การแบกรับภาระมากกว่าเดิมหลังจากผู้นำสกุลหลัวช้ำใจเื่บุตรชายจนไม่เป็อันทำอะไร งานทั้งหมดไม่ว่าจะเล็กใหญ่ล้วนตกเป็หน้าที่ของบุตรชายคนโตอย่างหลัวสุ่ยิทั้งหมด เ้าตัวจึงต้องไปเรียนรู้งานเพิ่มเติมกับหลงจู๊คนเก่าแก่เกี่ยวกับกิจการทั้งหมดของตระกูล ทำให้่นี้ไม่อาจขยับออกจากห้องทำงานได้เลย แม้แต่เวลากินข้าวหรือเวลานอนยังดำเนินบนโต๊ะทำงาน
และอีกเหตุผลหนึ่งคงจะเป็……
“่นี้ดูเ้าทั้งสองจะสนิทกับเรือนท้ายจวนนะ” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มารดาเอ่ยถึงเื่นี้ แต่ทุกครั้งที่ยกประเด็นนี้ขึ้นมาหลัวสุ่ยิมักจะตัดบทไปแบบขอไปที ครั้งนี้ก็เช่นกัน
“ซูเอ๋อร์แต่งเข้ามีบ่าวติดตามนางมาเพียงคนเดียว การที่นางได้สนทนากับคนรุ่นราวคราวเดียวกันจะช่วยคลายความเหงาให้นางได้บ้าง” การใช้หลี่ซูเซียนซึ่งเป็สะใภ้คนโปรดนั้น บ่อยครั้งหลัวเหม่ยหลินจะยอมอ่อนลงกว่าสามส่วนเพื่อเอาใจสะใภ้จากสกุลใหญ่
“ยังจะกล่าวเช่นนี้อยู่อีก!”
เพล้ง!!
ถ้วยชาลายวิจิตรถูกปัดทิ้งอย่างไม่ใยดี หลัวสุ่ยิปลายตามองเศษซากแตกกระจายก่อนละจากงานตรงหน้าหันมาสนทนากับมารดาแต่โดยดี ดูท่าครั้งนี้จะไม่ได้ผลแล้วกระมัง
“ดูเ้าใช้สายตามองแม่สิ สุ่ยเอ๋อร์ เ้ากำลังมีความลับกับแม่ใช่หรือไม่?” ฮูหยินใหญ่สกุลหลัวใช้น้ำเสียงอ่อนลงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเผลอใช้อารมณ์มากเกินไป ทว่ายังมิวายกดดันบุตรชายทางวาจาตามเดิม
“ท่านส่งคนสะกดรอยตามข้าไม่ห่าง แล้วจะมีสิ่งใดรอดพ้นสายตาท่านแม่ได้เล่าขอรับ” ั้แ่เกิดเื่ของหลัวซั่วชิ่ง มารดาก็เริ่มระแคะระคายถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคนเรือนเล็ก ถึงขนาดส่งคนจับตามองไม่ห่างแม้สักกระพริบตาเดียว การจะเทียวไปมาเช่นคราก่อนจึงไม่อาจทำได้เท่าที่ควร
“ถึงกระนั้นเ้าก็ยังปล่อยให้หลี่ซูเซียนไปที่นั้นอีก” นางรับรู้มาั้แ่แรกถึงการไปสุงสิงกับเรือนท้ายจวนของหลี่ซูเซียนและบุตรชาย แต่ที่ไม่ออกปากห้ามไปตรงๆ เพราะไม่อยากขัดใจสะใภ้คนโปรดจึงมาบอกกล่าวผ่านหลัวสุ่ยิแทน แต่บุตรชายของนางช่างไม่ได้ดั่งใจเอาเสียเลย นอกจากจัดการตามใจนางไม่ได้บ่อยครั้งยังทิ้งงานตามหลี่ซูเซียนไปขลุกตัวอยู่ที่นั่นกว่าครึ่งค่อนวัน กินเวลาไปหลายเดือนจนแผนการที่นางวางไว้ไม่เป็อันได้เริ่มเสียที
