บทที่ 88
เจ้านี้คือสัตว์เลี้ยงของข้า
ซูฉีทำข้อตกลงกับหวงเจียวลู่ แม่ทัพหนุ่มยินยอมให้นางดูแลเจ้าสัตว์วิญญาณตัวนี้ต่อไปได้ เพียงแต่ว่าจะอยู่ท่ามกลางการจับตามอง
เป็นเพราะว่าสัตว์วิญญาณตัวนี้อย่างไรเสียมันก็คือสัตว์วิญญาณ มันคือสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังหรือไม่รู้ว่าเป็นอันตรายกับมนุษย์มากน้อยขนาดไหน
ซูฉีไม่ได้ตั้งใจจะเอามันมาเป็นสัตว์เลี้ยง นางเพียงแค่อยากจะให้ดูแลจนกว่าร่างกายของมันจะแข็งแรงขึ้นเท่านั้น
เจ้าสัตว์วิญญาณตัวนี้ยังคงเด็ก มันได้รับบาดเจ็บมาจากภายในป่า ในยามนี้ถ้าปล่อยมันกลับไปอย่างไรเสียชะตากรรมของมันคงไม่ต่างจากเดิม
นางเลยคิดว่าจะดูแลมันจนกว่ามันนั้นจะหายดีได้สามารถเอาตัวรอดเองได้ ในยามนี้มันยังอยู่ในช่วงวัยทารก
พลังของมันนั้นยังไม่แสดงออกมามันไม่ต่างจากลูกแมวน้อยตัวนึง ซูฉีค่อนข้างวางใจว่าจะสามารถดูแลมันได้
แต่อย่างไรเสียนางเองก็จำเป็นจะต้องดูแลมันอย่างดี อีกทั้งต้องปิดบังความลับเรื่องนี้ไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้
เป็นเพราะว่าสัตว์วิญญาณ เป็นสิ่งมีชีวิตล้ำค่า มีทั้งมนุษย์ที่หวาดกลัวและมีทั้งมนุษย์ที่เคารพบูชา
แถมยังมีมนุษย์ที่อยากจะได้พวกสัตว์วิญญาณพวกนี้ไปด้วย ยิ่งเป็นสัตว์วิญญาณในช่วงวัยทารกง่ายต่อการฝึกฝนแถมยังเป็นมิตร
พวกเหล่าขุนนางหรือว่าเหล่าผู้คนที่มีอำนาจล้วนแล้วอยากได้มันไปทั้งสิ้น ซูฉีจึงจำเป็นต้องปิดบังมันเอาไว้อย่างไรเสียมันเองก็เพื่อความปลอดภัยของเจ้าสัตว์วิญญาณ
…
หลังจากผ่านพ้นราตรีนั้นไป ดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นสู่ท้องนภา ในช่วงหน้าหนาวที่บรรยากาศบริเวณด้านนอกเย็นเฉียบ
ด้านในบ้านอุ่นๆ ลี่ถังตะโกนดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก “ นี่มันอะไรกันเจ้าคะ!!! ”
ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นมองเห็นเจ้าลูกแมวน้อยสีขาวที่อยู่เบื้องหน้าเดินไปมาในบ้าน เมื่อวานมันยังไม่มีเลยเหตุใดนางกลับบ้านมาในช่วงยามเช้าถึงพบเจอมันได้
ในสายตาของลี่ถัง นางมองเห็นว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตที่อยู่ด้านหน้ามันเป็นลูกแมวตัวหนึ่ง
ด้วยร่างกายที่เล็กและผอมแห้ง แถมหน้าตาที่คล้ายคลึงกับลูกแมวคงจะไม่มีผู้ใดคาดคิดว่ามันเป็นสัตว์วิญญาณ
“ ข้าเก็บมันได้นะเมื่อวานมันมานอนหนาวสั่นอยู่ด้านหน้าบ้าน ”
“ เห็นว่าด้านนอกนันหนาวเหน็บจึงเก็บมันเข้ามาแล้วก็ว่าจะเลี้ยงเอาไว้ ” ซูฉีอธิบายให้บ่าวรับใช้คนสนิทของตนเองฟัง
การจะดูแลลูกแมวตัวหนึ่งมันไม่ได้ทำให้พวกนางลำบากขึ้นหรอก เพราะว่าในยามนี้เงินทองเองก็พอมีใช้ไม่มีอันใดขาดแคลน
แต่ว่าสิ่งที่ทำให้ลี่ถังรู้สึกประหลาดใจก็คือคุณหนูของนางดูแลสัตว์และเก็บสัตว์เข้ามาเนี่ยแหละ
ก่อนหน้านี้ลี่ถังก็เห็นว่าคุณหนูเปลี่ยนไปมากเเล้ว ทั้งมีนิสัยที่ใจเย็นลงแถมยังดูมีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
