“ถึงแล้วล่ะเมอบิอุสอยู่ในถ้ำนี่แหละบ่อน้ำแสงจันทร์”
กูมิโฮยืนปัดเกสรที่เหลืองที่จับอยู่ตามตัวและเสื้อผ้าไปด้วยบอกเมอบิอุสไปด้วย เมื่อก่อนเธอชอบมาเที่ยวที่นี่มากเนื่องจากบ่อน้ำแสงจันทร์นั้นเป็อีกที่ที่สวยงามมาก
“เวลาเหลือไม่มากแล้วมิโฮ พวกเรารีบไปเถอะ”
เมอบิอุสเร่งจิ้งจอกสาวก่อนเหลือบไปเห็นก่อกุหลาบป่าสีแดงสวยที่ขึ้นอยู่ทางเข้าของถ้ำ
ตอนนี้ทั้งสองอยู่ที่หน้าถ้ำที่อยู่ริมสุดด้านตะวันตกของป่ามายาเรียบร้อยแล้วโชคดีที่ตอนนี้พระอาทิตย์เพิ่งแตะขอบฟ้าพวกเขายังคงมีเวลาก่อนที่พระจันทร์จะขึ้นถ้ำที่เป็ที่ตั้งของบ่อน้ำแสงจันทร์นั้นอยู่ใต้หน้าผาที่สูงประมาณตึก 3 ชั้น้าของหน้าผาที่เหมือนจะเคยเป็ป่ามาก่อนเหมือนมีปล่องควันที่พ่นเกสรพิษสีเหลืองขนาดใหญ่อยู่ 1 ปล่องเมอบิอุสคาดว่านั้นน่าจะเป็รูที่แสงจันทน์เคยลอดเข้ากระทบบ่อน้ำแสงจันทร์นั่นเอง
ปากทางเข้าถ้ำขนาดใหญ่พอที่จะให้รถบรรทุกเข้ามาจอดได้สบายๆแต่เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปเรื่อยๆถ้ำก็เหมือนจะหดลงเรื่อยๆเหมือนกับบนผนังถ้ำอื่นๆถ้ำนี้ก็มีผลึกแสงสีขาวกระจายอยู่ตลอดทางนี่เป็ครั้งแรกที่เมอบิอุสได้เห็นผลึกที่ไม่ได้ผังอยู่บนกำแพงมันเป็ผลึกทรงกลมที่มีหนามเล็กๆอยู่รอบ เมอบิอุสหยิบขึ้นมาพิจารณา
“ผลึกแห่งแสงน่ะเพราะว่าถ้ำนี่ได้รับแสงจันทร์มากผลึกพวกนี้เลยมีมากไปด้วย”
กูมิโฮอธิบายอย่างชำนาญ เื่นี้เป็เื่พื้นฐานของเวทมนตร์ที่อินาริสอนให้เธอเลยทีเดียว แต่สำหรับเมอบิอุสที่เข้ามาในโลกแห่งนี้ได้ไม่นานนัก เขาสงสัยมากว่ามันใช้ทำอะไร
“แล้วนอกจากให้แสงสว่างแล้ว พวกมันมีประโยชน์อะไรอีกไหมมิโฮ”
“ประโยชน์เหรอ คงเอาไว้แกล้งคนมั้ง แบบนี้ไง”
จิ้งจอกสาวเหยียบผลึกแสงลูกหนึ่งที่กลิ้งอยู่ใต้เท้าของเธออย่างแสง
ทันทีที่ผลึกก้อนนั้นแตกออกแสงสว่างจำนวนมากก็ออกมาจากผลึกก้อนเล็กๆนั้นจนทำให้ถ้ำทั้งถ้ำสว่างวาบขึ้นมาราวกับมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นในถ้ำเมอบิอุสที่ไม่ทันตั้งตัวก็สะดุ้งสุดตัวเนื่องจากความใ
“อิอิ มันก็เหมือนกันผลึกของพลังนั้นแหละพอแตกแล้วพลังธาตุนั้นๆก็จะออกมาอย่างธาตุแสงก็เป็แสงสว่างแบบเมื่อกี้ไง”
กูมิโฮหัวเราะอย่างสดใสเมื่อเห็นท่าที่เมอบิอุสใก่อนจะบอกความรู้พื้นฐานที่แม่เธอเคยเล่าให้ฟังทำให้เมอบิอุสเก็บผลึกธาตุแสงเหล่านี้ไปด้วยเพราะอาจจะมีประโยชน์ในอนาคตก่อนจะนึกอะไรออกมาได้
“แล้วถ้าเป็ผลึกธาตุไฟล่ะมันจะใช้โจมตีได้ไหม”
“ได้สิ แต่ต้องเอาผลึกธาตุไฟไปตบใส่หน้าของศัตรูนะแล้วมือต้องทนธาตุไฟได้ด้วย จริงๆแล้วปล่อยเวทย์มนต์ไฟนี่สะดวกกว่าเยอะเลย”
จิ้งจอกสาวอธิบายนั้นแก้ข้อสงสัยว่าทำไมบางคนถึงทิ้งผลึกธาตุอย่างไม่ไยดีเพราะมันไร้ประโยชน์แบบนี้นี่เองแต่เมอบิอุสก็ยังคงเดินไปเก็บผลึกธาตุแสงไปเรื่อยๆ เพราะอย่างน้อยผลึกพวกนี้ก็ให้แสงสว่างได้
