ย้อนเวลาสู่ยุค 80 : สาวอวบผงาดฟ้า เปลี่ยนชะตามหาเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 53 สามบ้านผลัดกันดูแล

            ใครที่รู้จักมักคุ้นกับจ้าวหงเหมยสักหน่อยย่อมรู้ดีถึงอุปนิสัยใจคอของเธอ

            ความอ่อนโยนและซื่อตรงของจ้าวหงเหมยนั้นเลื่องลือไปไกลไม่ใช่แค่ในครอบครัวสามีเท่านั้นแม้แต่ในหมู่บ้านซิ่วสุ่ยที่มีบ้านเรือนอยู่ราวพันครัวเรือนก็ด้วยหากมีการจัดอันดับแม่ศรีเรือนดีเด่นจ้าวหงเหมยจะต้องอยู่ในสิบอันดับแรกอย่างแน่นอน

            ด้วยความที่เป็นคนอ่อนโยนและซื่อตรงจ้าวหงเหมยคงไม่น่าพูดเท็จ และเธอก็ยังเป็นคนง่ายๆ ไม่ชอบคิดเล็กคิดน้อย

            ดังนั้นอาสามจึงไม่ได้สงสัยในสิ่งที่จ้าวหงเหมยพูดเมื่อครู่นี้แม้แต่น้อย

            เมื่อทราบถึงต้นสายปลายเหตุที่บ้านรองส่งเสียงดังโวยวายเรื่องแบ่งของอาสามก็หน้าดำคร่ำเครียดขึ้นกว่าเดิม

            เขาก็ไม่ใช่คนใจกว้างอะไรนักตลอดหลายปีที่ผ่านมา ของขวัญที่ญาติพี่น้องนำมาให้ในวันเกิดของแม่เฒ่าก็ตกเป็นของบ้านสามไปโดยปริยาย ไม่ใช่แค่สะใภ้สามที่คิดว่าสมควรแล้วแม้แต่อาสามเองก็คิดเช่นนั้น

            "ในเมื่อพูดกันไว้แล้วว่าจะแบ่งของ ก็แบ่งกันไปเถอะ" อาสามพูดเสียงลอดไรฟัน "สะใภ้รองจัดหาเสื้อตัวใหม่ให้แม่ของเราของสิ่งนั้นก็ควรให้สะใภ้รองได้ส่วนแบ่งไปมากกว่าหน่อยส่วนที่เหลือก็ให้บ้านเรากับบ้านพี่ใหญ่แบ่งกันไป"

            "ยังไงซะ เจ้าสามก็ยังยุติธรรม" สะใภ้รองเอาแต่ยิ้มเธอไม่ทันสังเกตเลยว่าใบหน้าของอาสามนั้นถมึงทึงจนดูน่ากลัว

            สะใภ้สามคิดว่าสามีจะออกมาช่วยสนับสนุนเธอแต่ไม่คิดว่าเขาจะเห็นด้วยกับการแบ่งของ แถมยังให้บ้านรองได้ส่วนแบ่งมากกว่าส่วนที่เหลือให้พวกเขากับบ้านพี่ใหญ่แบ่งกัน แล้วมันยุติธรรมตรงไหนกัน?

            "คุณคะ เอาของแบ่งให้บ้านสะใภ้รองได้ แต่พี่สะใภ้ใหญ่ก็บอก..."

            "หุบปากไปซะ!" อาสามยังไม่ทันให้ภรรยาพูดจนจบก็ตวาดเสียงดัง

            เมื่อสามีอาละวาดแม้จะไม่เต็มใจเพียงใดสะใภ้สามก็ไม่กล้าโวยวายอีก ได้แต่ก้มหน้าลงอีกครั้ง

            เธอกลัวสามีโมโหจริงๆเพราะเวลาที่อาสามโมโห ไม่เพียงแต่จะด่าทอ แต่ยังลงไม้ลงมือด้วย

            เมื่อก่อนทางบ้านของสะใภ้สามยืนกรานให้สกุลหูซื้อจักรเย็บผ้าให้ถ้าไม่ซื้อก็จะไม่ยอมให้ลูกสาวแต่งเข้ามา

            พอถึงคราวที่ลูกชายของพวกเขาจะแต่งงานบ้างทางฝ่ายหญิงก็ยืนกรานให้พวกเขาซื้อจักรเย็บผ้าให้เช่นกัน

            บ้านเดิมของสะใภ้สามไม่มีปัญญาซื้อจักรเย็บผ้าแต่เพราะอยากให้ลูกคนโตได้แต่งงานอย่างราบรื่นเธอจึงเอาจักรเย็บผ้าที่ฝั่งบ้านสามีซื้อให้ ยกให้ฝั่งบ้านเดิมของตน

