ตอนที่49แม่ที่โคตรเฮงซวย
ภาพตรงหน้าทำเอาโพรทาเลียอึ้งแรงของน้องสาวที่เตะชายวัยกลางคนกระเด็นจนสลบไปเลยดีที่อีกฝ่ายไม่มีเพื่อนหรือใครมาช่วยโจมตีพวกเราไม่งั้นโพรทาเลียคงได้ออกโล่งด้วยแน่ๆ ผู้คนรอบๆ ต่างยังมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบางคนที่อยู่โต๊ะใกล้ๆ ต่างชมพวกเราที่เข้าไปช่วยเด็กเด็กน้อยที่นั่งอย่างหวาดกลัว โฟกัสก็ใช้อ้อมกอดทำให้เด็กน้อยหายกลัวโพรทาเลียมองดีๆ เด็กน้อยคนนี้ดูคล้ายๆ ทั้งเด็กชายและเด็กหญิงเพราะผมสั้นคล้ายเด็กชาย แต่ในความรู้สึกของโพรทาเลียเด็กต้องหน้าคงเป็นเด็กผู้หญิงแน่ๆ
พนักงานในร้านช่วยกันโทรเรียกตำรวจให้มาจับชายที่ทำร้ายเด็กพอตำรวจมาก็ตรวจสอบภาพในกล้องวงจรปิด โพรทาเลียสงสัยหน่อยๆว่าสิ่งที่พวกเขาดูมันคืออะไรโฟกัสอธิบายให้โพรทาเลียฟังว่ามันเป็นสิ่งที่สามารถบันทึกภาพต่างๆ ที่ฉายออกมาได้เหมือนหนังพอบอกเหมือนหนังโพรทาเลียนึกถึงหนังสมัยก่อนตอนที่เธอยังอยู่กับครอบครัวเลย
“ได้ยินแบบนั้นนึกถึงหนังกับการ์ตูนสมัยก่อนเลยแฮะ...”
“คิกๆ งั้นไว้กลับที่พักแล้วจะให้ดูนะ”
“เอ๋? ที่พักมีเครื่องเล่นซีดีด้วยเหรอ?”
“ไม่รู้สิ แต่มีมือถือแค่เครื่องเดียวก็สามารถดูหนังที่พี่อยากดูได้เลยนะ”
“จริงเหรอ?” โพรทาเลียตาเป็นประกายทันที
“หนูดูด้วยได้ไหม?” เสียงอันเล็กจ๋อยได้เอยขึ้น
สองแฝดต่างหันไปมองต้นเสียงที่อยู่ในอ้อมกอดของโฟกัสก็คือเด็กน้อยที่เป็นเหยื่อของเรื่องนี้ น้ำเสียงของเด็กน้อยบ่งบอกเลยว่าเป็นเด็กผู้หญิงทั้งสองต่างยิ้มให้เด็กน้อย
“ขอโทษนะจ๊ะ น้องต้องไปกับคุณตำรวจเพื่อไปพบผู้ปกครองนะจ๊ะ”
“ใช่แล้วล่ะ จะได้เจอคุณแม่ไงล่ะ”
“ไม่!!” เด็กน้อยพูดขึ้นพร้อมกับกอดคอโฟกัสอย่างแน่น“โนอาห์จะอยู่กับพี่ๆ!”
“!!”
ทั้งสองคนต่างมีสีหน้ากังวลแต่โพรทาเลียกับเห็นปฏิกิริยาของเด็กน้อย ตัวของเด็กนั้นมีอาการสั่นหน่อยๆทำให้โพรทาเลียคิดเลยว่ามันต้องมีเรื่องอะไรแอบแฝงแน่ๆ ตำรวจเดินมาหาพวกเราพร้อมกับบอกว่าแม่ของเด็กจะมารับลูก แต่พอพูดถึงแม่เด็กก็ดูมีอาการแปลกๆโพรทาเลียสงสัยยิ่งนัก เธอเดินไปหาพี่สาวพร้อมกับคุยบางอย่างกับเธอ
ระยะเวลาต่อมา
พวกเขารอคนเป็นแม่อยู่นานพอตัวจนใกล้เวลาที่สองแฝดต้องกลับที่พักจนกระทั่งเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น
“ลูกแม่!”
