เกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 115 องค์หญิง [Re-write]


            ไท่จื่อเฟยขมวดคิ้ว เดิมก็มิได้มีความหมายใด แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่เคร่งขรึมขึ้นของหลิงมู่เอ๋อร์ไม่รู้ว่าเหตุใดแผ่นหลังจึงได้เย็นวาบขึ้นมา

            บางที่เพราะคิดถึงว่าการกระทำเมื่อครู่ของหลิงมู่เอ๋อร์ทำให้นางเกือบตายไปครึ่งชีวิตและบางทีอาจเป็นเพราะสตรีนางนี้มีราศีของผู้ยิ่งใหญ่ที่แข็งแกร่งแต่กำเนิด ในยามปกติยังดีแต่เมื่อสีหน้าเคร่งขรึมลง แม้แต่ไท่จื่อเฟยที่อยู่ในตำแหน่งสูงมาหลายปีเช่นนางก็ยังรู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้าง ยามนี้ นางรู้สึกลำคอตีบตัน จิตใจไหวหวั่นเป็นอย่างยิ่ง

            “ที่เปิ่นกงนี้มียารักษาบาดแผลที่ดีที่สุดหลังจากเจ้าทาพรุ่งนี้ก็จะหายดีแล้ว” ไท่จื่อเฟยไม่รู้ว่าตนกำลังพูดสิ่งใดหลังพูดออกมาก็อยากกัดลิ้นให้ขาด

            นางเป็นถึงไท่จื่อเฟยถึงกับกล่าวคำพูดที่แสดงการอ่อนข้อออกมา สตรีนางนี้มีสิ่งใดน่ากลัวกันนางจำเป็นต้องหวาดกลัวถึงเพียงนี้หรือ? ไท่จื่อเฟยแสดงออกว่าไม่สบอารมณ์มาก

            ความเคร่มขรึมบนใบหน้าของหลิงมู่เอ๋อร์สลายไปยกยิ้มราวกับกล้วยไม้ที่แสนสง่างามและอ่อนโยนขึ้นอีกครั้ง “เช่นนั้นก็ขอบพระทัยในรางวัลของไท่จื่อเฟยมากเพคะ”

            “อื้ม” ไท่จื่อเฟยมองหลิงมู่เอ๋อร์ “เจ้า…สนใจจะมาทำงานข้างกายของเปิ่นกงหรือไม่? เปิ่นกงย่อมไม่ทำให้เจ้าเสียเปรียบแน่ รอวันใดที่กลายเป็นมารดาของแผ่นดินเปิ่นกงจะให้คนในบ้านของเจ้าได้เจริญรุ่งเรือง ดำรงตำแหน่งที่สูงส่ง”

            หลิงมู่เอ๋อร์มองไท่จื่อเฟยหัวเราะเยาะความเพ้อฝันของนางอยู่ในใจ สามีของนางหรือก็คือรัชทายาทองค์ปัจจุบันเป็นเพียงองค์ชายที่มีความสามารถสามัญเท่านั้น ที่ฮ่องเต้แต่งตั้งเขาเป็นรัชทายาทก็เป็นเพราะความสามารถของเขาธรรมดาจนเกินไป ผู้ที่มีความสามารถเรียบง่ายไม่โดดเด่นจึงจะไม่เป็นอันตรายต่อบัลลังก์ของเขามิใช่เพราะเขาให้ความสำคัญกับองค์ชายพระองค์นี้แต่อย่างใด

            น่าขำที่นางยังฝันหวานว่าจะได้เป็นมารดาของแผ่นดินแม้บัลลังก์จะมิได้ตกแก่องค์ชายเจ็ดที่โจวฉี่เยี่ยนให้ความสำคัญก็มิมีทางเป็นรัชทายาทที่ธรรมดาสามัญและไร้ซึ่งความสามารถไปได้

