ความลับของเพื่อนสนิท

    บทที่ 1 สิ่งสำคัญ

    ผมเคยคิดว่าคนเรานั้นสามารถทำนายอนาคตของตัวเองได้ อนาคตที่ผมวาดฝันไว้คือการอยู่ในครอบครัว พ่อ แม่ และตัวผมเอง แต่ทำไมมันถึงไม่เป็นอย่างที่คิดกัน... มันเกิดอะไรขึ้น
    [วันที่ 1 สิงหาคม 2035]
    "วันที่อากาศแจ่มใสแบบนีี้ก็ต้องไปเที่ยวทะเลกันสิถึงจะดี"คนที่พูดขึ้นคือแม่ของผมเอง เขาเป็นคนที่ชอบการเที่ยวทะเลเอามากๆ ขนาดหน้าหนาวก็ยังเที่ยวแต่ทะเล จนบางครั้งพ่อต้องคอยหยุดแม่ไม่ให้ไปอยู่บ่อยๆ พวกเราทั้งสามคนไม่เคยทะเลอะกันสักครั้ง เพราะทุกครั้งถ้ามีเรื่องอะไรจะคุยกันตรงๆและแก้ไขเรื่องนั้นทันที ถึงแม้จะไม่ได้มีเงินทองมาก ผมรู้สึกว่าครอบครัวของเรานั้นสมบูรณ์แบบที่สุด
    เริ่มใกล้จะเข้าหน้าหนาวแล้วสิแต่แม่ก็ยังอยากจะไปเที่ยวทะเลอีก มันเป็นอะไรที่หน้าเบื่อมาก เพราะน้ำทะเลคงจะเย็นจนตัวสั่นแน่ๆ ต้องรีบบอกพ่อให้หยุดแม่แล้วจังหวะนี้ "พ่อครับ นี้มันจะหน้าหนาวแล้วนะ ยังจะไปทะเลกันอีกหรอครับ" หลังจากที่ผมพูดจบไม่รู้ทำไมพ่อถึงไม่ไปหยุดแม่ แถมขึ้นห้องไปเตรียมเสื้อผ้าอีก มันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเรากันแน่เนี่ย!!
    เราใช้เวลานั่งรถไปถึงทะเลเพียงสองชั่วโมงเท่านั้นทั้งทีปกติใช้เวลาเกือบห้าชั่วโมง ผมลงจากรถด้วยชุดกันหนาวแบบจัดหนักจัดเต็ม ผมเดินไปที่ชายหาดได้เพียงไม่กี่นาที หลังจากนั้นผมก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย แต่หลังจากที่ผมตื่นขึ้นมาก็พบกับผู้ชายทรงผมออกแนวผู้หญิงแถมผมยังสีชมพูอีกตังหาก นั่งมองผมที่สลบไปอยู่อย่างใจจดใจจ่อ
    ริวมองหน้าของเด็กผู้ชายที่มามองก็เกิดอาการตกใจขึ้นมาทันที เมื่อเด็กชายคนนั้นคือเพื่อนสนิทของเขานั้นเอง ริวรีบลุกขึ้นมาและยิงคำถามให้เพื่อนของเขา "นี่มินหายไปไหนกันมา ทำไมถึงย้ายบ้านไปด้วยไม่บอกฉันล่ะ" ซึ่งฝั่งมินเองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเพียงแค่ยิ้มตอบกลับไปก่อนที่จะให้กระดาษที่เขียนชื่อที่อยู่เอาไว้ให้ แล้วเดินหายไปในฝูงคน
    หลังจากนั้นไม่นานพ่อและแม่ก็ชวนริวไปเล่นน้ำทะเล ซึ่งริวเองก็ไม่รอช้าเพราะอากาศตอนนี้ไม่ได้หนาวอย่างที่คิด กลับกลายเป็นร้อนจนต้องรีบถอดเสื้อผ้าออกให้หมด ริวเล่นน้ำกับคนในครอบครัวกันอย่างสนุกสนานเหมือนทุกครั้ง จนถึงช่วงเวลาดึกๆพ่อก็เอาเตามาตั้งพร้อมกับนำอาหารทะเลต่างๆมาย่างกิน
