ตอนที่ 3 คนรัก
ผมนอนกอดกับฝ้ายแฟนของผมโดยหวังว่าการที่ผมมีเซ็กส์กับฝ้ายมันอาจจะช่วยเยียวยารักษาาแในใจของผมลงไปได้แต่เปล่าเลยมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกรังเกียจตัวเองมากยิ่งขึ้นไปอีกผมนอนกอดฝ้ายด้วยหัวใจอันว่างเปล่าและวังเวง ความรู้สึกแปลกๆนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับผมมาก่อน
“นี่ เื่งานน่ะหาไปถึงไหนแล้ว” ฝ้ายถามผมในขณะที่ผมนอนกอดเธออยู่
“อืม ก็หาๆ อยู่” ผมตอบไปแบบนั้นแล้วพลันคิดไปถึงเงินแสนกว่าบาทที่ผมมีอยู่ตอนนี้จากการเอาตัวเองไปเป็ทาสรองรับอารมณ์ของไอ้คนที่ผมไม่รู้แม้กระทั่งชื่อมัน
“พ่อกับแม่ฝ้ายถามว่า เก็บเงินได้เท่าไหร่แล้ว จะทันแต่งปีนี้มั้ย”ฝ้ายเงยหน้าขึ้นมาถาม
ผมไม่ได้ตอบคำถามของฝ้ายแต่ยื่นโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเปิดแอปพลิเคชั่นแสดงยอดเงินในบัญชีให้อีกฝ่ายดูเพราะผมเพิ่งเอาเช็คนั่นไปขึ้นเงินแล้วโอนเก็บไว้ในบัญชีตัวเอง
“โอ้โห เก็บได้เยอะเหมือนกันนี่ เก่งนะเนี่ย” ฝ้ายยิ้มอย่างดีใจแล้วหอมแก้มผมหลายที
“เก็บอีกหน่อย ก็คงได้ทันแต่งปลายปีนี้ ฝ้ายรอได้มั้ย” ผมโอบกอดร่างบางนั้นแล้วโยกร่างเธอไปมาเบาๆ
“รอมาตั้งห้าปี รออีกแค่นี้คงไม่ตายหรอก”
ในเวลานี้ผมรู้สึกผิดต่อฝ้ายมากผมรู้ว่าฝ้ายรักผมมาก แล้วผมเองก็รักฝ้ายมากเช่นกันผมไม่อยากให้ฝ้ายต้องมารับรู้และเสียใจกับเื่บ้าๆ นี่
ผมยังจำได้ทุกรายละเอียดั้แ่ผมตามจีบฝ้ายสมัยเราสองคนเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่งด้วยกันกว่าฝ้ายจะตกลงเป็แฟนกับผมได้ก็เข้าปีสองไปแล้วผมและฝ้ายเราต่างเป็รักแรกของกันและกัน มันจึงมีอะไรหลายอย่างระหว่างเราที่ผูกพันกันเอาไว้
“นอนได้แล้ว พรุ่งนี้ไปทำงานอีกนี่ คราวหน้าไม่ต้องมาหรอกเดี๋ยวอินทร์ไปหาฝ้ายเอง” ผมยกมือขึ้นมาลูบหัวหญิงสาวซึ่งนอนซบอยู่กับอกผมอย่างทะนุถนอม
ฝ้ายทำงานเป็พนักงานบัญชีอยู่ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเงินเดือนหลายหมื่นบาทผมไม่อยากให้ฝ้ายต้องเดินทางลำบากจึงช่วยเธอหาหอพักใกล้ๆ ที่ทำงานเพื่อจะได้สะดวกไม่ต้องขึ้นรถ ลงรถให้ลำบาก ก็รู้กันอยู่ว่าการจราจรในกรุงเทพ่เช้าเวลาเร่งรีบรถติดขนาดไหนผมไม่อยากให้ฝ้ายเหนื่อยกับการเดินทาง
