Room 20
อาอู ฮัวลา (2)
หลังจากได้รับการแจ้งเตือนของระบบ นพก็ออกจากพื้นที่ปรับแต่งเพื่อต้อนรับลูกค้าคนใหม่ ทว่าพอเห็นลูกค้า ใบหน้าพลันแข็งค้าง
เด็ก?
รูปลักษณ์ของคนตรงหน้าราวกับเด็กอายุสิบเอ็ดหรือสิบสองปี แต่งกายคล้ายกับชนเผ่าล้าหลัง ผมและดวงตาสีดำ โครงหน้าคล้ายชาวเอเชีย ท่าทางอยากรู้อยากเห็นราวกับเด็กน้อยเผชิญโลกกว้าง
เป็เื่น่าประหลาดที่เห็นเด็กในโลกเสมือนจริงเพียงลำพัง เพราะด้วยกฏเกณฑ์อันเข้มงวดของรัฐบาล ผู้เยาว์อายุน้อยกว่าสิบห้าปีจำเป็ต้องมีผู้ปกครองอยู่ด้วยถึงจะสามารถเข้าโลกเสมือนจริงได้
“ระบบมีข้อผิดพลาดอะไรหรือเปล่า?” นพถามด้วยความไม่แน่ใจ เขาลองตรวจสอบดูแล้ว คนตรงหน้าคือเด็กจริงๆ ไม่ใช่พวกแอ๊บโชตะหรืออะไรทำนองนั้น
[เด็กคนนี้ค่อนข้างพิเศษ... บ้านของเขารวยมาก พ่อแม่ก็ตามใจเขามาก เ้านายไม่ต้องห่วงเื่กฎหมาย เด็กคนนี้เข้ามาอย่างถูกต้อง]
ชายหนุ่มพูดไม่ออก ได้แต่ประณามพ่อแม่ผู้ไร้ความรับผิดชอบในใจ ขณะเดียวกันก็ครุ่นคิดว่าควรแนะนำให้เด็กคนนี้ไปยังรูมสำหรับเด็กดีหรือไม่ แต่พอนึกถึงข่าวหลอกลวงตามอินเตอร์เน็ต เขาไม่อาจปล่อยเด็กชายไปทั้งอย่างนั้น เกิดเจอรูมที่มีเ้าของไร้น้ำใจล่ะ?
แน่นอนว่ารูมของเขาก็ไม่เหมาะสำหรับเด็กเช่นกัน เกมภายในรูมทั้งหมดเป็เกมเหมาะกับผู้ใหญ่ ถ้าปล่อยให้อยู่ที่นี่ต่อ ก็ไม่รู้ว่าจะให้ทำอะไรดี บางทีควรส่งต่อไปยังรูมสำหรับเด็ก?
นพจำได้ว่ามีรูมแบบนี้อยู่ ไม่ว่าจะเป็รูมสวนสนุกสำหรับเด็ก รูมสนามเด็กเล่น รูมสวนนั้น หรือแม้กระทั่งรูมเนอสเซอรี่ เขาคิดว่าส่งเด็กคนนี้ไปรูมเ่าั้ดีกว่า
[เ้านายเลิกคิดไปได้เลย จากข้อมูลของระบบ เด็กคนนี้เคยไปรูมเ่าั้มาแล้ว แต่อยู่ไม่นานก็ออกมา และก่อนจะมาที่นี่เขาเคยไปรูมไนท์คลับมาด้วย
รูมสนามไนท์คลับ? เด็กไปที่แบบนั้นเนี่ยนะ งั้นคงปล่อยไปไม่ได้แล้วสิ
หลังคิดอย่างจริงจัง นพก็ส่งยิ้มให้เด็กชาย “สวัสดี”
อาอูเบิกตากว้างขณะมองชายหนุ่มตรงหน้า ผู้ชายคนนี้ท่าทางค่อนข้างประหลาด หน้าตาก็ประหลาด เสื้อผ้าที่สวมก็ค่อนข้างแปลกประหลาด ไม่รู้ช่างตัดเย็บของชนเผ่าไหนออกแบบ... มันค่อนข้างดูดี
“สะ สวัสดี” อาอูกล่าวทักทายเสียงสั่น
“พ่อแม่นายอยู่ไหน” นพแสร้งทำเป็มองหาผู้ปกครองอีกฝ่าย แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีใครอยู่ในรูมอีก
เด็กชายสายหน้าอย่างหดหู่ แม่ของเขาตอนนี้กำลังง่วนอยู่กับการตัดเย็บเสื้อผ้าอยู่ในเผ่า พ่อได้ตายจากไปเมื่อหลายปีก่อน ปู่น่าจะนอนอาบแดด ส่วนพี่ชาย... เหอะ!
