ภายใต้ความสับสนหลินหลานหรูคล้ายรู้สึกว่ามีคนกำลังพูดคุยกัน
"เหตุใดเสี่ยวหรูของข้าถูกพิษ!"
"เ้าหนุ่มนั่นบอกว่านางถูกลอบสังหาร"
"แล้วพวกเ้ามัวทำสิ่งใดกันอยู่ปล่อยให้นางอาการหนักถึงเพียงนี้"
"เสี่ยวต๋า เ้าเองก็รู้จักนิสัยนางนางเคยก้มหัวให้ใครที่ใดกัน กับข้าโดนนางถอนหงอกจนจะโล้นอยู่แล้วคิดให้นางเอ่ยปากยากยิ่งกว่าเอาคานงัด"
พวกเขากำลังนินทาข้า... กลิ่นฉุนของสมุนไพรโชยเข้าจมูกเสียงหม้อต้มยาเดือดปุดๆ หนังตาหลินหลานหรูพลันกระตุกเบาๆ กลิ่นสมุนไพร? ซวยแล้ว ลางร้าย!
"ผู้ใดให้เ้าเอาคานงัด ตาแก่เ้ากล้างัดปากเสี่ยวหรูของข้า"
หลินหลานหรูกำลังจะลืมตาตื่นอยู่แล้วเชียวแต่พอได้ยิน 'เสี่ยวหรูของข้า' ใจดวงน้อยก็เย็นวาบยิ่งนิ่วหน้าคิด ข้าแย่แล้วเชียนหลีต๋ากลับมาแล้ว เช่นนั้นตอนนี้ก็ค่ำแล้วกระมัง
นางลืมตาขึ้นเล็กๆทว่าใเสวี่ยเฟิ่งจนเกือบอุทานร้อง ไยเขามานั่งสัปหงกอยู่ปลายเตียงนางได้ความในี้ต้องได้รับการปลอบขวัญกันเลยทีเดียว พอตั้งสติได้แล้วจึงเหล่ตามองต่อไปทางเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่
ฮะ! เป็เชียนหลีต๋าจริงๆ เสียด้วยอีกฝ่ายหันมาที่นางพอดี จึงรีบหลับตาเร็วไวหลังจากนั้นก็ได้ยินเหลยเมี่ยวกับเชียนหลีต๋าพูดคุยกันไปอีกหลายประโยคครู่ใหญ่ต่อมาจึงทำตาเล็กมองหาทางหนีอีกครั้ง ทว่าครานี้นางใเสวี่ยเฟิ่งอีกรอบเขาตื่นั้แ่เมื่อไร
ั์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวเขตชายแดนเหนือมองจ้องนางเขม็งราวกับศัตรูศึก
หลินหลานหรูยิ้มเจื่อนลงเล็กน้อยเสวี่ยเฟิ่งกระตุกยิ้มมุมปากตามอย่างร้ายกาจ ก่อนเอ่ยช้าๆ ดังๆเน้นชัดทุกคำราวกับจงใจ "หลานหลัน ในที่สุดเ้าก็ฟื้น"
"เสี่ยวหรูฟื้นแล้ว!"
ฉิบ...หาย
หลินหลานหรูจะหลับตาแสร้งไม่ได้สติต่อก็ไม่ทันกาล เชียนหลีต๋าปรี่มานั่งข้างเตียงจากนั้นก็จับนางพลิกซ้ายพลิกขวามองหาสิ่งผิดปกติการกระทำนี้คือกลัวนางแขนขาขาดหรือไร
เมื่อไม่พบสิ่งผิดแปลกใดก็ตีนางดังแปะพลางเอ่ยตำหนิเสียงดุ "เสี่ยวหรู เ้าอย่าอวดเก่งให้มากเหตุใดถูกพิษไม่รีบมาหาข้า อยากตายเร็วนักหรือ..."