“ข้าบอกท่านแม่ไปแล้วว่าหลี่ซูเซียน้าเพื่อน” ใช่จะไม่รู้ว่ามารดาคิดจะทำสิ่งใด เพราะรู้นี่แหละถึงได้ไม่อาจเปิดโอกาสให้นางทำได้สำเร็จ และเหมือนเื่นี้หลี่ซูเซียนจะรู้เช่นกันถึงได้ไปขลุกอยู่ที่เรือนท้ายจวนอย่างกับเป็บ้านอีกหลัง กลับเรื่อนใหญ่แค่มาหลับนอนเท่านั้น
“ลูกชนเผ่าไร้หัวนอนปลายเท้ามีสิ่งใดให้น่าผูกมิตรกัน คุณหนูจากสกุลใหญ่ผู้นี้นับวันยิ่งเลอะเลือนกระมัง” นึกแล้วช่างขัดใจนักเชียว อยากได้สิ่งใดนางล้วนหาให้ได้เหตุไฉนสะใภ้ผู้นี้ไม่รักดีเอาแต่ไปคลุกคลีกับคนชั้นต่ำพวกนั้นกัน ยิ่งบุรุษตัดแขนเสื้อไร้ยางอายนิสัยเสียเช่นนั้นมีค่าให้ผูกมิตรหรือ หลี่ซูเซียนคิดอันใดอยู่กันเห็นก้อนกรวดเป็เพชรรึอย่างไร
“หากท่านแม่คาใจก็ไปถามคำตอบจากหลี่ซูเซียนเองเถิดขอรับ ความคิดนางข้าไม่อาจทราบได้”
“เดี๋ยวนี้เ้ายอกย้อนแม่แล้ว?” ไม่มีสักครั้งที่บุตรชายคนดีของนางจะกังขาในการกระทำและคำพูดลามมาจนถึงยอกย้อนนางได้ แต่หลังๆ มานี้แตกต่างสุ่ยเอ๋อร์ของนางมีเื่ซ้อนเร้นไม่ว่าจะตะล่อมถามเพียงใดก็ไม่เคยเปิดปากเอ่ยออกมาแม้แต่ครึ่งคำ หลัวเหม่ยหลินจึงตระหนักได้ว่าไม่ควรปล่อยไว้นานต้องรีบจัดการให้สิ้นซากพาบุตรชายคนดีของนางกลับมาโดยเร็ว
แต่นางคงคิดอ่านช้าไปหลัวสุ่ยิถึงได้เริ่มต่อต้านขึ้นมาเสียแล้ว
“ข้าแค่อธิบาย หากทำให้ท่านคิดเป็อื่นข้าต้องขออภัยด้วยขอรับ” หลัวสุ่ยิชี้แจงอย่างใจเย็น ตอบรับสายตาที่จ้องเขม็งอย่างกับกำลังตำหนิเขาทางสายตา
“เอาเถอะ เ้าปีกกล้าขาแข็งไม่นานก็รับ่ต่อจากพ่อเ้า แม่แก่ๆ คนนี้คงไม่อยู่ในสายตาแล้ว” น้ำตาหนึ่งหยดชะโลมแก้มที่เริ่มมีริ้วรอยก่อนจะถูกเ้าของมันใช้แขนเสื้อซับแล้วหันหลังออกไปจากห้องในเวลาต่อมา ปล่อยให้ผู้เป็บุตรชายคนเดียวอยู่กับความรู้สึกผิดที่ว่าทำมารดาต้องหลั่งน้ำตา
เลี้ยงมากับมือไฉนจะไม่รู้ว่าสิ่งใดใช้ควบคุมบุตรคนดีได้ ยามใดควรใช้ไม้แข็งยามใดควรใช้ไม้อ่อน
