“เชิญผู้จัดการหลิวเลยครับ” หลินหานบอก
เมื่อได้รับการตอบรับ ผู้จัดการหลิวก็หยิบแว่นตาข้างเดียวออกจากกระเป๋าเสื้อหน้าอก พร้อมสวมถุงมือสีขาวบริสุทธิ์คู่หนึ่ง แสดงออกถึงความเป็มืออาชีพอย่างเต็มที่
“เทพแห่งการประเมินสมบัติผู้ทรงเกียรติ โปรดประทานความสามารถในการตรวจสอบสรรพสิ่งให้แก่ผมด้วยเถิด ผมจะขอศรัทธาต่อท่านอย่างที่สุด โปรดอวยพรให้สาวกของท่านมองเจาะทะลุได้ทุกสรรพสิ่ง”
สิ้นเสียงร่ายเวทของผู้จัดการหลิว ั์ตาของเขาก็มีแสงสีทองอ่อน ๆ วาบขึ้นมา ในวินาทีนั้น ดวงตาของเขาราวกับสามารถมองทะลุทุกสิ่งทุกอย่างได้จริง ๆ
‘นี่คือความสามารถของปรมาจารย์ประเมินสมบัติเหรอเนี่ย’ หลินหานคิดในใจ
อาชีพพิเศษประเภทนี้ หลินหานเพิ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรก ขนาดเพื่อนร่วมรุ่นของเขาในรุ่นนี้ ก็ดูเหมือนจะไม่มีใครปลุกพลังได้อาชีพสายประเมินสมบัติเลยสักคน เพราะอาชีพประเภทนี้มีความพิเศษเฉพาะตัว ต่อให้เป็ตระกูลใหญ่คอยฟูมฟักเลี้ยงดู ก็ยังต้องผลาญทรัพยากรไปไม่น้อย
ดังนั้นต่อใคนธรรมดาปลุกพลังได้ความสามารถนี้ เลเวล 10 ก็ถือเป็ขีดจำกัดของเขาแล้ว
แต่ถ้าตระกูลใหญ่ปั้นยอดฝีมือสายประเมินสมบัติของตัวเองขึ้นมาได้ ก็จะคอยปกป้องดูแลยิ่งกว่าไข่ในหิน เพราะยอดฝีมือสายประเมินสมบัติที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง สามารถสร้างผลกำไรมหาศาลให้ตระกูลใหญ่ได้อย่างน่าใ ช่องว่างความแตกต่างของอาชีพสายประเมินสมบัติจึงสุดขั้วอย่างยิ่ง
ผู้จัดการหลิวหยิบดาบเล่มั์ขึ้นมา เขาหลับตาลงข้างหนึ่งแล้วเริ่มเพ่งสายตาตรวจสอบอย่างละเอียด
หลินหานมองกวาดสายตาไป ข้อมูลรายละเอียดของแว่นตาข้างเดี่ยวนั้นก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
[ชื่อ] : เนตรสอดแนม
[ประเภท] : เครื่องประดับ
[ระดับ] : ระดับสูง
[คำอธิบาย] : เมื่อสวมใส่จะสามารถมองทะลุระดับพลังของขอบเขตราชันลงมาได้ทั้งหมด มองเห็นสเตตัสของไอเทมทุกชนิด ผู้ใช้งานต้องมีระดับพลังไม่ต่ำกว่าระดับทองคำขาว
เมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือน หลินหานก็ประหลาดใจอยู่บ้าง
ประสิทธิภาพของแว่นตาชิ้นนี้ทรงพลังสูงขนาดนี้เชียว?
