ตอนที่ 7: กระบี่บินสังหาร
แสงตะวันเริ่มคล้อยต่ำลง ทาบทาบเงาสีส้มแดงลงบนลานประลองศิลาขาว บรรยากาศยามเย็นที่ควรจะสงบเงียบ กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่หนาทึบจนแทบหายใจไม่ออก
นี่คือศึกสุดท้าย... ศึกชิงตำแหน่ง "ราชันย์ศิษย์ใหม่"
เยี่ยหลางเดินขึ้นสู่เวทีด้วยสภาพที่ดูไม่จืด ขากะเผลกเล็กน้อย ตามตัวพันด้วยผ้าพันแผลสีขาวที่เริ่มซึมเื แต่ในมือขวายังคงกำ "ท่อนเหล็กดำ" คู่ใจเอาไว้แน่น ราวกับมันเป็อวัยวะที่สามสิบสาม
ที่อีกฟากหนึ่งของเวที คู่ต่อสู้ของเขายืนสงบนิ่งราวกับรูปปั้นเทพเ้า 'ไป่หยุนเฟย' (เมฆาเหิน) อัจฉริยะอันดับหนึ่งที่ทุกคนต่างยอมรับ เขาอยู่ในชุดขาวสะอาดสะอ้าน ผมยาวสลวยปลิวไสวตามลม ใบหน้าหล่อเหลาแต่เย่อหยิ่ง และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ... เขายืนมือเปล่า
ไม่มีอาวุธในมือ แต่มี 'กระบี่สีเงินยวาง' เล่มหนึ่ง ลอยเคว้งคว้างอยู่ข้างกายเขา ราวกับสัตว์เลี้ยงที่เชื่องเชื่อ!
"กระบี่บิน..." เสียงฮือฮาดังระงมจากอัฒจันทร์ "ไป่หยุนเฟยสำเร็จวิชา 'จิตควบคุมกระบี่' ขั้นที่สามแล้ว! เขาสามารถสั่งกระบี่ให้โจมตีศัตรูได้โดยไม่ต้องขยับตัว!"
นี่คือฝันร้ายที่สุดของนักสู้สายประชิดตัว เยี่ยหลางกลืนน้ำลายฝืดคอ 'ระยะห่างคือความตาย... แต่คราวนี้ระยะห่างมันไร้ขีดจำกัด กระบี่บ้านั่นบินได้เหมือนแมลงวัน แถมยังคมกริบพอจะตัดหัวข้าได้ทุกเมื่อ'
"เยี่ยหลาง..." ไป่หยุนเฟยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่ก้องกังวาน "ข้าเห็นการต่อสู้ของเ้ามาตลอด เ้าเหมือนหนูสกปรกที่เก่งเื่การมุดรูและลอบกัด... แต่น่าเสียดาย ที่บนฟ้าไม่มีรูให้เ้ามุด"
ไป่หยุนเฟยชูนิ้วชี้และนิ้วกลางขึ้นประกบกัน (ทำมุทรากระบี่) กระบี่เงินที่ลอยอยู่ส่งเสียง วิ้ง! แล้วพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า หมุนควงสว่านเตรียมพร้อมโจมตี
"ข้าจะให้โอกาสเ้า... ยอมแพ้ แล้วก้มกราบข้าสามครั้ง ข้าจะไว้ชีวิตแขนขาของเ้า"
เยี่ยหลางแค่นหัวเราะ ยกท่อนเหล็กขึ้นพาดบ่า "ศิษย์พี่ไป่ ท่านพูดจาเหมือนตัวร้ายในงิ้วเลยนะ... ระวังเถอะ ปกติพวกพูดมากมักจะตายตอนจบ"
"ปากดี!"
ไป่หยุนเฟยสะบัดนิ้ว ฟุ่บ!
กระบี่บินพุ่งลงมาจากฟากฟ้าด้วยความเร็วเสียง กลายเป็เส้นแสงสีเงินพาดผ่านบรรยากาศ เยี่ยหลางทิ้งตัวกลิ้งหลบไปด้านข้างอย่างทุลักทุเล
ตูม! จุดที่เขาเคยยืนอยู่ะเิออกเป็หลุมลึก เศษหินกระเด็นบาดหน้า แต่กระบี่ไม่ได้หยุดแค่นั้น ทันทีที่พลาดเป้า มันหักเลี้ยวกลางอากาศตามการควบคุมของนิ้วไป่หยุนเฟย แล้วพุ่งไล่ล่าเยี่ยหลางต่อทันที!
"บ้าเอ๊ย! นี่มันขีปนาวุธนำวิถีชัดๆ!"
