เมื่อชิงชิงเก็บของใช้ส่วนตัวที่จำเป็ทั้งของตนและขององค์หญิงใส่ในห่อผ้าเรียบร้อยแล้ว วันต่อมานางจึงไปสืบข่าวหาช่องทางลักลอบออกจากวังหลวง แล้วนางก็สืบทราบมาได้ว่าจะมีขบวนพ่อค้าเดินทางไปยังชายแดนที่ติดอยู่กับแคว้นชิงเหอทางตอนใต้ ดังนั้น พวกนางจึงตัดสินใจสินบนขบวนพ่อค้าไว้ให้มาจอดรอรับที่ประตูท้ายพระราชวัง
องค์หญิงปิงหลินแต่งกายอย่างสาวชาวบ้าน ไร้เครื่องประดับผมอันสูงส่ง ไม่มีอาภรณ์ไหมเนื้อดี มีเพียงผ้าเนื้อหยาบสีมอซอ แต่กระนั้นความงดงามยังฉายแสงออกมาให้เห็นอย่างโดดเด่น
“องค์หญิง”
ชิงชิงเรียกสาวในชุดชาวบ้านที่ยืนอยู่ข้างกาย
“ชิงชิง ข้าบอกเ้าแล้วไงว่า นับจากที่ข้าถอดมงกุฎแล้วเดินออกนอกวัง ข้าคือ หลินหลิน น้องสาวของเ้า”
องค์หญิงปิงหลินส่งเสียงเตือนนางกำนัลคนสนิทเบา ๆ พวกนางกำลังแอบย่องไปยังประตูท้ายพระราชวัง เพื่อรอขบวนเกวียนสินค้าไปยังชายแดน เพื่อหลบภัยสักพักเพราะชาวบ้านและประชาชนในเขตชายแดนไม่มีใครเคยเห็นพระพักตร์ขององค์หญิง
“ทราบแล้วเพคะ”
ชิงชิงเหงื่อออกเต็มมือ รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง สีหน้าของนางไม่สู้ดีนัก แม้จะกลืนน้ำลายยังรู้สึกว่ายากลำบาก
“ไม่ต้องใช้คำพูดเพคง เพคะแล้ว พูดจาธรรมดาจะได้ไม่ต้องเป็ที่สังเกต”
องค์หญิงปิงหลิน ซึ่งบัดนี้เป็ หลินหลิน กำชับเตือน จิตใจของนางมุ่งมั่นที่จะหลบหนีการแต่งงานให้ได้ อีกทั้ง ต่อให้ถูกจับได้อย่างมากก็แค่ถูกฮ่องเต้บ่นคำสองคำนางจึงไม่หวั่นเกรงใด ๆ
“รู้แล้ว”
ชิงชิงรับคำเสียงเบา เพราะยังรู้สึกไม่ชินปากกับคำพูดที่ไม่ต้องเอ่ยคำศัพท์ชั้นสูง
“ชิงชิง เ้าเก็บของมาเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
“เรียบร้อยแล้ว จะตรวจดูอีกรอบไหม เผื่อว่ามีอะไรขาดหาย”
ชิงชิงยื่นห่อผ้าให้หลินหลิน
หลินหลินรับห่อผ้ามาตรวจค้นดูเครื่องใช้จำเป็มีแล้ว เสื้อผ้าบางส่วนมาครบแล้ว แต่มีสิ่งหนึ่งที่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอจึงเอ่ยถามว่า
“ป้ายหยกสัญลักษณ์ขององค์หญิงของข้าเ้าไม่ได้หยิบมาด้วยรึ”
“ข้าคิดว่าออกมานอกวังคงไม่ได้ใช้ จึงไม่ได้หยิบมาด้วย”
ชิงชิงตอบ ใบหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
“ถึงไม่ได้ใช้ แต่ก็ควรเอามา หากทิ้งไว้เผื่อมีคนคิดไม่ดีต่อข้า นำป้ายหยกสัญลักษณ์ขององค์หญิงไปกระทำเื่ไม่ดีเข้าจะทำอย่างไร”
หลินหลินเอ่ยเสียงเครียด
“งั้นเดี๋ยวข้าจะกลับไปตำหนักหงส์ฟ้า ไปเอาป้ายหยกของเ้ามาให้ เ้าไปรอข้าที่เกวียนของพ่อค้าที่ประตูท้ายวังก่อน”
ชิงชิงเสนอขึ้น นางเป็นางกำนัลเข้าออกในวังหลวงจะไม่เป็ที่สังเกต
“ตกลง”
หลินหลินพยักหน้า
“เมื่อเ้าเข้าไปในเกวียนของพ่อค้าแล้วห้ามออกมา และห้ามส่งเสียงดังจนกว่าข้าจะกลับมา”
ชิงชิงบอกองค์หลินด้วยความเป็ห่วงเกรงว่าจะถูกจับได้
“ไม่ต้องห่วงข้าหรอก ตอนเด็ก ๆ ข้าเคยเล่นซ่อนแอบ รับรองไม่มีใครรู้ว่าข้าซ่อนอยู่ที่ไหน”
หลินหลินรีบบอกการลักลอบออกจากวังครั้งนี้ สำหรับนางแล้วก็เป็เพียงการเล่นซ่อนหากับฮ่องเต้และเหล่าขุนนางน่าชังพวกนั้น ดูซิว่าใครจะจับเธอไปแต่งงานได้!
เมื่อได้ยินดังนั้น ชิงชิงจึงรีบสาวเท้ากลับไปยังตำหนักหงส์ฟ้า ส่วนหลินหลินก็เร้นกายเดินตามสาวใช้ และบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่มาจัดส่งสิ้นค้าตามนัดหมายให้กับวังหลวงออกนอกประตูไป
หลินหลินเหลียวมองดูด้านหลังแล้วพบว่า ตนออกมาพ้นสายตาของทหารยามประตูท้ายวังแล้ว ดังนั้น นางจึงกวาดตามองหาขบวนเกวียนสินค้าของพ่อค้า
“แล้วคันไหน เป็เกวียนของพ่อค้าที่นัดไว้นะ”
หลินหลินแอบเดินเข้าไปสำรวจตามเกวียนต่าง ๆ ที่จอดเรียงรายอยู่รอบกำแพงวังหลวง และเมื่อพบคันที่บรรทุกเสบียงอาหารเอาไว้เต็มลำ นางจึงะโผลุบหายขึ้นไปในเกวียนหลังนั้นอย่างรวดเร็ว
“ต้องเป็คันนี้แน่ ๆ ที่มารับสินค้าจากท้องพระคลังหลวงไปขายที่ชายแดน”
นางกวาดสายตามองอาหารแห้งภายในเกวียน จากนั้นก็จับพวกมันโยนไปคนละทิศละทาง เพื่อเลือกที่นั่งเหมาะ ๆ ให้กับตนเอง
.....................................จบตอน...............................................