มาหาเ้าสิข้าจะตายเร็ว หลินหลานหรูคิดยามนี้ใบหน้าซีดเซียวของนางเหยแล้วเหยอีก
"เสี่ยวหรู เ้าอย่าขยับหากหมดสติไปเช่นเมื่อเช้าจะทำอย่างไร" พูดไปพูดมาก็ตีไหล่นางแรงๆจนตัวโยกหัวคลอน นางที่เป็ฝ่ายถูกกระทำไม่มีจังหวะให้พูดแทรกจะร้องไห้หรือหัวเราะยังต้องคิดหลายตลบ ถูกตีจนสมองมึน "เสี่ยวหรูข้าให้ลูกศิษย์ไปต้มยาขับพิษมาให้เ้าแล้ว นั่นอย่างไร"
"อา..."หลินหลานหรูเห็นลูกศิษย์ที่เชียนหลีต๋าเอ่ยถึงเข้าพอดี ตอนนี้กำลังยกถ้วยยาร้อนๆเข้ามา ใบหน้าหลินหลานหรูบิดเบี้ยวก่อนครางเสียงแ่อย่างขอความช่วยหรือมือก็ควานหาที่หลบไปอีกทาง "เฉิงอิ้น... เฉิงอิ้นอยู่ที่ใด ช่วย..."
"เสี่ยวหรูข้าให้เฉิงอิ้นกลับไปแล้ว เขาจะได้จัดการคนในจวนไม่ให้ใครรู้ว่าเ้าไม่อยู่คืนนี้เ้าต้องค้างกับข้า"
ไม่จำเป็ก็ได้กระมังข้าอยากกลับจวน นางโอดครวญในใจมองหาตัวช่วยอื่น ก็เห็นเสวี่ยเฟิ่งถูกเหลยเมี่ยวใช้ให้เข็นรถเก้าอี้พากันพูดคุยออกจากเรือนไป เหตุใดเขาทิ้งนางเช่นนี้
"เสี่ยวหรู มาเร็วข้าจะป้อนยาให้เ้า"
หลินหลานหรูมองเชียนหลีต๋าใช้ช้อนคนยาในถ้วยตัวบางอย่างลอยละล่องอยู่ในนั้น มือสั่นๆ ของหลินหลานหรูจึงยกชี้ไปที่ถ้วยยา"นั่น นั่นตะขาบ?"
"เสี่ยวหรู เ้าเก่งมากยานี้ข้าเพิ่งคิดค้นขึ้นได้" เชียนหลีต๋าภาคภูมิใจอย่างที่สุดทั้งปากทั้งตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มจากนั้นสั่งให้ลูกศิษย์ด้านหลังสองคนจับหลินหลานหรูไม่ใช้ช้อนป้อนให้รู้สึกอบอุ่นน่ารัก แต่ใช้วิธีที่ง่ายและรวดเร็วกว่ายิ่ง
จับกรอกยาเข้าปากหลินหลานหรูเสียเลยก็หมดเื่"เสี่ยวหรู เ้ากินยานี่เสร็จแล้ว ข้าจะให้คนพาเ้าไปแช่น้ำสักหน่อยตอนนี้กำลังเดือดได้ที่"
หลินหลานหรูใจกระตุกแล้วกระตุกอีกคล้ายหัวใจจะวายตายเสียให้ได้ เชียนหลีต๋า เ้ามันหมอหญิงสติเลอะเลือน!
"เสี่ยวหรู เด็กดีของข้าพรุ่งนี้อยู่กับข้าต่ออีกสักวันเป็ไร"
"ม่ายยยยย ช่วยข้าด้วย!"