ภายในถ้ำนี้มีกระแสลมแรงพัดเข้าอยู่ตลอดเวลาซึ่งนับเป็โชคดีของทั้งสองคนเพราะว่าถ้าต้องเดินสวนเกสรพิษเข้าไปพวกเขาอาจจะทนพิษของมันไม่ไหวก็เป็ได้ แต่เนื่องจากลมพัดเข้าแรงขนาดนี้ทำให้เกสรสีเหลืองที่ออกจากส่วนบนของหน้าผาสูงขึ้นสูงมากๆและเป็อีกสาเหตุที่ทำให้ป่าแทบทั้งป่าถูกปกคลุมไว้ด้วยเกสรสีเหลือง
“ระวังนะเมอบิอุสพวกเราใกล้ถึงแล้ว”
หลังจากจิ้งจอกสาวพูดจบเธอก็แปลงร่างเป็หมาจิ้งจอกเพื่อเตรียมสู้ทันทีเนื่องจากในร่างจิ้งจอกนั้นเธอจะมีความรวดเร็วมากกว่าแต่จะรวบรวมพลังเวทมนตร์ช้ากว่าร่างมนุษย์อยู่พอสมควร
นับทางปากถ้ำทั้งสองเดินเข้ามาประมาณ 200เมตรก็พบว่าถ้ำนั้นสุดทางเป็ห้องโถงขนาดใหญ่ทรงกลมกว้างประมาณ 30 เมตรโดยตรงกลางของห้องโถงเป็บ่อน้ำทรงกลมเหมือนกัน มันมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15เมตร แต่เมอบิอุสคิดว่ามันเหมือนหลุมน้ำขังมากกว่าเพราะว่ามันดูตื้นมากคือแค่ประมาณ 1ฟุตเท่านั้น
ส่วนพื้นที่โดยรอบมีก้อนหินก้อนใหญ่ๆอยู่บ้าง 2-3 ก้อนนอกนั้นเป็พื้นที่ที่เรียบเหมือนเป็ฝีมือของมนุษย์ที่บรรจงมาสร้างไว้ เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าปกติแล้วถ้ำนี่จะสวยงามสักเพียงใดถ้าไม่มีเหล่าคนเห็นแก่ตัวพวกนั้น
บนบ่อน้ำสวยมีต้นไม้ต้นใหญ่มากจนเกือบจะเต็มบ่อน้ำแสงจันทร์มันเป็ต้นไม้ที่เหมือนสร้างจากเถาวัลย์สีเขียวจำนวนมากอัดแน่นตามแนวตั้ง้าเป็ดอกไม้ขนาดใหญ่ที่ตรงกลางของดอกไม้เป็ปากที่มีเขี้ยวซี่เล็กๆเรียงรายเหมือนเครื่องบดเนื้อขนาดใหญ่ที่พ่นเอาเกรสสีเหลืองของมันออกมาตลอดเวลา
ซึ่งละอองเกสรของมันได้ถูกพัดออกไปทางรูกลมๆที่มีแสงอาทิตย์ส่องลงมาที่อยู่กลางบ่อน้ำพอดีกลีบดอกสีแดงลายจุดสีขาวของมันทำให้มันเป็ต้นไม้ที่น่าเกลียดเอามากๆและเหมือนว่าตอนนี้ต้นไม้ต้นใหญ่จะไม่รู้ว่าศัตรูของมันยืนอยู่ตรงหน้ามันแล้ว
(มิโฮเผามันตอนมันยังไม่รู้ตัวนี่แหละ)
เมอบิอุสบอกจิ้งจอกสาวด้วยกระแสจิตเขาคิดว่าโดยปกติแล้วต้นไม้น่าจะแพ้ไฟกูมิโฮรวบรวมพลังแล้วพ่นไฟออกจากหางเข้าใส่ต้นไม้นั่นทันที
4000 (คริติคอลจากการโจมตีโดยเป้าหมายไม่รู้ตัว)
‘ท่านได้พบกีก้ารัฟเฟอเซีย ระดับ 40 มอนสเตอร์ระดับบอสคะ’
ความเสียหายที่เกิดขึ้นสูงตามที่เมอบิอุสคิดเอาไว้แต่บอสต้นไม้นี่ก็ยังไม่ติดไฟอยู่ดีเพียงแต่มีควันสีดำลอยออกมานิดหน่อยเท่านั้นแล้วเมอบิอุสก็นึกขึ้นได้ว่า มันก็เหมือนก่อกองไฟด้วยใบไม้สดๆที่นอกจากติดไฟยากแล้วยังทำให้เกิดควันขึ้นมากมายอีกด้วย แถมตอนนี้บอสต้นไม้พิษก็เหมือนจะรู้ตัวแล้วว่ามีผู้บุกรุกมันเริ่มโจมตีด้วยเถาวัลย์ที่ตรงปลายมีปากเล็กๆเข้าใส่ทั้งสองคนทันที
(แยกกันมิโฮ!)