แต่ว่านางเองก็ไม่คิดว่าคุณหนูของนางที่เกลียดสัตว์ในยามนี้จะเก็บสัตว์ตัวนี้เข้ามาดูแล รู้สึกว่าช่วงนี้มีหลายๆอย่างที่นางไม่คาดคิดปรากฏขึ้นในชีวิตมากมายจริงๆ
“ แล้วคุณหนูจะเลี้ยงมันเอาไว้อย่างงั้นหรือเจ้าค่ะ”
“ ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นจนกว่ามันจะหายดี มันบาดเจ็บด้วยดูเหมือนว่าจะโดนอะไรทำร้ายมา ”
ซูฉีพูดจบเดินมุ่งตรงไปนั่งลงบนโต๊ะอาหาร “ ข้าหิวแล้ว… ”
“ อาหารเสร็จแล้วเจ้าค่ะ ” ลี่ถังมองข้ามเจ้าลูกแมวตัวน้อยนางรีบยกอาหารมาให้คุณหนูที่กำลังหิวอย่างรวดเร็ว
ในสายตาของคนธรรมดามันก็เหมือนลูกแมวตัวหนึ่ง ในยามนี้ซูฉีทดสอบกับลี่ถังว่านางจะแยกแยะออกหรือไม่
ปรากฏว่านางแยกแยะไม่ออกมองเห็นว่ามันเป็นแมวน้อยตัวหนึ่ง เพียงแค่นี้ซูฉีก็สบายใจที่ว่าผู้คนด้านนอกก็คงจะมองเช่นนั้น ความลับเกี่ยวกับเรื่องว่ามันเป็นสัตว์วิญญาณก็จะโดนปกปิดไปอีก
…
แผนการเตรียมการในช่วงหน้าหนาวยังคงดำเนินต่อไป ซูฉีนางระดมคนงานที่มีอยู่มาช่วยกันผลิตสุราให้มากขึ้น
ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาจำนวนสุราที่ผลิตได้มากขึ้นเรื่อยๆ แต่บ้านแห่งนี้ไม่เพียงพอกับการเก็บทุกอย่างแน่นอน
ซูฉีเลยนำเอาสุราที่ผลิตสำเร็จแล้วไปฝากเอาไว้ที่โรงสุราของนายหญิงจื่อ ซึ่งสถานที่แห่งนั้นมันกว้างขวางมากพอกับการเก็บของพวกนั้นทั้งหมด อีกทั้งมันจะได้เตรียมพร้อมกับการส่งขายด้วย
ในขณะที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เตรียมสุราที่กำลังจะส่งขาย เสียงของลี่ถังดังมาจากด้านนอก “ นี่เจ้า!!! ”
ซูฉีที่กำลังเตรียมหลายๆอย่างอยู่บริเวณด้านใน นางสะดุ้งเฮือกดวงตามองตรงออกไปบริเวณด้านนอกอย่างรวดเร็ว
ได้ยินเสียงของบ่าวรับใช้คนสนิทอุทานดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก ราวกับว่าด้านนอกเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น
ใบหน้าของหญิงสาววัยสิบแปดกำลังฉงนและสงสัย นางลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนที่จะพากันเดินออกไปบริเวณด้านนอกไปดูว่าลี่ถังนั้นเป็นอันใด
ซูฉีและเหล่าคนงานพากันออกไปบริเวณด้านนอก ทั้งหมดพากันไปชะโงกมองว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เมื่อเขาชะโงกมองออกไปสิ่งที่พบเห็นก็คือลี่ถังที่กำลังดึงผักออกจากปากของลูกแมวน้อยของซูฉี
“ นี่ไม่ได้นะของพวกนี้จำเป็นจะต้องไปส่งให้กองทัพ ” ลี่ถังกล่าวพลางพยายามดึงผักภายในปากของลูกแมวตัวนั้นออกมา
แต่เจ้าลูกแมวสีขาวพละกำลังมากมาย มันดึงแย่งกับลี่ถังได้อย่างสูสีทั้งที่ตัวของมันเล็กเพียงแค่ฝ่ามือ
“ ปล่อยเถอะ ” เสียงของซูฉีดังขึ้นมา ลี่ถังเห็นคุณหนูของตนสั่งเช่นนั้นจึงปล่อยมือ
เจ้าลูกแมวได้โอกาศนำผักพวกนั้นเข้าปากพร้อมกับกินอย่างเอร็ดอร่อย ซูฉีมองสัตว์วิญญาณที่กำลังกินผักภายในสวนของนางอย่างเอร็ดอร่อย
ก่อนหน้านี้นำเอาของหลายอย่างให้มันกินมันไม่แตะต้องเลยแม้เพียงนิดเดียว แต่ในยามนี้มันกลับกินผักของนางงั้นรึ?