พวกโพรทาเลียหันไปมองต้นเสียงก็เห็นหญิงสาวที่มีผิวซีดขอบตาดำ ผมมัดอย่างยุ่งๆ วิ่งตรงมาหานี้รูปลักษณ์ของหญิงสาวทำให้โพรทาเลียนั้นสงสัยเลยว่าอีกฝ่ายนั้นมีอาการป่วยหรือเปล่าตำรวจเข้าไปหาคนเป็นแม่ทันที
“คุณเวนโรเซนต์ เราจะขอถามหน่อยนะครับเรื่องผู้ชายที่อยู่กับลูกคุณ เขาเป็นแฟนคุณเหรอครับ?”
“ใช่ค่ะ แต่ที่คุณบอกทางมือถือ ไม่จริงแน่ๆที่แฟนฉันจะทำร้ายลูกของฉันนะ”
สามสาวได้ยินแบบนั้นถึงกับรู้สึกไม่ชอบใจคนเป็นแม่ที่เข้าข้างผู้ชายโดยไม่ห่วงลูกตัวเองเลยทำให้โฟกัสถึงกับเคืองกับคำพูดคนเป็นแม่อย่างมาก
“นี่! คุณกล้าพูดได้ไง!?”
โฟกัสตะโกนออกมาเธอยื่นเด็กน้อยที่ตัวเองอุ้มอยู่กับพี่สาวของเธอทันที
“คุณไม่ได้ห่วงลูกของคุณเลยหรือไง!แถมคุณไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วยแต่กล้าปฏิเสธว่าผู้ชายคนนั้นไม่ได้ทำอะไรเนี่ยนะ!!”
“เธอเป็นใครกันมายุ่งอะไรด้วย!!”
“เป็นใครเป็นคนที่ช่วยเด็กจากไอ้คนที่คุณเรียกว่าแฟนนะสิ!!”
“อ๋อ แกเองสินะ! มาวุ่นวายเรื่องคนอื่นมาทำให้แฟนฉันโดนตำรวจจับ เพราะอยากได้เงินช่วยเหลือสินะ!”
“ห๊า!! ว่าไงนะ!!” โฟกัสได้ยินถึงกับโกรธยิ่งกว่าเดิม“ใช้อะไรคิดกัน!!ฉันช่วยเด็กจากการทำร้ายของแฟนคุณไม่ได้ต้องการอะไร ถ้ายังกล่าวหาฉันให้คุณตำรวจพาคุณไปดูดีกว่าไหมว่าแฟนคุณทำอะไรเด็กมั้งนะ!!”
คนเป็นแม่ได้ยินสิ่งที่โฟกัสพูด เธอหน้าซีดหน่อยๆที่นี้มีกล้องที่จะทำให้แฟนของเธอติดคุกได้ทันที เธอหันไปมองลูกของตนทันที
“ทำเป็นพูด ถึงมีกล้องก็จัดฉากได้อยู่แล้วไม่น่าเธอกับคุณตำรวจอาจจะวางแผนให้ฉันจ่ายเงินค่าปรับของแฟนฉันใช่ไหมล่ะ!!”
“อะไรนะ!! คุณนี่มันเป็นผู้ใหญ่ที่บ้าบอสุดๆ!!”
“ว่าใครบ้ากัน!! ไอ้เด็กเปรต!!”
