บทที่ 40 ต้องไปถามถึงหน้าประตู
ดวงตาของหลินซื่อเปลี่ยนเป็นสีแดงทันทีที่เห็นลูกสาวโดนกระทำ นางรีบอุ้มหน่วนเป่า ตรวจดูว่าบาดเจ็บตรงไหนบ้าง เมื่อไม่เห็นบาดแผลนางถึงค่อยโล่งใจ
“หน่วนเป่า บอกแม่มา ใครทำให้เจ้าเป็นแบบนี้”
หลินซื่ออยากจะถามว่าเป็นหลิวเกิ่นเซิงหรือไม่ แต่นางไม่ต้องการชี้นำให้ลูก
หน่วนเป่าเอาหน้าแนบคอของมารดา กลิ่นกายอันหอมหวานทำให้นางสงบลง
“พี่เกิ่นเซิงกับข้ากำลังไปจับหนูด้วยกัน พี่จาวตี้มาดึงผมหน่วนเป่าและยังตีหน่วนเป่าด้วย” เด็กน้อยทำท่าทางประกอบ
สีหน้าของหลินซื่อเปลี่ยนสีทันที นางอุ้มหน่วนเป่าด้วยมือไม้สั่น “แล้วเกิ่นเซิงล่ะ”
“เขาปกป้องหน่วนเป่าแล้วโดนเตะ”
ตอนแรกนางอยากอยู่บ้านเพื่อเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้หน่วนเป่า แต่ไม่รู้คิดอะไรอยู่ถึงได้เดินไปที่ลานนวดข้าว
ความรักและความเอาใจใส่ของเซียวหย่งฝูที่มีต่อลูกสาว เรียกได้ว่าเป็นทาสลูกสาวก็ไม่เกินจริง
นางอดทนกับคนเหล่านั้นมานานเกินพอแล้ว
ที่ลานนวดข้าว เซียวหย่งฝูและหลี่เจิ้งกำลังพูดคุยกับผู้เฒ่าหลายคนในหมู่บ้าน
เมื่อเห็นหลินซื่ออุ้มหน่วนเป่ามา เขาก็ยิ้มอย่างมีความสุข
ทว่าเมื่อภรรยาและลูกสาวเดินใกล้เข้ามา เขาจะเห็นหน่วนเป่ามอมแมมไปทั้งตัว สีหน้าพลันมืดลงทันที เส้นสติแทบจะหลุดขาดออกจากกัน
แม้ว่าหน่วนเป่าจะซุกซน แต่จริง ๆ แล้วนางเป็นเด็กที่รักความสะอาดมากและไม่เคยทำตัวสกปรกแบบนี้
หลี่เจิ้งยิ่งตกตะลึงมากขึ้นเมื่อเห็นหน่วนเป่า เขารู้ว่าหลานชายของเขาเกิ่นเซิงไปเล่นกับหน่วนเป่า
“หลิวเกิ่นเซิง!” หลี่เจิ้งคำราม ทำให้หลิวเกิ่นเซิงตกใจกลัวแอบซ่อนตัวอยู่ที่กองข้าวเปลือก
หลี่เจิ้งอายุก็ไม่ใช่น้อยแล้วแต่กลับรีบวิ่งไปหาหลินซื่อเร็วกว่าเซียวหย่งฝูผู้เป็นพ่อเสียอีก “หน่วนเป่า บอกปู่มา ใครทำเจ้า เกิ่นเซิงมันรังแกเจ้าใช่หรือไม่”
หน่วนเป่าส่ายหัว “เป็นจาวตี้กับโก่วจือที่รังแกหน่วนเป่า พี่เกิ่นเซิงไม่ได้รังแกหน่วนเป่าเลย เขายังปกป้องหน่วนเป่าด้วย”
หลี่เจิ้งไม่สนใจว่าหลานชายของเขาจะถูกทุบตีหรือไม่ แต่เมื่อได้ยินว่าหลานชายปกป้องหน่วนเป่า เขาก็พอใจและรู้สึกโล่งใจขึ้นมาก
เซียวหย่งฝูไม่ได้อุ้มลูกสาวและเมื่อได้ยินว่าลูกสาวของเซียวหย่งเหวินเป็นคนรังแก ในใจเขาก็โกรธดั่งไฟสุม
“นางตีเจ้าหรือ”
“นางดึงผมหน่วนเป่า” พูดแล้วก็ทำมือให้ดู
ดวงตาของหลินซื่อเปลี่ยนเป็นสีแดงอีกครั้ง ขณะที่หลิวเกิ่นเซิงได้ยินเสียงของปู่ เขาก็รีบวิ่งมา หลินซื่อรีบรับเด็กชายเข้ามาในอ้อมแขน
“เกิ่นเซิง หน่วนเป่าบอกว่าเจ้าปกป้องนาง ป้าขอบคุณเจ้ามาก ไว้ป้าจะกลับไปทำไก่ตุ๋นให้เจ้าเป็นมื้อเย็นนะ”
สีหน้าของหลิวเกิ่นเซิงเปลี่ยนเป็นสีแดงทันทีเมื่อหลินซื่อจับแขนของเขา แต่เมื่อเขาได้ยินว่าจะได้กินไก่ตุ๋น เด็กชายก็ส่ายหัว “ท่านป้า ข้าไม่อยากกินไก่ตุ๋น”