            “หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีนางหนึ่งต่อให้สามารถเข้าวังมาช่วยไท่จื่อเฟยเหนียงเหนียงกระทำเรื่องต่างๆ แต่จะมีประโยชน์ใด? ยังมิสู้รั้งอยู่นอกวังหากเหนียงเหนียงมีคำสั่งใดหม่อมฉันก็สามารถเข้าวังมาถวายการดูแลเหนียงเหนียงได้ทันทีเช่นเดียวกันเพคะ”หลิงมู่เอ๋อร์ปฏิเสธอย่างอ่อนโยน “นอกจากนี้ ปณิธานของหม่อมฉันมิได้อยู่ที่นี่หม่อมฉันปรารถนาจะแต่งงานกับสามีที่รักและทะนุถนอมตนเองและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายเพคะ”

            สายตาที่ไท่จื่อเฟยมองนางเผยแววดูแคลนออกมาสีหน้านั้นราวกำลังกล่าวว่า มิน่า ชั่วชีวิตนี้ของเจ้าจึงเป็นได้แค่เพียงหมอชั้นต่ำเท่านั้น ไม่สามารถนำมาโอ้อวดได้จริงๆ

            “ที่นี่ไม่มีเรื่องของเจ้าแล้ว เจ้าสามารถถอยไปได้”ไท่จื่อเฟยไม่อยากเจอหลิงมู่เอ๋อร์ผู้หญิงคนนี้จริงๆ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดแค่เห็นนางก็รู้สึกว่าในใจว้าวุ่น บนร่างของนางมีเสน่ห์ชนิดหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้สตรีริษยาและทำให้บุรุษถูกดึงดูดแต่นางกลับรังเกียจกลิ่นอายนี้บนตัวนาง

            ภายใต้การนำของนางกำนัลหลิงมู่เอ๋อร์ออกจากตำหนักของไท่จื่อเฟย ทว่านางกำนัลผู้นั้นกับโยนนางไว้ที่นอกตำหนัก แล้วก็ไม่สนใจนางแล้ว

            “บ่าวเป็นคนข้างกายของไท่จื่อเฟยไท่จื่อเฟยไม่อาจห่างจากบ่าวแม้เพียงเค่อเดียว แม่นางหลิงเป็นคนฉลาด คิดว่าคงสามารถออกจากวังเองได้กระมังเจ้าคะ!” นางกำนัลผู้นั้นมองหลิงมู่เอ๋อร์อย่างได้ใจ “แม่นางหลิงบ่าวกลับวังไปปรนนิบัติเหนียงเหนียงก่อนแล้ว เชิญท่านตามสบายเจ้าค่ะ”

            วังหลวงใหญ่เพียงใดนั่นมิใช่แค่ที่ในฉากภาพยนตร์ฉายออกมาเท่านั้น วังหลวงที่แท้จริงนั้น ใหญ่กว่าที่ภาพยนตร์แสดงออกมามากนักอย่างน้อยสำหรับสถานที่แห่งนี้ หลิงมู่เอ๋อร์ก็ไม่รู้จักทางจริงๆ

            เห็นนางกำนัลผู้นั้นจากไปโดนไม่แม้จะหันกลับมามองสีหน้าของหลิงมู่เอ๋อร์ก็เคร่งขรึมลง แต่ก็มิได้เรียกนางกลับมา

            นางมีเป็นร้อยวิธีที่จะจัดการกับนางกำนัลน้อยผู้นั้นเพียงแต่นางไม่ต้องการเสียเวลาของตนเพื่อคนที่ไม่สำคัญอะไร อีกอย่างนางก็ไม่อยากก่อเรื่องในที่แห่งนี้ด้วย

            ที่นี่เป็นวังหลวง ในที่ลับมีองครักษ์ลับไม่น้อยและยังมีสายลับของคนอีกจำนวนไม่น้อย ที่แห่งนี้ก็คือสถานที่ที่สายน้ำลึกและเปลวไฟแผดเผา นางควรรีบจากไป

            “แมวน้อยจากที่ใดกัน ดูใบหน้าน้อยๆ นี่สิช่างทำให้คนรู้สึกรักเอ็นดูจริงๆ ” สตรีที่แต่งกายอย่างฉูดฉาดนางหนึ่งเดินเข้ามาภายใต้การห้อมล้อมของเหล่านางกำนัลทั้งหลาย

