บทที่ 10 ฟ่านซีซีผู้ใจกว้าง
หลิ่วซิ่งฟางกระแอมไออย่างรู้สึกเคอะเขิน “ถ้าอย่างนั้นพ่อแม่เธอก็คงเป็ห่วง งั้นพักอยู่หอพักในโรงเรียนไปก่อนก็แล้วกัน!”
ในตอนที่ฟ่านซีซีกำลังลำบากใจอยู่นั้น ฟ่านจิ่นเฉิงที่ออกไปข้างนอกก็กลับมาพร้อมกับใบอะไรบางอย่างสองใบ
“ซีซี โรงเรียนมัธยมปลายที่สามจะย้ายไปอยู่ที่หมี่ซีแล้วนะ ไม่ไกลจาก ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ เท่าไหร่ เดินแค่สิบนาทีก็ถึง ทางโรงเรียนประกาศว่านักเรียนที่อาศัยอยู่ในหมี่ซีสามารถยื่นเื่ขอย้ายไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายที่สามได้ พ่อเพิ่งไปโรงเรียนเพื่อยื่นเื่ขอย้ายโรงเรียนให้พวกเรามาแล้ว”
ดวงตาของฟ่านซีซีเป็ประกาย “แล้วเื่เรียนล่ะ เปิดเทอมวันไหน?”
“โรงเรียนมัธยมปลายที่สามเลื่อนเปิดเทอมไปครึ่งเดือน”
“ดีจัง!” ยังมีเวลาว่างอีกตั้งครึ่งเดือนแน่ะ
“ดูท่าราคาบ้านจะต้องขึ้นอีกแน่” หลิ่วซิ่งฟางพูดพร้อมกับยิ้ม
ฟ่านซีซีเอามือกุมขมับ ความเร็วในการหาเงินของเธอยังไม่ทันกับความเร็วในการขึ้นราคาบ้านเลย!
“เป็กังวลอะไรอีกแล้ว” ฟ่านจิ่นเฉิงยิ้มอย่างเอ็นดูพลางบีบแก้มเล็ก ๆ ของเธอเบา ๆ
“ฉันอยากซื้อที่ดินจัง! รู้สึกว่าราคาจะขึ้นแล้ว” ฟ่านซีซีบ่นอย่างกลุ้มใจ
หลิ่วซิ่งฟางได้ยินดังนั้น จึงรีบหันไปบอกลูกชายของตัวเองว่า “จิ่นเฉิง ่นี้โรงเรียนมัธยมปลายที่สามยังไม่ย้ายเข้ามา ลูกไปช่วยซีซีซื้อที่นาแถวทางตะวันออกของหมู่บ้านสักหน่อยสิ”
ฟ่านจิ่นเฉิงเห็นแม่เข้าข้างฟ่านซีซี เขาก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ที่นาแถวนั้นผมซื้อมาแล้วครับ แต่เ้าของเขาขายแค่สิบไร่ ผมก็เลยซื้อมาแค่สิบไร่”
ดวงตาของฟ่านซีซีเป็ประกาย “พี่ไปซื้อตอนไหนเนี่ย?”
“เพิ่งเซ็นสัญญาเมื่อวานนี้เอง กะจะเซอร์ไพรส์เธอน่ะ ฉันได้ยินแม่บอกว่าเธออยากปลูกสตรอว์เบอร์รีเองเหรอ?” จิ่นเฉิงรู้แค่ว่าฟ่านซีซีชอบกินสตรอว์เบอร์รี แต่ไม่รู้ว่าเธออยากปลูกเองด้วย
ที่ดินสิบไร่ พอทำสวนสตรอว์เบอร์รีได้สบาย ๆ
ฟ่านซีซียิ้มออกมาอย่างมีความสุข พี่จิ่นเฉิงคนนี้ ไม่ว่ายังไงก็ตามใจเธอเสมอ เพราะเธอชอบ เขาก็เลยซื้อที่ดินให้เธอ
หลิ่วซิ่งฟางเห็นสีหน้าของเด็กสองคน ก็ได้แต่ส่ายหน้าแล้วเดินจากไป
พูดถึงเื่นี้ คู่ที่โตมาด้วยกันั้แ่เด็กก็ไม่ได้แย่ อย่างน้อยในอนาคตก็จะมีเื่ขัดแย้งกันน้อย ความสัมพันธ์ก็จะดี
……
หลังจากข่าวการย้ายโรงเรียนมัธยมปลายที่สามไปยังหมี่ซีแพร่ออกไป ราคาบ้านในย่านใกล้เคียงก็พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทะลุพันหยวนภายในสามวัน
