เสียงโวยวายและเสียงพูดคุยดังอยู่รอบตัวทำให้สาวน้อยร่างบางวัยสิบสามที่กำลังอยู่ในสภาพร่างกายร้อนรุ่มพร้อมกับความรู้สึกอันหนาวเหน็บที่รายล้อมตัวเองอยู่นั้น ก็ค่อยๆรู้สึกตัวขึ้นมา เด็กสาวค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นดวงตากลมโตราวกับกระต่ายน้อยค่อยๆกวาดตามองไปรอบๆอย่างช้าๆ พร้อมกับตั้งคำถามในหัว ว่าตอนนี้ตัวเธอนั้นอยู่ที่ไหน
ดร.สาวที่อยู่ในร่างของสาวน้อยวัยสิบสามปีกวาดตามองสภาพแวดล้อมที่แปลกตารอบๆตัว ภาพที่เห็นคือห้องนอนที่แสนจะทรุดโทรม กำแพงทำมาจากดินโคลนพร้อมหลังคาของบ้านที่ถูกสร้างขึ้นด้วยหญ้าที่ตากแห้งแล้วนำมามัดแล้วเรียงๆกันให้เป็หลังคาที่พอกันแดดและกันฝนได้นิดหน่อย สภาพภายในห้องนั้น ก็มีโต๊ะข้างเตียงที่ทำมาจากไม้ ดูแล้วมันน่าจะใช้งานมานาน
เพราะสภาพของมันเก่าจนเริ่มพุเหมือนจะหักได้ตลอดเวลานอกนั้นก็มีเพียงหีบไม้เก่าๆ ที่ถูกวางอยู่ปลายเตียง ซึ่ง...ไอ้เ้าที่นอนนี่มันไม่น่าเรียกว่าเตียงได้แต่ควรเป็แคร่ไม้ไผ่มากกว่า เพราะมันปูด้วยเสื่อบางๆ เพียงสองชั้นส่วนบนตัวเธอก็มีแค่เศษผ้า?ไม่ใช่สิต้องพูดว่าผ้านวมเก่าๆทีเหลือเพียงแค่ปลอกผ้ามากกว่า เพราะมันเก่าแล้วขาดหลายรูจนทำให้ฝ้ายข้างในหลุดออกมา
หนิงหนิงพยายามพยุงร่างกายที่ร้อนรุ่มจากพิษไข้ให้ค่อยๆลุกขึ้นนั่ง พอนั่งได้แล้วเธอก็มองรอบๆอีกรอบ แล้วก็ก้มมองตัวเองก็ได้พบว่าตัวเองกำลังสวมชุดแบบชาวบ้านในสมัยโบราณซึ่งอาจจะอยู่ราวๆใน่ยุคของราชวงศ์ฮั่น
ดร.สาวก็มองร่างกายตัวเองประหนึ่งว่าสำรวจร่างกายไปในตัว ว่ามีอะไรแปลกไปอีกไหมนอกจากเสื้อผ้าก็พบว่าหน้าอกคัพDที่แสนจะภูมิใจนักภูมิใจนั่นกลับกลายเป็ไม้กระดานจากขาที่ควรเรียวยาวของเธอกลายเป็ขาสั้นและแขนเธอก็ด้วย
"นี่อย่าบอกนะว่าเราทะลุมิติมาน่ะ"เด็กสาวพูดออกมาด้วยความใ
เพราะสภาพในตอนนี้ของเธอนั้น มันทำให้เธอนึกอย่างอื่นไม่ออกนอกจากการทะลุมิติมา เพราะสภาพของเธอมันฟ้องแบบนั้น
"ช่างเื่ทะลุอะไรนั่นก่อนแล้วนี่เราเข้ามาอยู่ในร่างใครอีกละ ความทรงจำก็ของเ้าของร่างก็ไม่มี...อึก!"
