ชางอวิ๋นโคจรพลัง 'หมัดจ้าวพิภพ' ในระดับ 50 เท่า และมันยังไม่ใช่จุดที่สิ้นสุดอำนาจของแหวนปราณั แต่เขารู้สึกว่ามันคงเพียงพอต่อการทำลายประตูแล้ว จึงหยุดการโคจรพลัง
ภายในวิถีเซียนของเขา ลูกแก้วัที่เคยวางเปล่าตอนนี้ถูกเติมเต็มไปด้วยพลังปราณของแหวนัอัดแน่นมหาศาล
ทันทีที่ชายหนุ่มหยุดโคจรพลัง ออร่าทั้งหมดกลับถูกดูดเข้าไปในร่างของเขา โดยที่ร่างกายะเิออร่าออกมาภายนอกบางๆ แต่อัดแน่นอย่างมาก และพร้อมที่จะโจมตี
"ตูมมมมมมมมม" เพียงแค่ชางอวิ๋นออกแรงเพียงเล็กน้อย ประตูเหล็กกล้ากลับยับยู่ยี่เหมือนเป็เพียงกระดานไม้ นำมาแปะไว้เป็ประตูเท่านั้น มันกระเด็นออกไปอย่างรุนแรง พร้อมกับมีแสงสาดเข้ามาภายในห้องที่ทั้งคู่ยืนอยู่
หลินหลิงรู้สึกใอย่างมากกับพลังของชางอวิ๋น เธอไม่อยากเชื่อในสายตาของตนเอง เพราะอะไร??
เพราะนี้มันคือประตูของถ้ำาระดับสูง มันเกินความเข้าใจของนางไปอีกมาก ‘เพียงแค่วิชามันสามารถปลดอักขระของประตูได้ด้วยหรอ?’
เธออยู่ด้วยกันกับชางอวิ๋นตลอดเวลา ร่วมต่อสู้กันมา นางก็พอจะรู้ถึงขีดความสามารถของชางอวิ๋น แต่ตอนนี้หลินหลิงไม่สามารถใช้ความเข้าใจแบบเดิมๆกับเขาได้อีกต่อไป
หลินหลิงเธอมองแผ่นพลังที่ขนาดไม่ใหญ่มากของชายหนุ่ม แต่สำหรับเธอแล้วมันกลับดูแข็งแกร่งมหึมาอย่างมากและรู้สึกภูมิใจที่ได้อยู่ข้างกายกับคนคนนี้
ในประสบการณ์ของเธอ นอกจากความประหลาดที่เกิดขึ้นมาตลอดเวลา ในระหว่างการร่วมต่อสู้กับชางอวิ๋น นางยังไม่เคยเห็นใครที่มีความสามารถในการโคจรพลังปราณแบบนี้มาก่อน
เมื่อประตูถูกพังออก ทั้งคู่จึงรีบวิ่งเข้าไปหาแสงอันอบอุ่นเหมือนกับว่าพวกเขาไม่ได้ััมันมาเป็ระยะเวลาที่นานมาก
ชางอวิ๋นพบว่าพวกเขานั้น ได้ออกมาจากปากทางที่เขาเข้าไป
เมื่อออกกันมาแล้ว เหตุการณ์ก็เหมือนกันกับถ้ำาระดับต่ำที่เขาพิชิตมันได้ครั้งแรก มันเกิดปรากฎการณ์หายวั๊ปไปกับตาทันทีที่ทั้งคู่เอาเท้าแตะถึงพื้นดิน
พวกเขาจึงรีบออกเดินทางทันที เลือกที่จะไปพักผ่อนในหมู่บ้านที่ใกล้แถวนี้ ทั้งคู่เหนื่อยและหิวเป็อย่างมาก ถึงแม้ชางอวิ๋นจะไม่มีวิชาตัวเบาอย่าง 'ทะลวงเมฆา' เหมือนหลินหลิง แต่ความเร็วของชางอวิ๋นอาจจะมากกว่าเธอเกิน 10 เท่ากันเลยทีเดียว
เป็เพราะอะไร ?
. . . .
