รดาตื่นขึ้นมาในเวลาสายๆของเช้าวันหยุด วันนี้รดาตั้งใจจะไปซื้อของใช้ต่างๆมาตุนไว้ในตู้เย็น รดาใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำงาน
เธอไม่ค่อยได้ทำอาหารรับประทานเอง ส่วนใหญ่จะสั่งช่องทางออนไลน์ หรือถ้าทำก็เป็เมนูง่ายๆเช่นเมนูไข่เป็ต้น
รดามีงานบ้านหลายอย่างที่ต้องทำ รดานั่งรี๊ดรายการที่จะทำก่อนทำหลัง และของที่ต้องซื้อไว้ในสมุดโน๊ตเล็กๆ
…............................................................
เสียงเคาะประตูห้องดังถี่ๆ ทำให้สิทธาต้องฝืนลืมตาขึ้น แต่เสียงเคาะห้องยังคงดังอยู่เรื่อยๆ สิทธาดันตัวเองลุกออกจากที่นอน เดินไปเปิดประตู ทันทีที่ประตูเปิดอ้าออก
ร่างหญิงวัยกลางคนก็เดินสวนเข้ามาในห้องนอนของเขาทันที กลิ่นน้ำหอมฉุนฟุ้งกระจายจนแทบจะสำลัก
“ลูกนอนอยู่ในห้องแบบนี้เหรอสิทธา”
สุนีย์เป็เศรษฐีวัย 55 และเป็ภริยาของเชษฐาเ้าของธุรกิจสายการบินที่ใหญ่เป็อันดับต้นๆของประเทศ ซึ่งเป็แม่แท้ๆของเขาเองถามขึ้น
“แม่มาได้ยังไงครับ” สิทธาถามทั้งที่เขายังงัวเงียอยู่
“ก็แม่คิดถึงลูกนี่นา นี่ก็จะเข้าเดือนที่สามแล้วที่ลูกไม่เข้าบ้านเลย ไหนเราสัญญากันแล้วว่าลูกจะเข้าบ้านไปหาแม่ทุกเดือน” สุนีย์พูดอย่างตัดพ้อลูกชาย
“ผมไม่ว่างครับ ่นี้งานยุ่งๆ” สิทธาพูดพลางเดินออกไปจากห้อง สุนีย์เดินตามหลังไปติดๆ
“งานอะไรของลูกนักหนา แม่ไม่เข้าใจว่าทำไมลูกต้องมาอยู่ในห้องเล็กๆแบบนี้ด้วย ในเมื่อเราก็มีบ้านอยู่” สุนีย์ผู้เป็แม่พูดต่อ
“แม่ก็รู้นี่ครับว่าเพราะอะไร ผมเคยให้เหตุผลกับแม่ไปแล้วนะครับ” สิทธาพูดพลางรินน้ำเทใส่แก้วให้กับผู้เป็แม่
“ถ้าเื่นั้น มันก็ผ่านมาตั้งนานแล้วนะลูก พ่อเองเขาก็แค่พูดไปด้วยอารมณ์โมโห ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรแล้ว ไม่มีพ่อคนไหนโกรธลูกจนถึงขั้นจะตัดพ่อตัดลูกได้หรอกนะ ถ้าลูกกลับไปขอโทษพ่อสักครั้ง พ่อเค้าก็คงจะดีใจ” สุนีย์พูดอย่างอ้อนวอนและเอาอกเอาใจ สิทธายังคงนั่งฟังนิ่งและเงียบไปอึดใจ
“ว่าแต่แม่ออกมาหาผมแบบนี้ พ่อเขารู้รึเปล่าครับ” สิทธาถามผู้เป็แม่
“เอ่อ…คือ..ไม่รู้หรอกจ้ะพ่อเค้าออกไปทำงานั้แ่เช้าแล้ว” สุนีย์พูดไม่เต็มเสียง
“ผมว่าแม่อย่ามาหาผมจะดีกว่า เดี๋ยวพ่อรู้ก็จะมีปากมีเสียงกันอีก” สิทธาพูด
“สิทธาลูก….กลับบ้านเราเถอะลูก” สุนีย์พูดอย่างขอร้อง สิทธานิ่งเงียบตามเดิม