เสียงทะเลาะของทั้งสองคนเริ่มดังขึ้นโพรทาเลียไม่อยากเข้าไปยุ่งเท่าไร แต่เธอดูพฤติกรรมของคนเป็นแม่เมื่ออยากหาเรื่องโฟกัสให้โฟกัสโดนข้อหาไปด้วยโพรทาเลียได้รู้บางอย่างจากน้าสาวว่าโลกนี้มีกฎมากมายที่เธอยังไม่รู้จักอยู่เยอะพอเดินออกมาห่างๆ โพรทาเลียลูบหลังเด็กน้อยที่กอดเธออย่างแน่น ลูบๆหลังเด็กน้อยนั้นเธอก็รู้สึกถึงบางอย่างที่มีความขรุขระไม่เรียบเหมือนหลังเด็กทั่วไปเธอลองเปิดเสื้อเด็กก็เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นเธอเลยรู้ล่ะว่าทำไมคนเป็นแม่ถึงเริ่มหาเรื่องโฟกัสและอยากพาเด็กกลับบ้าน
“พอๆ กันเลยครับพวกคุณช่วยอยู่ในส่วนของใครของมันด้วยนะครับ” คุณตำรวจรีบเข้ามาขัดขวางทั้งสองคนแล้วแล้วหันไปมองคนเป็นแม่ "ส่วนคุณแม่จะต้องไปกับเรา เพื่อพาเด็กไปตรวจร่างกายเพิ่มที่สถานีตำรวจนะครับ"
“ห๊า!” คนเป็นแม่หน้าถอดสีทันทีก่อนจะโวยวายขึ้นมา“ฉันไม่ไปฉันจะพาลูกกลับบ้าน!!”
คนเป็นแม่โวยวายมากกว่าเดิมจนตำรวจไม่ชอบที่คนเป็นแม่โวยวายจนโพรทาเลียต้องเดินเข้ามาพร้อมกับอุ้มเด็กน้อย
“ร้องโวยวายไปก็ไม่ได้อะไรหรอกนะคุณแม่...ไม่สิ...”
ทุกคนต่างหันไปมองโพรทาเลีย แต่สีหน้าเธอกับดูน่ากลัวจนทำให้คนเป็นแม่ดูหวาดกลัวขึ้นมาโพรทาเลียเริ่มพูดต่อ
“น่าจะให้เรียกว่า ผู้ร้ายทำร้ายเด็ก!”
“!!” ผู้เป็นแม่ทำหน้าซีดทันที
โฟกัสมีสีหน้างุนงงว่าพี่สาวหมายความว่าไง “หมายความว่าไงเหรอ? พี่...เอ๊ย...คีย์...”
“หมายความว่าไงนะเหรอ? ก็...”
โพรทาเลียจับไปที่ปลายเสื้อของเด็กคนเป็นแม่เห็นแบบนั้นรีบจะวิ่งเข้ามาทันที แต่เอสเทลรีบมาขัดขวางทันที
“อย่าหวังที่จะทำอะไรดีกว่านะ”
“อึ้ก!!”
คนเป็นแม่ยิ่งหน้าซีดจนอยากจะหนีแต่ก็มีตำรวจอีกนายหนึ่งเข้ามาขวางด้านหลังไว้โพรทาเลียเปิดเสื้อเด็กขึ้นจนทำให้เห็นแผ่นหลังที่มีแผลทั้งเก่าและใหม่รวมถึงแผลตามตัวก็ด้วย
“รู้สึกคุณจะเอาลูกตัวเองเป็นกระสอบทรายรับอารมณ์ของคุณกับแฟนคุณนะคุณเวนโรเซนต์”
“พวกแก!!”
ตำรวจเข้ามาดูหลังของเด็ก นั้นทำให้เขาไม่ชอบใจสุดๆแล้วหันไปมองคนเป็นแม่ทันที
“ผมว่าคุณต้องไปสถานีตำรวจกับพวกเราแล้วล่ะครับคุณเวนโรเซนต์!!” ตำรวจเดินเข้าไปใส่กุญแจมือกับคนเป็นแม่ทันที
“ไม่! ฉันไม่ยอมโดนจับแน่ๆฉันจะฟ้องพวกแกที่มายุ่งกับครอบครัวฉัน!!”