    บรรยากาศตอนนี้มันทำให้ผมมีความสุขจนไม่อยากจะให้มันจบลงเลย แต่งานเลี้ยงมันก็ต้องมีวันเลิกลา พวกเราทั้งสามคนนั่งรถกลับบ้าน โดยไม่เหลือเรี่ยวแรงเลยสักนิด ระหว่างทางพวกเราก็แวะซื้อของฝากเอาไปให้เพื่อนๆของแต่ละคนกัน แต่จู่ๆพ่อก็เผลอหลับไปโดยยังขับรถอยู่ แม่เองก็ตกใจมากจึงรีบคว้าพวกมาลัยให้รถไม่เลี้ยวชนเสาไฟฟ้าข้างทางแต่เท้าของพ่อนั้นยังคงเหยียบคันเร่งอยู่ทำให้รถวิ่งผ่าไฟแดงไปชนกับรถบรรทุกที่มาจากด้านข้าง พ่อกับแม่ปลิวไปพร้อมกับรถบรรทุกเหลือเพียงส่วนหลังของรถที่ยังคงอยู่ ผมนั่งเหวออยู่สักพักก่อนจะรีบวิ่งลงไปดูพ่อกับแม่
    สภาพที่เห็นมันทำให้ผมต้องอ้วกออกมาเพราะสภาพพ่อกับแม่โดนกระจกภายในรถแทงเข้าที่คอจนหัวขาดออกจากตัว ผมนั่งร้องไห้เหมือนคนบ้า ร้องให้คนอื่นมาช่วยไม่หยุด จนสุดท้ายมีตำรวจมาเห็นจึงรีบโทรแจ้งรถพยาบาลมารับตัวไป
    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ริวนั้นต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่ ญาติพี่น้องเองก็ไม่มี ทำให้ริวต้องไปอยู่ศูนย์รับเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่จู่ๆก็มีเด็กผู้ชายเดินเข้ามาหาตำรวจและพาตัวริวไปอยู่ที่บ้านของตน ซึ่งเด็กผู้ชายคนนั้นก็คือมินเพื่อนสนิทของเขา มินรีบพาริวขึ้นรถแท็กซี่ไป ริวจึงได้ถามมินเกี่ยวกับเรื่องต่างๆในระหว่างนั่งรถ
    "นี่มินทำไมถึงรู้ว่า พ่อแม่ฉันตายละ มันไม่ได้ออกข่าวสักหน่อยรู้ได้ไงกัน""เอิ่ม... ถ้าจะบอกว่าฉันตามดูนายอยู่ นายจะโกรธฉันไหมละ""งั้นเองเหรอ... แล้วพ่อแม่เธอรู้ไหมเรื่องของฉันน่ะ""รู้สิ เพราะเขาเป็นคนสั่งให้ฉันมารับไงละ""จะว่าไป มิน นายเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ ฉันแทบจะจำไม่ได้""แต่นายเองก็ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ ยังเหมือนแต่ก่อนเลย ไอแว่นหัวทอง""ฮ่าๆๆ ยังจำฉายานั้นของฉันได้อีกนะ นายเนี่ย""แล้วตกลงนายจะมาอยู่กับพวกเราไหม หรือจะไปอยู่ศูนย์ฯ""อืม... ถ้าต้องไปอยู่ศูนย์ฉันขออยู่กับนายดีกว่า""นายทำใจเรื่องพ่อแม่ได้แล้วใช่ไหม""ถึงจะยังร้องไห้อยู่ก็เถอะ แต่ก็พอได้แล้วล่ะ""ถ้ามีเรื่องทุกข์ใจอะไรก็มาปรึกษากับฉันได้น่ะ เพราะเราเป็นเพื่อนกันนิเนอะ""ขอบคุณนะ"
    หลังจากคุยจบทั้งคู่ก็นั่งเงียบอยู่ในรถไปจนถึงหน้าบ้านของริว ริวเดินเข้าไปเก็บข้าวของที่ต้องใช้ใส่กระเป๋าก็จะเดินหามินที่ยืนเล่นอยู่หน้าบ้าน จากนั้นทั้งคู่ก็ขึ้นรถแท็กซี่ไปที่บ้านของมินทันที