เมอบิอุสบอกกูมิโฮพร้อมกับเอา ไอแอนด์อีออกมายิงมั่วๆอย่างเคย ก่อนวิ่งไปหลบหลังก้อนยิงก้อนใหญ่แถวๆนั้นแล้วหยิบเอาทอมสันขึ้นมาพาดกับก้อนหินเขาเริ่มสาดะุใส่ต้นไม้ั์ทันทีตัวเลขของความเสียหายพุ่งขึ้นราวกับน้ำพุด้วยความเร็วในการยิง 90 นัด/นาที
ซึ่งแน่นอนต้นไม้ั์ไม่ยอมให้เมอบิอุสยิงมันอย่างฟรีๆได้ตลอดมันจึงส่งเถาวัลย์เข้าพุ่งใส่ชายหนุ่มทันทีถึงแม้เมอบิอุสจะใช้ก่อนหินเป็ที่กำบังแต่เถาวัลย์นั่นก็พุ่งมาดักเขาทั้งซ้ายขวาแล้วตรงกลางปิดทางหนีของเขาเอาไว้หมด แต่ตอนนั้นเองลูกไฟขนาดใหญ่ก็พุ่งเข้าปะทะกับลำต้นของต้นไม้ใหญ่
2000
(หลบเร็วเมอบิอุส)
เป็จิ้งจอกสาวที่วิ่งไปรวบรวมพลังไปพ่นไฟลูกใหญ่ใส่ต้นไม้อีกรอบทำให้เถาวัลย์ที่พุ่งใส่เมอบิอุสชะงักไปพักนึง เขาจึงสามารถหลบออกมาได้
(มิโฮรวมพลังไปเรื่อยๆผมจะยิงล่อมันให้ถ้าเห็นมันจะโจมตีโดนผม ค่อยปล่อยลูกไฟเข้าสกัดนะ)
เมอบิอุสบอกแผนให้จิ้งจอกสาวทันทีก่อนจะสาดะุใส่ต้นไม้พิษที่ตอนนี้กำลังหันไปโจมตีจิ้งจอกสาวอยู่
35*53
45*10(คริคอลจากความสามารถ)
จิ้งจอกสาวหลบเถาวัลย์ที่ต้นไม้ั์ใช้โจมตีเธอได้อย่างสบายๆเพราะมีเมอบิอุสคอยยิงใส่เพื่อให้เถาวัลย์นี้ช้าลงและเมื่อต้นไม้ั์หันไปสนใจเมอบิอุสเธอก็จะเตรียมปล่อยพลังเวทใส่ต้นไม้เพื่อช่วยเมอบิอุสทันทีคราวนี้เธอลองใช้ท่าใหม่ที่เพิ่งคิดได้
300*9
กูมิโฮใช้หางทั้งเก้าของเธอที่ใส่พลังเวทมนตร์ลงไปจนมันกลายเป็หอกสีทองขนาดใหญ่ แล้วใช้มันกระจายกันแทงเข้าใส่ลำต้นของต้นไม้นี้และทันทีที่หางทั้งหมดของเธอปักลงไปในลำต้นพวกมันก็เรืองแสงสีทองออกมาก่อนจะเกิดการะเิจากภายใน
500*9
ตัวเลขจำนวนมากเด้งขึ้นมาจากดอกไม้ขนาดใหญ่อีกครั้งจากการที่ไฟจำนวนมากถูกอัดเข้าไปในนั้นการที่พิษของบอสต้นไม้ทำอะไรพวกเขาไม่ได้นั้นทำให้การต่อสู้กับมันง่ายกว่าที่คาดเอาไว้มาก
จากการร่วมมือของทั้งสองคนทำให้ตอนนี้เหมือนว่ากีก้ารัฟเฟอเซียใกล้จะตายแล้วการเคลื่อนไหวของเถาวัลย์ที่ใช้โจมตีความเร็วลดลงมากปากของมันที่เป็ดอกไม้สีแดงหน้าเกลียดก็เหมือนสำลักเกสรตัวเองอยู่ตลอดเวลา
(เราชนะแน่มิโฮ)
เมอบิอุสมองไปตรงเพดานที่มีแสงสีส้มส่องลงมาที่แสดงว่าพวกเขาเหลือเวลาอีกพักใหญ่ก่อนที่ดวงอาทิตย์จะตก และแสงจันทร์จะส่องลงมาแต่...ความเป็จริงช่างโหดร้ายนักแม้ว่าคนส่วนมากจะคิดว่าดวงอาทิตย์จะต้องตกก่อนพระจันทร์ถึงขึ้นแต่นั่นมันไม่จริงเลยเพราะว่าถ้าเป็อย่างนั้นเราก็ต้องเห็นดวงจันทร์แบบเดียวกับเห็นดวงอาทิตย์ทุกวัน