“ข้าอยู่ผู้เดียวได้” อาอูพูดอย่างมั่นใจ ตอนนี้เขากำลังจะกลายเป็นักรบที่แท้จริง จะมัวหวังพึ่งคนอื่นได้อย่างไร
“โอ้! นายเก่งมาก” นพแสร้งชม “เอาล่ะ บอกพี่ชายหน่อยได้ไหมว่าวันนี้มาทำอะไร”
เด็กชายลังเล สายตากวาดมองรอบตัว ทั้งสถานที่ทั้งข้าวของเครื่องใช้ไม่มีสิ่งไหนที่เขาคุ้นเคยสักนิด แล้วสถานที่แห่งนี้มีไว้เพื่ออะไรกัน?
“ทุกคนมาทำอันใด ข้าก็มาทำอันนั้น” อาอูเชิดหน้าตอบ ทำให้นพอดยกยิ้มมุมปากไม่ได้ เด็กคนนี้ไม่รู้ว่าถูกเลี้ยงดูมายังไง คำพูดคำจาถึงได้ดูโบราณขนาดนี้
จูนิเบียว? คำนี้ผุดขึ้นมาในหัว ดูจากอายุของคนตรงหน้า ก็ไม่ใช่เื่แปลกที่จะป่วยเป็โรคนี้
“โอเค! อย่างนั้นเรามาดูหนังกันดีไหม” นพสั่งให้ระบบเลือกเช่าการ์ตูนเื่หนึ่งออกมา การ์ตูนเื่นี้เหมาะสำหรับเด็กผู้ชายที่กำลังจะเข้าสู่วัยรุ่น ชื่อของมันคือนักรบสรรพสัตว์
นพกวาดมองซ้ายขวา ตอนนี้ในล็อบบี้ไม่มีใครอยู่ เปิดผ่านจอมอนิเตอร์ขนาดั์ก็คงไม่เป็ไร การ์ตูนเื่นี้ยังเป็วัยเด็กของผู้ชายหลายคน ให้พวกเขารำลึกความหลังก็ดีเหมือนกัน
ชายหนุ่มพูดคุยกับอาอูอีกเล็กน้อยก่อนจูงแขนเขามานั่งบนโซฟา อาอูรู้สึกเกร็งขณะถูกจับมือ แต่คนตรงหน้าดูเหมือนจะไม่ใช่คนไม่ดี เขาจึงไม่ต่อต้าน
จำนวนตอนทั้งหมดของการ์ตูนมีทั้งหมด 120 ตอน แบ่งเป็ตอนละ 30 นาที นพคิดว่าเด็กคนนี้คงไม่สามารถอยู่ในรูมนานนัก เขาตัดสินใจเปิดให้ดูเพียงแค่ 4 ตอน
อาอูมองการกระทำของชายหนุ่มอย่างสงสัย พอมีภาพฉายบนหน้าจอเขาถึงกับสะดุ้งโหยง ก่อนจะสงบสติอารมณ์แล้วมองอย่างระแวดระวัง
การ์ตูนเริ่มฉายไปเรื่อยๆ เริ่มจากมนุษย์ต่างดาวมายังโลก ชายหนุ่มผู้มีจิตใจกล้าแข็งคนหนึ่งได้รับเลือกให้เป็นักรบสรรพสัตว์ ไลออนเรด ต่อมาก็ต่อสู้กับตัวกีกี้และได้รับชัยชนะ
ยิ่งดูมากเท่าไหร่ อาอูก็ยิ่งรู้สึกว่ามันสนุก พริบตาก็ดูจบไปถึงสองตน ตลอดเวลานพก็ดูเป็เพื่อนอีกฝ่าย พอเห็นว่าเขาเป็เด็กดีก็อดเอ็นดูไม่ได้
เขาลุกขึ้นไปหยิบของว่างและผลไม้สดจากไร่มาวางตรงหน้าของเด็กชาย แม้มันจะเป็ของว่างเสมือนจริง แต่เด็กมักจะชอบกินอะไรขณะดูการ์ตูนเสมอ ตอนเขาเป็เด็กก็ทำเหมือนกัน ดังนั้นชายหนุ่มจึงตัดสินใจนำมันมาเสิร์ฟ
อาอูละสายตาจากการ์ตูนมาดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้า มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาไม่คุ้นเคย แต่มีอย่างหนึ่งเขารู้จักมันดี เพราะมันสามารถพบได้ทั่วไปในทวีปอนธการ