การปลูกฝังมาั้แ่จำความได้เป็บุตรที่ดีควรกตัญญูแก่ผู้ให้กำเนิด มารดา้าสิ่งใดบุตรที่ดีมีหน้าที่ต้องทำตาม ทั้งยังพร่ำเอ่ยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่ามารดานั้นมีแต่ความรักและหวังดีแก่บุตรเสมอ ตลอดชีวิตของหลัวสุ่ยิั้แ่เด็กจนกระทั่งตอนนี้จึงเชื่อฟังคำสั่งมารดาอย่างเคร่งครัดไม่เคยทำให้นางผิดหวังสักครั้ง
เพราะเคยได้รับมาตลอดหลัวเหม่ยหลินจึงไม่อาจทราบได้ว่ายิ่งนานวันคนที่นางพร่ำบอกว่ารักนักรักหนาไม่เคยมีความสุข กับสิ่งที่นางหยิบยื่นให้เลย และคงลืมคิดไปว่าทุกคนย่อมมีขีดจำกัดของความอดทนทั้งสิ้น
“เฮ้อออ” อาการปวดแปลบที่ศีรษะทำให้ต้องยกมือขึ้นมาครึงขมับเพื่อคลายเมื่อยล้าจากอะไรหลายๆ อย่างใน่หลายวันที่ผ่านมา
การทำหน้าที่ผู้นำสกุลไม่ใช่เื่สนุกเลยสักนิด แต่ละวันต้องปวดหัวกับหลายๆ อย่างแก้ปัญหาเล็กใหญ่หลายๆ เื่ ไม่มีแม้แต่เวลาส่วนตัวให้ได้ผ่อนคลายจากกิจการงาน บางทีหลัวสุ่ยิก็อิจฉาน้องๆ ที่ไม่ต้องมาแบกรับภาระมากมายั้แ่อายุยังน้อยเหมือนตน ได้มีความคิดเป็ของตัวเองทำสิ่งที่อยากทำเฉกเช่นบุรุษผู้หนึ่ง
มือใหญ่เปิดลิ้นชักข้างกายหยิบกล่อบใบเล็กใบหนึ่งออกมาเปิดออกพินิจมองสิ่งของด้านใน ดวงตาคมวูบไหวคิดไปถึง่หนึ่งของชีวิตที่เคยได้รู้จักคนผู้หนึ่ง เขาคนนั้นเป็บุรุษอายุไม่ห่างกันนัก ตัวรึก็เล็กนุ่มนิ่มน่าถนุถนอมราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ยามแย้มยิ้มแต่ละคราราวกับรวมความสดใสทั้งโลกมาไว้ในคนๆ เดียว ช่างเปล่งประกายไม่ต่างจากของแทนใจที่ตนเคยให้เด็กคนนั้นไว้เมื่อยังเป็เด็กไม่ประสีประสา
ทว่าเมื่อต่างคนต่างเติบใหญ่สิ่งแวดล้อมรอบกายก็พาให้นิสัยเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ไม่รู้เพราะเหตุใดจากเด็กน้อยผู้มีรอยยิ้มสดใสบริสุทธิถึงเพียงนั้นถึงเติบโตมาเป็คนร้ายกาจระรานไปทั่วไม่ไว้หน้าผู้ใด ต้องเจอความโหดร้ายขนาดไหนถึงเปลี่ยนคนๆ หนึ่งได้ราวกับเป็คนละคน
ดวงตาคมเหม่อมองปิ่นไม้ลวดลายเรียบง่ายประดับด้วยมุขเม็ดงามเปล่งประกายยามต้องแสงเหมือนกับรอยยิ้มสดใสของเด็กคนนั้นไม่มีผิด บัดนี้เ้าของเดิมคงไม่เห็นค่าแล้วกระมังถึงได้ใช้แลกกับสิ่งอื่นได้อย่างง่ายดายทั้งที่ใช้อย่างอื่นแทนได้แต่ก็ยังเลือกจะทิ้งมัน
เ้าที่มอบใจทั้งดวงให้แก่ข้าเพียงผู้เดียว แต่เป็ข้าเองที่ขี้ขลาดไม่กล้าคว้ามันไว้
“เป็ข้าที่ผิดต่อเ้า….”
.
.