ส่วนผมเคยทำงานอยู่แถบชานเมืองไกลออกมาผมจึงมาอยู่ อพาร์ทเม้นท์นี้เพราะใกล้ที่ทำงานซึ่งราคาไม่แพงเราตัดสินใจแยกกันอยู่ และเพราะความรัก ความเชื่อใจทำให้ผมกับฝ้ายไม่เคยมีปัญหากัน ตลอดระยะเวลาสองปีที่เราแยกกันอยู่ผมและฝ้ายสลับกันไปมาหาสู่ ผมไปนอนหอฝ้ายบ้างและบางครั้งอย่างเช่นวันนี้ฝ้ายเป็ฝ่ายแวะมานอนกับผมแบบนี้ทุกอาทิตย์สลับกันไป
“ก็อินทร์เล่นหายไปเลย โทรมาก็ไม่ค่อยรับสาย ฝ้ายเลยแอบมาดูเผื่อว่าอินทร์จะแอบซุกใครไว้”
“จนจะแต่งงานกันอยู่แล้ว อินทร์จะไปซุกใครที่ไหนล่ะนอนได้แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าอินทร์ไปส่งที่ทำงานนะ” ผมก้มลงจูบเบาๆ บนหน้าผากบางมองดูรอยยิ้มบนใบหน้าของฝ้ายด้วยหัวใจอันเ็ป
ในความสลัวของห้องเล็กๆนี้ ฝ้ายเงียบเสียงไปนานแล้ว ผมเดาว่าเธอคงหลับเพราะเมื่อครู่ผมกับฝ้ายเรามีอะไรกันไปสองรอบผมไม่อยากทำให้ฝ้ายสงสัยเพราะทุกครั้งเวลาฝ้ายมาหาเราจะมีอะไรกันไม่เคยขาดและผมไม่เคยปล่อยให้แฟนผมต้องมานอนหงุดหงิดอารมณ์เสียเพราะอารมณ์ค้างด้วยประการทั้งปวง
ผมนอนลืมตาโพลงอยู่อย่างนั้นไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ผมลุกขึ้นมาเอาหลังพิงกับหัวเตียงเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักที่ผมยัดเอากระดาษใบเล็กเขียนจำนวนเงินซึ่งผมได้รับจากการนอนกับไอ้บ้านั่นมาดูอีกครั้ง “สองหมื่นบาทถ้วน”
ครืดดดครืดดด โทรศัพท์มือถือของผมสั่นอยู่ข้างๆตัวเพราะตอนกลางคืนผมจะตั้งเป็ระบบสั่นเพื่อไม่ให้เสียงโทรศัพท์มันมารบกวนเวลานอน สายเรียกเข้าเป็เบอร์โทรซึ่งผมไม่คุ้นเคยผมไม่ได้สนใจมันเพราะเห็นว่าเป็เบอร์โทรจากคนไม่รู้จักจึงกดตัดสายทิ้งไปทันทีแต่เบอร์แปลกๆ นั้นยังคงโทรมาไม่ยอมหยุด
“แม่งโรคจิตที่ไหนวะ” ผมกดตัดสายเป็ครั้งที่สิบสองแล้วั้แ่ไอ้โทรศัพท์หมายเลขแปลกๆนั่นโทรเข้ามา
“รับสายฉัน ไม่อย่างนั้น ฉันจะโทรเข้าเครื่องแฟนเธอ”
มันเป็ข้อความส่งเข้ามาในเครื่องของผมข้อความซึ่งทำให้ผมใแล้วรีบหันมองไปรอบตัว ไอ้บ้านั่นอีกแล้วมันเป็ใครกัน มัน้าอะไรจากผมกันแน่ที่มันได้จากผมไปมันยังไม่พออีกอย่างนั้นหรือ