            เมื่อเธอเห็นว่าสามีกับแม่สามีไม่อยู่บ้านก็เลยให้คนของบ้านฝ่ายหญิงมาขนจักรเย็บผ้าไป

            เมื่อแม่เฒ่าหูกับอาสามกลับมาเห็นว่าจักรเย็บผ้าหายไปก็ย่อมไม่ยอมง่ายๆ แน่นอน

            ด้วยการยุของแม่เฒ่าหูอาสามจึงซ้อมสะใภ้สามที่เข้าข้างคนนอกอย่างหนักพร้อมทั้งสั่งให้เธอไปเอาจักรเย็บผ้ากลับคืนมา

            สะใภ้สามที่โดนซ้อมก็ทิ้งลูกที่ยังไม่ได้หย่านมไว้ที่บ้านแล้ววิ่งกลับไปที่บ้านเกิด ไม่ยอมกลับมา แถมยังประกาศว่าจะหย่ากับอาสามด้วย

            ตอนนั้นหูเจี้ยนหมิงยังไม่ถึงขวบดียังต้องการแม่อยู่ อาสามจึงจำใจต้องทำตัวเหมือนหลานชายไปงอนง้อขอคืนดีกับภรรยาที่บ้านพ่อตาแม่ยาย

            ส่วนจักรเย็บผ้าที่ถูกขนไปอาสามก็ไม่เอาแล้ว

            ก่อนที่หูเจี้ยนหมิงจะอายุสามขวบสะใภ้สามมีอารมณ์ฉุนเฉียวมาก เพียงแค่ไม่พอใจเล็กน้อยก็จะทิ้งลูกหนีกลับไปบ้านเกิดทันที

            แต่พอหูเจี้ยนหมิงโตขึ้นมาหน่อยการพึ่งพาแม่ก็ไม่มากเท่าเดิมแล้ว เมื่อสองสามีภรรยาทะเลาะกันสะใภ้สามทิ้งลูกหนีกลับไปบ้านเกิดก็ไม่สามารถบีบบังคับสามีกับแม่สามีได้อีกต่อไป 

            นานวันเข้าต่อให้เธอไม่ยอมกลับมาเอง คนฝั่งบ้านเดิมก็จะไล่เธอกลับมา

            เมื่อรู้ว่าการทิ้งลูกหนีกลับไปบ้านเกิดใช้ไม่ได้ผลกับสามีแล้วสะใภ้สามจึงยิ่งอ่อนน้อมถ่อมตนต่อหน้าสามีและแม่สามีมากขึ้น

            อาสามตะคอกใส่ภรรยาเสร็จก็ผ่อนเสียงลงเล็กน้อย "พี่สะใภ้ใหญ่อย่าเก็บคำพูดของแม่เจี้ยนหมิงไปใส่ใจเลยนะ"

            จ้าวหงเหมยยิ้มอย่างอ่อนโยน"คนในครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น ฉันจะไปคิดเล็กคิดน้อยอะไรได้ส่วนของขวัญที่ญาติๆ เอามาให้แม่ในวันเกิด พวกเราไม่เอาแล้วจริงๆอย่างที่น้องสะใภ้สามว่า วันนี้เยวี่ยเยวี่ยเป็นหัวหน้าแม่ครัวต้องสิ้นเปลืองน้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชูของบ้านพวกเธอไปไม่น้อย ถ้าพวกเรายังมาแบ่งของอีกก็เท่ากับว่าพวกเราที่เป็นพี่ใหญ่มาเอากำไรจากบ้านน้องชายแล้วสิ"

            จ้าวหงเหมยยังคงใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนเช่นเคยแต่คำพูดที่พูดออกมานั้นไม่ว่าจะพินิจพิเคราะห์อย่างไรก็ให้ความรู้สึกแปล่งๆ

            อาสามฟังอย่างไรก็รู้สึกว่าพี่สะใภ้ใหญ่กำลังตำหนิบ้านสามของพวกเขา

            อาสามหัวเราะแห้งๆแล้วกล่าวต่อจากจ้าวหงเหมย "พี่สะใภ้ใหญ่แม่เจี้ยนหมิงไม่รู้เรื่องรู้ราว ถ้าเธอพูดอะไรไม่เข้าหูพี่สะใภ้กับหลันเยวี่ยก็อย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะ วันนี้หลันเยวี่ยเป็นหัวหน้าแม่ครัวทำอาหารให้ญาติๆ กับแม่ของเรากินกันอย่างเอร็ดอร่อย ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว!"