สามสาวต่างมองคนเป็นแม่ที่โดนคุณตำรวจใส่กุญแจมือและลากออกจากร้านไปในทันทีทำให้พวกเธอนั้นปวดหัวจริงๆ กับเจอคนเป็นแม่ที่กล้าทำร้ายลูกตัวเองได้แบบนี้โพรทาเลียมองเด็กน้อยอย่างเป็นห่วง ดูแล้วเด็กน้อยอายุน่าจะพอๆ กับลูกของเธอเธอยังไม่กล้าทำร้ายลูกตัวเองเลยนะ มาเจอคนใจดำแบบนี้ช่างแย่สำหรับคนเป็นลูกจริงๆพอคนเป็นแม่ไปแล้วคุณตำรวจอีกคนก็เดินมาหาพวกเธอทันที
“งั้นขอเชิญพยานทั้งสามคนไปที่สถานที่ตำรวจกับพวกเราได้ไหมครับ?”
“เอ๋? พวกเราต้องไปด้วยเหรอครับ?” โพรทาเลียถามด้วยความสงสัย
“ครับเพื่อจะได้จัดการกับคนเป็นแม่และแฟนของเธอด้วยนะครับ”
โพรทาเลียหน้าซีดเลยว่าถ้าตัวเธอไปยังสถานที่ที่ว่านั้นจะดีหรือเปล่าพอเธอกำลังจะตอบว่าไม่ไปได้ไหม โฟกัสก็มาข้างหลังแล้วแตะไหล่พี่สาวทันที
“ได้เลยค่ะ เดียวเราไปให้ปากคำค่ะ!”
“!!” โพรทาเลียตกใจพร้อมกับเหงื่อตกแบบสุดๆ
‘เธอทำอะไรนะโฟกัส!’
‘น่าๆ เดียวหนูจัดการเองนะ!’ โฟกัสกะพริบตาพร้อมกับยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“โอเคครับ งั้นผมขอเด็กที่เป็นผู้เสียหายไปกับรถอีกคันได้ไหมครับ?”
"ดะ...ได้ครับ..." โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นก็จะส่งตัวเด็กแต่ดึงเด็กไม่ออก เพราะเด็กจับเสื้อไว้แน่นทีเดียว “เอ่อ...คือ...เด็กเขาจับเสื้อไว้แน่นเลยนะครับ”
“อ๊ะ...เหรอครับ...งั้นให้นั่งกับพวกคุณละกันครับงั้นเชิญตามไปที่รถเลยนะครับ!”
“ครับ/ค่ะ!”