เหลยเมี่ยวอยู่ด้านนอกกับเสวี่ยเฟิ่งกำลังหัวเราะอย่างขบขันหากจะมีคนที่เอาหลินหลานหรูอยู่หมัด เห็นทีจะมีแต่ภรรยาคนนี้ของเขา
"ไม่โหดไปหน่อยหรือขอรับ"เสวี่ยเฟิ่งย่นหัวคิ้วเล็กน้อย ขณะที่ตัวเองเอาแต่หันมองกลับเข้าไปในเรือนไม่หยุดรู้สึกไม่วางใจอย่างไรอย่างนั้น
"เ้าวางใจ นางไม่เป็อันใดหรอกเสี่ยวต๋าไม่ได้เลอะเลือนถึงขั้นนั้น แค่ไม่เหมือนคนปกติทั่วไป"
"ขอรับ"แต่รู้สึกเหมือนจะไม่ใช่เช่นนั้น ไม่อย่างนั้นหลินหลานหรูจะแหกปากร้องได้หรือกระทั่งตอนนี้ยังมีเสียงสบถด่าดังเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน
"เชียนหลีต๋า!!เ้ามันเลอะเลือน"
"เสี่ยวหรู พูดจาไม่งาม ข้าบอกเ้าว่าอย่างไรไหนเรียกข้าว่าท่านแม่ เรียกแม่เร็วลูกรัก"
"อ๊า! เ้าให้ข้าเรียกแม่สามีเ้าให้ข้าเรียกปู่ เหตุผลไร้สาระอันใดกัน เลอะเลือน! เลอะเลือน!"
หลินหลานหรูเถียงผู้ใดนางล้วนชนะแต่เถียงกับคนสติไม่ดี ...นางอับจนคำโต้เถียง เชียนหลีต๋ามีความผิดปกติทางจิตเป็โรคหลายบุคลิก[1] ที่โลกใบนี้ไม่มียารักษานี่คือบุคลิกที่สามจากทั้งหมดเจ็ด 'เป็แม่ผู้คลั่งไคล้ลูกสาว' บุคลิกที่โหดหินที่สุดแล้ว...
ผ่านไปราวสองชั่วยามด้านนอกฟ้าก็มืดสนิท เสียงฟ้าคะนองดังไล่เข้ามาเรื่อยๆ
หลายวันมานี้ตรงกับ่จิงเจ๋อ[2] ทั้งแมลงและสัตว์เริ่มตื่นจากการจำศีลเพื่อออกหาอาหารกลางป่าเขาเช่นนี้จึงไม่แปลกที่จะได้ยินเสียงแมลงร้องกันระงม ฟังดูสงบไปอีกแบบ
ภายในเรือนปรุงยา หลินหลานหรูนั่งหน้างออยู่บนเตียงทั่วทั้งตัวแดงเป็ปื้นเพราะถูกจับแช่ในน้ำร้อนเป็เวลานานพอต้องลมเพียงเล็กน้อยจึงรู้สึกแสบๆ คันๆ
เสวี่ยเฟิ่งเดินประคองอ่างน้ำกับผ้าขาวเข้ามาอย่างระมัดระวังก่อนวางมันทั้งหมดลงบนเตียง จากนั้นก็ผสมน้ำมันสมุนไพรบำรุงผิวลงไป ชุบผ้าแล้วบิดให้หมาดส่งให้หลินหลานหรูเช็ดแขนตนเอง
หลินหลานหรูเช็ดเสร็จไปข้างหนึ่งก็ชำเลืองมองเสวี่ยเฟิ่งดันสบเข้ากับดวงตาคมกริบคู่นั้นพอดี
"ท่านไม่แปลกใจหรือเหตุใดข้าถึงอยู่ที่นี่" หลินหลานหรูหมดฤทธิ์แล้วความเย่อหยิ่งที่มีก่อนหน้าหายไปเกลี้ยงเมื่อต้องรับมือกับเชียนหลีต๋าจนเหน็ดเหนื่อยกระนั้นก็ยังอยากหยั่งเชิงอยากรู้ว่าเขายังจำสิ่งใดเกี่ยวกับเื่เมื่อตอนเช้าได้บ้าง