พอสิ้นเสียงของเธอ หนิงหนิงก็ต้องมานั่งกุมหัวตัวเองด้วยความเ็ปราวกับหัวสมองของตัวเองนั้นกำลังจะะเิออกมา ทันใดนั้นก็มีภาพมากมายกำลังแล่นเข้ามาในหัว
ภาพเ่าั้ก็คือความทรงจำของเ้าของร่างเดิมที่มีชื่อเดียวกันกับเธอชื่อว่าหลี่หนิงหนิง ลูกสาวคนโตของตระกูลหลี่ ซึ่งพ่อแม่ของเธอเป็อดีตนายพรานจากต่างหมู่บ้านซึ่งก็ได้เสียชีวิตจากโรคระบาดไปเมื่อประมาณหนึ่งปีก่อนในตอนที่อพยพมาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้เนื่องจากภาวะา
ซึ่งพวกเขาก็ได้จากไปโดยเหลือทิ้งไว้แค่ลูกสาวอย่างหลี่หนิงหนิงและน้องชายตัวน้อยที่มีชื่อว่าหลี่หนิงหลงที่มีอายุเพียงแค่สี่หนาวให้อยู่กับความหนาวเหน็บด้วยความที่พี่น้องคู่นี้ได้สูญเสียพ่อและแม่ไปั้แ่อายุยังน้อยเลยทำให้พวกเขาใช้ชีวิตอยู่กันด้วยยากลำบากและยากจนข้นแค้น อีกทั้งเพราะไม่มีญาติหรือพี่น้องที่ไหนอีก
แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้างเมื่อหัวหน้าหมู่บ้านนั่นเป็คนใจดี เขาเลยมักจะแบ่งปันอาหารมาให้แก่สองพี่น้องบ้างเป็ครั้งคราวแต่ถึงอย่างงั้นด้วยความที่เ้าของร่างเดิมเป็คนซื่อๆตรงๆและถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีราวกับลูกคุณหนู เพราะเป็ลูกสาวคนเดียวของบ้านเลยทำให้นอกจากนิสัยที่พูดจาตรงๆแบบขวานผ่าซากแล้ว
เธอก็ยังมีนิสัยชอบแกล้งคนอื่นอีกด้วยด้วยความที่พ่อที่เสียไปของเ้าของร่างเดิมนั้นมักจะตามใจเธอเสมอเลยทำให้เธอกลายเป็คนที่มีนิสัยเสีย
ซึ่งเธอก็มักจะชอบไปแย่งของของเด็กผู้หญิงคนอื่นในหมู่บ้านอยู่เสมอเมื่อเธอเห็นว่าคนอื่นมีของที่ดีหรือว่าได้อะไรที่ดีกว่าตน นอกจากนั้นยังไม่พอเธอยังรังแกน้องชายเพียงคนเดียวของเธออีกด้วย ซึ่งเธอก็มักจะให้น้องชายตัวน้อยของเธอคอยหาอาหารมาให้ส่วนตัวเธอนั่นวันๆก็ไม่ทำอะไรเลย นอกจากรอให้ผู้เป็น้องมาคอยรับใช้
"เฮ้อ...ให้ตายสิมิน่าละทำไมเธอถึงได้ตาย ก็เพราะนิสัยแบบนี้เองสินะ"
ซึ่งเหตุผลที่ทำให้เ้าของร่างเดิมตายก็ไม่ได้มีอะไรมากเลยก็แค่ผลัดตกน้ำตาย เพราะพยายามไปแย่งเครื่องประดับผมของลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้านเลยทำให้เธอถูกอีกผลัดตกน้ำจนจมน้ำตาย เพราะว่ายน้ำไม่เป็ จนเป็เหตุในดร.หลี่อย่างหลี่หนิงหนิงมาอยู่ในร่างนี้แทน
"ฆ่าตัวตายตอนนี้อีกรอบทันไหม"
ดร.สาวพูดออกมาด้วยความหดหู่เพราะนอกจากเื่นี้จะทำให้ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านเกลียดเ้าของร่างเดิมแล้วแต่เ้าของร่างเดิมดันไปทำให้น้องชายของตัวเองเกลียดด้วยนี่สิ
เด็กน้อยวัยสี่หนาวคนนั้นแทบอยากจะให้พี่สาวตายๆไปอยู่แล้ว เพราะเขาเกลียดเธอ ที่ไม่ยอมทำอะไรเลยนอกจากรอให้เขามารับใช้