แอปเปิ้ลห้าสี ต้นไม้ที่ออกผลออกมาเป็สีต่างๆ รวมทั้งหมดห้าสี แต่ละสีมีสรรพคุณต่างกันออกไป ที่ชายหนุ่มนำมาตอนนี้คือสีเขียวและสีแดง โดยสีแดงช่วยรักษาอาการาเ็ บำรุงเื ส่วนสีเขียวช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้า บำรุงสุขภาพ และเพิ่มประสิทธิภาพของฤทธิ์ยา
อาอูมองชายหนุ่มหยิบแอปเปิ้ลขึ้นมากินพร้อมชักชวนเขา “กินสิ อร่อยนะ”
เด็กชายลังเลก่อนจะตัดสินใจทานแอปเปิ้ลเข้าไป ส่วนของว่างและผลไม้ที่ไม่รู้จัก เขาไม่กล้าแตะต้องจนกว่าชายหนุ่มจะลองทานก่อน
นพก็ดูออกว่าเด็กชายค่อนข้างระวังตัว เขาเริ่มกินทุกอย่างบนจานทีละชิ้น อาอูเห็นเขากินแล้วไม่เป็อะไรก็หยิบขึ้นมากินตาม สักพักเด็กชายก็รู้สึกตัวร้อนวูบ
พะ พลังวิเศษเพิ่มขึ้น!
อาอูเบิกตากว้าง พลังวิเศษในร่างกายของเขาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโ ของเหล่านี้คือสิ่งที่ช่วยเพิ่มพลังวิเศษ?
นพมองเด็กชายมีท่าทีเปลี่ยนไปด้วยความรู้สึกยากอธิบาย เมื่อครู่เ้าเด็กนี่ยังอิดออดไม่กล้าทานไม่ใช่เหรอ ทำไมพริบตาเดียวก็ทานราวกับผีหิวโหยได้ล่ะ
ชายหนุ่มหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เขาปล่อยให้เ้าเด็กตัวน้อยทานของว่างและดูการ์ตูน ส่วนตัวเองก็ไปยืนอยู่หน้าเคาท์เตอร์เพื่อถามรายละเอียดเกี่ยวกับเด็กคนนี้จากระบบ
“เด็กคนนี้ยังไงกันแน่ ช่วยส่งข้อมูลมาให้หน่อย”
ระบบไม่อิดออด มันส่งประวัติโดยย่อของเด็กชายที่ลงทะเบียนผ่านเครื่องเล่นเสมือนจริงให้ทันที เด็กชายมีชื่อว่าอาอู แม่เป็ช่างตัดยับชื่อดัง ปู่ทำธุรกิจความตาย พี่ชายทำงานกับกองทัพ เนื่องจากทั้งสามไม่มีเวลาว่างดูแลเขา จึงตัดสินใจซื้อเครื่องเสมือนจริงให้เล่น ประจวบเหมาะกับที่ระบบส่งคำเชิญไปให้ครอบครัวนั้น พวกเขาเลยมอบสิทธิ์ดังกล่าวให้เด็กชาย
[แม้เ้านายจะไม่รับเด็กคนนี้เป็สมาชิก เขาก็ไปเข้ารูมอื่นอยู่ดี ปัญญาครอบครัวของเด็กคนนี้ไม่ใช่อะไรที่เ้านายจะสามารถแก้ไขได้... นอกจากนี้ในอนาคตเ้านายอาจจะสามารถเชิญชวนทั้งครอบครัวเขามาในรูมได้ ระบบเน้นย้ำว่าครอบครัวของพวกเขารวยมาก และเล่น Noa Ark ทั้งครอบครัว เด็กคนนี้ก็เล่นเช่นกัน ตอนนี้เขาอยู่ลำดับ 1 เส้นทางจันทรา ‘ผู้บูชาจันทร์’ และกำลังจะวิวัฒนาการสู่ลำดับ 2]
นพคิดตาม จริงดังระบบพูด ครอบครัวอาอูตั้งใจให้เขาท่องโลกเสมือนจริงฆ่าเวลา ต่อให้ไม่รับไว้ก็มีรูมอีกมากมายอ้าแขนรอ ถ้าอย่างนั้นชายหนุ่มรับไว้น่าจะดีกว่า