มันเป็เพราะวิชาหมัดจ้าวพิภพ 50 เท่า ของชางอวิ๋นนั้น ยังคงโคจรวิชาไว้อยู่ตลอดเวลา แถมพลังปราณของเขายังรู้สึกเต็มเปี่ยมไม่มีท่าทีว่าจะลดลงเลยแม้แต่น้อย
'นี้มันเปรียบเสมือนไอเทมโกงชัดๆเลยนะนี่ ขนาดใช้หมัดจ้าวพิภพแล้วยังดึงแหวนไม่ออกเลยแฮะ อยากจะทดสอบพลังซักหน่อยแล้วหละสิ ว่าจะไปได้ถึงระดับไหนกัน'
ชางอวิ๋นรู้สึกว่ามีเพียงสถานที่เท่านั้นที่คล้ายๆกับโลกออนไลน์ของเขา ในส่วนอื่นๆนั้นมันแปลกใหม่ไปหมดซะทุกอย่าง
ไม่มีอะไรเลยที่เขาจะเข้าใจได้ แต่ชางอวิ๋นคิดว่าเขารู้เพียงแค่สถานที่ลับบางอย่าง ก็สามารถทำให้เขาได้เปรียบบนโลกใบนี้แล้ว แล้วค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆที่จะต้องพบเจอ
ชางอวิ๋นคิดว่าอะไรที่เคยดอปของระดับ SS อย่างน้อยๆเขาก็ต้องได้ระดับอุปกรณ์ในโลกนี้ระดับตำนานหละ ถึงแม้มันจะไม่เหมือนกันซะทีเดียวแต่ก็น่าจะทรงพลังอย่างมาก
หมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดก็คงเป็หมู่บ้านตระกูลชาง หลินหลิงจึงแนะนำให้ไปพักที่นั่นก่อน ก่อนที่จะเดินทางกลับไปยังบ้านของชางอวิ๋น เขาใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วยามก็ถึงจุดหมาย
"ตูมมมมมม" เสียงทะยานลงถึงพื้นของชางอวิ๋นที่ยังควบคุมพลังได้ไม่ค่อยคล่องนัก ทิ้งหลุมไว้ลึกถึง 50 เมตร
"นี้ท่าน ทำไมมันถึงรุนแรงขนาดนี้ แถมท่านไม่ได้วิชาตัวเบายังตามข้าได้ทัน มันเป็เพราะพลังของแหวนนั่นใช่ไหม"
"คงจะใช่มั้ง ข้ารู้สึกถึงขุมพลังอันยิ่งใหญ่ในตัวของข้าแถมมันไม่มีท่าทีว่าจะลดลงเลย" ชางอวิ๋นทำท่าทางขยับมือ
หลินหลิงแอบดีใจและภูมิใจในตัวชายหนุ่มคนนี้เป็อย่างมาก
เมื่อมาถึงเมือง เขารีบเข้าไปถามชาวบ้านทันที ถามถึงวันเดือนไปถึงไหนแล้ว กลับพบว่า พวกเขาสลบไปถึง 4 วันเต็ม
“นี้ผ่านไป 6 วัน ! แสดงว่าพวกเรา ทำภาระกิจเพิ่มพลังปราณเร็วกว่ากำหนดตั้ง 4 วัน หลิงน้อยมีอะไรที่อยากจะทำไหม” ทั้งคู่แท็กมือแสดงถึงความสำเร็จเกินกว่าที่คาดไว้
“ถ้าอย่างนั้น ข-ข-ข้าเป็ห่วงท่านแม่ ถ้าใน่ก่อนถึงเวลาที่กำหนด ข้าขอกลับไปหาท่านแม่ ถ้าท่านเสร็จธุระแล้วค่อยตามมาที่วังข้าจะได้ไหม”
“ได้สิ เื่แบบนี้ข้าจะไปขัดเ้าได้อย่างไร เ้าสบายใจได้นะ ถ้าข้าเสร็จธุระแล้วข้าจะรีบกลับไปหาเ้า แล้วหลิงน้อยจะไปวันนี้เลยรึ??”
เธอตั้งใจที่จะกลับไปวังตระกูลหลินในวันพรุ่งนี้ เพราะอยากจะอยู่กับเขาให้นานที่สุด แต่ก็ยังมีความเขินอายที่จะเอ่ยเื่นี้ก่อน . . . . แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
เมื่อทั้งคู่ก้าวเข้าเขตชุมชน ก็ได้เจอกับเหล่าจอมยุทธรุ่นเยาว์อันมหาศาล ต่อแถวรอคอยอะไรบางอย่าง ผู้คนทั้งหมดเหลียวหลังหันมามองที่เธอหลินหลิง ทุกสายตาอย่างกับหมาป่าที่จ้องจะขย้ำเหยื่อ
“เฮ้ย ! เอ็งดูสาวน้อยคนนั้นดิ อย่างกับเทพธิดามาจุติเลยหวะ”
“ลองดูหน้าอกหน้าใจของเธอซะก่อนเถอะ มันธรรมดาซะที่ไหนหละ”
“ข้าลองตรวจสอบพลังของทั้งคู่แล้ว ไอ้หนุ่มนั้นมันตัวกระจอกชัดๆ ผิดกับนางฟ้าของข้านั่น !! ม-ม-มันเหลือ ช-เชื่อ จริงๆ”
“ข้าว่าแม่นางไม่ได้เป็คนของหมู่เกาะ์แน่ๆ เธอน่าจะมาจากเมืองใหญ่อย่างแดนประจิมหรือไม่แน่ก็อาจจะมาจากเมืองผนึก์เลยก็ได้นะ ทั้งสวย ทั้งทรงพลังขนาดนี้ . . .”