            หลิงมู่เอ๋อร์เห็นสตรีนางนั้นก็ยอบกายลง “คารวะเหนียงเหนียงหม่อมฉันเป็นแพทย์จากนอกวัง รบกวนความสงบของเหนียงเหนียงขอเหนียงเหนียงโปรดอย่าได้ตำหนิ หม่อมฉันจะจากไปทันทีเพคะ”

            “หมอจากนอกวัง? เจ้าเป็นเพียงสตรีนางหนึ่ง จะกลายเป็นหมอได้อย่างไร? โลกภายนอกนั้นทำให้เปิ่นกงมองไม่ออกแล้วจริงหรือ?”สตรีนางนั้นมองสำรวจหลิงมู่เอ๋อร์อย่างประหลาดใจ

            นางกำนัลผู้นั้นกระซิบอยู่ข้างหูสตรีผู้นั้นพักหนึ่งสตรีนางนั้นก็เผยสีหน้าเข้าใจในที่สุดออกมา “โอ๋ที่แท้เจ้าก็คือเซียนแพทย์ที่กำลังเป็นที่เลื่องลืออยู่นอกวังนี่เอง”

            “มิกล้าเพคะนี่เป็นความรักที่ชาวบ้านมอบให้หม่อมฉันอย่างผิดๆ เพคะ” หลิงมู่เอ๋อร์กล่าวอย่างสงบผู้น้อยขอลาก่อน

            “อย่าเพิ่งไป!” สตรีผู้นั้นดึงหลิงมู่เอ๋อร์ไว้ “เปิ่นกงคือซูเฟยแห่งตำหนักเฟิงหวาเด็กน้อยเช่นเจ้าช่างน่าสนใจจริงๆ ข้าเห็นแล้วรู้สึกถูกชะตามิสู้ไปนั่งที่ข้าสักพัก?”

            หลิงมู่เอ๋อร์ก้มหน้ากล่าวอีกครั้งว่า “มิต้องแล้วเพคะหม่อมฉันยังต้องออกจากวังไปช่วยเหลือคนไข้อีกเพคะ”

            “ก็ไม่รีบในครั้งนี้ครั้งเดียว หรือว่าเจ้าให้เกียรติแต่ไท่จื่อเฟย แต่ไม่ให้เกียรติซูเฟยผู้นี้?” สีหน้าแย้มยิ้มของซูเฟยเคร่งขรึมลงมองคนเบื้องหน้าอย่างคมกริบ

            หลิงมู่เอ๋อร์ถอนใจว่าวันนี้ช่างออกจากบ้านอย่างโชคไม่ดีจริงๆ ไท่จื่อเฟยผู้หนึ่ง ซูเฟยอีกผู้หนึ่งดูแล้วก็คือหญิงงามอสรพิษกลุ่มหนึ่ง ไม่รู้จริงๆ ว่าไท่จื่อและฮ่องเต้รับไหวได้อย่างไร? หากนางเป็นบุรุษ ก็ไม่มีทางชื่นชอบอสรพิษโฉมงามเช่นนี้

            “เพคะ” หลิงมู่เอ๋อร์ตามซูเฟยไปตำหนักเฟิงหวาอย่างไม่เต็มใจ

            ซูเฟยผู้นั้น ราวกับเด็กน้อยที่แสนอยากรู้ถามนางเรื่องการรักษาโรคช่วยคน หากมิใช่เพราะความประทับใจเมื่อครู่แย่มากหลิงมู่เอ๋อร์ก็เกือบจะถูกนางหลอกเข้าแล้ว

            ทว่า สตรีที่อยู่ในวังลึกแห่งนี้ จะมีสักกี่นางที่ใสซื่อบริสุทธิ์นางสามารถขึ้นไปนั่งอยู่ในตำแหน่งซูเฟยได้ เช่นนั้นก็ยิ่งไม่ง่ายนางไม่มีทางปฏิบัติต่อสตรีอสรพิษแสนงามนางนี้อย่างสตรีทั่วไปเด็ดขาด