เขาไม่อยากกินไก่ตุ๋นไปทั้งชีวิตเลย
หลินซื่อคิดว่าเด็กชายกำลังถ่อมตัว แต่ไม่เป็นไร นอกจากไก่ตุ๋นแล้ว ครอบครัวของพวกเขายังมีเนื้ออีกมากมาย
เซียวหย่งฝูและหลี่เจิ้งเรียกหลิวเกิ่นเซิงมาสอบถามว่าแท้จริงแล้วเรื่องราวเป็นมาอย่างไร
ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นไปตามที่หน่วนเป่าพูด
“ท่านลุง ท่านอยู่ที่นี่ไปก่อน ข้าจะกลับไปบ้านเก่า” เซียวหย่งฝูรับหน่วนเป่ามาไว้ในอ้อมแขน แม้ว่าใบหน้าจะดูสงบ แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่ไม่สามารถควบคุมได้
หลี่เจิ้งคิดอยู่พักหนึ่ง เรื่องนี้ถ้าเขาออกหน้า มันจะทำให้เรื่องซับซ้อนยิ่งขึ้น จะเป็นการดีกว่าที่จะอยู่เฝ้าเมล็ดข้าวพวกนี้
“ก็ดีเหมือนกัน ข้าจะดูที่นี่ให้เจ้าเอง เจ้าไปเถอะ หน่วนเป่าของพวกเราจะขาดทุนไม่ได้” พูดจบก็หันไปมองหลานชาย “เจ้าก็ไปด้วยเถอะ ไปเป็นพยาน คนอื่นเขาจะได้ไม่หาว่าเราใส่ความ”
“ได้ขอรับ ท่านปู่”
เดิมทีหลิวเกิ่นเซิงรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เพราะปู่ของเขาให้ความสำคัญกับหน่วนเป่ามากกว่า แต่หลังจากเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นที่ห้องโถงบรรพบุรุษเขาก็รู้สึกว่าต่อจากนี้ไปหน่วนเป่าจะเป็นบรรพบุรุษของเขา
ท้ายที่สุดแล้วคนที่บรรพบุรุษเอาอกเอาใจได้ จะต้องเป็นบรรพบุรุษของบรรพบุรุษแน่
ทันทีที่ทั้งกลุ่มเดินมาถึงหน้าประตู ก็ได้ยินเสียงทะเลาะและร้องไห้อยู่ข้างใน
เซียวหย่งฝูกอดหน่วนเป่าแล้วเตะประตูบ้านให้เปิดออกอย่างเต็มแรง
ด้านในแม่เฒ่าเหยากำลังกระชากผมของเสี่ยวเหยาซื่อ จาวตี้นั่งอยู่บนพื้นมีเลือดติดอยู่ที่ปาก ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยคราบน้ำมูกน้ำตาจากการร้องไห้
หลังจากเห็นกลุ่มคนเดินเข้ามา ความอิจฉาริษยาก็แวบผ่านดวงตาของจาวตี้ ขณะที่ความหวาดกลัวหายไป
เซียวหย่งเหวินไม่ชอบลูกสาว เขาจึงไม่เคยกอดนางเลย ก่อนที่ยังไม่แยกบ้านมีเพียงเซียวหย่งฝูเท่านั้นที่ชอบลูกสาว เขามักจะอุ้มนางและเล่นกับนาง หาของกินอร่อย ๆ ให้
แม่เฒ่าเหยาปล่อยมือและเปิดฉากเดินพุ่งมาหาเซียวหย่งฝูและภรรยาทันที
“คู่สามีภรรยาที่ใจร้ายอย่างแกสองคน ยังมีหน้ากลับมาที่นี่อีกหรือ!” เวลานี้แม่เฒ่าเหยารักษาแผลจนหายดี ลืมแม้กระทั้งความเจ็บปวดก่อนหน้านี้ หญิงชรายกไม้เท้าชี้และกล่าวสาปแช่ง
หลินซื่อเมินเฉย นางเดินไปคว้าคอเสื้อของเสี่ยวเหยาซื่อแล้วก็ตบไปเต็มแรง
เสี่ยวเหยาซื่อตกใจ พลางตะโกนเสียงดัง “หลินซื่อ แกเป็นบ้าอะไร!”
แม้แต่แม่เฒ่าเหยายังตกใจกับฉากนี้ หลินซื่อที่ดูอบอุ่นและอ่อนโยนมาโดยตลอดกลายร่างเป็นเสือร้ายเสียแล้ว!