ครืดผมสะดุ้งจนสุดตัว เมื่อโทรศัพท์ของผมสั่นขึ้นอีกครั้งและหน้าจอนั้นยังคงแสดงหมายเลขเบอร์โทรซึ่งผมกดตัดสายทิ้งมาตลอด ผมวางนิ้วมือของตัวเองไปบนหน้าจอแบบทัชสกรีนแล้วเลื่อนไปด้านข้างอย่างช้าๆ
“........”ผมกดรับสายแต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป
“พรุ่งนี้ มาหาฉันที่คอนโดตอนหนึ่งทุ่มตรงนะ” เสียงเรียบนิ่งนั้นดังมาจากปลายสายผมไม่รู้ว่าไอ้เลวนั่นมันหลุดมาจากนรกขุมไหน แต่ผมรู้สึกขยะแขยงเสียงมันที่สุด
“กูไม่ไป” ผมตอบกลับมันไปด้วยเสียงกระซิบเพราะไม่อยากทำให้ฝ้ายตื่น
“ฉันจะรอ” ไอ้บ้านั่นกดตัดสายผมทิ้งไปดื้อๆ
ผมสับสนไปหมดในใจลังเลว่าตัวเองควรจะทำยังไงดี แต่ที่แน่ๆ ผมจะไม่ไปหามันผมจะไม่ให้มันมาทำเื่เลวระยำกับผมอีก ผมควรไปแจ้งความหรือเปล่านะว่าผมถูกคุกคาม
แต่ถ้าแจ้งความเื่ราวอาจจะบานปลายใหญ่โตฝ้ายต้องรู้เื่นี้ พ่อแม่ฝ้าย พ่อแม่ผม เพื่อนๆ ผม เพื่อนฝ้ายผมนั่งหลับตาในมือนั้นกำโทรศัพท์ตัวเองแน่น
“อินทร์ ทำอะไรทำไมยังไม่นอน” ฝ้ายผงกหัวขึ้นมาถามผมด้วยท่าทางงัวเงีย
“อืม จะนอนแล้ว” ผมล้มตัวลงนอนแล้วดึงคนข้างๆ มากอดแต่ไม่ว่าจะข่มตายังไงผมก็หลับไม่ลงจริงๆ
ตอนเช้าผมไปส่งฝ้ายที่ทำงานตามที่สัญญาเอาไว้ทุกครั้งฝ้ายจะมีความสุขมากเวลาที่ผมมาส่ง ก่อนขึ้นไปทำงานผมยังพอมีเวลานั่งกินโจ๊กข้างตึกซึ่งฝ้ายทำงานอยู่เพื่อนๆ ที่ทำงานฝ้ายเดินผ่านไปผ่านมาแซวฝ้ายและผมตลอด เราสองคนคบกันมานานเพื่อนๆของฝ้ายผมจึงรู้จักทุกคน เพราะเวลามาที่ทำงานหรืองานเลี้ยง บริษัทนัดกินข้าวฝ้ายจะแนะนำให้เพื่อนรู้จักผมทุกคนไม่เคยมีปิดบังความสัมพันธ์
“ฝ้ายไปทำงานล่ะนะ” ฝ้ายหันมาโบกมือลาผม
“อืม ตั้งใจทำงานล่ะ ไว้อินทร์จะโทรหา”
ผมเรียกรถแท็กซี่ให้ไปส่งยังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเพื่อเดินเล่นซื้อของนิดหน่อย แวะหาข้าวกินแล้วเอาเช็คอีกใบไปขึ้นเงินผมโอนเงินหนึ่งแสนบาทแรกให้กับฝ้าย เพื่อเป็เครื่องยืนยันว่าเงินส่วนนี้ผมให้เธอเก็บไว้แล้วจะไปแต่งงานกับเธอแน่นอน
ฝ้าย : อินทร์โอนเงินมาทำไมอินทร์เก็บไว้ก็ได้นี่ // ฝ้ายโทรกลับมาหาผมในทันที