“แม่จะคุยกับพ่อเื่ลูกให้รู้เื่ ลูกกลับบ้านกับแม่นะ” สุนีย์อ้อนวอน
“ผมยังไม่กลับหรอกครับ ผมอยู่ที่นี่ก็สบายใจดี และอีกอย่างจะได้ไม่ขวางหูขวางตาพ่อเค้าด้วย” สิทธาพูดตัดบท
“อย่าพูดอย่างนั้นสิลูก คิดซะว่าสงสารแม่ ทำเพื่อแม่นะลูก กลับบ้านเรากัน” สุนีย์อ้อนวอนต่อด้วยความหวัง
“ผมทำเพื่อแม่มาตลอดครับ แต่ตอนนี้ผมขอใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง” สิทธาพูด
“แล้วลูกจะให้แม่ทำยังไง ั้แ่ลูกออกจากบ้านมาแม่ไม่เคยนอนหลับเต็มตาเลยสักวัน” สุนีย์เริ่มร้องไห้
“แม่มีลูกคนเดียว ลูกเป็ทุกอย่างของแม่ แต่ไหนแต่ไร ถึงพ่อเค้าจะบ้าทำแต่งานแม่ก็ยังมีลูก แล้วมาตอนนี้ลูกยังหนีแม่ออกมาอยู่ข้างนอก ปล่อยแม่อยู่บ้านคนเดียว ลูกรู้มั้ยว่าแม่เหงาแค่ไหนในแต่ละวัน” สุนีย์พูดไปร้องไห้ไป
“แต่แม่ก็ยังมีพ่อนี่ครับ” สิทธาพูดอย่างปลอบใจ เขาไม่อยากเห็นแม่ร้องไห้
ที่ผ่านมาพ่อมักจะทำแต่งานเพื่อหาเงินให้ได้เยอะๆ
สำหรับพ่อชื่อเสียงและบริษัทของพ่อสำคัญที่สุด พ่อมักจะปล่อยเขากับแม่ไว้ลำพังเสมอ
ถึงแม้จะมีเงินทองมากมายแต่เค้ากลับไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากพ่อเลยสักครั้ง
แม่ก็เช่นกัน แม่ไม่เคยได้รับความรักความเอาใจใส่จากพ่ออย่างที่สามีภรรยาควรจะมีให้กัน
ฉะนั้นแม่จึงทุ่มเททุกอย่างให้เขาทั้งความรักและเงินทอง แม่ใช้เขาเป็ตัวแทนของพ่อ แม่อยู่ได้เพราะมีเขา สิทธาเข้าใจในข้อนี้ดี
เขาเองก็ทำทุกอย่างในสิ่งที่แม่้า ไม่ว่าจะเป็การเรียนเขาก็ประสบความสำเร็จ เขาเรียนจบจากครัมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ เพื่อที่จะมาดูแลสายการบินต่อจากพ่อของเขาในอนาคตตามความ้าของแม่
แต่สิทธากับพ่อของเขามักจะคุยกันไม่ค่อยลงรอยเท่าไหร่นัก เนื่องมาจากความไม่สนใจครอบครัวของพ่อที่ทำให้แม่ร้องไห้บ่อยๆ สิทธากับพ่อจึงมักจะมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง จนครั้งสุดท้ายที่ทะเลาะกับพ่อ พ่อเอ่ยปากไล่เขาออกจากบ้าน เขาจึงออกมาั้แ่วันนั้นและไม่กลับไปอีก จะไปก็แค่ตามสัญญาที่ให้กับแม่ไว้ว่าจะกลับบ้านไปเยี่ยมแม่ทุกๆเดือน การกลับบ้านของสิทธาส่วนใหญ่ก็เป็เพียงการไปเพียงครั้งล่ะชั่วโมง แล
ะไม่เคยนอนค้างที่บ้านเลยสักครั้งตลอดสองปีที่ผ่านมา…..