            "เจ้าสาม ในเมื่อพวกเราบอกว่าไม่เอาของ ก็คือไม่เอาจริงๆนี่ก็ผ่านมานานแล้ว ฉันต้องกลับบ้านไปให้นมลูก" จ้าวหงเหมยพูดจบก็เก็บของของตนเองเตรียมจะออกไป

            หูหลันเยวี่ยกับถิงถิงก็รีบเดินตามจ้าวหงเหมยไป

            สะใภ้รองไม่ได้ไปพร้อมกับจ้าวหงเหมยและลูกๆแต่จะรอแบ่งของให้เสร็จก่อนแล้วค่อยกลับ

            อาสามหน้าดำคร่ำเครียดทำการรวบรวมของขวัญทั้งหมดที่ญาติๆ นำมาแล้วให้สะใภ้รองหยิบเอาส่วนที่พวกเขาจะแบ่งไป

            จากนั้นอาสามก็แบ่งส่วนที่เหลือให้เท่าๆกัน

            อาสามนำของส่วนบ้านพี่ใหญ่ไปส่งให้ด้วยตนเอง

            วันนี้เป็นวันเกิดของแม่เฒ่าหูฉางหมินก็ดื่มไปไม่น้อย พอเหล้าเข้าปาก หูฉางหมินก็ง่วง

            พอเลี้ยงฉลองเสร็จเขาก็กลับบ้านไปนอน

            ตอนที่อาสามเอาของมาให้หูฉางหมินก็ยังนอนหลับอยู่

            เมื่อเห็นอาสามเอาของมาให้จ้าวหงเหมยก็รีบตำหนิ

            "เจ้าสาม เธอนี่ก็จริงๆ เลย บอกแล้วว่าพวกเราไม่เอาของ เธอก็ยังเอามาให้อีก"

            "พี่สะใภ้ใหญ่ไม่ถือสาพวกเราพวกเราที่เป็นน้องก็ไม่ควรจะทำเป็นไม่รู้เรื่องสิ" อาสามวางของลงบนพื้นห้องโถงอย่างแรง"พี่ชายของผมยังนอนอยู่เหรอครับ?"

            จ้าวหงเหมยพูดอย่างอ่อนโยน"ใช่แล้ว ยังนอนอยู่เลย หรือว่าจะให้ฉันปลุกเขาขึ้นมา?"

            อาสามรีบโบกมือ"ไม่ต้องหรอกครับ ผมคุยเรื่องนี้กับพี่สะใภ้ใหญ่ก็ได้"

            จ้าวหงเหมยรีบยกเก้าอี้ให้อาสามนั่ง

            แต่อาสามไม่ได้นั่ง"พี่สะใภ้ใหญ่ ผมคิดว่าวันเกิดของแม่เราครั้งต่อไปก็ให้พวกเราสามบ้านผลัดกันจัดงานเถอะครับ ต่อไปก็ไม่ต้องรวมเงินกันแล้วถึงคราวบ้านใครออกเงินบ้านนั้นก็รับของขวัญที่ญาติๆ เอามาให้ไปเลยจะได้ไม่ต้องวุ่นวาย พี่สะใภ้ใหญ่คิดว่ายังไง?"

            เห็นได้ชัดว่าจ้าวหงเหมยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับข้อเสนอของอาสามแต่ไม่นานเธอก็เข้าใจเจตนา "ตราบใดที่แม่ของพวกเรากับพวกน้องชายทั้งสองคนรู้สึกว่าทำแบบนี้ได้ฉันกับพี่ชายของเธอก็ไม่มีความเห็นหรอก"

            "เดี๋ยวผมจะไปปรึกษากับแม่ของพวกเราและพี่รองกับพี่สะใภ้รองดู"อาสามพูดอย่างอึดอัด

            การที่ต่อไปจะให้สามบ้านผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันจัดงานวันเกิดให้แม่เฒ่านั้นเป็นวิธีการที่อาสามคิดออกระหว่างทางที่เอาของมาส่ง

            ถ้าหากปีไหนไม่ได้แบ่งของอาสามก็ยินดีให้สามบ้านรวมเงินกัน จัดงานเลี้ยงวันเกิดที่บ้านสามของพวกเขา

            ในเมื่อจะต้องแบ่งของกันอาสามก็รู้สึกเหมือนกับภรรยาของเขาที่ว่าถ้ายังจัดงานเลี้ยงวันเกิดที่บ้านสามต่อไป พวกเขาคงขาดทุนย่อยยับ!

             

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาสู่ยุค 80 : สาวอวบผงาดฟ้า เปลี่ยนชะตามหาเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159