ผม : ไม่เป็ไรหรอก ถ้าอินทร์เก็บไว้อินทร์กลัวเอาไปกินเหล้าหมด ฝากฝ้ายเอาไว้ดีกว่า ฝ้ายจะได้สบายใจไงว่าอินทร์จะมีเงินไปขอฝ้ายแน่นอน
ฝ้าย : จ้า จริงสิอินทร์ ไปสมัครงานเอาไว้เหรอมีคนโทรมาหาฝ้าย บอกว่าติดต่ออินทร์ไม่ได้เลย เขาบอกว่าที่นัดไว้อย่าลืมนะ
ผม : ………. // ผมยืนตัวชาทำอะไรไม่ถูก
ฝ้าย : อินทร์ เป็อะไรมั้ย อินทร์...อินทร์ได้ยินหรือเปล่า
ผม : อืม ได้ยิน ฝ้าย......อินทร์รักฝ้ายนะ
ฝ้าย : จ้ารู้แล้วว่ารัก ฝ้ายก็รักอินทร์นะ
ผมหายใจหอบๆรู้สึกอึดอัดในใจอย่างบอกไม่ถูก ไอ้บ้านั่นโทรไปหาฝ้ายอย่างนั้นเหรอผมจะทำยังไงกับมันดี ฝ้ายจะรู้เื่ระหว่างผมกับมันไม่ได้ ผมไม่อยากให้ฝ้ายเสียใจผมจะทำยังไงดี ผมนั่งจมอยู่กับความคิดอันสับสนวุ่นวายของตัวเองอยู่นานแล้วจึงตัดสินใจลุกขึ้นไปเรียกรถแท็กซี่
ผมเปิดประตูห้องของผมผลักเข้าไปข้างในผมจะไม่กลับไปหามันอีก พอแล้ว พอที ผมไม่้าให้มันมาทำเื่ระยำๆกับผมอีกเป็ครั้งที่สาม ผมวางของที่ซื้อมาลงบนโต๊ะจัดการถอดเสื้อยืดของผมออกโยนมันใส่ลงไปในตะกร้าผ้าถอดกางเกงยีนตัวโปรดของผมออกแล้วโยนไปพาดไว้บนเตียง ผมเดินตัวเปล่าๆเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำจนสดชื่นดีแล้วจึงเดินออกมา
ผมยืนตัวชาอยู่กับที่ขยับเขยื้อนตัวไม่ได้เลยเมื่อคนที่กำลังนอนเล่นอยู่บนเตียงผมคือคนที่ผมปฏิเสธจะไปหามันผมไม่คิดว่ามันจะกลับมาหาผมที่อพาร์ทเม้นท์นี่
“มึงมาทำไม” ผมถามมันทันที ในใจนั้นรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“ฉันบอกให้เธอไปหาฉันไม่ใช่เหรอ” เสียงเย็นๆ ไร้อารมณ์นั้นดังขึ้น
“กูไม่เคยบอก ว่ากูจะไปหามึง กูไม่้าไปหามึงและจะไม่มีวันไปหามึงด้วยออกไปจากห้องกูได้แล้ว” ผมไล่มันทันที มือทั้งสองคว้าเอาผ้าเช็ดตัวซึ่งพาดอยู่กับไม้แขวนเสื้อหน้าตู้เสื้อผ้า มาคาดเอวอย่างรวดเร็วเพราะสายตาทุเรศๆของมันกำลังจ้องผมอยู่อย่างไม่น่าไว้ใจ ผมรู้สึกขยะแขยงสายตาคู่นี้จริงๆ
“ได้ ถ้าเธอไม่ไป ถ้าอย่างนั้นที่นี่ก็ได้ ฉันไม่เกี่ยง” ไอ้ระยำนั่นลุกขึ้นจากเตียงแล้วถอดเสื้อเชิ้ตของมันออกพร้อมกับปลดเข็มขัดถอดกางเกงออกอย่างรวดเร็วจนผมตั้งตัวไม่ติดท่อนเนื้อแท่งใหญ่เด้งผงาดขึ้นมาอยู่ต่อหน้าผม
