ตอนที่ 27 ท่านอาหญิงพูดให้กระจ่าง (1)
จะว่าไป ต่อให้ดีร้ายอย่างไรบุตรชายคนรองของผู้เฒ่าเถียนก็ทำหน้าที่เป็นหัวหน้ามือปราบในที่ว่าการอำเภอ ดังคำกล่าวที่ว่า ‘ความแค้นพึงละทิ้ง มิควรผูกพยาบาท’ ผู้ใหญ่บ้านไม่ได้อยากทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับผู้เฒ่าเถียนตึงเครียดเกินไปเพราะเรื่องในบ้านของอีกฝ่ายจึงเอ่ย “ในเมื่อเจ้ายอมรับผิดอย่างจริงใจ ข้าก็จะขอตกลงกันตรงนี้ ต่อไปเจ้าจะปฏิบัติต่อสะใภ้รองสามแม่ลูกอย่างไร”
ผู้เฒ่าเถียนมีท่าทีอ่อนน้อมประจบประแจงและให้สัญญาซ้ำๆ “ต่อไปจะไม่ทารุณพวกนางสามแม่ลูกอีกแล้ว จะปฏิบัติเทียบเท่าบ้านใหญ่บ้านสาม ข้าสัญญาว่าจะพูดจริงทำจริง”
ผู้ใหญ่บ้านคิดไตร่ตรองถึงจุดประสงค์ที่เขามาก็เพื่อแก้ไขสภาพความเป็นอยู่ของหลินซื่อแม่ลูกในบ้านตระกูลเถียน ไม่ใช่ให้พวกนางแตกหักกับตระกูลเถียน หากสถานการณ์วุ่นวายดำเนินไปถึงจุดที่เกินจะควบคุมได้ขึ้นมา เขาเองก็จนปัญญาจะจัดหาที่พักให้หลินซื่อสามแม่ลูก ในเมื่อผู้เฒ่าเถียนยอมขอโทษและยอมจำนนแล้ว ก็เท่ากับลงเอยด้วยดี “เช่นนั้นข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง หากมีครั้งต่อไปจะไม่มีทางปล่อยไปง่ายๆ เด็ดขาด” เมื่อพูดจบก็เตรียมจะต้อนทุกคนออกไป
เถียนไฉ่เวยรีบเอ่ยขึ้น “รบกวนผู้ใหญ่บ้านและลุงป้าน้าอาทุกท่านอยู่ก่อน ข้ายังมีเรื่องที่อยากถามอาหญิงของข้าต่อหน้าทุกท่าน”
ทุกคนหยุดฝีเท้า
ผู้เฒ่าเถียนเดาได้ว่าเถียนไฉ่เวยจะถามอะไร จึงขัดขวางโดยการพูดอย่างจริงจังราวกับว่าเกรงใจผู้อื่นและมีเหตุมีผล “ไฉ่เวย เจ้าช่างวุ่นวายนัก ตอนนี้เป็นเวลามื้อเย็นแล้ว เจ้าจะให้เพื่อนบ้านเลื่อนมื้ออาหารออกไปเพียงเพราะเรื่องกระจอกงอกง่อยระหว่างเจ้ากับอาหญิงของเจ้าอย่างนั้นหรือ”
เถียนไฉ่เวยไหนเลยจะยอมแพ้ง่ายๆ “เมื่อครู่อาหญิงบอกว่าข้าแย่งบุรุษของนาง เอากระโถนอุจจาระมาเทใส่หัวข้า ทำให้ข้าเสื่อมเสียชื่อเสียงขนาดนี้ ทำไมท่านปู่ยังบอกว่ามันเป็นเรื่องกระจอกงอกง่อยอีกเล่า”
เมื่อครู่ตอนที่เถียนจินจวี๋ตะโกนคำพวกนี้ปาวๆ แม้ผู้ใหญ่บ้านกับเหล่าชาวบ้านจะได้ยิน แต่เพราะต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้สามแม่ลูก ทุกคนจึงละเลยไป ทว่าเถียนไฉ่เวยไม่อยากปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปเฉยๆ
ทันทีที่ทุกคนได้ยินคำพูดของเถียนไฉ่เวยก็พากันพูดว่า “นี่เป็นการทำลายชื่อเสียงของหลานสาวเจ้า ยังจะบอกว่าเรื่องเล็กน้อยได้หรือ”
ผู้เฒ่าเถียนแก้ตัวด้วยใบหน้าบูดบึ้ง “บุตรสาวคนเดียวของข้าไม่เคยพูดเช่นนั้น เป็นเพราะไฉ่เวยไม่ลงรอยกับอาหญิงของนาง จึงจงใจทำให้อาหญิงของนางอับอาย”
ผู้ใหญ่บ้านพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ไม่ใช่ เมื่อครู่ข้าได้ยินบุตรสาวเจ้าพูดเช่นนั้น”
“เราทุกคนก็ได้ยินเช่นกัน!” พวกชาวบ้านต่างโวยวาย
เถียนไฉ่เวยวิ่งไปตะโกนเสียงดังที่หน้าประตูห้องของเถียนจินจวี๋ “ท่านอาหญิง เรามาพูดกันให้ชัดๆ ท่านไม่เคารพตัวเอง คบชู้สู่ชายก็อย่าดึงข้าเข้าไปเกี่ยว ข้าไม่รู้จักบุรุษของท่านเลย แล้วจะไปแย่งเขามาอย่างที่ท่านพูดได้อย่างไร เรื่องไร้ยางอายประเภทนี้ข้าทำไม่ได้หรอก ท่านอาหญิงแต่งไม่ออกเองก็อย่ามาทำลายชื่อเสียงของข้าสิ”
เถียนจินจวี๋โกรธจนไฟลุกท่วมท้องอยู่แล้ว ตอนนี้พอถูกเถียนไฉ่เวยเยาะเย้ยท่ามกลางธารกำนัลว่านางแต่งไม่ออกอีก ก็ยิ่งกระตุ้นให้อารมณ์ของนางรุนแรง นางออกแรงสะบัดตัวหลุดจากเว่ยซื่อ แม้แต่เสื้อผ้าก็ไม่เปลี่ยน พุ่งออกจากประตูห้องมายืนอยู่บนขั้นบันได พลางชี้หน้าเถียนไฉ่เวยพร้อมกับพูดอย่างดุร้าย “เจ้าแสร้งตีมึนกับมารดาอย่างข้าให้มันน้อยๆ หน่อย ถ้าเจ้าไม่ไปยั่วยวนคุณชายตระกูลจั่ว เขาจะไม่ยอมมาในวันนัดดูตัวที่บ้านเราได้อย่างไร”
เถียนไฉ่เวยเหน็บแนม “ตระกูลจั่วหรือ ข้าไม่รู้ว่าท่านอาหญิงพูดเรื่องอะไร ท่านนี่ช่างตลกจริงๆ คนเขาไม่ยอมมาวันนัดดูตัวก็มาโทษว่าเป็นความผิดของข้า”
ทุกคนใช้สายตาแปลกๆ มองคนตระกูลเถียน เถียนจยาผิงที่กำลังจะออกไปจัดการเห็นภาพนี้เข้า ไหนเลยจะกล้าเข้าไปอีก เขาทนรับสายตาดูถูกเหยียดหยามของชาวบ้านมากมายขนาดนั้นไม่ไหวหรอก
ผู้เฒ่าเถียนเสียหน้ามากจนก้าวไปคว้าแขนเถียนจินจวี๋ แล้วตวัดมือตบใบหน้าอวบอ้วนของบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนไปหลายฉาด “ใครให้เจ้ามัวพูดจาเหลวไหลอยู่ตรงนี้ ไสหัวเข้าห้องส่วนตัวของเจ้าไปซะ!” เถียนจินจวี๋กุมหน้าร้องไห้โฮ ส่วนเว่ยซื่อก็รีบดันเถียนจินจวี๋เข้าไป