หากนำไปประสานเข้ากับความสามารถของตัวผู้จัดการหลิวเอง เกรงว่าจะยิ่งแสดงผลลัพธ์ที่น่ากลัวขึ้นไปอีก แม้ของระดับสูงจะอ่อนแอลงมาเมื่อเทียบกับระดับตำนาน
แต่ถ้าเอาไปขายก็สามารถแลกเป็เงินได้หลายล้านเหรียญัดารา หรือดีไม่ดีอาจพุ่งไปถึงหลักสิบล้านเลยด้วยซ้ำ ลำพังของวิเศษประเภทนี้ก็จัดเป็ของหายากอยู่แล้ว มูลค่าจึงผันผวนอย่างรุนแรง
ผู้จัดการสาขาของโรงประมูลขนาดเล็กอย่างเมืองฮุยเยว่ กลับมีความแข็งแกร่งถึงคลาส 4 แถมยังมีของวิเศษสายประเมินสมบัติสุดโหดแบบนี้ติดตัว ต่อให้หลินหานจะคิดทบทวนอย่างไร ก็ยังรู้สึกเหลือเชื่ออยู่ดี
ผู้จัดการหลิวดูเหมือนจะรู้ตัวว่าหลินหานกำลังสังเกตเขาอยู่ แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เขารีบอ่านคุณสมบัติของดาบเล่มั์ออกมา
[ชื่อ] : ดาบใหญ่สังหารโลหิต
[ประเภท] : ดาบั์
[ระดับ] : ระดับตำนาน
[คำอธิบาย] : ติดสถานะคลุ้มคลั่ง ผู้สวมใส่จะเพิ่มพลังโจมตีกายภาพ 30% ติดสถานะกระหายเื ผู้สวมใส่สามารถใช้พลังชีวิตสังเวยเพื่อเพิ่มพลังโจมตีกายภาพขึ้นอีก 50%
“สเตตัสโหดมาก” ผู้จัดการหลิวแอบใ
คุณสมบัติของดาบเล่มั์นี้ ถือเป็ที่สุดของอุปกรณ์ระดับตำนานสำหรับสายนักรบแล้วจริง ๆ แค่เอฟเฟกต์แรกที่เพิ่มพลังโจมตีกายภาพ 30% ก็เป็สเตตัสที่น่ากลัวมากแล้ว อาศัยคุณสมบัติข้อนี้ข้อเดียวก็เพียงพอจะดันราคาดาบเล่มนี้ให้ติดลมบนที่ห้าสิบล้านเหรียญัดาราได้สบาย ๆ
ส่วนคุณสมบัติข้อที่สองยิ่งน่ากลัวกว่า หากผู้สวมใส่ตกอยู่ในวิกฤต ก็สามารถเอาค่าพลังชีวิตไปแลกเป็พลังต่อสู้ได้ ดูผิวเผินเหมือนจะผลาญชีวิตตัวเอง แต่พลังต่อสู้ที่ได้กลับคืนมานับว่ามหาศาลทีเดียว
ดูจากสเตตัสแล้วก็เป็จริงอย่างที่หลินหานบอก นี่คืออุปกรณ์ที่เหมาะสมกับพวกนักรบที่สุด หากนักรบได้สวมใส่ ในเลเวลระดับเดียวกันแทบจะไร้พ่ายหาตัวจับยาก
ผู้จัดการหลิววางดาบเล่มั์ลง แล้วเริ่มตรวจสอบชุดเกราะต่ออย่างละเอียด
[ชื่อ] : เกราะรบปฐี
[ประเภท] : ชุดเกราะ
[ระดับ] : ระดับตำนาน
[คำอธิบาย] : ติดเอฟเฟกต์ป้องกัน ผู้สวมใส่จะได้รับบัฟเพิ่มพลังป้องกัน 30% หากผู้ใช้งานสังเวยพลังชีวิต ค่าพลังป้องกันจะเพิ่มขึ้นเป็ 50%
“เฮือก!” ผู้จัดการหลิวถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความทึ่ง
จะทรงพลังเกินไปแล้ว!
พิจารณาจากการจัดเซ็ตอุปกรณ์ทั้งสองชิ้นนี้ มันควรจัดอยู่ในเซ็ตเดียวกัน แถมสเตตัสของอุปกรณ์ยังก้าวไปถึงระดับที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ดีไม่ดีอาจจะเบียดขึ้นไปเทียบชั้นกับชุดเซ็ตระดับศักดิ์สิทธิ์ได้เลยด้วยซ้ำ
มูลค่าของอุปกรณ์ประเภทนี้ ถือเป็ที่สุดของที่สุดในหมวดอุปกรณ์ระดับตำนานแล้วจริง ๆ
“คุณหลินครับ ผมดูสเตตัสของอุปกรณ์ทั้งสองชิ้นเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ” ผู้จัดการหลิวยิ้มบอก
“อุปกรณ์สองชิ้นนี้น่าจะอยู่ในเซ็ตเดียวกัน ถ้ารวบรวมอุปกรณ์เซ็ตนี้ได้ครบทั้งหมด มูลค่าที่จะเกิดขึ้น เกรงว่าจะทรงคุณค่ายิ่งกว่าชุดเซ็ตระดับศักดิ์สิทธิ์ทั่วไปเสียอีกครับ แต่คุณหลินอย่าเพิ่งท้อใจนะครับ ที่จริงแค่สองชิ้นนี้ก็มีมูลค่าสูงลิ่วมากแล้วครับ”