ส่วนหลิ่วซิ่งฟางและเฉินเยว่อิงก็ใจกล้ามาก ขณะที่ราคาห้องแถวยังไม่ขึ้นมาก ทั้งสองจึงปรึกษากัน และตัดสินใจใช้เงินทุนของร้านไปซื้อห้องแถวที่อยู่ติดกันอีกห้องหนึ่ง หลังจากนั้นก็ทุบกำแพงเพื่อขยายขนาดร้านอีเหรินของพวกเขา
เมื่อเป็เช่นนี้ ร้านอีเหรินของพวกเขาก็กลายเป็ร้านที่สะดุดตาที่สุดในบรรดาร้านค้าใกล้เคียง หลังจากนั้น โครงการ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ ถึงกับใช้ร้านของพวกเขาเป็จุดขาย เพราะการใช้ชีวิตในหมู่บ้านนั้นแสนสะดวกสบาย เพียงแค่ก้าวออกจากบ้านก็ถึงร้านอีเหรินที่ใหญ่ที่สุดในหมี่ซี…
ฟ่านซีซีไม่ได้สนใจเื่พวกนี้ เธอกำลังวุ่นวายกับการหาคนมาล้อมรั้วและก่อกำแพง เพื่อสร้างฐานปลูกพืชแห่งแรกของเธอ
เวลาผ่านไปครึ่งเดือนอย่างรวดเร็ว ในวันเปิดภาคเรียนของโรงเรียนมัธยมปลายที่สาม ฟ่านซีซีที่ยังคงหลับใหลอยู่ก็ถูกปลุกขึ้นมาแต่เช้าโดยฟ่านจิ่นเฉิง
“ซีซี วันนี้ต้องไปดูผลการแบ่งชั้นเรียน ต้องไปให้เร็วหน่อย”
“อ้อ!” ฟ่านซีซีไม่ค่อยสนใจนัก แต่ก็ยอมไปล้างหน้าแปรงฟันแต่โดยดี
เนื่องจากผู้ใหญ่ทั้งสามคนในบ้านต้องรีบไปเปิดร้าน เด็ก ๆ ของทั้งสองครอบครัวจึงต้องกินอาหารเช้าด้วยกัน
ตอนนี้ฟ่านเจวียนเจวียนกินอาหารเช้าเสร็จแล้ว เธอกำลังเร่งน้องสาวของเธอ ฟ่านมี่มี่
“มี่มี่ เร็ว ๆ หน่อย พี่จะได้ไปส่งเธอที่โรงเรียนแล้วค่อยไปโรงเรียนมัธยมปลายที่สาม เธออย่าทำให้พี่ไปสายนะ”
“เข้าใจแล้ว” ฟ่านมี่มี่ตอบเสียงอู้อี้
เธอเพิ่งอยู่ชั้นมัธยมต้น โรงเรียนก็อยู่ไกลจากหมู่บ้านมาก ระยะทางไกลกว่าของโรงเรียนมัธยมปลายที่สามถึงสามเท่า เธอไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด
“พี่เจวียนเจวียนใจดีจัง พี่ชายของฉันไม่เคยไปส่งฉันที่โรงเรียนเลย” ฟ่านจิ่นซินพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยขณะที่กินอาหารเช้าอย่างเชื่องช้า
ในสายตาของพี่ชายมีแต่ฟ่านซีซี ตอนเช้าก็เรียกแต่ฟ่านซีซีไปโรงเรียน ทำอาหารเช้าก็ทำตามที่ฟ่านซีซีชอบ ส่วนพวกเธอก็แค่ได้รับการดูแลไปด้วยเท่านั้น
ดูเหมือนว่าฟ่านจิ่นเฉิงจะไม่ได้ยินที่น้องสาวพูด เขามุ่งมั่นแต่ปอกไข่ให้ฟ่านซีซี
ฟ่านซีซีเองก็ชินกับคำพูดประชดประชันเป็ครั้งคราวของฟ่านจิ่นซิน ดังนั้นเธอจึงเมินเฉยไป
ฟ่านเจวียนเจวียนพูดอย่างไม่แสดงอารมณ์ “ฉันก็ไม่อยากไปส่งฟ่านมี่มี่ที่โรงเรียนหรอกนะ แต่เธอเรียนไกล แถมยังปั่นจักรยานไม่เป็ เพราะฉะนั้น มี่มี่ สุดสัปดาห์นี้เธอต้องไปหัดปั่นจักรยานให้เป็นะ”
ฟ่านมี่มี่พึมพำ “หึ ก็ได้”
ทันใดนั้นฟ่านซีซีก็เงยหน้าขึ้นมองฟ่านมี่มี่ “มี่มี่ ถ้าเธอปั่นจักรยานเป็ พี่จะซื้อจักรยานสวย ๆ ให้คันหนึ่ง เลือกได้ทุกรูปแบบเลย”
ดวงตาของฟ่านมี่มี่เป็ประกาย “พี่ซีซี พูดจริงเหรอ?”