“โอเค ฉันจะให้เขาเป็สมาชิกทั่วไปแล้วกัน”
[ระบบเน้นย้ำอีกครั้งว่าบ้านของเขารวยมาก รวยกว่าครอบครัวเ้านายหลายเท่า เ้านายควรให้เขาสมัครสมาชิกระดับโกลด์] ระบบเน้นน้ำด้วยเสียงเต็มไปด้วยอารมณ์
นพขมวดคิ้วมุ่น “เราไม่มีเกมให้บริการสำหรับเด็ก สมัครสมาชิกระดับโกลด์จะเป็การเอารัดเอาเปรียบเกินไป”
ระบบเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาอีกครั้ง [ผู้เล่นอาอูสามารถเล่นเกมวิ่งพิชิตโลก ฟาร์มหรรษา และเกมที่เ้านายเพิ่งซื้อมาได้]
“เกมที่เพิ่งซื้อมา?”
[ฮัลโหลมีมี่]
นพนึกถึงเกมแถมเกมนั้นขึ้นมาทันที ใบหน้าเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม ถ้าจะบอกว่าเกมดังกล่าวเหมาะสำหรับเด็กก็นับว่าไม่ผิดไปจริงๆ แต่เขาทำใจนำเกมขึ้นชั้นไม่ได้นี่น่า
[เ้านายสามารถปรับแต่งมันได้]
“ก็ได้ แต่ยังไงก็ไม่ควรให้เด็กสมัครสมาชิกระดับโกลด์อยู่ดี” นพคิดว่าปรับแต่งเกมนั้นให้อาอูเล่นก็ดีเหมือนกัน แต่เื่สมาชิกระดับโกลด์เขาก็ยังคัดค้าน
[ทำไม] เป็ครั้งแรกที่ระบบตั้งคถาม นพอดทอดถอนหายใจกับมันไม่ได้
“เฮ้อ... นายไม่เข้าใจ”
ถึงอย่างไรระบบก็ไม่ใช่มนุษย์จริงๆ มันย่อมไม่รู้สึกว่าการเอารัดเอาปรับเด็กคือสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งนพก็ไม่คิดจะอธิบายให้มันฟัง
เขามองดูอาอูที่ไม่มีทีท่าว่าจะจากไปก็ตัดสินใจเพิ่มตอนนักรบสรรพสัตว์เข้าไปอีกหกตอน จากนั้นก็ตั้งเวลาสามชั่วโมงเพื่อกลับมาดูอีกฝ่ายก่อนจะเข้าสู่พื้นที่ปรับแต่ง
เกมฮัลโหลมีมี่เป็เกมพูดถึงเมืองที่มีประชากรเป็แมวเหมียวทั้งเมือง ตัวเอกชื่อว่ามีมี่จะคอยแนะนำผู้เล่นเกี่ยวกับรายละเอียดของเกม เธอจะเป็คนคอยนำพาผู้เล่นเข้าสู่เนื้อเื่หลัก ซึ่งเป็เื่ราวการต่อสู้กับศัตรูตัวฉกาจของประชาชนแมวเหมียว เผ่าจี๊ดจี๊ดและเผ่าบ๊อกบ๊อก
ต่อให้ไม่เห็นหน้าตัวละครทั้งสองเผ่า นพก็พอจะเดาได้ว่าพวกมันคือหนูกับหมา
นพลองเล่นเกมดูสักรอบก่อนเพื่อดูว่าต้องปรับแก้ตรงไหนบ้าง ทว่าขณะชายหนุ่มกำลังเล่นเกมนี้ไปสักพัก เขาก็ต้องสะดุ้งจนตัวโยน ใน่แรกของเกมมันก็ยังน่ารักสดใสอยู่หรอก แต่่หลังดันเต็มไปด้วยฉากเืสาดไม่เหมาะกับชุมชนคนรักสัตว์อย่างแรง นพได้แต่ประนามพ่อก็คือพ่อในใจ ทำไมไอ้ผู้ชายคนนั้นไร้มนุษยธรรมขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่เกมของเขาจะขายไม่ออก!