            หลิงมู่เอ๋อร์ปฏิบัติต่อซูเฟยอย่างระแวดระวังในทุกจุดเห็นได้ชัดว่าไม่มีทางเชื่อถือในคำพูดของนางจริงๆ ซูเฟยราวกับเข้าใจความระมัดระวังของนางก็มิได้นำมาใส่ใจ

            “องค์หญิงเสด็จ” เสียงราวกับเป็ดของขันทีดังมาจากด้านนอก

            หลิงมู่เอ๋อร์ลุกขึ้นมาอีกครั้งยอบกายให้กับหญิงสาวที่วิ่งเข้ามา

            ดวงตาเย็นชาของหญิงสาวนางนั้นกวาดไปทั่ว กล่าวกับคนทั้งหมดว่า“ไสหัวออกไปให้หมด”

            ซูเฟยมองหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้า ขมวดคิ้วกล่าวว่า“เหลียนเอ๋อร์ เจ้ากำลังเหลวไหลอะไรกัน มิน่าช่วงนี้เสด็จพ่อของเจ้ายิ่งไม่พอใจเจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว?”

            “เสด็จแม่ ข้าชอบซั่งกวนเซ่าเฉิน ข้าจะรับเขาเป็นราชบุตรเขย”องค์หญิงนางนั้นออดอ้อนซูเฟยติดต่อกัน “เสด็จแม่ ต้องทรงช่วยข้านะเพคะ”

            ซูเฟยมองหลิงมู่เอ๋อร์นิ่งๆ ทีหนึ่งกล่าวกับองค์หญิงนางนั้นว่า “แบบนั้นไม่ได้ ซั่งกวนเซ่าเฉินมีนางในดวงใจแล้วเจ้าอย่าได้เหลวไหลอีก”

            “ข้าได้ยินแล้ว ได้ยินว่าเป็นหมอหญิงนางหนึ่ง เหอะ! สตรีนางหนึ่งกลับไปเป็นหมอเห็นได้ชัดว่าเป็นพวกไร้ความซื่อสัตย์ไม่สงวนตัวข้าจะต้องหาหลักฐานที่นางไปยั่วยวนชายอื่นให้ได้ ถึงเวลานั้นซั่งกวนเซ่าเฉินก็จะเป็นของข้าแล้ว” องค์หญิงนางนั้นพูดไปเป็นชุดจึงได้พบว่าในห้องยังมีหลิงมู่เอ๋อร์ซึ่งเป็นคนนอกอีกคนหนึ่งนางกำนัลกับขันทีพวกนั้นได้ออกไปแล้ว

            องค์หญิงนางนั้นชี้มาที่หลิงมู่เอ๋อร์กล่าวว่า “เสด็จแม่นางเป็นผู้ใดกันเพคะ?”

            ซูเฟยดื่มน้ำชา เห็นได้ชัดว่าไม่มีความคิดที่จะเปิดปาก

            หลิงมู่เอ๋อร์ยอบกายให้องค์หญิงนางนั้นกล่าวว่า“หม่อมฉันเป็นหมอที่อยู่นอกวังรับคำสั่งจากไท่จื่อเฟยเหนียงเหนียงมาตรวจสุขภาพให้พระนางเพคะ ยามนี้หม่อมฉันเป็นหมอประจำตัวของไท่จื่อเฟย ก่อนที่ไท่จื่อเฟยจะเปลี่ยนพระดำริหม่อมฉันต้องถวายการตรวจรักษาให้พระนางเพคะ”

            “หมอจากนอกวัง? หมอหญิง?” องค์หญิงจ้องหลิงมู่เอ๋อร์“เจ้ารู้จักซั่งกวนเซ่าเฉิน?”