“มึงจะทำอะไรอีก” ผมถอยหลังหนีมันไปจนสุด ติดกับประตูห้องอีกด้านซึ่งหากเปิดออกไปจะระเบียงห้อง
“ระเบียงห้องก็ดีนะ ตื่นเต้นดี” เสียงเย็นๆ โรคจิตของมันดังขึ้นผมหันหลังกลับไปมองระเบียงห้องของผม ซึ่งด้านหลังเป็หอพักอีกตึกหนึ่งทันที
“ตื่นเต้นเหี้ยอะไร” ผมร้องด่ามันแล้วถูกผู้บุกรุกกระชากแขนเข้าไปหาตัวมันอย่างแรง
“อย่าคิดว่าจะหนีฉันพ้น”
ไอ้นรกนั่นเหวี่ยงผมลงกับเตียงจนเสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนน่าจะได้ยินกันเกือบทั้งชั้นละมั้งผมว่า หลังจากนั้นก็เหมือนเดิมคือผมพยายามดิ้นหนีจากมันแต่ผมไม่เคยทำได้สำเร็จเลยสักครั้ง
เสียงไอ้เลวจากขุมนรกหอบหายใจอยู่บนตัวผมหลังจากที่มันเสร็จไปครั้งหนึ่งแล้วเหงื่อของผมและมันเปียกชื้นจนผ้าปูที่นอนชื้นไปหมดแววตาเ็านั้นจ้องมองผมนิ่งไม่ยอมขยับ
“พอใจมึงหรือยัง” ผมถามมันและหวังว่ามันจะเลิกยุ่งกับผมสักที
“ยัง”
“มึง้าอะไรจากกู มึงจะเอาอะไรอีก” ผมดิ้นขลุกขลักอยู่ภายใต้ร่างเปลือยของมัน
“ตัวเธอไง ที่ฉัน้า” มันยกนิ้วขึ้นมาจิ้มลงบนหน้าอกผมรอยฟันที่มันกัดผมเมื่อครู่ยังเป็รอยคมเขี้ยวให้เห็นอยู่จางๆ
“พี่วินไง ไปเอาพี่วินสิ เขาขายอยู่ไม่ใช่เหรอ” ผมบอกมันทันที
“เบื่อแล้ว” นั่นคือคำตอบที่ผมได้รับ
“เบื่อเหรอ หมายความว่ายังไงที่ว่า...เบื่อแล้ว” ผมสบตาแสนเ็าของผู้ชายซึ่งกำลังนอนทาบทับผมอยู่
“ก็เอาจนเบื่อแล้ว เบื่อ...ก็แปลว่า ไม่อยากเอาแล้ว ตอนนี้ฉันชอบเธอฉันติดใจเธอ” นั่นคือคำตอบที่ผมได้รับจากไอ้ซาตานในร่างมนุษย์ นี่มันติดใจผมเหรอ ผมมีอะไรให้มันติดใจ ทั้งๆที่ผมไม่เคยยอมมันเลยสักครั้งเดียว
“ถ้าอย่างนั้นมึงก็รีบๆ เบื่อกูสิ กูไม่อยากเอาแล้ว กูไม่เอากับมึงแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้น...เธอก็รีบๆ ทำให้ฉันเบื่อสิ” มันก้มลงมาบดจูบใส่ แต่ผมดิ้นหนีพยายามลุกขึ้นจากเตียงแต่ถูกมันกระชากดึงกลับมานอนแผ่หลาอยู่บนเตียงตามเดิม
“ปล่อยกู” ผมพยายามยกขาขึ้นมาถีบมัน แต่ก็นั่นแหละมันรอจังหวะให้ผมยกขาขึ้นแล้วกดขาผมให้หน้าขามันดันขาผมให้ถ่างออกแล้วมันก็แทรกตัวเข้ามาตรงกลางหว่างขาผมทันที