จริงอยู่ที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นและตกในเวลาเดียวกันเกือบทุกวันแต่ดวงจันทร์จะขึ้นช้ากว่าเวลาที่มันขึ้นเมื่อวานประมาณ 50นาทีทำให้บางวันที่แสงอาทิตย์กำลังอ่อนแรงนั้นเราก็สามารถเห็นดวงจันทร์ในขณะที่พระอาทิตย์ยังขึ้นได้แถมแสงจันทร์ที่เกิดจากการสะท้อนกลับของแสงอาทิตย์บนดวงจันทน์นั้นยามที่ดวงอาทิตย์และดวงจันทน์อยู่คู่กันย่อมทำให้แสงจันทน์แรงกว่าวันที่ทั้งสองอยู่ตรงข้ามกันนับสิบเท่า
และวันนี้เหมือนจะเป็วันโชคร้ายของเมอบิอุสที่บังเอิญดวงจันทร์ขึ้นก่อนเวลาพระอาทิตย์จะตก
(แย่แล้วมันได้รับพลังจากแสงจันทร์แล้ว)
กูมิโฮที่มีััพลังที่ดีกว่าเมอบิอุสร้องเตือนทันทีที่รู้สึกถึงกระแสพลังที่เปลี่ยนไป ซึ่งทำให้รู้ว่าตอนนี้ต้นไม้พิษนี่ท่าทางจะไม่ง่ายแล้ว
“ทำไมล่ะก็ดวงอาทิตย์ยังไม่ตกนี่ หา!!! รึว่า”
เมอบิอุสที่เพิ่งนึกออกถึงข้อเท็จจริง้าก็ออกอาการใทันทีเพราะความประมาทของเขาแท้ๆที่ลืมคิดถึงเื่นี้ไป
+99999
ตัวเลขมหาศาลสีเขียวเด้งออกมาจากหัวของกีก้ารัฟเฟอเซียรอยแผลต่างๆที่ปรากฏอยู่ทั่วทั้งต้นของมันถูกรักษาด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อทุกส่วนของมันขยายใหญ่ขึ้น ฟันซี่เล็กๆที่อยู่รอบๆดอกไม้ของมันรวมถึงเขี้ยวปากที่อยู่ตรงปลายเถาวัลย์ก็ยื่นยาวออกมา จนราวกับฟันของฉลามที่แหลมคมเพียงแค่ชั่วพริบตากีก้ารัฟเฟอเซียก็ดูน่ากลัวมากกว่าเดิมมาก
“ฮู่ม...!!!”
ต้นไม้พิษที่ได้รับพลังจากแสงพลังคำรามใส่ศัตรูของมันตรงหน้าพร้อมกับพ่นเกสรจำนวนมากเข้าใส่ด้วย
‘ท่านได้พบกีก้ารัฟเฟอเซีย-มูนไลท์ ระดับ 45 มอนสเตอร์ระดับบอสคะ’
‘ผู้เล่นเมอบิอุสและคู่หูติดพิษระดับ1 คะ’
ต้นไม้ั์ได้รับพลังหนุนจากหินดวงจันทร์ทำให้มันระดับเพิ่มขึ้นถึง5ระดับและจากการเพิ่มขึ้นของระดับนี้เองที่ทำให้ความสามารถในการใช้พิษของมันสูงขึ้นเป็ระดับ6 ซึ่งมากกว่าความสามารถในการป้องกันพิษของเมอบิอุสและกูมิโฮที่อยู่ที่ระดับ 5ทำให้ทั้งสองติดพิษระดับ 1
คราวนี้ถึงคราวคับขันจริงๆแล้วแม้จะเป็พิษแค่ระดับ1 แต่มันก็ทำให้เมอบิอุสและกูมิโฮหายใจลำบากมากขึ้นรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อยแล้วยังพลังลดเรื่อยๆอีกด้วยเมอบิอุสได้แต่หวังว่าคราวนี้เขาคงจะเอาตัวรอดจากความยุติธรรมของระบบได้อีกครั้ง