เสวี่ยเฟิ่งลุกเดินไปรินน้ำอุ่นๆบนโต๊ะปรุงยามาให้หลินหลานหรู มองนางดื่มจนหมดแล้วถึงค่อยเอ่ยตอบ"เหลยเมี่ยวเล่าให้ข้าฟังแล้ว"
นางรับน้ำมาดื่มเอง ทว่าก็ยังไม่หายกระจ่าง"ท่านไม่โกรธแค้นข้าเื่...นั้นหรือ"
เสวี่ยเฟิ่งหลุบตามองตามมือที่นางชี้สาบเสื้อผ้าป่านบนตัวเขาเผยให้เห็นผ้าพันแผลสีขาวซึ่งตอนนี้มีเืซึมเป็วงกว้างวงใหญ่ เมื่อช้อนสายตาขึ้นมาก็สบตานาง"มีผู้ใดไม่โกรธแค้นบ้างเล่า เ้าคงคิดไว้แล้วว่าจะชดใช้ให้ข้าอย่างไร"
หลินหลานหรูเผลอกัดริมฝีปากเบาๆมีผู้ใดที่หากสมองไม่เลอะเลือนแล้วจะไม่โกรธ"ข้ายังคิดไม่ออกว่าจะชดใช้อย่างไร ถ้าเช่นนั้นท่านให้เวลาข้าคิดสักหน่อยดีหรือไม่"
"ไม่เป็ไร"เสวี่ยเฟิ่งสวนตอบทันที
แต่เช่นนี้ไม่ดีแน่มองจากท่าทีในตอนนี้ของเขา หลินหลานหรูก็มั่นใจกว่าครึ่งกระนั้นนางก็ยังเอ่ยถามออกไป "ท่านจำได้ทั้งหมดแล้ว"
เสวี่ยเฟิ่งไม่เอ่ยตอบเขาหันไปหยิบผ้ามาชุบน้ำแล้วดึงมือนางไปเช็ด ทำราวกับไม่ได้ยิน
สักพักถึงได้เอ่ยขึ้นมา"ไม่ได้ผลหรอก" เขาพูดไม่มองหน้า "ยาของเ้าธรรมดาเกินไป ข้าอยู่ในค่ายทหารมานานปีเคยถูกฝึกให้ใช้มันปล่อยๆ จนชิน เ้าไม่รู้หรอกว่าหากตกไปอยู่ในมือของฝ่ายศัตรูจะเจอเื่โหดร้ายแค่ไหน องค์ชายที่ถูกทอดทิ้งอย่างข้าหากไม่ป้องกันตัวเองจะรอให้ใครปกป้อง"
หลินหลานหรูรู้สึกหดหู่ในใจจมอยู่ในความคิดไปชั่วขณะ นางเองก็เป็เช่นนั้นไม่ใช่หรือเพราะถูกทอดทิ้งทางอ้อมจนรู้สึกไม่ปลอดภัยชาติก่อนถึงได้ลงมือฆ่าคนที่คิดว่าเป็ภัยต่อตนเอง เป็หรือตายครอบครัวยังไม่ใส่ใจตราบใดที่ยังมีประโยชน์ให้ได้ พวกเขาก็ไม่สนว่านางจะอยู่หรือตาย
"ข้าได้ยินฮูหยินเหลยพูดเ้าใช้พิษเย็นขับพิษในร่าง ทำเช่นนั้นจริงหรือไม่"
หลินหลานหรูหลุดจากห้วงความคิด"ก็คงจะจริงกระมัง วันหนึ่งข้าดื่มพิษมากกว่าสามชนิดถึงตอนนี้จึงคร้านจะใส่ใจว่าเป็พิษเย็นหรือร้อน"
"หลานหลัน"มือเสวี่ยเฟิ่งที่จับมือนาง เขาเผลอออกแรงเล็กน้อย พอรู้ตัวก็ปล่อยมือนาง
"หืม?" หลินหลานหรูช้อนสายตาขึ้นมองแต่ไม่ใช่เพราะเขาเรียกชื่อนาง แรงที่เพิ่มขึ้นบนมือกับอาการรีบร้อนปล่อยมือของเขาทำให้นางต้องเงยหน้ามอง
แสงเทียนในห้องวูบไหวน้อยๆหลินหลานหรูจึงเห็นว่าั์ตาเสวี่ยเฟิ่งดูอบอุ่นขึ้นแล้วเงียบนิ่งกันอยู่นานก็ได้ยินเขาเอ่ย "เป็ผู้ใดคิดสังหารเ้า"