หลัวเจิ้งเหยียนทำตามที่พูดไว้จริงๆ หลังจากวันนั้นเ้าตัวก็รุกหนักชนิดไม่พักให้ได้หายใจหายคอกันเลย แถมยังแอ็ดวานซ์ขึ้นมาอีกขั้นเมื่อได้ผู้ช่วยมือฉมังอย่างนักเขียนนิยายรักน้ำเน่ายื่นมือเข้ามาช่วยอีกคน โดยการสอนวิธีรุกจีบฉบับคนรุ่นใหม่จีบอย่างไรให้ได้ครองใจคนงาม บัญญัติขึ้นเองโดยแดเนียลนักเขียนนิยายเื่ที่พวกเขาติดเหง็กอยู่นี่ยังไงล่ะ
ข้อแรก! ใครๆ ก็ชอบคำพูดหวานๆ กันทั้งนั้นแหละ จากงานวิจัยที่เคยอ่านผ่านตามา ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย99.99%มักจะแพ้ผู้ชายปากหวานขี้อ้อน! หลี่ซูเซียนจึงแนะนำคำพูดหวานหยดย้อยเพื่อกัดเซาะหัวใจเฮียคนงามให้เปิดอ้ารับสามีในอนาคตอันใกล้แก่พ่อพระรองไป
นักเรียนดีเด่นอย่างหลัวเจิ้งเหยียนเมื่อได้รับการชี้แนะก็รีบนำมาใช้ทันทีไม่รีรอให้อาจารย์นักรักต้องรอนาน หอบดอกไม้ช่อใหญ่ที่หลี่ซูเซียนบรรจงทำขึ้นมาให้ไปคุกเข่ามอบให้เป้าหมายเมื่อสบโอกาส
“ดอกไม้สวยๆ สำหรับคนงามเช่นเ้า” อันจื่อเทาแทบสำลักชาที่พึ่งดื่มเข้าไป คนงามวางถ้วยชาไล่มองศีรษะของคนตรงหน้าว่ามีาแตรงไหนหรือเปล่า แต่ไม่ว่าจะพิศมองยังไงก็ไร้ซึ่งความผิดปกติใดๆ นอกจากสมองด้านในที่ไม่สามารถมองทะลุเข้าไปได้ด้วยตาเปล่า
“เพ้อเจ้ออะไรของเ้า แล้วไปเด็ดมาทำไมเยอะแยะกว่าจะปลูกได้จนออกดอกพี่สาวเ้าใช้เวลาไปหลายเดือนไม่รู้หรือ”
“……”
ถึงจะล้มเหลวั้แ่ข้อแรกแต่หลี่ซูเซียนก็มีเหตุผลมารองรับคืออันจื่อเทาอาจจะเป็0.01%ที่ไม่ได้ผลก็เป็ได้ ซึ่งหลัวเจิ้งเหยียนก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเลขที่สตรีผู้นี้พูดมาคืออะไร ทว่าเมื่อเห็นความมั่นอกมั่นใจของอีกฝ่ายไฟในกายของชายหนุ่มพลันจุดติดขึ้นมาอีกรอบได้ไม่ยาก
ข้อสอง!เมื่อดอกไม้ไม่ได้ผลก็ต้องเอาใจด้วยของกิน! ซึ่งผู้มีจิตใจอ่อนไหวกับของกินอย่างเฮียต้องปลื้มมากแน่เลย โดยเฉพาะลงมือทำด้วยตัวเองใส่ใจลงไปทุกเมนูนี่แหละเคล็ดลับของความสำเร็จ เสน่ห์ปลายจวักอ่ะเคยได้ยินป่าว
นักเรียนดีเด่นอย่างหลัวเจิ้งเหยียนลงมือปฏิบัติด้วยความเชื่อใจอีกครั้ง ชายหนุ่มเลือกทำผัดเต้าหู้กับผัดผักสามสหาย ทานคู่กับน้ำแกงสูตรพิเศษ ตบท้ายด้วยขนมหนวดัแสนอร่อย