ชายหนุ่มเลิกเล่นเกมแล้วหันมาเริ่มดำเนินแก้ไขตัดฉากความรุนแรงทั้งหมดทิ้งไป แต่นั่นก็ทำให้เกมเสียรูปแบบของมัน และเนื้อเื่ครึ่งหลังของเกมก็ว่างเปล่า ชายหนุ่มคิดว่าคงไม่มีทางแก้ไขเสร็จเร็วๆ นี้แน่จึงออกจากห้องปรับแต่งก่อนเวลา
เด็กชายอาอูนั่งดูการ์ตูนนักรบสรรพสัตว์ด้วยดวงตาเป็ประกาย เมื่อดูถึงตอนที่แปดนพก็ปิดหน้าจอมอนิเตอร์ลง ทำให้เด็กน้อยใและหันมามอง
อาอูกระพริบตาปริบๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวังแต่ไม่ได้เรียกร้องอะไร นพเห็นแล้วอดรู้สึกปวดใจไม่ได้ เขาบอกกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“นายเข้ามาที่นี่นานแล้ว วันนี้ให้กลับไปก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับมาอีกครั้ง”
“ออกไป... เยี่ยงไรละ แล้วข้าจักกลับมาที่นี่ได้เยี่ยงไร” เด็กชายถามด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล นพจึงบอกให้ระบบผู้ช่วยส่งวีดีโอสอนการเข้าออกรูมให้อีกฝ่าย ซึ่งพอเด็กน้อยดูก็เข้าใจวิธีการทันที
“ได้! ข้าจักกลับไปก่อน” เมื่อรู้ว่าสามารถกลับมาที่นี่ได้ทุกเมื่ออาอูก็ไม่อิดออดอีก
“ที่นี่ยินดีต้อนรับนายเสมอ” นพกล่าวขณะกลัดเข็มกลัดเหล็กให้อีกฝ่าย ซึ่งบ่งบอกว่าอาอูคือสมาชิกระดับทั่วไปของเกมรูมหมายเลข 9
...........................................................................
‘มานหลา โฮ่วู’ และ ‘ยีวู เยวา’ เริ่มตื่นตระหนกเมื่อหาอาอูไม่พบ พวกเขากังวลว่าเด็กน้อยคนนั้นจะถูกเผ่ากาหยูจับตัวไปหรือไม่ก็ถูกสัตว์วิเศษคาบไปเป็อาหาร หากมันเกิดขึ้นจริงก็ไม่รู้จะมอบคำตอบอย่างไรให้กับตัวเฮย
พูดถึงตัวเฮย อีกฝ่ายคือนักรบรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเขา ทว่าความสามารถกลับต่างกันราวฟ้ากับเหว มานหลาและยีวู อายุสิบแปดเช่นกัน คนหนึ่งกินผลโลหิต อีกคนกินผลมรณะ หากเทียบกับผลมารของตัวเฮย พวกเขากลับมีเงื่อนไขในการเลื่อนระดับง่ายกว่า และทั้งที่เลื่อนระดับได้ง่ายกว่าแต่กลับตามอีกฝ่ายไม่ทัน
ไม่สิ! พวกเขานับว่าเป็นักรบที่โดดเด่นของเผ่าแล้ว ตัวเฮยต่างหากที่ผิดมนุษย์มนาเกินไป
เมื่อหลายปีก่อนทั้งคู่เลือกติดตามตัวเฮยเพราะความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย หลังผ่านความพยายามอย่างยาวนาน พวกเขาก็กลายเป็ลูกน้องคนสนิทที่ตัวเฮยไว้ใจ หากพวกเขาทำอาอูหายไป ก็ไม่รู้จะเอาหน้าที่ไหนไปสู้ชายคนนั้น