ชั่วเวลานั้นหลินหลานหรูรู้สึกสั่นไหวในใจหลุบตามองน้ำในอ่าง จะใช่เขากำลังรู้สึกไม่พอใจและคิดล้างแค้นแทนนางหรือไม่ เฮอะ!นางกำลังคาดหวังสิ่งใดอยู่กัน "ข้าไม่รู้เ้าค่ะ คงเป็ใครสักคนที่ไม่อยากเห็นข้ามีชีวิตอยู่กระมัง"
"ให้ข้าจัดการให้ดีหรือไม่"
เขาช่างมีน้ำใจหลินหลานหรูแย่งผ้าขาวผืนเล็กในมือเสวี่ยเฟิ่งมาถือเอ่ยบอกปฏิเสธอย่างไม่เสียมารยาท "ข้าไม่รบกวนท่าน เื่ภายในสกุลหลินก็ให้คนสกุลหลินจัดการ"
"ใช้คดีทุจริตภาษีหรือไม่"
"รู้ได้อย่างไร" หลินหลานหรูจำได้ว่าไม่เคยหลุดปากพูด
"เหลยเมี่ยวเล่าให้ฟัง"เห็นนางเงียบ เสวี่ยเฟิ่งจึงเอ่ยต่อ "...หลานหลันเ้ารู้ตัวผู้บงการในคดีนี้แล้ว เหตุใดไม่ส่งหลักฐานให้ทางการ ข้าได้ยินว่าเ้าซื้อตัวผู้คุมในคุกไว้หลายคนเพราะครอบครัวบัณฑิตผู้นั้นหรือ"
"เื่ไร้สาระเช่นนี้เหลยเมี่ยวก็เล่าท่านให้ฟัง"นางพูดต่ออีกว่า "ท่านพูดเหมือนง่าย ส่งให้ทางการ? มู่หวังจง? คิดมากแล้ว ข้าอายุเท่าไรเองเด็กอย่างข้าจะทำอะไรได้ วันๆ ก็แค่หาเื่สนุกทำคลายเบื่อก็เท่านั้น"
ตามจริงแล้วใครคือผู้ว่าจ้างมือสังหารยังไร้หนทางให้นางสืบตาม ส่วนเื่ผู้บงการคดีทุจริตภาษีนางยังไม่เห็นเวลาเหมาะให้ลงมือ
สีหน้าเสวี่ยเฟิ่งแฝงความขุ่นเคืองลึกๆไม่กล่าวอันใดออกมาอีกก็เก็บผ้าขาวพร้อมยกอ่างทองแดงเดินไปวางบนโต๊ะปรุงยากลางห้อง
หลินหลานหรูเห็นสาบเสื้อของเขาเปิดเล็กน้อยผ้าพันแผลยังเป็ของเดิมกับที่นางเห็นเมื่อเช้า จึงเดินตามหลังเขาลงจากเตียงแล้วเลี้ยวไปยังตู้เก็บของ เลือกผ้าพันแผลพร้อมยาสมานแผลอีกสองสามขวดใส่ลงในกล่องเดินกลับมาที่โต๊ะปรุงยา แล้วยืนกดดันให้เขานั่งลงบนตั่งไม้ด้านข้าง
เสวี่ยเฟิ่งมองกล่องในมือนางเข้าใจได้ทันทีว่านางคิดจะทำสิ่งใด จึงยอบตัวลงนั่งอย่างว่าง่ายปล่อยให้นางเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ใหม่
"ท่านดึงเสื้อลงอีกหน่อยข้าพันไม่ถนัด"
ยามนั้นเสวี่ยเฟิ่งชะงักกึกในใจคิดว่าหลินหลานหรูเป็คุณหนู ไม่อายหรือที่สั่งให้ผู้อื่นถอดเสื้อซ้ำผู้อื่นที่ว่านี้ยังเป็บุรุษ สำหรับเขาไม่คิดมากเื่นี้อยู่แล้ว ในเมื่อนางไม่ถือสาเขาจะใส่ใจหรือาแนี้ก็เกิดขึ้นเพราะนาง เช่นนั้นก็ให้นางรับผิดชอบทั้งหมด!
