รดีซ่านทรวง

    ตอนที่ 9 ผัวของนาง


    ปัณณวัตรก้าวขึ้นเรือน ทันทีที่เห็นใบหน้าของหญิงสาวเศร้าหมอง ท่าทางเหม่อลอย และคราบน้ำตาเกาะอยู่ที่ข้างแก้ม คราวนี้เขาไม่เก็บปาก เพราะถือว่าเรื่องส่วนตัวของเธอเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาแล้ว“ร้องไห้ทำไม”อนงค์นางที่นั่งอยู่บนพื้นสะดุ้ง เขากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอไม่รู้สึกตัวเลย พอช้อนตามองไปที่ใบหน้าคร้ามหนวดเครา ก็เกิดอาการอยากจะร้องไห้ขึ้นมาอีกเสียอย่างนั้น ราวกับเป็นเด็กเล็กๆ ที่ถูกผู้ปกครองดุ“ร้องไห้ทำไม”เขาถามย้ำอีกครั้งด้วยโทนเสียงเดิมคือเรียบแต่เน้นหนัก เธอตอบไม่ออกจริงๆ เพราะไม่กล้าพูดเรื่องอันน่าอายที่เกิดขึ้นในอดีตให้เขาฟัง“ไม่อยากเล่า แต่ต้องเล่า”“ฉัน...”“ผมเป็นสามีของคุณ”น้ำเสียงที่เหมือนจะดุของเขา ทำให้ต่อมน้ำตาของเธอแตก เนื่องจากไม่สามารถเก็บกักอารมณ์ที่แสนรันทดเอาไว้ได้อีกแล้ว ใจต้องการระบายมันออกมา แต่แล้วจู่ๆ เขาก็เปลี่ยนเรื่องคุย เธอจึงลุกขึ้นจากพื้น ซึ่งข้างๆ มีโทรศัพท์มือถือที่กำลังถูกชาร์จแบตวางอยู่“ผมหิวข้าว”“ค่ะ”“มีอะไรกิน”“ฉันแกงมะเขือเปราะกับหมูเอาไว้ค่ะ ในตู้เย็นไม่มีเนื้อหมูแล้ว พรุ่งนี้จะปั่นจักรยานออกไปซื้อนะคะ”เขาเห็นโทรศัพท์มือถือของเธอ แต่ไม่แตะต้องเพื่อตรวจดูข้อมูลที่อยู่ข้างใน เพราะมันไม่ใช่นิสัยของเขา เขาจะเอาคำตอบจากปากของเธอตรงๆ“เล่าเรื่องที่เกิดกับคุณให้ผมฟังหน่อย”มือที่กำลังตักข้าวใส่จานให้หยุดชะงัก แล้วก็เริ่มตักใหม่อีกครั้งจนปิดฝาหม้อข้าว พอหันมาสบสายตาด้วย เธอก็เล่าเรื่องให้เขาฟังเสียงเครือ“ฉันมีแฟน แต่แฟนของฉันทำน้องสาวของฉันท้อง”“ผมเข้าใจแล้ว”“เข้าใจยังไงหรือคะ”อนงค์นางถามเสียงสูงขึ้นด้วยความโกรธ เขาจะเข้าใจอะไร เพราะแววตากับสีหน้าของเขาก็นิ่งจนเดาใจไม่ออก ว่าเขากำลังเยาะเย้ยเธออยู่หรือเปล่า“คุณตัดสินใจที่จะแต่งงานกับคนแปลกหน้า มันต้องมีสาเหตุ”“ใช่แล้วค่ะ ฉันแต่งงานกับคุณเพราะสาเหตุนั้น ก็ไม่เคยคิดนี่คะว่าทั้งคู่จะทำกับฉันได้ โดยเฉพาะน้องสาวของตัวเอง”เธอเบือนหน้าหนีดวงตาของเขา แล้วก็ใช้นิ้วมือเช็ดน้ำตา จู่ๆ มือใหญ่ก็ดึงจานข้าวไปจากมือเธอ ก่อนที่มือสั่นๆ ของเธอจะทำจานหล่นกระแทกพื้น“คุณกับเขาคิดที่จะแต่งงานกันไหม”“ยังค่ะ”“ดีแล้ว”“ดียังไง?”เธอเงยหน้าขึ้นสบสายตาด้วยทันทีอย่างไม่เข้าใจ ตาประสานตา และเขาก็พูดขึ้นมาอีกเสียงเรียบ“ก็ดีตรงที่ว่า...ถ้าคุณแต่งงานกับเขาไปแล้ว คุณจะรู้สึกเจ็บปวดมากกว่านี้”อนงค์นางเถียงไม่ออก เพราะเขาพูดถูก วินาทีแรกที่รู้เรื่อง ใจของเธอเจ็บเจียนคลั่ง แต่จะเจ็บน้อยกว่านี้ ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ ของเธอ“กินข้าวแล้วหรือยัง”“ยังค่ะ ไม่หิวเลย”“ต้องกิน แล้วกินยาตามเวลาด้วย”เขาเปลี่ยนเรื่องคุยปุบปับ จากที่กำลังสนทนากันอยู่เรื่องหนึ่ง นี่กลายเป็นเรื่องอื่นไปเสียแล้ว แถมเป็นเรื่องที่ดุเธอเสียด้วย แต่ทำไมไม่รู้สึกโกรธเลย“ตักข้าวแล้วมากินด้วยกัน จะแค่สามสี่คำก็ต้องกิน ไม่รู้ตัวบ้างหรือไงว่าผอมจนเห็นกระดูกแล้ว”“คุณดุจัง”“นี่แหละนิสัยผม”เขาถือสำรับอาหารแล้วเดินออกไปยังข้างนอก คนมองตามอยากจะหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน แต่หัวเราะไม่ออก แล้วก็หันไปคว้าจานตักข้าวให้ตัวเองแค่ทัพพีเดียว เมื่อลงมือรับประทานอาหารด้วยกัน เวลานั้นท้องฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนสี เมฆสีดำทะมึนลอยมาตามกระแสลม กลิ่นดินเคล้ากลิ่นฝนโชยขึ้นมาจากพื้น ใบไม้พลิ้วไหวตามสายลมจนเกิดเสียง ซึ่งเป็นสัญญาณทางธรรมชาติที่บอกว่า...