“เฮื่อออออ......”
พรลภัสถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อกรวีร์สอนงานเสร็จ แล้วลุกเดินออกไปจากอาคาร เนื่องจากจะต้องไปตรวจดูงานในไร่กับอวยพล
วันนี้ครบหนึ่งอาทิพย์พอดิบพอดี ที่พรลภัสย้ายมาทำงานเอกสาร แต่พรลภัสไม่รู้สึกคุ้นชินกับกรวีร์เลยสักวัน ทุกครั้งที่เขาสอนงานเธอ เธอก็จะรู้สึกเกร็ง ประหม่า หัวใจเต้นแรงแทบทุกครั้งไป ซึ่งก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมถึงต้องเป็เช่นนี้
“ถึงกับถอนหายใจเลยเหรอพร”
เสียงหยอกเย้าของนพมาศดังแว่วมาเข้าหู พรลภัสจึงหันไปมองนพมาศพร้อมกับส่งยิ้มเจื่อนๆให้ไป และให้รู้สึกว่านี่เธอเกร็ง ประหม่ามากมายขนาดที่ว่า คนรอบข้างรับรู้ได้ขนาดนี้เลยเหรอ แต่กับคนอื่นเธอไม่เกร็ง ไม่ประหม่าอย่างนี้มาก่อนเลยนะ จะเป็แต่กับเขาคนเดียวนี่แหละ ให้ตายเถอะ!...
“พรไม่ชินกับเขาน่ะพี่ ทำยังไงก็ไม่ชินสักที”
พรลภัสพูดบอกนพมาศไปตามความรู้สึก ที่ทุกๆ ครั้งเวลาที่ได้อยู่ใกล้ๆ กายแกร่งของกรวีร์ และยิ่งได้กลิ่นกายผสมกับโคโลนจางๆ ด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้เธอแทบไม่เป็ตัวของตัวเองเอาซะเลย แต่เื่ไม่เป็ตัวของตัวเอง เธอไม่อาจที่จะบอกออกไปได้ จึงพูดได้แค่เพียงยังไม่ชิน
“ใช่เหรอที่ไม่ชินสักทีน่ะ ไม่ใช่เป็เพราะอยากจะอ่อยคุณวีเขาหรอกเหรอ เลยทำทีว่าประหม่างี้ เหนียมอายใส่เขาทุกครั้งงี้ ฉันว่าลูกไม้นี้คุณวีเขาไม่หลงกลเธอหรอก”
เพ็ญรภัสที่นั่งทำงานอยู่อีกโต๊ะ ได้ยินพรลภัสพูด ก็พลันพูดสวนขึ้นมาแบบไม่คิดจะไว้หน้า หรือให้เกียรติพรลภัสแต่อย่างใดเลย เป็เพราะเพ็ญรภัสนั้นไม่ค่อยชอบหน้าพรลภัสเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งกรวีร์สอนงานให้ด้วยตัวเองอย่างนี้ด้วยแล้ว เพ็ญรภัสยิ่งไม่ชอบขี้หน้าเอามากๆ มากจนกระทั่งเห็นพรลภัสเป็ศัตรูเลยก็ว่าได้
“พี่เพ็ญเหมือนรู้ดีจังเลยนะ ที่พูดมาอย่างนี้ เหมือนกับว่าเคยอ่อยคุณวีเขามาก่อนอย่างั้นแหละ เอ๊ะ!!... หรือว่าพี่เคย แต่เพราะทำไม่สำเร็จจึงมาฟาดงวงฟาดงาใส่คนอื่น กลัวว่าคนอื่นจะทำสำเร็จ อย่างงั้นล่ะสิ ใช่ไหม?”
แร๊ง!!!!!!......
พรลภัสซัดกลับแรง แบบไม่ไว้หน้าเพ็ญรภัสเลยเช่นกัน ก็ในเมื่อเพ็ญรภัสไม่ได้คิดจะถนอมน้ำใจคนทำงานร่วมกัน ทำไมเธอถึงจะต้องให้เกียรติ และถนอมน้ำใจคนประเภทนี้กันด้วยล่ะ ครั้งแรกยังพอทน แต่ครั้งนี้ไม่ไหวจริงๆ ถึงแม้เธอจะมาทำงานที่นี่ทีหลังก็ตามทีเถอะ
‘โห... แรงมากแม่ แต่ก็สมควรแล้วล่ะ เพราะฝั่งนั้นก็แรงเหมือนกัน’
นพมาศอึ้งทึ้งไปกับคำพูดของพรลภัส ไม่คิดว่าพรลภัสจะตอบกลับได้เจ็บอย่างนี้
แต่ั้แ่ที่ทำงานกันมานพมาศไม่เห็นว่าพรลภัสจะเป็คนก้าวร้าวเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เชิงจะเป็การก้าวร้าวแต่อย่างใดหรอก ต้องเรียกว่าเป็การปกป้องตัวเองต่างหาก ก็พรลภัสอยู่ดีๆ แล้วอะนะ แต่ฝั่งนั้นนั่นแหละที่มาหาเื่ก่อน
“นี่แก!!... มันจะมากไปแล้วนะ พึ่งมาทำงานที่นี่ หัดให้เกียรติคนที่อยู่มาก่อนซะบ้าง”
เพ็ญรภัสลุกขึ้นยืน พร้อมกับยกมือขึ้นชี้หน้าพรลภัส และพูดด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว จนหน้างี้ดูน่ากลัวไปเลยทีเดียว แต่พรลภัสไม่สน ยังคงลอยหน้าลอยตา ก็ในเมื่อเพ็ญรภัสไม่คิดที่จะให้เกียรติเธอ แล้วทำไมเธอจะต้องให้เกียรติเพ็ญรภัสด้วยล่ะ
“คุณวี!!!!!!......”
นพมาศเรียกชื่อกรวีร์ออกมาดังๆ จึงทำให้เพ็ญรภัสและพรลภัส ต่างพากันใ นิ่งเงียบงันไปตามๆ กัน ไม่คาดคิดว่ากรวีร์จะย้อนกลับเข้ามาที่สำนักงาน ปกติเขาจะไปตรวจงานในไร่เป็เวลานานๆ เผลอๆถึงตอนเย็นเลยก็มี
“.........”
พรลภัสเม้มปากบางจิ้มลิ้มเข้าหากัน เมื่อเห็นสายตาคมกริบกวาดมองมาสบประสานสายตากับดวงตากลมโตคู่สวย หัวใจดวงน้อยสั่นหวิว แต่ไม่ใช่เพราะความประหม่า เกิดจากความกลัวเสียมากกว่า แต่ในเมื่อเธอทำไปแล้ว ก็ต้องยอมรับสภาพของตัวเอง หากว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“เธอทั้งสองตามฉันไปที่ห้อง”
กรวีร์พูดสั่งพรลภัสและเพ็ญรภัส ด้วยน้ำเสียงเข้มดุเฉียบขาดอยู่ในที พอพูดจบก็เดินหน้านิ่วคิ้วขมวด ตรงเข้าไปในห้องทำงานของเขา หญิงสาวทั้งสองที่ฟาดฟัน ด้วยคำพูดเผ็ดร้อนใส่กันอยู่ก่อนหน้านี้ พากันเดินตามหลังเข้าไปเงียบๆ ด้วยหัวใจที่เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ กันทั้งคู่
๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓
แรงมากอะนะ...... แล้วอย่างนี้คุณวีจะว่ายังไง โปรดติดตามกันในตอนหน้านะคะ........................................... ^_^ ^_^ ^_^ ^_^