หลินซื่อไม่พูดอะไร คว้าผมของนางดึงไว้ไม่ยอมปล่อย “ข้าทำอะไรอย่างนั้นหรือ เจ้าปล่อยให้ลูกสาวตัวเองมารังแกหน่วนเป่าของข้า นี่มันคืออะไรเจ้ารีบอธิบายออกมา!”
เสี่ยวเหยาซื่อคิดจะจับหลินซื่อกลับ แต่นางตัวเล็กกว่า แขนของนางยาวไม่เท่า นางจึงเอื้อมมือไปไม่ถึง
หนังตาของแม่เฒ่าเหยากระตุก แน่นอนว่าเสี่ยวเหยาซื่อไม่มีเวลาสอนสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกสาว นี่ย่อมเป็นสิ่งที่แม่เฒ่าเหยาสอนทั้งหมด
เซียวหย่งฝูจ้องมองแม่เฒ่าเหยา แค่เห็นการแสดงออกของนาง ก็รู้แล้วว่านี่คงเป็นเรื่องที่นางทำ!
เขาถามแม่เฒ่าเหยาเสียงแข็ง “ท่านสอนอะไรจาวตี้”
แน่นอนว่าแม่เฒ่าเหยาไม่ยอมรับ หญิงชราจึงทำเสียงดังเข้าข่ม “ข้าทำอะไรห๊ะ! อย่ามากล่าวหาคนแก่แบบนี้!”
“กล่าวหาท่าน?” เซียวหย่งฝูมองนางเย็นชา “ท่านแน่ใจจริง ๆ หรือว่ามันเป็นเพียงการกล่าวหา กล้าสาบานต่อฟ้าหรือไม่?”
“เจ้า...” แม่เฒ่าเหยาพูดไม่ออก
เซียวหย่งฝูไม่สนใจ ก้าวเดินไปหาจาวตี้ มองนางอย่างผิดหวัง “เจ้าทำไมถึงรังแกหน่วนเป่า เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าลุงใจดีกับเจ้าเพียงใด”
จาวตี้มองลุงของตนซึ่งเคยให้ความสำคัญกับนางมาเสมอ แต่ตอนนี้กลับดูเย็นชา นางหวาดกลัวจนเท้าก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
นางไม่อยากพูดอะไรทั้งนั้น แต่ด้วยความอัดอั้นทำให้หลุดปากออกไป “นางมันเป็นตัวซวย ควรจะขายนางไปเป็นเจ้าสาวตั้งแต่แรกซะ”
“ฮือ ๆ ๆ พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรไปอยู่บ้านหลังใหม่ ควรจะเป็นย่ามากกว่าที่ต้องไปอยู่”
ตอนนี้ทุกอย่างก็ชัดเจนแล้ว
เมื่อแม่เฒ่าเหยาได้ยินคำพูดของจาวตี้ นางก็เอาไม้เท้าฟาดเสียงดัง ทำให้หน่วนเป่าสะดุ้งและกอดคอของเซียวหย่งฝูแน่น
จาวตี้ร้องไห้เสียงดังและยังคงพูดต่อไปไม่หยุด “ทำไมทุกคนถึงดีกับนังเด็กคนนั้น นางควรจมน้ำตายตั้งแต่เกิดเสียด้วยซ้ำ”
เมื่อเซียวหย่งฝูได้ยินว่าแม่เฒ่าเหยาพูดคำเหล่านี้ ความโกรธยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น เขาก็รีบกดหน่วนเป่าซบไหล่พร้อมปิดหูของนาง
หน่วนเป่าไม่ควรต้องมาฟังคำพูดพวกนี้
แต่เขาไหนเลยจะรู้ว่าต่อให้หน่วนเป่าไม่มีหู นางก็ยังคงได้ยิน
“นังเด็กแพศยาใจดำ กินอยู่สกุลเซียวแท้ ๆ ยังพยายามยุยงเจ้าใหญ่ให้แยกพวกเราออกจากกันอีก”
แม่เฒ่าเหยารีบวิ่งไปปิดปากของจาวตี้ แต่หลินซื่อยื่นเท้าขัดขาให้นางสะดุดล้ม
“โอ๊ยยย”
“หากเจ้ายังกล้าพูดไร้สาระอีกแม้แต่คำเดียว ข้าจะฉีกปากของเจ้าออกเป็นชิ้น ๆ”
จาวตี้เอามือปิดปากตัวเอง คำพูดเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่นางเต็มใจจะพูด แต่นางไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป ความคับข้องใจทำให้นางหลุดพูดทุกอย่างที่ผู้เป็นย่าพูดกรอกหู
เซียวหย่งฝูไม่สามารถลงมือกับแม่ของตัวเองได้ ไม่ว่านางจะทำอะไร เขาก็ไม่อาจลงมือ
แต่ทุกคำพูดเหล่านี้พุ่งเป้าไปที่ภรรยาและลูก ๆ ของเขา เซียวหย่งฝูไม่อยากจะทนอีกต่อไป จึงพูดกับแม่เฒ่าเหยาตรง ๆ “ท่านออกไปจากหมู่บ้านหลิวกังซะเถอะ”