‘ เดี๋ยวนะอย่าบอกนะว่า… ’ ใบหน้าราวกับว่ารู้บางอย่าง
‘ ที่มันกินผักพวกนั้นเป็นเพราะว่าผักพวกนั้นมีพลังวิญญาณอยู่ ’
‘ ก่อนหน้านี้ผักภายในสวนถูกหล่อเลี้ยงด้วยพลังวิญญาณจำนวนมาก มันเลยทำให้กลายเป็นผักชนิดพิเศษ ’
‘ หวงเจียวลู่เคยพูดเอาไว้ว่าสัตว์วิญญาณจะชื่นชอบพลังวิญญาณเป็นอย่างมาก บางทีที่มันกินพวกนี้เป็นเพราะว่ามันมีพลังวิญญาณอยู่บริเวณด้านใน ’
ซูฉีลองคิดอย่างเหตุผลเกี่ยวกับการที่เจ้าสัตว์วิญญาณด้านหน้านำเอาผักไปกิน แม่ทัพหวงเคยพูดเอาไว้ว่าเจ้าสัตว์วิญญาณตนนี้มันเป็นพยัคฆ์
เสือตัวโตถ้าอยากกินมันก็คงจะต้องกินเนื้อ ในตอนแรกนางพยายามนำเอาของหลายอย่างที่มันน่าจะกินให้กินแต่มันก็ไม่แตะต้องเลยแม้แต่นิดเดียว
ทำให้นางวิตกอยู่ไม่น้อยรอดพ้นจากความตายได้แต่ก็คงจะต้องมายากลำบากกับความหิวโหย
แต่ในยามนี้กลับมองเห็นว่าเจ้าสัตว์วิญญาณที่อยู่เบื้องหน้ามันกลับกินผักของนางนางเองก็โล่งใจเพียงแค่นี้มันก็ไม่อดตาย
“ คุณหนูเจ้าคะผักพวกนี้พวกเราต้องส่งให้กองทัพ”
“ ไม่เป็นอะไรผักเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นแม่ทัพหวงใจกว้างคงจะไม่เอาเรื่องเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอก ”
“ เอาละพวกเรามาทำงานต่อได้แล้วอีกไม่นานพวกเราต้องเร่งมือให้สุรานั้นครบตามกำหนด ”
“ ขอรับ!!! เจ้าค่ะ!!! ” เหล่าคนงานขานรับอย่างหนักแน่น
พวกเขาเข้าไปทำหน้าที่ของตนเองต่อ มันก็ผ่านมาประมาณห้าถึงหกวันซูฉีได้ทำตามเป้าหมายที่ตนเองนั้นวางเอาไว้ได้สำเร็จ
สุราที่หมักมันเองก็หมักเตรียมพร้อมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ยามนี้เกรงว่าการส่งขายในรอบแรกคงจะทำกำไรให้กับนางได้หลายตำลึงทอง
…
หกวันถัดมา
หลังจากเตรียมการสุราในรอบแรกเสร็จ ยามนี้หน้าหนาวดำเนินผ่านมาสักพักภายในเมืองชายแดนแห่งนี้รอดพ้นจากวิกฤตมาได้แล้ว
ความอดอยากและความหนาวเหน็บไม่สามารถทำอะไรผู้คนภายในเมือง แต่แล้วซูฉีก็ได้รู้บางอย่างจากปากของนายหญิงจื่อ
“ พวกเขาจะเดินทางมาที่เมืองแห่งนี้อย่างงั้นหรือเจ้าคะ!!! ” เสียงอุทานของซูฉีดังขึ้นอย่างตื่นตระหนกต่อหน้าจื่อหราน ราวกับว่าพบเจอเรื่องราวบางอย่างที่แปลกใจ
จบบท