            หลิงมู่เอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมา ยิ้มมององค์หญิง “รู้จักเพคะเขาเป็นคู่หมั้นของหม่อมฉันเพคะ”

            องค์หญิงและซูเฟยมองนางอย่างไม่อยากเชื่อที่องค์หญิงกล่าวเมื่อครู่ นางมิได้ยินหรือ? ในเวลาเช่นนี้ยังกล้ายอมรับอีก ที่แท้เพราะใจกล้าหรือว่าโง่งมเกินไปกันแน่

            สตรีนางหนึ่งสามารถกลายเป็นเซียนแพทย์ผู้โด่งดังในเมืองหลวงอันเป็นสถานที่ที่มีทั้งมัจฉาผสมมังกร[1] เช่นนี้ เป็นที่ชัดเจนว่านางไม่ใช่คนเขลาแม้แต่น้อยเช่นนั้นจึงกล่าวได้เพียงว่า นางไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตัวนางในตอนนี้กำลังรักษาโรคให้ไท่จื่อเฟย เป็นคนที่ไท่จื่อเฟยให้ความสำคัญหรือบางทีนางอาจคิดว่าเพื่อนางแล้ว ไท่จื่อเฟยจะเป็นศัตรูกับพวกนาง?

            “ที่แท้ก็เป็นเจ้า” ทันทีที่องค์หญิงได้ยินก็โมโหเป็นอย่างยิ่งนางหยิบแส้ที่เอวออกมาโบก ฟาดไปที่หลิงมู่เอ๋อร์

            หลิงมู่เอ๋อร์จับแส้ยาวของนาง มององค์หญิงอย่างเยือกเย็น“องค์หญิงยังทรงใคร่คววญให้ดีก่อนลงมือเถิดเพคะเพราะอย่างไรก็มีคนจำนวนมากเห็นหม่อมฉันเข้ามาในตำหนักเฟิงหวาหากเห็นใบหน้าของข้าเต็มไปด้วยบาดแผล หรือ จากไปพร้อมเลือดโซมกายไม่รู้ว่าในหมู่สามัญชน ตามท้องถนนจะลือไปเช่นใดบ้าง ซั่งกวนเซ่าเฉินเมื่อได้ยินเรื่องพวกนี้แล้วยังจะชอบท่านอีกหรือไม่?”

            “เปิ่นกงจู่ [2] ฆ่าเจ้าทิ้งแล้วเอาร่างของเจ้าไปทำเป็นปุ๋ยดอกไม้ ร่องรอยสักนิดก็ไม่เหลือทิ้งไว้แล้วเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าตายในเงื้อมมือของข้า?” องค์หญิงมองหลิงมู่เอ๋อร์อย่างเยือกเย็น สายตาอำมหิต “เปิ่นกงจู่เป็นบุตรสาวของฮ่องเต้เป็นองค์หญิงของใต้หล้า เจ้าเป็นเพียงหญิงสามัญชนตัวเล็กๆ กล้ามาแย่งผู้ชายกับเปิ่นกงจู่?”

            “องค์หญิงกล่าวผิดไปแล้วเพคะหม่อมฉันกับซั่งกวนเซ่าเฉินมีใจตรงกัน องค์หญิงต่างหากที่เป็นฝ่ายที่สามหากพูดถึงการแย่งชิง ย่อมเป็นองค์หญิงมาแย่งชิงจากหม่อมฉันจึงจะถูกต้อง”หลิงมู่เอ๋อร์เล่นแหวนนิ้วโป้งบนนิ้ว “เมื่อครู่องค์หญิงกล่าวว่าจะทรงสังหารหม่อมฉันทิ้งไปทำปุ๋ยดอกไม้นี่น่าจะเป็นวิธีการที่เป็นที่นิยมที่สุดของในส่วนลึกของวังแห่งนี้กระมังเพคะ ทว่าซั่งกวนเซ่าเฉินผู้นี้เป็นคนที่สมองดีมาก เขารู้ว่าหม่อมฉันเข้าวังหากหม่อมฉันไม่อาจมีชีวิตรอดออกไป เขาจะต้องเริ่มลงมือกับไท่จื่อเฟยก่อน จากนั้นก็จะสามารถตามมาถึงองค์หญิง ซั่งกวนเซ่าเฉินจะชอบผู้ที่ทำร้ายสตรีในดวงใจของเขาลงหรือ? กลัวว่าเขาจะแทบอยากฆ่าท่านให้ตายเสียมากกว่าได้ยินว่าฝ่าบาททรงวางพระทัยในตัวเขาเป็นอย่างยิ่ง องค์หญิงทรงคิดว่า เขาจะทำไรเช่นไรต่อเล่าเพคะ?”