พวกโพรทาเลียยอมตามคุณตำรวจไปยังรถตำรวจที่อยู่ข้างนอกห้างแต่รู้สึกอึดอัดกับสายตาผู้คนที่จ้องมองพวกเธอจริงๆไม่รู้ทำไมถึงมีแต่คนจ้องเวลามีคนมากับตำรวจ เธอจำได้เลยตอนเด็กๆสมัยยังอยู่กับพ่อแม่ ก็มีเรื่องแบบนี้เวลาคนทำอะไรผิดหรือเหยื่อที่โดนทำร้ายชีวิตปกติช่างเป็นอะไรที่ลำบากจริงๆสำหรับโพรทาเลียชีวิตการอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบธรรมชาติดูน่าจะเป็นชีวิตที่เธอชอบมากกว่าพวกเธอขึ้นรถตำรวจไปยังสถานีทันที
พอมาถึงสถานีก็ได้รู้ว่าผู้ชายที่ทำร้ายเด็กนั้นแต่งงานกับคนเป็นแม่แล้ว แบบนี้ก็ต้องเรียกว่าพ่อเลี้ยงแทนนั้นล่ะทั้งสองคนเอาแต่ตะโกนว่าตัวเองไม่ผิด แถมเสียงดังไปทั้งสถานีทำเอาพวกตำรวจจ้องมองกันอย่างเซ็งที่เจอคนผิดที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองผิดจริงๆส่วนพวกโพรทาเลียไม่สนใจอะไรนอกจากให้ปากคำเหมือนตามในวิดีโอว่าเกิดอะไรขึ้นมั้งจนถึงเรื่องของเด็กว่าจะต้องไปอยู่กับใครนี่ล่ะ
“แบบนี้ถ้าแม่เด็กกับพ่อเลี้ยงโดนจับเข้าคุกเด็กก็ต้องไปอยู่กับญาติแต่ในประวัติดูเหมือนคนเป็นแม่ไม่มีญาติเลยนะครับ ส่วนพ่อแท้ๆมีแต่ชื่อไม่มีที่อยู่หรืออะไรเลยนะครับ”
“พ่อเด็ก ชื่ออะไรเหรอ?” โฟกัสถามอย่างสงสัย
“อืม ชื่อว่า...โพลาโล ครับ”
“โพลาโล...” โพรทาเลียสงสัยชื่อแปลกๆชอบกล “ชื่อเหมือนคนฮาวายชอบกล”
“โพลาโล...” เอสเทลใช้ความคิดอยู่นานก่อนจะจำได้ว่าชื่อนี่มันคล้ายๆ ชื่อใคร “เอ่อ...หนูขอออกไปโทรศัพท์สักครู่ได้ไหมคะ?”
“ได้ครับ!”
เอสเทลลุกจากเก้าอี้แล้วไปโทรหาใครสักคนโพรทาเลียมองอย่างสงสัยว่าน้าสาวโทรหาใครกันไม่กี่นาทีก็กลับมาพร้อมกับสีหน้าที่ดูเซ็งหน่อยๆ โพรทาเลียเห็นก็หันไปหาทันที
“เอ่อ...พี่เอสเทลไปโทรหาใครเหรอ?”
“เจ้าคนบ้าๆ คนหนึ่งนะ!!”
“คนบ้าๆ?” โพรทาเลียกับโฟกัสเอียงคอสงสัยว่าใครคือคนที่น้าสาวพูดถึง
ระหว่างที่เธอให้ปากคำกันเด็กน้อยก็เดินออกมาจากห้องที่ตำรวจพาไปตรวจร่างกายก็รีบวิ่งกลับมาหาพวกโพรทาเลียคนแม่กำลังลุกไปหาลูกตัวเอง แต่เด็กเห็นแบบนั้นจึงหลบไปจุดอื่นแล้ววิ่งไปหาพวกโพรทาเลียอย่างเร็ว จนโพรทาเลียรีบอุ้มเด็กคนนั้นทันทีคนเป็นแม่เห็นแบบนั้น รู้สึกไม่พอใจอย่างมากที่ลูกของตนหันไปสนใครคนอื่นแทน
“พวกแก!! พวกแกสอนเด็กให้เข้าหาสินะ!ลูกฉันถึงเป็นแบบนั้น คุณตำรวจ จับพวกต้มตุ๋นพวกนี้เลยนะพวกมันหวังจะเอาตัวเองไปขาย มันถึงให้ฉันติดคุกนะ!!”
“นี่คุณ! เลิกโวยวายสักที พวกเขาช่วยเด็กเด็กก็ไว้ใจ ไว้ใจมากกว่าคนเป็นพ่อคนเป็นแม่ซะอีก” คุณตำรวจนายหนึ่งพูดขึ้น
“พวกแก!!” คนเป็นแม่รู้สึกโกรธมากๆ
“แหมๆ เป็นคำพูดที่ถูกใจฉันจริงๆ เลยนะ!” เสียงปริศนาดังขึ้นมาทำให้ทุกคนต่างหันไปมองอย่างสนใจ
ใบหน้าของคนเป็นแม่ถึงกับหวาดกลัวขึ้นมาเมื่อเห็นเจ้าของเสียงนั้น“อะ...อะ...”