เยี่ยหลางสบถลั่น เขาต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปรอบเวที กระบี่บินไล่จี้ติดหลังชนิดหายใจรดต้นคอ ฉัวะ! ฉัวะ! เสื้อผ้าของเขาถูกเฉือนขาดเป็ริ้วๆ เืเริ่มไหลซึมจากาแตามแขนและหลัง
ไป่หยุนเฟยยืนอยู่ที่เดิม ไม่ขยับแม้แต่ก้าวเดียว เพียงแค่กระดิกนิ้วไปมาด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย "วิ่งไปเถอะเ้าหนู... ดูซิว่าแรงขาของเ้า กับปราณจิตของข้า ใครจะหมดก่อนกัน"
เยี่ยหลางรู้ดีว่าเขากำลังเสียเปรียบสุดประตู เขาเข้าใกล้ไป่หยุนเฟยไม่ได้เลย ทุกครั้งที่พยายามจะวิ่งเข้าหา กระบี่บินจะพุ่งมาขวางหน้าและโจมตีบีบให้เขาต้องถอย
'ต้องหาจุดอ่อน... วิชาทุกอย่างต้องมีจุดอ่อน' เยี่ยหลางพยายามสังเกตขณะวิ่งหลบ 'การควบคุมระยะไกลต้องใช้สมาธิสูง... และสายตา' ไป่หยุนเฟยมองตามกระบี่ตลอดเวลา นิ้วมือขยับสอดคล้องกับทิศทางกระบี่
"ถ้าข้าทำให้มันมองไม่เห็นล่ะ?"
เยี่ยหลางวิ่งวนไปทางกองอิฐที่แตกกระจายจากการโจมตีเมื่อครู่ เมื่อกระบี่พุ่งตามมา... เยี่ยหลางใช้ 'ท่อนเหล็กดำ' หวดลงไปที่กองเศษหินและฝุ่นผงบนพื้นสุดแรงเกิด!
ตึง! ฟุ่บ!
แรงกระแทกทำให้ฝุ่นหินฟุ้งกระจายขึ้นมาเป็หมอกควันหนาทึบ ปกคลุมพื้นที่ส่วนหนึ่งของเวที ร่างของเยี่ยหลางหายวับเข้าไปในกลุ่มควัน
"ลูกไม้ตื้นๆ!" ไป่หยุนเฟยแค่นเสียง "คิดว่าฝุ่นแค่นี้จะบังตาข้าได้รึ? ข้าใช้จิตััได้!"
ไป่หยุนเฟยหลับตาลงเล็กน้อย แผ่ขยายััจิต (Sense) เพื่อหาตำแหน่งของเยี่ยหลางในควัน "เจอแล้ว! อยู่ตรงนั้น!"
เขาสั่งกระบี่พุ่งทะลวงเข้าไปในกลุ่มควัน ตำแหน่งหน้าอกของเยี่ยหลาง!
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่น ไป่หยุนเฟยยิ้มมุมปาก "โดนแล้ว..."
แต่ทว่า... ััที่ส่งกลับมาที่จิตของเขา มันแปลกประหลาด มันไม่ใช่ความรู้สึกของกระบี่ที่แทงทะลุเนื้อ แต่มันเป็ความรู้สึก... 'ติดขัด'?
"เกิดอะไรขึ้น?" ไป่หยุนเฟยลืมตาโพลง
ฝุ่นจางลง... ภาพที่ปรากฏทำให้ทุกคนอ้าปากค้าง
เยี่ยหลางยืนอยู่ที่เดิม เืโชกตัว แต่ที่หน้าอกของเขา... 'ท่อนเหล็กดำ' ถูกยกขึ้นมาขวาง และที่สำคัญที่สุด... 'กระบี่บิน' ของไป่หยุนเฟย ปักคาอยู่ที่ 'รูกลวง' ตรงปลายท่อนเหล็ก!
ใช่แล้ว... ท่อนเหล็กสนิมเขรอะนี้ เดิมทีมันคือท่อเหล็กตันๆ ที่มีรูกลวงตรงกลางเล็กน้อย (เหมือนท่อแป๊บหนาๆ) ในจังหวะเสี้ยววินาทีที่กระบี่พุ่งมา เยี่ยหลางไม่ได้ใช้ท่อนเหล็ก 'ปัด' แต่เขาเล็ง 'รู' ของท่อเหล็ก ให้ตรงกับปลายกระบี่ แล้ว 'รับ' มันเข้าไป!