สองนักรบหนุ่มหวาดกลัวในใจ รีบควานหาจนทั่ว แต่ร่องรอยของอีกฝ่ายหายไป แม้อยากจะหาก็ไม่รู้จะหาอย่างไรนอกจากเดินไปทิศมาอย่างแมลงวันไร้หัว
ขณะกำลังมองหาเด็กชายอย่างร้อนรน พวกเขาได้ยินเสียงพูดพึมพำอยู่ไม่ไกล ทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะพุ่งไปยังทิศทางดังกล่าว
“ด้วยพลังแห่งสิงโต แปลงร่างเป็ไลออนเรด!” อาอูทำท่าแปลงร่างเหมือนการ์ตูนนักรบสรรพสัตว์ พลางหัวเราะคิกคักอารมณ์ดี แม้เขาจะจำรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่เพิ่งไปเยือนไม่ได้ แต่การ์ตูนเื่นี้เขากลับจำได้แม่นยำทุกตอน
“อาอู?” มานหลาพอเห็นอีกฝ่ายก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เด็กคนนี้ไม่มีร่องรอยาเ็ แสดงว่าไม่ได้ถูกสัตว์วิเศษหรือคนจากเผ่ากาหยูทำร้าย
“มานหลา ยีวู” เด็กชายอุทานลั่น เพิ่งนึกได้ว่าก่อนไปยังสถานที่แห่งนั้นตนเองกำลังวิ่งหนีทั้งคู่อยู่ พอรู้สึกตัวเขาก็รีบสาวเท้าวิ่งหนีทันที แต่เนื่องจากยังเป็เด็กทำให้ไม่นานก็ถูกจับตัวได้
“ปล่อยข้า!” อาอูร้องลั่น พยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากชายหนุ่ม
“ข้าจักพาเ้ากลับเผ่า” มานหลากล่าวจบก็ไม่กล้าชักช้า รีบวิ่งกลับเผ่าด้วยความเร็วสูง ไม่นานคนทั้งสามก็มาถึงสถานที่ตั้งของเผ่า
เผ่ายะโฮตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ผู้คนอาศัยอยู่ในกระโจมเป็หลัก ยามนี้เป็่สายของวัน ผู้คนต่างพากันออกไปทำงานไม่ก็ล่าสัตว์ ทำให้เหลือคนอยู่ในเผ่าไม่มากนัก
มานหลาพาอาอูไปยังกระโจมของครอบครัวอีกฝ่าย ชายชราคนหนึ่งได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็ออกมาจากกระโจม พอเห็นว่าคนที่โวยวายคือหลานรัก แววตาก็อ่อนยวบ
“ไปก่อเื่อันใดมาอีกเล่า”
อาอูหยุดดิ้นรนพลางเงยหน้ามองปู่ของเขา “ข้าไม่ได้ก่อเื่เสียหน่อย”
‘ยีกอ ฮัวลา’ มองท่าทางขุ่นคืองของเด็กชายก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันมาทางนักรบทั้งสอง คล้าย้าให้ทั้งคู่ช่วยอธิบายแทน
“อาอูติดตามพวกเราไปล่าสัตว์ขอรับ พอตัวเฮยจับได้จึงให้ข้าพามาส่ง” มานหลาอธิบาย
“ข้ากำลังจักเป็นักรบที่แท้จริง แต่กลับไม่เคยให้ข้าฝึกงานสักครั้ง ลีซอ ซามอง เยวเยว ยังได้ไปฝึกตั้งสองสามครั้ง” ยิ่งคิดอาอูก็ยิ่งเดือดดาล “พวกท่านลำเอียง!”