หลินหานแบมือบอก “ถ้าแบบครบเซ็ตผมไม่มีหรอกครับ มีแค่เท่านี้แหละ”
ผู้จัดการหลิวไม่ได้ประหลาดใจกับคำตอบนี้ ชุดเซ็ตระดับนี้ ถ้าไม่มีภูมิหลังที่แข็งแกร่งมาก คงยากจะรวบรวมได้ครบจริง ๆ
“ตลาดของอุปกรณ์สองชิ้นนี้ดีมากครับ สำหรับสายนักรบแล้วเข้ากันได้ไร้ที่ติสุด ๆ ถ้าคุณหลินยินดีขายให้พวกเรา ผมเสนอราคาให้ได้ที่หนึ่งร้อยสี่สิบล้านเหรียญัดาราครับ”
“แบ่งเป็มูลค่าของดาบใหญ่สังหารโลหิต น่าจะอยู่ที่หกสิบล้านเหรียญัดารา ส่วนเกราะรบปฐี ผมเสนอให้ที่เจ็ดสิบล้านเหรียญัดาราครับ”
“เพราะดาบใหญ่สังหารโลหิตจะดึงประสิทธิภาพได้ดีที่สุดเมื่อนักรบเป็คนใช้ แต่สำหรับเกราะรบปฐี อาชีพสายต่อสู้อื่น ๆ ก็น่าจะสนใจด้วยเหมือนกัน ประโยชน์การใช้งานของเกราะรบปฐีจึงครอบคลุมกว่าครับ”
หลินหานไม่ได้แปลกใจอะไร ราคานี้สูงกว่าที่เขาประเมินไว้แต่แรกพอสมควร ผู้จัดการหลิวไม่ได้คิดจะกดราคาหรือต้มตุ๋นเขาเลย
“ตกลงครับ”
ตอนนั้นเอง ผู้จัดการหลิวก็เสนอขึ้นมาอีกว่า “แต่ผมยังมีอีกหนึ่งทางเลือกให้พิจารณาครับ คุณหลินสามารถฝากขายอุปกรณ์สองชิ้นนี้ไว้กับพวกเราก่อนได้ อีกไม่นานจะมีการจัดงานประมูลขึ้น หากนำไปลงงานประมูล มูลค่าของอุปกรณ์สองชิ้นนี้อาจจะพุ่งสูงขึ้นอีกเท่าตัวเลยครับ”
“และเผื่อคุณหลินต้องใช้เงินฉุกเฉิน ทางลานประมูลของพวกเราสามารถจ่ายเงินล่วงหน้าให้ก่อนได้หนึ่งร้อยล้านเหรียญัดารา ส่วนราคาจริงที่ประมูลได้หลังจากนั้น ทางเราค่อยหักส่วนแบ่งค่าคอมมิชชันออกไปนิดหน่อยครับ”
ตอนนี้ หลินหานเริ่มรู้สึกสนใจในข้อเสนอของผู้จัดการหลิวขึ้นมาแล้ว
อีกฝ่ายพูดถูกต้องเลยทีเดียว อุปกรณ์ระดับนี้ ตลาดการค้าย่อมไม่มีทางขาดคนซื้ออยู่แล้ว ขอเพียงเปิดเผยสเตตัสออกไป จะต้องมียอดฝีมือจำนวนมากยอมทุ่มสุดตัว แม้จะต้องหมดเนื้อหมดตัวเพื่อให้ได้มันมาครองแน่
แต่หลินหานก็อ่านเกมออก ขอแค่ผู้จัดการหลิวได้รับซื้อไว้ เขาก็สามารถนำไปลงงานประมูลเองได้สบาย ๆ เพื่อกอบโกยผลกำไรที่สูงกว่า
เดาเจตนาได้ไม่ยากเลย ผู้จัดการหลิวคนนี้ตั้งใจจะสร้างไมตรีและผูกสัมพันธ์กับเขาเอาไว้ เพื่อที่วันข้างหน้าหากเขามีของดีอะไรอีก จะได้นำมาให้ที่นี่ก่อนนั่นเอง
“ในเมื่อผู้จัดการหลิวเสนอมาแบบนี้ งั้นเอาตามที่คุณเสนอเลยครับ ผมเชื่อใจคุณ” หลินหานพยักหน้ารับคำ
ได้ยินดังนั้น ผู้จัดการหลิวก็ยิ้มกว้าง ก่อนจะหยิบสัญญาฉบับหนึ่งออกมา “ถ้าอย่างนั้น รบกวนคุณหลินกรอกข้อมูลในสัญญาฉบับนี้ ก็จะถือว่าการทำธุรกรรมของเราเสร็จสิ้นสมบูรณ์ครับ”
หลังจากอ่านสัญญาคร่าว ๆ และแน่ใจว่าไม่มีเงื่อนไขซ่อนเร้น หลินหานก็ตวัดปากกาเซ็นชื่อตัวเองลงไปทันที ผู้จัดการหลิวเก็บสัญญาไว้อย่างดี
แล้วเขาก็หยิบแบล็คการ์ดใบหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อ ยื่นส่งให้ถึงมือของหลินหาน “คุณหลินครับ ในบัตรใบนี้มีเงินอยู่ร้อยยี่สิบล้านเหรียญัดารา การ์ดใบนี้คือแบล็คการ์ดระดับ VIP ของลานประมูลพวกเรา ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปงานประมูลในเมืองไหนก็สามารถรับการต้อนรับระดับสูงสุดได้เสมอครับ”