กระบี่ที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูง เมื่อเสียบเข้าไปในท่อเหล็กที่ยาวพอดีกัน มันจึงเกิดการเสียดสีและ 'ติดแหง็ก' อยู่ข้างใน!
"จับได้แล้วนะจ๊ะ... น้องนกน้อย" เยี่ยหลางแสยะยิ้ม เืไหลมุมปาก
"บ้าน่า! เป็ไปไม่ได้!" ไป่หยุนเฟยหน้าซีดเผือด เขาพยายามกระดิกนิ้วเรียกกระบี่กลับ ท่อนเหล็กดำสั่นกึกๆ ตามแรงดึงของกระบี่ แต่เยี่ยหลางจับมันไว้แน่นด้วยสองมือ "จะเอาคืนรึ? ไม่ง่ายหรอก!"
น้ำหนักของท่อนเหล็ก บวกกับแรงยึดของเยี่ยหลาง ทำให้กระบี่บินกลายเป็เพียงนกที่ถูกล่ามโซ่ตรวน มันบินไม่ขึ้น!
"ตอนนี้เ้าก็ไม่มีเขี้ยวเล็บแล้ว..." เยี่ยหลางออกวิ่ง! เขาวิ่งเข้าหาไป่หยุนเฟย ทั้งๆ ที่ยังถือท่อนเหล็ก (ที่มีกระบี่ปักอยู่) วิ่งตรงเข้าไปด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่ขาเจ็บๆ จะทำได้
"อย่าเข้ามานะ!" ไป่หยุนเฟยใจนเสียกิริยา จอมยุทธ์สายควบคุมระยะไกล เมื่อศัตรูประชิดตัว ก็ไม่ต่างอะไรกับบัณฑิตหนอนหนังสือ เขาพยายามรวบรวมลมปราณเพื่อสร้างเกราะป้องกัน
แต่เยี่ยหลางมาถึงแล้ว!
เขาไม่ได้ใช้ท่อนเหล็กฟาด เพราะมันหนักเกินไปจากการมีกระบี่ติดอยู่ เยี่ยหลางปล่อยมือจากท่อนเหล็ก ปล่อยให้มันร่วงลงพื้น (พร้อมกระบี่ของไป่หยุนเฟย)
แล้วเขาก็ 'ะโถีบขาคู่' (Dropkick) เข้าใส่ยอดอกของอัจฉริยะอันดับหนึ่ง!
เปรี้ยง!!
ร่างคุณชายชุดขาวกระเด็นหงายหลัง กลิ้งหลุนๆ ไปกับพื้น หมดสภาพความสง่างาม ไป่หยุนเฟยพยายามจะลุกขึ้น แต่เยี่ยหลางไม่ปล่อยโอกาส เขาพุ่งเข้าไปคร่อมร่าง (Mount) แล้วระดมหมัดใส่ใบหน้าหล่อๆ นั้นไม่ยั้ง
ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!
"นี่สำหรับที่เ้าเรียกข้าว่าหนู!" "นี่สำหรับเสื้อข้าที่ขาด!" "และนี่... สำหรับความขี้เก๊กของเ้า!"
ไป่หยุนเฟยผู้ไม่เคยถูกใครแตะต้องตัวมาก่อนในชีวิต ร้องโอดโอย ปัดป้องพัลวัน ลมปราณแตกซ่านจนใช้การไม่ได้
กรรมการรีบวิ่งเข้ามาห้าม "พอแล้ว! พอได้แล้ว! ไป่หยุนเฟยหมดสภาพต่อสู้!"
เยี่ยหลางชะงักหมัดที่ง้างค้างไว้ เขาหอบหายใจแฮกๆ มองดูผลงานใต้ร่าง... อัจฉริยะอันดับหนึ่ง บัดนี้หน้าตาบวมปูด ตาปิดไปข้างหนึ่ง นอนหมดสภาพ
เยี่ยหลางค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ท่ามกลางความเงียบสงัดของลานประลองที่แปรเปลี่ยนเป็เสียงปรบมือเกรียวกราว เขาเดินไปหยิบ 'ท่อนเหล็กดำ' (ที่ยังมีกระบี่เงินราคาแพงเสียบคาอยู่) ขึ้นมาพาดบ่า
"ศิษย์พี่ไป่... กระบี่ของท่าน ข้าขอยึดไว้เป็ค่าซ่อมเสื้อผ้าก็แล้วกันนะ"
เยี่ยหลางหันหลังเดินลงจากเวที แสงอาทิตย์อัสดงสาดส่องร่างที่สะบักสะบอมแต่ยืนหยัด วินาทีนี้... ไม่มีใครกล้าเรียกเขาว่า "ขยะ" อีกต่อไป