หลินหลานหรูหายใจสะดุดเล็กน้อยยามเห็นาแที่เกิดจากคมกระบี่าแนี้ลากเป็ทางยาวจากไหล่ซ้ายลงมาขวา แผลค่อนข้างลึกทีเดียวแม้สีหน้านางไม่เปลี่ยน แต่มือกลับสั่นเบาๆ โดยไม่รู้ตัว
เสวี่ยเฟิ่งจับข้อมือนางจึงเห็นว่าเขากำลังมองมาอยู่ มือที่สั่นเมื่อครู่จึงนิ่งขึ้น"ข้าจะพันแผลต่อ"
เขาไม่ได้ปล่อยข้อมือนางอย่างที่คิดไว้แรงที่บีบมือก็พลันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เวลานี้นางจึงมองสบตาเขาแม้จะรู้สึกเจ็บแต่ก็อดทนไม่แสดงออกให้เขาเห็น
กระทั่งเสียงฟ้าร้องดังสนั่นตามด้วยฝนกระหน่ำตกอย่างหนักหน่วง จังหวะเสียงนั้นหลินหลานหรูสะดุ้งเล็กน้อยเสวี่ยเฟิ่งจึงปล่อยมือ
หลินหลานหรูพันแผลต่อให้เขาจนเสร็จมองเขาสวมเสื้อต่อได้เพียงครู่เดียว
จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นเดินไปปิดหน้าต่างให้นางทั้งยังแย่งกล่องยาและผ้าพันแผลไปเก็บในตู้ให้เสร็จสรรพไม่เอ่ยอะไรก็หันหลังออกจากเรือนไปทันที
ที่แท้แล้วตอนนี้เสวี่ยเฟิ่งรู้สึกเช่นไรหลินหลานหรูได้แต่ยืนมองเขาเดินออกไป
ผ่านช่องประตูที่ถูกปิดไม่สนิทแผ่นหลังเด็กหนุ่มผู้สูงศักดิ์ที่เหมือนจะหยิ่งยโสไม่น้อย วิ่งฝ่าสายฝนท่ามกลางความมืดสะพานเชือกไม้ไผ่แกว่งไกวตามแรงวิ่งั์ตาหลินหลานหรูภายใต้แสงเทียนแข็งกร้าวขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็ความซับซ้อนที่เกิดขึ้นได้ยาก
พิษที่ให้ไปก็ถือเป็หลักประกันหากคิดจะแปรพักตร์ก็คงมีแต่ความตายเท่านั้นที่มอบให้ได้
เสวี่ยเฟิ่ง ข้าจะเชื่อใจเ้าสักครั้ง
เช้าวันต่อมาเชียนหลีต๋าในบุคลิกใหม่ …ท่านอาผู้อ่อนโยน เปิดประตูเรือนปรุงยามาอย่างร้อนใจ
"อาหรู เกิดเื่แล้วเ้ารีบตื่นเถอะ"
หลินหลานหรูงัวเงียตื่นตามเสียงรบกวนยังมองเห็นหน้าเชียนหลีต๋าไม่ชัด ก็ได้ยินอีกฝ่ายเอ่ย"มารดาเ้าถูกลอบสังหาร!"
