขาว และทุ่งลาเวนเดอร์กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาก็ปรากฏเข้ามาด้วยเช่นกัน ความสงบ ผ่อนคลายเกิดขึ้นอีกครั้งอย่างกับว่าได้กลิ่นอันเจือจางของมันลอยเข้ามา เขาเห็นด้านหลังของหญิงสาวผมดำยาว ในชุดสีขาวกำลังจับหมวกสานปีกกว้างบนศีรษะไม่ให้ถูกสายลมพัดพาไป ชายกระโปรงของเธอพลิ้วไหวพร้อมกับเส้นผมสยายไปกับสายลมตัดกับท้องฟ้าที่สว่างสดใส เป็นภาพอันงดงามหน้ามองจนไม่อาจละสายตาได้เลย แต่เมื่อเธอหันหลังกลับมามองเขาภาพก็ตัดแล้วหายไป“เฮือก!” กรสะดุ้งตื่นขึ้นจากภวังค์ เขาไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปตั้งแต่เมื่อใด แต่ตอนนี้ดวงตะวันที่เคลื่อนคล้อยทำให้แสงแดดส่องเข้ามาโดนตัวเขาเต็มๆจนรู้สึกได้ถึงความร้อน อย่างไรก็ตามกายทิพย์ของเทพก็ไม่มีเหงื่อออกมาแม้แต่น้อย กรหันมองซ้ายมองขวาเพื่อปรับสายตา และตั้งสติ ทำให้เขาตระหนักได้ว่าตอนนี้ตัวของเขาเองนั้นรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเทพน้อยเกินไป เขาไม่รู้ว่าเหล่าเทพนั้นคิดอย่างไรกับมนุษย์ ไม่รู้ว่าเป้าหมายชีวิตของการเป็นเทพคืออะไร แม้แต่เป้าหมายของตัวเองกรก็ยังไม่รู้ มีเพียงเควสที่ถูกกำหนดมาให้เขาทำเท่านั้น“แต่ตอนนี้ก็มีเพียงเควสนี่แหละที่เราทำได้ เฮ้อ! ตอนนี้อยู่ที่นี่ไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เพราะเราก็พอจะรู้เรื่องของวุฒิไกรแล้ว ลองไปดูทางวิภาดาดีกว่า” กามเทพหนุ่มกล่าวย้ำกับตัวเอง แม้ว่าจะไม่เห็นทางออกของปัญหา แต่การนั่งอยู่เฉยๆก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น เขาจึงเลือกที่จะเดินหน้าเควสต่อไป