เหมือนกับแม่ที่เสียไปที่ชอบมาคอยประคบประหงมเธอจนเหมือนพวกลูกคุณหนูเพียงเพราะแค่ว่าเ้าของร่างเดิมหน้าตาดีกว่าคนทั่วไปนิดหน่อย เลยถูกคาดหวังว่าถ้าอีกฝ่ายโตขึ้นก็อาจจะได้เป็ภรรยาของพวกขุนนาง
"ขอทีเถอะนะไอ้พล็อตเฮงซวยที่ชอบดูแลลูกสาวให้ดีๆเพียงเพราะหน้าตาสวยเนี่ย คุณพี่ก็เลี้ยงดีจนเสียคนไป๊! เฮ้อ...อย่าบอกนะว่ามาอีกหรอบนี้ ฉันจะต้องมาตามรอยมาสร้างเนื้อสร้างตัวให้เป็คนรวยแล้วแต่งงานกับพวกองค์ชายแม่ทัพอะไรพวกนั้นเหมือนกับพวกรุ่นพี่ที่ทะลุมิติมาอ่ะ"
หนิงหนิงพูดออกมาด้วยความหงุดหงิดเพราะนิยายหลายเื่ที่เธออ่านมาก็ชอบเป็แบบนี้เสมอซึ่งสำหรับเธอที่เป็นักอ่านมันก็สนุกดีอยู่หรอกแต่การจะให้ตัวเองมาทำอะไรแบบนั้นมันก็รู้สึกหงุดหงิดจนบอกไม่ถูก
ซึ่งเธอก็สามารถบอกได้เลยว่าไม่เพราะไอ้เื่พวกนี้มันไม่เคยมีอยู่ในหัวของนางเลย เพราะว่าเธอไม่ชอบความวุ่นวายแต่ชอบความสงบ
เธอแค่อยากจะปลูกต้นไม้ที่เธอชอบไม่ได้อยากไปค้าขายอะไรพวกนั้นยิ่งเื่แต่งงานแล้วยิ่งเป็เื่ใหญ่ และที่สำคัญเธอชอบคนธรรมดามากกว่าอย่างน้อยพวกเขาก็ไม่วุ่นวายเท่าพวกเชื้อพระวงศ์
ที่ต้องมาคอยระวังนั้นนี่ต้องทำตามกฎนั่นนี่ เดี๋ยวก็มานั่งแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น เน้นการกระทำแสนผู้ดี แต่พอเอาเข้าจริงไอ้พวกเื่ไม่ว่าจะหลังวังก็เน่าเฟะเยอะแยะเต็มไปหมดบอกเลยแม่งโคตรน่ารำคาญ
เธอชอบความเรียบง่ายที่ไม่มีอะไรเยอะแยะถ้าเหมือนยุคปัจจุบันที่แบบถ้าแค่โอเคแล้วอีกฝ่ายสมยอมกัน ก็จูงมือกันไปจดทะเบียนพอ อ๋อแต่ในยุคนี้มันมีแบบนั้นซะที่ไหนกันล่ะ?แต่ว่า...ถ้าไปฉุดกระชากลากดึงกลับบ้านมาได้ก็คงพอแล้วใช่ไหมนะ?
เด็กสาวครุ่นคิดถึงกฎหมายของยุคนี้แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก นางก็เลยบอกตัวเองว่าช่างหัวแม่งมันไปประไร คิดไปก็ปวดหัวเปล่าๆแหละน่า
"ดีละ!ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ช่างแม่งมันทุกอย่างไปโล้ด ปล่อยมันปายยย แล้วไปปลูกต้นไม้กันดีกว่า!!"
พอพูดจบเด็กสาวที่เริ่มทนพิษไข้ไม่ไหวก็ล้มตัวลงไปนอนอีกครั้ง จนเธอไม่ได้สังเกตเลยว่ามีร่างเล็กของเด็กชายแอบมองการกระทำของเธออยู่
"นางจมน้ำจนกลายเป็คนสติฟั่นเฟือนไปเสียแล้ว..."หลี่หนิงหลงที่พึ่งกลับมาจากส่งท่านหมอและหัวหน้าหมู่บ้าน พูดออกมาเบาๆพร้อมกับส่ายหัวแล้วเดินจากไปพร้อมกับถังไม้ในมือ ที่ตัวเขานั้นตั้งใจว่าจะเอามาเช็ดตัวให้พี่สาว
ในขณะที่เด็กสาวกำลังนอนหลับอยู่บนเตียง ในฝันเธอก็พยายามปกป้องพวกลูกรักของเธออยู่แม้ว่าจะอยู่คนละโลกคนละมิติแล้วก็ตาม
"หยางจื่อเ้าคนงี่เง่าอย่ามาขโมยลูกรัก (ต้นไม้) ของฉันไปขายน้าาาา"