เพียงประโยคสั้นๆแต่กลับทำให้นางแข็งค้าง หาคำใดเอ่ยถามไม่ออก นั่งอึ้งอยู่บนเตียงอย่างนั้น
เชียนหลีต๋าผละห่างไปยังตู้ยานางเตรียมสมุนไพรและยาหลายขวดลงถุงผ้าอย่างเร่งรีบ เอ่ยไปพร้อมว่า "อาหรูเ้ารีบลงเขาเถอะ มารดาเ้าถูกพิษเช่นเดียวกับที่เ้าโดนหากไปเวลานี้อาจทันดูใจนางเป็ครั้งสุดท้าย"
เกิดคำถามมากมายขึ้นในหัวหลินหลานหรูใจนางเต้นตึกๆ
"อาหรู เ้ายังไม่หายดียาพวกนี้ข้าเตรียมให้เ้ากินระหว่างทาง" เชียนหลีต๋ายัดถุงผ้าให้หลินหลานหรูก่อนเดินไปหยิบเสื้อบุนวมตัวนอกพร้อมเสื้อคลุมกันฝนสีน้ำเงินมาสวมให้นาง
หลินหลานหรูถูกเชียนหลีต๋าพาออกจากเรือนปรุงยาด้านนอกฟ้ามืดสลัว มีฝนโปรยละอองเม็ดเล็กๆเชียนหลีต๋าจึงพาหลินหลานหรูเดินลัดเลาะไปตามสะพานไม้ไผ่ที่เชื่อมไปถึงเรือนหลักบนชั้นสองเดินลงบันไดมาชั้นล่างก็พบเหลยเมี่ยวกับเสวี่ยเฟิ่งรออยู่หน้าประตู
เชียนหลีต๋าจับไหล่เล็กๆทั้งสองข้างของหลินหลานหรู ก่อนเอ่ยด้วยความหนักใจ "อาหรู เมื่อคืนฝนตกหนักทางลงเขาที่เ้าขึ้นมาเมื่อวานถูกน้ำตัดขาด ต้องใช้เส้นทางอ้อมเขาเพื่อเข้าประตูเมืองทางทิศใต้"
เชียนหลีต๋าหันไปรับห่อผ้าอีกห่อจากเหลยเมี่ยวมาให้หลินหลานหรูกล่าวอีกว่า "นี่เป็ของที่เ้าต้องใช้เดินทาง ข้าหารถม้าให้เ้าไม่ได้เ้าขึ้นเขาไปจะเจอหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่ให้เ้าตามหาชายตัดฟืนแล้วบอกเขาว่าข้าเป็คนส่งเ้ามา ให้เ้าขึ้นรถลากกลับเมืองไปพร้อมกับคนผู้นั้น"
หลินหลานหรูที่ยังตระหนกในใจพยักหน้าอย่างเลื่อนลอย
เชียนหลีต๋าจึงหันไปกำชับกับเสวี่ยเฟิ่งแทน"อาเฟิ่ง ครั้งนี้ต้องรบกวนเ้าพานางลงเขาด้วย..."กระนั้นเชียนหลีต๋าก็ยังเป็ห่วงหลินหลานหรู "อาหรู อาเฟิ่งจะลงเขาไปกับเ้าข้าไม่วางใจให้เ้าไปคนเดียว หากจะรอลูกศิษย์ข้าที่อยู่ยังตีนเขามาถึงก็คงสายโด่งเกรงจะไม่ทันกาล เ้าต้องระวังตัวให้ดีเข้าใจหรือไม่"
หลินหลานหรูขยับปากเอ่ยในที่สุดแต่ก็สั่นมาก "ข้าเข้าใจเ้าค่ะ"
ทว่านางยังถูกเชียนหลีต๋าพาเดินเลี่ยงออกมายังระเบียงก่อนเอ่ยเสียงเบา ราวกับเื่นี้เป็เื่ที่สำคัญมาก
"อาหรูข้าไม่รู้ว่าในใจเ้ารู้สึกอย่างไรกับเื่นี้หวังว่าเ้าจะไม่เอาเื่ราวในอดีตมาทำให้ปัจจุบันของเ้าต้องผิดซ้ำถึงอย่างไรมารดาเ้าก็รักเ้าที่สุด หากพลาดไปแล้วข้าไม่อยากเห็นเ้าเสียใจเข้าใจที่ข้าพูดใช้หรือไม่"