เมื่อหันมามองเจ้าของเสียงนั้นเขามีรูปลักษณ์ที่สูงโปร่ง ผมทอง สวมแว่นดำ เสื้อผ้าที่ดูสบายๆ อย่างเสื้อกล้ามเสื้อคลุมและกางเกงยีน เขาเดินเข้ามาทำเอาหลายๆคนที่มองหลงใหลไปกับความหล่อเหลาของเขา ถึงแม้ยังไม่ถอดแว่นตาของตามทีแต่ในสายตาของโพรทาเลียรู้สึกสงสัยเลยว่าชายคนนี้ ทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ อยู่ข้างใน
“มาได้สักที ตาเทพบ้านี่!” เอสเทลบ่นออกมาอย่างเบาแต่โพรทาเลียได้ยินที่น้าสาวพูดพอดี
“เทพ?” โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นก็ทำให้คล้ายสงสัยว่าความรู้สึกแปลกๆ นี่คืออะไร “หรือว่าเขาคือ…!”
ตำรวจชายนายหนึ่งเดินเข้าไปหาชายสวมแว่นดำ “เอ่อ...มาทำอะไรครับมาแจ้งความหรือทำธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”
“ก็ไม่เชิงนะครับ ผมแค่มาคุยเรื่องลูกผมคนนี้นะ”ชายหนุ่มหันไปมองเด็กน้อยที่หันมามองเขาอย่างสงสัย
“ป๊ะ...ป๊า...”
“หยุดเลยนะ!! เด็กคนนี้เป็นลูกฉันคนอย่างคุณไม่เกี่ยวอะไรด้วยสักหน่อย!”
“ไม่เกี่ยว พูดจริงสิแล้วทำไมลูกเธอถึงมีดีเอ็นเอของฉันได้ล่ะแล้วอีกอย่างถ้าเธอกับอีตาสามีใหม่เธอโดนจับขังเด็กคนนี้ก็เหลือแค่ฉันกับพี่ชายเขา” ชายหนุ่มนึกถึงลูกชายอีกคนทันที"จริงสิ...เธอเกลียดลูกชายตัวเองจนเขาหนีไปนี่เนอะแล้วก็ถึงเธอไม่อยากให้เด็กอยู่กับฉันยังไงพวกตำรวจก็ต้องส่งเด็กไปอยู่กับพี่เขาจริงไหมล่ะ?"
“แก!!” คนเป็นแม่ดูไม่ชอบใจเลยที่อีกฝ่ายพูดถึงลูกของเธออีกคน
“งั้นผมขอพูดคุยกับคุณพ่อได้ไหมครับ?”
“ได้เลยครับ”
ชายหนุ่มก็เดินไปคุยกับตำรวจ ทำเอาคนเป็นแม่ไม่ชอบใจเริ่มอาละวาดมากขึ้นจนกุญแจมือออกจากมือแล้ววิ่งมาทางพวกโพรทาเลีย
“เอาลูกฉันคืนมานะ!!”
“แย่แล้ว!!” ตำรวจนายหนึ่งตกใจทันที
ทุกคนต่างแตกตื่นกันที่ผู้ต้องหาหลุดจากกุญแจมือได้นั้นทำให้พวกโพรทาเลียอยู่ในอันตรายทันที แต่ว่าเมื่อโพรทาเลียเห็นแบบนั้นเธอกอดเด็กไว้แน่นก่อนจะใช้เท้ายกขึ้นถีบลงหน้าของคนเป็นแม่ไปทันทีทำให้เธอหยุดชะงักก่อนจะล้มลงไปกับพื้นทันทีเจ้าหน้าที่แต่ละคนรีบมาจับกุมเธอทันที
“พวกเธอไม่เป็นไรนะ?”