“ดิ้นอีกสิ ฉันชอบ เวลานายดื้อแบบนี้...น่ารักดีมันยิ่งทำให้ฉัน...มีอารมณ์” ผมชะงักทันทีเมื่อได้ยินมันบอกออกมาแบบนี้ไอ้โรคจิตนี่มันคงมีปัญหาทางจิต ถึงได้ชอบใช้ความรุนแรงและทำอะไรแบบนี้ผมจ้องตามันนิ่ง มันเองก็จ้องตอบกลับมาเช่นเดียวกัน
“ดิ้นสิ ดิ้นอีก ด่าอีก” ไอ้บ้านั่นบอกผม
ในหัวสมองของผมหมุนติ้วๆคิดและประมวลผลทุกอย่างด้วยความรวดเร็ว ผม้าทำให้มันเบื่อผม ทำให้มันเกลียดผมทำให้มันไม่สนใจผมอีกแล้ว แวบหนึ่งในความคิดของผมคือภาพพี่วินวิ่งตัวปลิวไปขึ้นรถรถเก๋งคันใหญ่ที่มาจอดเทียบหน้าอพาร์ทเม้นท์บ่อยๆแล้วความคิดหนึ่งก็วิ่งเข้ามาในหัว
ผมโอบแขนทั้งสองข้างไปรอบคอแล้วดึงโน้มหน้ามันลงมาหาประกบปากจูบมันอย่างเร่าร้อนรุนแรงไอ้บ้านั่นผละชะงักนิ่งไปทันที ผมย่ามใจและรู้สึกว่ากำลังได้แก้แค้นบ้างในเมื่อมันชอบข่มขืนผม ทีนี้ผมจะทำให้มันรังเกียจผม มันจะได้ไม่กล้าเข้าใกล้ผมอีก
ผมประกบจูบบดริมฝีปากลงไปพร้อมกับแทรกปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปากของอีกฝ่ายพลิกตัวกลับขึ้นไปเป็ฝ่ายคร่อมทับร่างหนานั้นเอาไว้แล้วซุกหน้าจูบไซ้มันไปทั่วตัวผมเอื้อมมือลงไปควานหาท่อนเนื้อแท่งใหญ่ของมันแล้วรูดขึ้นรูดลงอย่างหนักมือจนมันร้องครางเสียงดัง
“อ๊า” ผมได้ยินเสียงมันร้องครางจนลั่นห้อง
ไอ้โรคจิตดันตัวลุกขึ้นมานั่งแล้วจับผมขึ้นไปนั่งบนตักมันจากนั้นผมกับมันบดจูบตอบรับกันอย่างดุเดือดผมใช้มือขยุ้มหัวมันเพราะอารมณ์พลุ่งพล่านจากการเสียดสีสอดใส่ของท่อนเอ็นแท่งใหญ่ตรงประตูหลัง จังหวะนั้นเร่งเร้ารุนแรงความรู้สึกเสียวจนแทบบ้า
ผมยกตัวโยนขึ้นลอยสูงจากตักมันขณะที่ไอ้บ้านั่นแทงท่อนเนื้อสวนขึ้นมาในอากาศอัดท่อนเนื้อนั้นตามเข้ามาใส่ผมไม่หยุดเสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นห้อง ผมกอดซุกหน้าลงไปหามันตัวเกร็งไปหมด
“อ๊า สุดยอดจริง” เสียงมันร้องครางด้วยความพอใจไม่ยอมหยุด
“อ้ะ อ๊า เบาหน่อย” ผมร้องครางตามจังหวะที่มันกระแทกท่อนเนื้อแท่งยาวใส่ผมเพราะมันทั้งจุกทั้งเจ็บ ทั้งเสียว มันหลากอารมณ์ผสมกันมั่วไปหมด