หลินหลานหรูกำถุงผ้าสองใบในมือราวกับกำลังข่มกลั้นความรู้สึกบางอย่างยามนั้นจู่ๆ ฝนก็เทกระหน่ำลงมาอีกระลอกแววตาที่เหมือนเลื่อนลอยพลันกลับมาคมกริบดุดันอีกครั้ง "ท่านอาที่ข้ากลัวที่สุดคือการผิดซ้ำสอง ท่านแม่ดีต่อข้าเื่นี้ข้าประจักษ์ดีไม่อาจเพิกเฉยได้อย่างแน่นอน"
"ดีแล้ว เ้าเข้าใจก็ดีแล้ว"เชียนหลีต๋าพยักหน้า ทว่านางมองแววตาหลินหลานหรูออก เด็กคนนี้กำลังสับสนได้แต่หวังว่านางจะไม่เลือกทางผิด เอาความเกลียดชังในใจมาลงกับมารดาตน
ทั้งคู่เดินกลับมาเหลยเมี่ยวจึงเอ่ยกับหลินหลานหรูบ้าง "เด็กน้อย ข้าขาพิการลงเขาไปเป็เพื่อนเ้าไม่ได้เส้นทางนี้ทั้งไกลและอันตราย ขึ้นไปถึงหมู่บ้านได้ยังนับว่าง่ายดายนักแต่หลังออกจากหมู่บ้าน ไม่มีอะไรรับรองได้ว่าพวกเ้าจะไม่ถูกปล้นระหว่างทางข้าไม่ให้ของมีค่าพวกเ้าติดตัวนอกจากอาหารกับน้ำก็เพื่อเลี่ยงเหตุการณ์เหล่านี้"
หลินหลานหรูพยักหน้าเชียนหลีต๋าจับหมวกเสื้อยกคลุมศีรษะให้หลินหลานหรู ก่อนส่งเด็กทั้งสองลงจากเรือน
เสวี่ยเฟิ่งหันมากล่าวก่อนไป"ฮูหยินเหลย ข้าฝากฉางิไว้กับท่านด้วย รอข้าเข้าเมืองแล้วจะส่งคนขึ้นมารับเขา"
"เ้าวางใจข้าจะดูแลสหายเ้าเป็อย่างดี"
เสวี่ยเฟิ่งประสานมือขอบคุณแล้วหมุนตัวเดินลงจากเรือนไป
พวกเขาเดินฝ่าสายฝนลงไปถึงประตูรั้วด้านล่างอีกาตัวหนึ่งก็บินลงมาเกาะบนไหล่ของเชียนหลีต๋าพอดีนางล้วงหนอนในแขนเสื้อส่งเข้าปากมันอย่างเอาใจ
"เสี่ยวต๋า เหตุใดเ้าไม่บอกนางจดหมายที่เ้าหนุ่มเฉิงอิ้นส่งมาพร้อมอีกาตัวนี้ นอกจากเื่ฮูหยินสกุลหลินถูกลอบสังหารยังมีเื่สาวใช้นางนั้นตั้งครรภ์ เพราะอย่างนี้ถึงทำให้การคุ้มกันหละหลวม"
เชียนหลีต๋าเหลือบมองสามีแวบหนึ่ง"กลับไปนางก็รู้เอง บอกตอนนี้จะมีประโยชน์อะไรมีแต่จะทำให้นางคิดมากเสียเปล่า เมื่อคืนฝนตกหนัก แค่คืนเดียวก็เกิดเหตุมากมายท้ายที่สุดแล้วพวกเขาจะเข้าเมืองได้หรือไม่นั้น ยากจะคาดเดา"
กล่าวจบเชียนหลีต๋าก็ยกมือโบกพร้อมส่งยิ้มน้อยๆให้หลินหลานหรู
_______________________
[1] โรคหลายบุคลิก หรือ Dissociative Identity Disorder(DID) เป็โรคจิตประเภทหนึ่งที่ตัวผู้ป่วยมีบุคลิกอื่นๆมากกว่า 2 บุคลิกขึ้นไปผลัดเปลี่ยนกันออกมาใช้ชีวิต และแสดงพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากบุคลิกเดิม
[2] จิงเจ๋อ(惊蛰)แปลว่าตื่นจากฤดูจำศีลนั่นคือแมลงหรือสัตว์ที่จำศีลอยู่จะเริ่มตื่นขึ้นเพื่อจะออกมาหาอาหารฝนตกชุกฟ้าคะนอง เริ่มประมาณวันที่ 5-7 มีนาคม