และแน่นอนมีเทรนเนอร์ดีอย่างหลี่ซูเซียนมื้ออาหารย่อมไม่ธรรมดา โถงใหญ่ริมสระบัวรอบด้านประดับด้วยเทียนหอมกลิ่นหวานละมุนเข้ากับบรรยากาศแห่งความรัก ล้อมรอบโต๊ะเตี้ยซึ่งเต็มไปด้วยอาหารคาวหวานที่หลัวเจิ้งเหยียนบรรจงสรรสร้างขึ้นมากับมือ เมื่อคนพร้อม อาหารพร้อม บรรยากาศพร้อม การดินเนอร์ใต้แสงเทียนกับอาหารสไตล์บ้านๆ จึงได้เริ่มขึ้น
“เ้าชอบหรือไม่?” บอกให้กินก็กินไม่พูดไม่จาซ้ำสีหน้ายังไม่ต่างจากเดิมจนหลัวเจิ้งเหยียนเริ่มใจฝ่ออดจะถามขึ้นมาไม่ได้
“อืม อร่อยดี” การพยักหน้ากับคำตอบง่ายๆ ทำคนคาดหวังมากกว่านั้นแอบชะงักไปบ้าง แต่ยังไม่ละความพยายามตักนู้นนี่ให้เอาใจเต็มที่ สุดท้ายเหมือนที่ทำอยู่ยังไม่พอผนวกกับคำแนะนำของหลี่ซูเซียนที่บอกว่าหญิงงามชอบคนเอาอกใจเอาใจชายงามก็ไม่เว้น เจิ้งเหยียนจึงจัดการป้อนให้ถึงปากโดยอีกคนไม่ต้องออกแรงแม้แต่ขยับมือตักอาหารไม่วายแอบแตะนิดสะกิดหน่อยพอหอมปากหอมคอตามคำชี้แนะของหลี่ซูเซียนเ้าเดิม
มื้ออาหารกับบรรยากาศแปลกๆ จบลงด้วยดีกว่าที่คิด อันจื่อเทาตอบรับทุกััโอนอ่อนทุกสิ่งที่ถูกชักนำ แม้สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นจะเป็เพราะการทำไปส่งๆ จากความี้เีจะคิดเยอะของเ้าตัวเองก็ตามที ทั้งหมดทั้งมวลนับว่าประสบความสำเร็จไปอีกขั้นของอาจารย์นักรักกับศิษย์ริเริ่มจะรัก
เมื่อข้อสองประสบความสำเร็จ ความเชื่อถือย่อมมากขึ้นไปอีกข้อต่อไปจึงต้องตามมา กว่า99%หญิงงามชอบผู้ชายแมนๆ ที่สามารถปกป้องเธอได้! ประโยคแปลกๆ ที่อีกคนกล่าวมาแน่นอนเจิ้งเหยียนไม่เข้าใจอีกตามเคย แต่พอได้ฟังรายละเอียดยิบย่อยก็พอจะเห็นภาพได้บ้าง ไม่ยากต่อการลงมือทำ
วันนั้นทั้งวันอันจื่อเทาจึงได้รับการเซอร์วิสดีเยี่ยมทุกครั้งที่จะลงมือทำสิ่งใดย่อมต้องมีคนแย่งไปทำเอง โดยให้เหตุผลว่าไม่อยากให้เขาเหนื่อย แถมยังชงชาทำขนมมาให้ด้วยพร้อมทั้งกำชับอีกว่ามีอะไรให้เรียกได้เสมอ
ส่วนผลตอบรับน่ะหรือ…..
“ว่างมากหรือไรมากวนข้าอยู่ได้”
…ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง!
โชว์แมนให้คนงามหลงไม่ได้ก็ต้องใช้ทีเด็ดเสร็จทุกราย! นั่นก็คือการเปย์! เปย์ง่าย จ่ายไว รับรองได้ผลชัวร์!
แล้วจะเปย์อะไรล่ะ เฮียมีของที่อยากได้มั้ยหว่า?
คิดไม่ออกก็ต้องใช้บรรทัดฐานของคนทั่วไปเข้าช่วย กว่า90%ของคนทั่วไปมักจะชอบของแบรนเนม ของสวยๆ งามๆ มีมูลค่าล่อตาล่อใจให้อยาก แต่โลกนี้ใช่จะมีรถสปอต คอนโดหรูของยอดฮิตที่คนอยากได้เสียที่ไหน ทางออกอีกทางคือถามเ้าตัวตรงๆ และพาไปซื้อเองมันซะเลย เปย์ให้เต็มที่แล้วจะดีเอง!