“อืม จริงสิ ถ้าผลการเรียนของเธอดีขึ้นหน่อย สอบกลางภาคติดท็อปสิบของห้อง พี่จะให้รางวัลเธอหนึ่งพันหยวน ถ้าได้สามอันดับแรก พี่จะให้เธอห้าพันหยวน อยากซื้ออะไรก็ซื้อได้เลย”
“จริง...จริงเหรอ?” ฟ่านมี่มี่แทบไม่เชื่อหูตัวเอง
ถึงแม้ว่าตอนนี้ครอบครัวของเธอจะเปิดร้านขายของ แต่โดยปกติแล้วเธอไม่มีเงินไว้ใช้ส่วนตัว ถ้าจะมี ก็แค่ห้าหยวนสิบหยวนเท่านั้น
พี่สาวคนรองจะให้รางวัลเธอมากมายขนาดนี้จริง ๆ เหรอ?
ฟ่านจิ่นซินได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “เธอมีเงินมากขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ฟ่านเจวียนเจวียนมองน้องสาวคนโตของตัวเองด้วยความอยากรู้ เด็กคนนี้คิดแผนการอะไรอีกแล้ว?
ฟ่านซีซีพูดพลางกินอาหารเช้าอย่างช้า ๆ “ฐานเพาะปลูกพืชของฉันใกล้จะเสร็จแล้ว ต่อไปจะปลูกผลไม้อย่างดีกับดอกไม้หายาก ตอนนั้นเงินทองจะไหลมาเอง รางวัลที่ฉันเพิ่งพูดไปก็มีผลกับพวกเธอสองคนด้วยนะ ฟ่านจิ่นซิน ถ้าเธอสอบได้สามอันดับแรก ฉันจะให้รางวัลเธอหนึ่งหมื่นหยวน มากกว่ามี่มี่อีก พี่ใหญ่ ถ้าพี่สอบเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ได้ ฉันจะให้เงินพี่ใช้หนึ่งแสนหยวน”
ฟ่านเจวียนเจวียนจ้องมองเธอด้วยความตกตะลึง “หนึ่ง...หนึ่งแสนเลยเหรอ?”
“อืม ตอนนั้นพี่อยากจะซื้ออะไรก็ได้ อยากจะไปเที่ยวไหนก็ได้ แม้แต่ไปเที่ยวต่างประเทศก็ยังได้”
“ดูเหมือนว่าฉันจะต้องตั้งใจจริง ๆ แล้วล่ะ ฟ่านซีซี ฉันว่าฉันพอจะรู้แล้วล่ะว่าทำไมฟ่านจิ่นเฉิงถึงชอบเธอ อย่างน้อยเธอก็ใจกว้างมากพอ” ทันทีที่พูดจบฟ่านเจวียนเจวียนก็ตบไหล่ของฟ่านมี่มี่หนึ่งที
“รีบไปหารายได้กันเถอะ”
ฟ่านมี่มี่ถึงกับตาค้าง แต่ก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งออกไปเหมือนลมพัด
ฟ่านจิ่นซินทำหน้าเหวอ มองฟ่านซีซีอย่างเซ็ง ๆ “เธอไม่กลัวพูดไปแล้วทำไม่ได้เหรอ แล้วจะเอาเงินตั้งเยอะมาจากไหน?”
ฟ่านซีซีพูดอย่างมั่นใจ “ฉันไม่มี แต่พี่จิ่นเฉิงมี! พ่อกับแม่ก็เข้าข้างฉัน ส่วนเธอพยายามอย่างเต็มที่เถอะ!”
“ฮึ่ม!” ฟ่านจิ่นซินส่งเสียงในลำคออย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะวิ่งตามออกไป
เมื่อในบ้านกลับมาเงียบสงบ ฟ่านจิ่นเฉิงก็ยิ้มอย่างเอ็นดูก่อนจะลูบหัวฟ่านซีซีเบา ๆ “ความคิดไม่เลว แต่ใช้ได้แค่ครั้งเดียวนะ”
“อืม ก็แค่ครั้งเดียว จะได้กระตุ้นให้พวกเธอตั้งใจเรียน”
ฟ่านจิ่นเฉิงมองเธออย่างครุ่นคิด “ซีซี ถ้าเธอสอบได้ที่หนึ่งถึงที่สาม ฉันก็จะยอมทำตามที่เธอขอหนึ่งข้อ เป็ไง?”
ฟ่านซีซีขยิบตาอย่างซุกซน “ถ้าฉันสอบได้ที่หนึ่งล่ะ?”
ฟ่านจิ่นเฉิงหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี เขาเอื้อมมือไปบีบคางมนของเธอเบา ๆ “หลังจากนี้ ฉันจะยอมเธอทุกอย่างเลย”
“งั้นตกลงตามนี้นะ!” ฟ่านซีซียิ้มจนตาหยี ดูเหมือนว่าการตื่นเช้าไปโรงเรียนจะไม่ใช่เื่น่าหงุดหงิดอีกต่อไปแล้ว
……