“ไม่น่าถามพวกเรานะคะ น่าจะถาม...” เอสเทลมองคนแม่ที่สลบไปแล้วแถมใบหน้ามีรองเท้าของหลานสาวติดอยู่
“งั้นพวกผมขอไปผู้ต้องหาไปเข้าห้องขังก่อนนะครับ!”
คุณตำรวจรวบตัวทั้งสองคนไปห้องขังทันทีส่วนชายที่บอกว่าเป็นพ่อนั้นคุยกับเจ้าหน้าที่จบก็เดินมาหาพวกเธอทันทีพร้อมกับรอยยิ้มที่โพรทาเลียไม่ค่อยชอบเท่าไร
“ดูเหมือนท่านจะจัดการทุกอย่างจบแล้วสินะอะพอลโล!”
“อะพอลโล?” โฟกัสได้ยินแบบนั้นก็ตกใจทันที
แต่โพรทาเลียกับมีความรู้สึกกับเขาแบบแปลกๆแปลกแบบที่เธอไม่เคยรู้สึก
“จบแล้วล่ะนะแล้วก็เอกสารนี่ข้าฝากเจ้าให้ลูกชายข้าด้วยนะ!”
อะพอลโลยื่นเอกสารให้โพรทาเลียโพรทาเลียมองเอกสารชั่วคราวให้คนเป็นพี่ชายดูแลน้องสาวแต่พอมองชื่อในเอกสารทำให้โพรทาเลียอึ้งเลยว่าพี่ชายของเด็กคือใคร
“เอ๋...นี่? โอลิเวอร์กับเด็กคนนี้เป็นพี่น้องกันเหรอ?!” โพรทาเลียเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย
“ถูกต้องน่านะข้าดันพลาดมารักหญิงคนเดิมเข้า ข้าเซ็งหน่อยๆ น่านะ เอาล่ะงั้นข้าไปนะ เอสเทลไม่มีธุระอะไรไม่ต้องโทรหาข้าอีกนะ แต่ถ้าไปเดทกับข้าก็โทรมานะ”
“ข้ามศพพี่ชายฉันไปก่อนไหม? อะพอลโล!”เอสเทลยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ทำเอาอะพอลโลมีสีหน้าเจื่อนๆ ไปทันที
“แหะๆ งั้นข้าไปก่อนล่ะ ฝากลูกข้าด้วยนะ!”
อะพอลโลเดินมาข้างๆโพรทาเลียพร้อมกับยกมือแตะที่ศีษระของเธอเบาๆ ก่อนจะเดินออกจากสถานีตำรวจไป ทิ้งความงุนงงไปก่อนที่สามสาวจะได้สติทันที
“เมื่อกี้เขาว่าไงนะ!!”