“เฮ้อ... อาอู ไม่ใช่พวกเราไม่อยากให้เ้าไป แต่นักรบระดับหนึ่งที่กินผลจันทราไม่เหมาะกับการออกล่าสัตว์ โดยเฉพาะการล่า่กลางวัน” ยีกออธิบาย
“งั้นข้าจักไปล่ากลางคืน!” อาอูยังคงไม่ยอมแพ้
“กลางคืนมีอันตรายมากมายซุกซ่อนอยู่ ไม่เหมาะกับการล่าสัตว์... เอาเยี่ยงนี้แล้วกัน หากเ้า้าออกไปก็ควรกลายเป็นักรบระดับสองก่อน” ยีกออธิบายให้หลานชายฟัง “นักรบระดับหนึ่งของผลจันทรามีชื่อว่าผู้บูชาจันทร์ พวกเขามีประโยชน์ในตอนกลางคืน มีขั้นตอนวุ่นวายในการใช้พลัง ไม่เหมาะกับการออกไปล่าสัตว์ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน
กลับกันนักรบระดับสอง ‘สาวกจันทรา’ จักสามารถสะสมพลังแสงจันทร์ไว้ในร่างกายเพื่อนำออกมาใช้ได้ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน พลังนี้นับเป็สายสนับสนุนชั้นเยี่ยม”
“ถ้าข้ากลายเป็นักรบระดับสองจักได้ออกไปล่าสัตว์?”
ชายชราพยักหน้า “ปู่รับปาก”
“ได้! ข้าพร้อมเลื่อนระดับแล้ว” เด็กชายกล่าวอย่างตื่นเต้น ปู่บอกว่าถ้าเป็นักรบระดับ 2 จะออกไปล่าได้ใช่ไหม ตอนนี้เขาก็กำลังจะกลายเป็ระดับ 2 แล้วไง
“เ้าล้อข้าเล่นแล้ว เมื่อวานเ้ายังติดอยู่ขั้นปลายของนักรบระดับหนึ่งอยู่เลย วันนี้กลายเป็ขั้นสูงสุดได้เยี่ยงไร” ชายชราไม่เก็บคำพูดเด็กชายมาใส่ใจ เขาคิดว่าอีกฝ่ายพูดไปตามอารมณ์
“ข้าไม่ได้ล้อเล่น” อาอูทำสีหน้าจริงจัง “ท่านตรวจสอบดูได้”
สีหน้ายีกอเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม เขาสาวเท้าเข้าหาหลานชายแล้วลองตรวจสอบดู จริงดังที่อาอูพูด ตอนนี้เขาพร้อมจะสู่นักรบระดับ 2 แล้ว
“นี่มัน...” ชายชราเบิกตากว้าง ก่อนจะหัวเราะร่า “ฮ่าๆ ์โปรด หลานชายของข้าทั้งสองคนต่างเป็ที่รักของ์”
หัวเราะอยู่ไม่นาน ยีกอพลันนึกถึงบางสิ่งบางอย่างได้ เขาจึงถอนหายใจออกมาอย่างนึกเสียดาย “น่าเสียดาย ทำไมต้องผลจันทรา”
จารึก์ของผลจันทราที่เผ่ามีถึงแค่นักรบระดับ 4 ต่อให้อาอูมีพร์มากแค่ไหน หากไม่มีจารึก์ระดับสูงกว่านี้ สุดท้ายก็เป็ได้แค่นักรบระดับ 4 ซึ่งนับว่าเสียของโดยแท้
ไม่รู้ว่ามีเผ่าไหนที่มีจารึกระดับสูงกว่านี้ แต่ในบรรดาเผ่าใหญ่ทั้งห้าเผ่าของดินแดนเหนือไม่มีแน่ ยิ่งเผ่าเล็กไม่ต้องพูดถึง หาก้าค้นหาจริง ไม่ไปสมรภูมิรกร้างก็ต้องค้นหาจากดินแดนอื่น
มานหลาและยีวูไม่รู้ความทุกข์ใจของชายชรา พวกเขามองหน้ากัน จากนั้นก็รีบวางอาอูลง เพิ่งอายุไม่ถึงสิบสองก็กลายเป็นักรบระดับ 2 เด็กคนนี้นับได้ว่ามีพร์น่ากลัวเหมือนตัวเฮยไม่มีผิด