            ที่จริงแล้วองค์หญิงก็ทรงทราบว่าวิธีการนี้ใช้ไม่ได้นางเพียงแต่อยากขู่หลิงมู่เอ๋อร์เท่านั้น หากเปลี่ยนเป็นสตรีนางอื่น ในยามนี้มิใช่ควรจะหวาดกลัวจนคุกเข่าวิงวอนหรือ?

            หลิงมู่เอ๋อร์ยิ่งเข้มแข็งในใจขององค์หญิงก็ยิ่งรู้สึกไม่ดี นางไม่อาจเชื่อว่าตนเองจะพ่ายแพ้ให้กับสาวน้อยสามัญชนผู้หนึ่ง ในใจของนางไม่ยินยอม!

            “เหลียนเอ๋อร์ อย่าได้เหลวไหลแล้วต่อให้เจ้าอยากล้อเล่นกับแม่นางหลิง ก็ไม่อาจเล่นเช่นนี้ได้เจ้าเป็นองค์หญิงของแผ่นดิน มิใช่พวกผู้หญิงอะไรจากภายนอกเจ้ามีความสูงศักดิ์และความภาคภูมิขององค์หญิง ผู้ชายในใต้หล้ามีมากมายเท่าใดมิได้มีเพียงซั่งกวนเซ่าเฉินเท่านั้น หากเจ้าชอบ แม่จะหาที่ดีกว่าให้เจ้า”ซูเฟยกล่าวเยาะหยัน

            “แต่ว่าข้า…” องค์หญิงอยากพูดว่า ข้าชอบเขานี่นา! ทว่าสายตาเข้มงวดของซูเฟยทำให้นางไม่กล้ากล่าวมากกว่านั้นอีกแม้แต่คำเดียว“ข้าเข้าใจแล้วเพคะ เสด็จแม่”

            “แม่นางหลิง เหลียนเอ๋อร์เพียงแต่ชอบเล่นสนุกเท่านั้นที่จริงแล้ว นางยังเป็นเพียงเด็กที่ไม่รู้ความเท่านั้น มีจุดใดที่ล่วงเกินเจ้าก็อย่าได้ถือสากับนางเลย” ซูเฟยคล้ายจะมองนางอย่างอ่อนโยน  แต่แท้ที่จริงแล้วในดวงตากลับเต็มไปด้วยความข่มขู่ นางกำลังข่มขู่หลิงมู่เอ๋อร์มิให้หลิงมู่เอ๋อร์พูดเรื่องในวันนี้ออกไปเพื่อป้องกันมิให้ชื่อเสียงของบุตรสาวนางถูกทำลาย

            ในวังมิได้มีองค์หญิงเพียงองค์เดียว บุตรสาวของนางก็มิใช่องค์หญิงที่ฮ่องเต้โปรดปรานที่สุดมีบางครั้ง เพียงแค่สายลมที่พัดยอดหญ้าให้ไหวเอนก็สามารถส่งผลกระทบต่อฐานะของบุตรสาวนางในวังหลวงได้

            “ในเมื่อที่นี่ไม่มีเรื่องของหม่อมฉันแล้วหม่อมฉันก็ขอทูลลา” ครั้งนี้หลิงมู่เอ๋อร์มิได้รอให้พวกนางเห็นด้วยแต่กลับถือกล่องยาสาวเท้ายาวออกจากตำหนักไป

             [1] มัจฉาผสมมังกรเป็นสำนวนสื่อความหมายว่า มีทั้งคนดี คนเลวปะปนกัน

             [2] เปิ่นกงจู่คือ ข้าผู้เป็นองค์หญิง

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247