ผมเอื้อมมือลงไปสาวท่อนเนื้อของผมที่ตอนนี้มันแข็งจนผมปวดไปหมดผมสาวมันหนักมือไปพร้อมกับจังหวะที่ไอ้บ้านั้นกระแทกเอวใส่ผมไม่นานผมก็น้ำแตกพุ่งกระจายจนเต็มหน้าท้องทั้งของมันและของผม มันอัดท่อนเนื้อด้านล่างนั้นใส่ผมอยู่อีกพักใหญ่แล้วน้ำรักอุ่นๆก็พุ่งเข้ามาในตัวผมจนผมสะดุ้งเพราะมันร้อนฉ่าไปหมด
ความเจ็บความแสบและความอุ่นซ่านกระจายไปทั่วช่องประตูนั้น น้ำรักเหนียวข้นสีขาวไหลซึมออกมาเหมือนน้ำนมข้นๆผมก้มลงไปสบตากับไอ้บ้านั่นซึ่งส่งยิ้มมาให้แล้วผมก็ผลักอกมันออก
“เสร็จแล้วมึงก็กลับไป” ผมไล่มันทันที
“เก็บเสื้อผ้าซะ เธอต้องไปอยู่กับฉัน” ไอ้บ้านั่นลุกขึ้นเดินอวดร่างเปลือยไปหยิบผ้าเช็ดตัวของผมมาเช็ดไอ้น้องชายมันแล้วหันมาสั่งผม
“มึงจะบ้าเหรอ กูไม่ไปกับมึง”ผมรีบตอบทันทีแล้วตรงไปกระชากผ้าเช็ดตัวของผมออกจากมือมันทันที
“ถ้าเธอไม่ไปอย่างนั้น ฉันจะมาหาเธอทุกวัน เธอคิดว่า...ถ้าเราเอากันแบบนี้ทุกวันคนแถวนี้เขาจะรู้เื่เธอกับฉันมั้ย” มันหันไปหยิบเสื้อผ้าของตัวมันเองขึ้นมาใส่อย่างช้าๆ
“กูไม่ไป”
“แฟนเธอ ชอบมาหาโดยไม่บอกนี่ใช่มั้ย จะเป็ยังไงถ้าแฟนเธอมาตอนที่เธอกับฉันกำลัง......ทำอย่างเมื่อกี้กันอยู่” มันหันมาบอกผมแววตามันบอกชัดเจนว่าเกมนี้มันชนะ
“รีบไปทำให้ฉันเบื่อ เธอจะได้เป็อิสระ”ไอ้บ้านั่นหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วส่งให้ผม ก่อนที่มันก็เดินตรงไปยังประตูห้อง
“ฉันให้เวลาเธอสิบห้านาที ฉันจะรอเธออยู่ข้างล่าง”
ผมทรุดตัวนั่งลงกับเตียงหันไปมองรอบห้องด้วยความสับสน มันจะเป็ยังไงถ้าผมไม่ไป ถ้าผมยังดื้อดึงที่จะปฏิเสธมันเหมือนเคย ซึ่งผมลองแล้วมันไม่ได้ผล สุดท้ายผมก็โดนมันกระทำเหมือนผมไม่ต่างอะไรจากสัตว์แล้วถ้าผมยอมตามมันไป แล้วรีบทำให้มันเบื่อผมอย่างที่มันบอกว่าเบื่อพี่วินผมจะเป็อิสระจากมันใช่หรือเปล่า
ผมก้มลงมองกระดาษในมือหัวใจของผมบีบรัดจนเจ็บไปหมด มันเป็รูปถ่ายของผมกับฝ้ายที่ถ่ายคู่กัน ในรูปนั้นเราแนบชิดใบหน้าจนแก้มชนแก้มผมจำได้ดีว่ามันเป็วันที่เราสองคนฉลองครบรอบเป็แฟนกันห้าปีและวันนั้นคือวันที่ผมสัญญากับฝ้ายว่าผมจะแต่งงานกับเธอ
“ฝ้าย อินทร์ขอโทษนะ อินทร์ขอโทษ”