ทั้งสามสาวตั้งสติได้ก็ได้รู้ว่าอะพอลโลดันทิ้งลูกตัวเองไว้ให้พวกเธอดูแลซะงั้นนั้นทำให้เอสเทลโกรธมากๆที่เทพอย่างอะพอลโลกล้าทิ้งลูกไว้กับพวกเธอจริงๆแต่ที่แย่ที่สุดคือตอนนี้เลยเวลาที่พวกเธอควรกลับที่พักแล้วนี่สิ ทำให้โฟกัสต้องโทรไปหาโทมัสถึงจะเสี่ยงกับการใช้มือถือแต่ดีที่มีมือถือที่เฮเฟตัสสร้างขึ้นทำให้ปลอดภัยขึ้นสักเล็กน้อย
“ใช่แล้วค่ะพวกเราเลยจะไปค้างบ้านของคนรู้จักที่อยู่แถวๆ นี่นะคะ”
“อืมๆ ระวังตัวด้วยนะ เจอพวกปีศาจก็รีบหนีอย่าไปต่อสู้ล่ะ พวกเธอยังไม่เคยเจอปีศาจตัวจริงๆ นะ”
“ข้าเข้าใจแล้วค่ะ”
โฟกัสคิดเลยว่าตัวเองเคยเจอมาหลายครั้งล่ะยิ่งพี่สาวเธอคงเจอมาเยอะกว่าเธอแน่ๆ
“งั้นแค่นี้นะคะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้เช้าค่ะ” โฟกัสคุยเสร็จก็เดินไปหาพี่สาวและน้าสาวทันทีพวกเธอกำลังคุยกับเด็กน้อยอยู่
“ตั้งแต่วันนี้เธอต้องอยู่กับพวกพี่ๆ นะ” เอสเทลย่อตัวคุยกับเด็กน้อย
“เดี๋ยวจะพาไปหาพี่ชายนะ”
“พี่ชาย...พี่โอลิเวอร์!” พอพูดถึงพี่ชายเด็กน้อยก็ดูจะร่าเริงขึ้นมาทันที
“ใช่ เดียวพี่ๆทำงานอะไรเสร็จจะพากลับไปหาพี่ชายนะ เอ่อ...หนูชื่ออะไรนะ?”
“โนอาห์ มิวเลอร์ ค่ะ”
“โนอาห์...ทำไมชื่อเหมือนผู้ชายจัง...” โพรทาเลียรู้สึกว่าคนเป็นแม่ตั้งชื่อได้ไม่เหมาะกับเด็กน้อยเลยจริงๆ
“จริงด้วย…” เอสเทลพยักหน้าทันที
โฟกัสฟังอยู่สักพักก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นมา “เอาล่ะ ถึงเวลากลับกันแล้วล่ะ!”
โพรทาเลียหันไปน้องสาวทันที “กลับที่พักเหรอ?”
“เลยเวลาแล้ว ที่พักปิดไปแล้วล่ะนะคะพี่หนูเลยขอโทมัสว่าจะไปค้างบ้านคนรู้จักนะคะ”
“บ้านใครเหรอ?” โพรทาเลียเอียงคอมองอย่างสงสัย
เอสเทลได้ยินก็ยิ้มอย่างชอบใจทันที เธอเข้าไปประชิดข้างๆโพรทาเลีย “ก็บ้านเราไง!”
“เอ๋!?” โพรทาเลียมองอย่างงแต่ในหัวของโพรทาเลียตอนนี้กำลังคิดเลยว่าคืนนี้ได้วุ่นวายแน่ๆ
จบตอนที่ 49 โปรดติดตามตอนที่50 ต่อไป
-------------------------------------------------------------
ข้อความจากไรท์
กลับมาอีกครั้งแล้วจ้า!ขอโทษทุกคนที่ทำให้รอและค้างกับนิยายของไรท์นะคะ ช่วงนี้กลับมาว่างอีกครั้งแล้วตอนนี้ไรท์กำลังนิยายเรื่อยๆอยู่นะคะ จนตอนนี้เกินตอนที่ 50 แล้วนะคะ โอ้แต่ละคนคงบอกแน่ๆว่าทำไมไม่ลงเยอะๆให้อ่าน คิกๆ อยากแกล้งคนอ่านนะ ฮ่าๆล้อเล่นๆค่ะ อยากให้ไปเรื่อยๆนะ ไม่อยากให้รีบร้อนเพราะบางอย่างไรท์ต้องหาข้อมูลด้วยน่ะ ไม่ได้แต่งเล่นๆเลยเรา ฮ่าๆ
เอาล่ะๆ แต่ก็ดีใจที่ทุกคนมาอ่านกันนะคะตอนนี้ก็เปลี่ยนเวลาลงอีกแล้ว จะลงทุกวันเสาร์ ส่วนเวลาก็เวลาเดิมคือ 16:00 น.นะจ๊ะ อยากลืมกดให้กำลังใจกันด้วยนะ บายๆ