“ฮือออออ” เสียงอึกทึกครึกโครม ลั่นลานกว้าง ผู้คนส่วนใหญ่ถึงกลับเพ้อฝันถึงหลินหลิงกันเลยทีเดียว น้อยคนนักที่จะได้รู้จักกับเธอ เป็เพราะหลินหลิงเพิ่งจะเริ่มออกจากนอกวัง เพียงแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้น
ทุกคนตรวจสอบพบว่าหลินหลิงนั้นมีพลังปราณออร่าระดับ 3(สีส้ม) ขั้นที่ 7
ปัจจุบันหมู่เกาะ์ ในรอบ 1000 ปีมานี้ ยังไม่เคยมีเด็กรุ่นใหม่ที่อายุยังไม่ถึง 20 ปีสามารถบ่มเพาะพลังได้ถึงออร่าสีส้มที่เท่ากับเธอแม้แต่คนเดียว
และผู้คนก็ยังตรวจสอบชายหนุ่มที่มากับเทพธิดานั้น ต่างกันราวฟ้ากับเหว พบว่าชางอวิ๋นนั้นมีระดับพลังปราณเป็ 0 ต่างก็สาบแช่งด้วยความอิจฉาที่ได้เคียงข้างสาวงาม
ทั้งคู่มิได้สนใจอะไรมากนัก เพียงแต่สงสัยว่าในเมืองตระกูลชางนั่นมีเทศกาลอะไร ถึงสามารถเรียกจอมยุทธรุ่นใหม่มารวมตัวกันได้เป็พันๆ
พวกเขาจึงเดินผ่านฝูงชนไปยังภัตตาคาร ทิ้งเสน่ห์ไว้ให้สายตาทุกคู่ได้เชยชม
เมื่อทั้งคู่เข้ามาในร้านก็เริ่มสั่งอาหารอย่างมากมาย พอท้องกำลังจะเริ่มเต็ม จึงเรียกเด็กเดินอาหารมาถามข้อสงสัยบางอย่าง
“วันนี้ครึกครื้นมาก เมืองนี้กำลังจะมีเทศกาลอะไรหรอ”
“อ้าว ท่านไม่ใช่คนแถวนี้หลอกรึ พรุ่งนี้เค้าจะมีการคัดเลือก เด็กรุ่นใหม่ผู้มีพร์ ไปมหกรรมมิติห้วง์”
งานมิติห้วง์เป็งานเดียวกันกับที่หลินเฟยเป็คนนัดชางอวิ๋นอีก 9 วันข้างหน้าให้ไปพบเขา ซึ่งตัวแทนแต่ละตระกูลจะมีสิทธิ์ส่งตัวแทนไปเพียงคนเดียวเท่านั้น
หรือถ้ามีจอมยุทธรุ่นเยาว์อายุไม่เกิน 20 ปี แล้วมีพลังบ่มเพาะมากกว่าพลังปราณออร่าสีส้ม(ระดับ3) ขึ้นไปจะได้โควต้าเข้าไปแข่งขันในมิติห้วง์ทันที
เป็เพราะว่า จอมยุทธรุ่นเยาว์ในหมู่เกาะ์นั้นมีพลังบ่มเพาะและทรัพยากรที่น้อยที่สุดในทวีปแดนเหนือ จึงให้สิทธิพิเศษสามารถนำคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ แต่เป็นักสู้ที่เก่งที่สุดในหมู่เกาะ์ เพียง 4 คนเท่านั้น
ซึ่งทุกๆ 3 ปี หมู่เกาะ์ก็ส่งจอมยุทธไปทั้งหมดเพียง 4 คนทุกครั้ง เพราะในรอบ 1000 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่จะมีพลังเกินเกณฑ์ขั้นต่ำที่ทวีปแดนเหนือได้ตั้งเอาไว้
ถึงแม้จะนับผู้นำตระกูลในยุคปัจจุบันในหมู่เกาะแล้วก็ตาม ก็ยังไม่มีใครคนไหนผ่านเกณฑ์เลยแม้แต่คนเดียว
แววตาของทั้งคู่ก็มีความมั่นใจและความมุ่งมั่นประกายออกมา
“หลินหลิงเ้ารู้จักแร่ ‘โอริฮารูกอน’ ไหม
“หืออออ !! จ-จ-เ้าว่าอะไรนะ ‘โอริฮารูกอน’ ขนาดในทวีปแดนเหนือนั้นยังมีไม่มากนัก หลายพันปีที่ผ่านมา เขาเอาไว้สร้างอาวุธระดับตำนาน” ข้าวจากปากของเธอนั้นกระเด็นเต็มหน้าของชางอวิ๋นไปหมด
ชางอวิ๋นเขารู้อยู่แล้วเพราะว่าในโลกออนไลน์ของเขาก็เป็อย่างนั้น แต่เขาถามอีกทีเพื่อให้แน่ใจ
“ข้าได้มันมาจากเ้าเบเฮมอธ แล้วก็ยังมีแร่ระดับกลางๆอีกนิดหน่อย” แสงสีทองประกายเจิดจ้าอยู่บนมือของเขา !!
————
ติดตามชมตอนหน้ากับ “อัลติม่าร์ เซเบอร์ กลับมาแล้ว”