ซึ่งก็พอดีกับอีกข้อ คือการไปเดต!การจีบแบบเบสิคที่ใช้ได้ผลมานักต่อนักคือการไปเดต ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเพื่อทำความรู้จักซึ่งกันและกันจะนำพาใจสองดวงให้กันเอง
มาถึงตรงนี้คนฟังพลันตาลุกวาว พุ่งเข้าชนเดี๋ยวนั้นอย่างคนร้อนวิชา
“ที่รัก เ้ามีสิ่งที่อยากได้หรือไม่” วลีเด็ดที่หลี่ซูเซียนมั่นใจมากว่าจะสามารถสั่นคลอนใจดวงน้อยของอันจื่อเทาได้ถูกกรอกหูหลัวเจิ้งเหยียนจนจำขึ้นใจและนำมาใช้ในทันที ชายหนุ่มที่กำลังมัวเมาในความรู้สึกแปลกใหม่แย้มยิ้มหวานรอคอยคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ
ทางด้านอันจื่อเทาถูกจู่โจมด้วยวิธีแปลกๆ ครั้งแล้วครั้งเล่าย่อมต้องฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ วิธีการแบบนี้ต้องไม่ใช่ความคิดของหลัวเจิ้งเหยียนแน่ๆ และอันจื่อเทามั่นใจมากว่าเ้าของความคิดนี้ต้องเป็เ้าเด็กเกรียนแดเนียลแน่นอน
“ตอนนี้ข้าอยากได้เชือก เ้าไปหยิบมาให้ข้าสักเส้นสิ” แม้จะแปลกใจทั้งคนฟังและคนแอบฟังแต่ก็ไม่มีใครแอะใจอะไร ยิ่งผู้มีจิตนาการล้ำไปไกลอย่างหลี่ซูเซียนคิดดีไม่ได้เลย เอาแต่พึมพำว่าเฮียชอบแบบนี้นี่เองวนไปมาพร้อมกับความคิดบรรเจิดในหัว
“ที่รักจะเอาเชือกมาทำอันใดรึ?” หลัวเจิ้งเหยียนไปหยิบมาให้อย่างว่าง่าย อันจื่อเทารับมาดึงดูก่อนผูกเงื่อนเป็ปมแล้วขยับเข้าใกล้ เขย่งเท้าให้ริมฝีปากเสมอใบหูกระซิบคำและรางวัลที่คนฟังไม่อาจปฏิเสธได้
“ฝากเ้าด้วย” มือขาวคลึงริมฝีปากนิ่มของคนตรงหน้าเบาๆ แล้วผละออกมานั่งผูกเชือกอีกฝั่งให้เป็ปมรออีกคนไปนำอีกสิ่งที่้ามาให้
ไม่นานหลัวเจิ้งเหยียนก็กลับมาพร้อมกับอาจารย์นักรักที่ไม่รู้ว่าที่รักของเขาให้ไปตามมาทำไม
“้าพบข้ามีอะไรหรือ” มาไวอย่างกับแอบดูอยู่ข้างสนามเลยนะ อันจื่อเทาค่อนแขวะในใจขณะมองยิ้มมีเลศนัยของเด็กเกรียนอย่างไม่รับรู้ชะกรรมของตัวเองเลยสักนิด ไม่รอให้ต้องสงสัยนานอันจื่อเทานำเชือกที่ผูกเป็ปมไว้คล้องข้อมือของคนทั้งสอง ส่วนกลางยังผูกเงื่อนตายมัดไว้กับเสาเรือน
“เห๋? นี่คือ?” หลี่ซูเซียนยิ้มค้างมือชี้เชือกที่มัดติดกับข้อมือตัวเองเลยไปจนถึงอีกฝั่งของเชือกเส้นเดียวกัน
“สอนอะไรให้เ้าหมอนี้?” ภาษายุคปัจจุบันถูกนำมาใช้ ในเมื่อหลัวเจิ้งเหยียนรู้ถึงตัวตนของพวกเขาแล้วก็ไม่มีอะไรให้ต้องปิดบังอีก
“เอ่อ….แหะๆ เฮียรู้แล้วหรอฮะ"
คนถูกถามถอนหายใจอีกครั้งด้วยความหน่ายใจ เด็กพวกนี้ทำไมมันซนจังนะ ไม่โดนสักทีคงไม่ดีขึ้นสินะ
*****************************