อีกไม่นานฝนคงจะตกลงมา“ถ้าคุณเข้าเมือง หาซื้อซิมโทรศัพท์ให้ฉันอันหนึ่งนะคะ ฉันอยากเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ค่ะ”ปัณณวัตรยังไม่ทันตอบอะไร โทรศัพท์มือถือของหญิงสาวก็ส่งเสียงดังขึ้นมา เสียงริงโทนเตือนให้รู้ว่ามีคนโทร.มาหา เจ้าของโทรศัพท์เดาอยู่ในใจทันทีว่าเป็นใคร ชีวานนท์แน่ๆ และเมื่อขยับตัวไปหยิบเครื่องมาดู แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ก่อนจะหันกลับไปมองคนที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ด้วยกันร่างสูงกำยำลุกขึ้น เมื่อมือใหญ่ยื่นออกไปข้างหน้า เขากำลังบอกกับเธอว่า...เขาจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง เธอก็ถอดสายชาร์จออกจากตัวเครื่อง แล้วก็ยื่นโทรศัพท์มือถือให้เขา“ฉันไม่อยากคุยกับเขาค่ะ หลังจากที่ออกจากบ้าน ฉันปิดเครื่องเอาไว้ เพิ่งจะมาเปิดเครื่องเมื่อตอนสิบเอ็ดโมง ต้องโทร.หาแม่ค่ะ”“คุณแต่งงานกับผมแล้ว ผู้ชายคนอื่นไม่มีสิทธิ์”ใจฟุบแฟบของคนฟังพองขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่ เวลานี้รู้สึกดีเหลือเกินที่ถูกปกป้อง คำพูดของเขาทำให้เธออยากจะร้องไห้ออกมา แต่ด้วยความสุขใจชายหนุ่มกดปุ่มรับสาย หลังจากฟังเสียงแล้วเป็นผู้ชายแน่ๆ เสียงห้าวเข้มเอาเรื่องของเขาก็หลุดออกจากปาก เรื่องอะไรจะให้ผู้ชายอื่นมาตอแยเมียเขา“นางแต่งงานแล้ว ผมคือผัวของนาง”ปลายสายเงียบไป คงตกใจเพราะเป็นผู้ชายรับสาย“ผมรู้เรื่องคุณทุกอย่างแล้ว นางเล่าให้ฟัง อย่ามายุ่งหรือติดต่อกับเมียของผมอีก”อนงค์นางมองสามีทางนิตินัยพูดโต้งๆ แบบสวนหมัดออกไป ใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาอย่างประหลาด แล้วดวงตาคู่คมกริบของเขาก็หันมามองเธอ เนื่องจากปลายสายตัดสัญญาณโทรศัพท์ทิ้งไปแล้ว“ปิดเครื่องเสีย”“ค่ะ”“ผมจะหาเบอร์ใหม่ให้คุณเร็วๆ นี้”“ค่ะ”เขาส่งโทรศัพท์มือถือให้เธอ แล้วก็หันยกสำรับอาหาร ก่อนจะเดินเข้าไปในครัว โดยมีดวงตากลมโตมองตามหลัง แล้วก็หลุบสายตามองสิ่งที่อยู่ในมือ ผู้ชายไม่ดี ทำไมต้องไปสนใจด้วย คนที่ผิดคือชีวานนท์ ไม่ใช่สิริวรรณหรอก เพราะอย่างที่น้องสาวของเธอพูดนั่นแหละ ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังแปะ...แปะ...ฝนตกลงมากระทบหลังคาแล้ว อนงค์นางเบนสายตาออกไปมองด้านนอก ความชื้นคืบคลานเข้ามา ทว่าหัวใจของเธอไม่รู้สึกหนาวเหน็บหรือโดดเดี่ยวเลย เพราะคนที่เธอแต่งงานด้วยโดยปราศจากความรัก เขากำลังทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย แล้วเธอก็พูดกับเขา เมื่อเขาเดินออกมาจากห้องครัว“ฝนตกแล้ว”“ใช่”“คุณจะเข้าไปในสวนอีกไหมคะ”“ไม่แล้ว พรุ่งนี้งดเก็บผลผลิตหนึ่งวัน”เธอยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ที่โถงกลางบ้าน เพราะทำอะไรไม่ถูก หลังจากเห็นเขาหยิบหมอนออกมาจากห้องนอน ร่างสูงกำยำก็ล้มตัวลงนอนที่ชานระเบียงหน้าบ้าน“จะนอนด้วยกันไหม”“คะ?”“คงไม่สินะ”เขาจะรู้บ้างไหม ว่าคำถามของเขาเมื่อกี้ ส่งผลให้หัวใจของเธอเต้นเร็ว และแก้มแดงแปร๊ดด้วยความเขินอายขึ้นมา