“เอ...อาทิตย์หน้า คุณพ่อว่างด้วยแหละ...ถ้าคุณพ่ออยากพาไอริณกับคุณครูนับดาวไปเที่ยวจะได้ไหมนะ” ไอริณได้ยินดังนั้นจึงขยับตัวหันมา ทำทีสนใจเขามากขึ้น หากแต่ยังหน้าบึ้งอยู่
“ไปเที่ยวก่อน แล้วค่อยอยู่ทานอาหารฝีมือคุณครูนับดาวที่บ้านต่อดีไหมนะ” อารัณย์ทำท่าคิดหนัก ก่อนที่ไอริณจะยิ้มกว้าง แล้วเด้งตัวขึ้นมา
“ไปสวนสนุกค่ะ ไอริณอยากไปสวนสนุก คุณพ่อพาคุณครูนับดาวด้วยไปนะคะ”
“ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้ไอริณไปชวนครูนับดาว ให้ไปเที่ยวด้วยกันนะคะ”
“ได้ค่ะ” เด็กหญิงตัวเล็กโผเข้ากอดอารัณย์ด้วยความดีใจ จนลืมเื่ราวความน้อยใจที่เคยเกิดขึ้น ชายหนุ่มพยักหน้าพร้อมเขี่ยไปที่จมูกน้อย ๆ ของลูกสาวด้วยความสุขใจ ไม่นานนักไฟในห้องของอารัณย์ก็ดับลง ไอริณนอนหลับภายใต้อ้อมกอดของบิดาอย่างอบอุ่น
เช้าวันรุ่งขึ้นดาริกาง่วนอยู่กับอาหารเช้าในครัว เธอตื่นมาแต่เช้าตรู่ เพื่อตระเตรียมอาหารไว้ให้กับอารัณย์ ทำเหมือนอย่างในอดีตที่เคยใช้ชีวิตร่วมกัน
“คุณคะ เดี๋ยวป้าทำอาหารเองค่ะ” ป้าสุดากังวลใจอยู่พอสมควร เกรงว่า หากอารัณย์มาพบเข้าจะโดนดุเอาได้ หากแต่อีกฝ่ายไม่ตอบโต้ ยังคงจับตะหลิวผัดบางสิ่งบางอย่างด้วยความใจเย็น เสียงคัดค้านของป้าสุดาดูไร้ความหมายไป ไม่นานนักอารัณย์และไอริณก็เดินลงมา พร้อมกับเสียงพูดคุยระหว่างพ่อลูก
“ป้าสุดาอาหารเช้าของไอริณพร้อมหรือยังครับ” อารัณย์กล่าวถามกับแม่บ้าน เมื่อมองตรงไปยังโต๊ะอาหารแล้วพบความว่างเปล่า แปลกไปจากทุกวัน หญิงกลางคนหน้าซีดลงอย่างฉับพลัน ทำให้อารัณย์เดินลงมาแล้วพบว่าดาริกากำลังจัดการบางอย่างอยู่ในครัว
“รัณย์ตื่นแล้วเหรอคะ ดีเลยค่ะ ดาทำอาหารไว้ให้ทานตอนเช้าเรียบร้อยแล้วเสร็จพอดีเลย” หญิงสาวพูดจบจึงยกอาหารมาวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้กับสองพ่อลูก ในขณะที่ไอริณยืนมองหญิงแปลกอย่างไม่ค่อยสนิทใจนัก
“คุณคะ คุณอารัณย์ไม่ทานอาหารเช้า ส่วนน้องไอริณจะทานเป็โจ๊กเท่านั้น” ดาริกาหน้าซีดลงอย่างฉับพลัน
“แล้วทำไมบอก ให้ทำอยู่ได้ตั้งนาน”
“แล้วคุณฟังฉันไหมล่ะคะ” ดาริกากับป้าสุดาเถียงกันไปมา จนอารัณย์ถอนหายใจแล้วเอ่ยห้าม
“พอเถอะ ไม่เป็ไร เดี๋ยวผมไปแวะซื้ออะไรรองท้องให้ลูกก็ได้” ดาริกาปล่อยยิ้มออกมาอย่างโล่งอก พลางเดินมาหาไอริณ ในขณะที่เด็กหญิงพยายามถอยออกไม่ให้อีกฝ่ายจับตัวได้
“พ่อคะ หนูไม่ชอบผู้หญิงคนนี้” ไอริณพูดออกมาด้วยความอัดอั้น อารัณย์รีบย่อตัวลง แล้วจับใบหน้าของเธอหันมาหาเขา ดวงตาคมของชายหนุ่มจำใจพูดความจริงกับเด็กหญิง
“ไอริณคะ พ่อมีอะไรจะบอกลูกด้วยแหละ”
“อะไรเหรอคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“ผู้หญิงคนนี้ เป็แม่ของหนู ชื่อดาริกา” ไอริณเลื่อนสายตามองมารดาของตัวเองอย่างไม่ยอมรับนัก พลางตัวแข็งทื่อ หลายร้อยความรู้สึก ทำให้เด็กตัวเล็ก เผลอพูดออกมาอย่างบางเบา
“แม่เหรอคะ” แม้ไม่คุ้นที่จะเรียกคำนี้นัก หากแต่ยังคงเพ่งมองอีกฝ่ายไม่ละสายตา สุดท้ายแล้วเธอตัดสินใจ หันกลับมากอดคอชายหนุ่ม ไม่ยอมสบตากับดาริกาอีก
“ไอริณอยากไปโรงเรียนแล้วค่ะ ไปโรงเรียนกันเถอะ” เด็กหญิงฟุ๊บหน้าลงบนบ่าของคุณพ่อ ก่อนที่เขาจะอุ้มเธอเดินออกไป โดยไม่หันมามองดาริกา หลังจากรถคันหรูแล่นออกไปได้ครู่หนึ่ง เสียงตวาดของดาริกาก็มาลงกับแม่บ้านอย่างสุดา
“ปากอมอะไรอยู่ ทำไมไม่บอกฉัน ว่ารัณย์ไม่ทานมื้อเช้า”
“ก็คุณไม่ฟังฉันนี่คะ”
“เมื่อกี้ได้ยินแล้วใช่ไหม ว่าฉันเป็แม่ของไอริณ เป็เมียของอารัณย์ รอให้ฉันเข้ามาบ้านนี้ก่อน จะไล่ออกให้น่าดูเลย” ดาริกานึกโกรธแม่บ้าน ที่ทำให้เธอเสียหน้า พร้อมกับไอริณไม่ได้ทานมื้อเช้า