บทที่ 19: เส้นทางสู่เจียหลิง
หลังจากเผาค่ายของศัตรูจนวอดวายเพื่อทำลายหลักฐานทั้งหมด เย่เฉิน, สือเฟิง และต้าหู่ ก็รีบเดินทางกลับมายังค่ายพักแรมของคาราวานทันที
เมื่อหลินเวยเวยและเหล่าทหารรับจ้างที่เหลืออยู่เห็นทั้งสามคนกลับมาอย่างปลอดภัยก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แต่เมื่อได้ฟังรายงานถึงการมีอยู่ของ "หน่วยเหยี่ยวเงา" ที่รออยู่เบื้องหน้า สีหน้าของทุกคนก็กลับมาเคร่งเครียดอีกครั้ง
"ขอบเขตทะเลิญญา..." หลินเวยเวยพึมพำออกมา สีหน้าของนางซีดเผือดเล็กน้อย "นั่นมันคือระดับเดียวกับท่านพ่อของข้า... ตระกูลเซียวถึงกับส่งยอดฝีมือระดับนี้ออกมา เพียงเพื่อขัดขวางการค้าของเรารึ"
"ดูเหมือนว่าสินค้าในคาราวานของท่านครั้งนี้ คงไม่ใช่แค่สมุนไพรธรรมดาๆ เสียแล้ว" สือเฟิงกล่าวอย่างมีความหมายลึกซึ้ง
หลินเวยเวยเม้มริมฝีปากแน่น นางรู้ดีว่าไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป "ใช่เ้าค่ะ...ในรถม้าคันสุดท้าย มันคือ 'เมล็ดพันธุ์ดอกไม้เหล็กไหล' วัตถุดิบสำคัญในการหลอม 'เหล็กไหลเย็น' ซึ่งเป็วัสดุชั้นเลิศในการสร้างศาสตราวุธระดับิญญา... ตระกูลเซียว้าผูกขาดมันไว้แต่เพียงผู้เดียว"
ข้อมูลนี้ทำให้เหล่าทหารรับจ้างเข้าใจในที่สุดว่าเหตุใดภารกิจนี้จึงอันตรายถึงเพียงนี้
"เอาล่ะ เื่นั้นค่อยว่ากันเมื่อไปถึง" เย่เฉินกล่าวตัดบท ทำลายบรรยากาศที่กำลังจะจมดิ่งลง "ตอนนี้เราต้องรีบออกเดินทางต่อทันที เราเสียเวลาที่นี่มามากพอแล้ว"
คำพูดของเขามีน้ำหนักเสมอ ทุกคนรีบเก็บข้าวของและเตรียมออกเดินทางอีกครั้ง แม้จะเป็กลางดึก แต่ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง
การเดินทางหลังจากนั้นเป็ไปอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยความระมัดระวัง สือเฟิงและต้าหู่ให้ความเคารพต่อเย่เฉินอย่างถึงที่สุด ทุกการตัดสินใจล้วนขึ้นอยู่กับเขาแต่เพียงผู้เดียว
เวลาผ่านไปอีกสามวันเต็ม ในที่สุดขบวนคาราวานก็สามารถเดินทางออกจากเขตแดนของป่าอสูรคลั่งได้สำเร็จ ทุกคนรู้สึกราวกับได้ยกูเาออกจากอก
เบื้องหน้าของพวกเขาคือทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ และที่ปลายขอบฟ้าไกลลิบๆ สามารถมองเห็นเงาของสถานีการค้าขนาดใหญ่ได้แล้ว... สถานีการค้าเจียหลิง
"ในที่สุดก็ถึงเสียที!" ต้าหู่ร้องออกมาด้วยความดีใจ
แต่เย่เฉินกลับไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่ายิ่งเข้าใกล้ที่หมายมากเท่าไหร่ อันตรายก็ยิ่งใกล้ตัวเข้ามามากเท่านั้น "อย่าเพิ่งประมาท"
และดูเหมือนว่าลางสังหรณ์ของเขาจะถูกต้องเสมอ...
ในขณะที่ขบวนคาราวานกำลังเคลื่อนที่ผ่านเนินเขาเตี้ยๆ แห่งหนึ่ง...
"ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!"
ลูกธนูจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากบนเนินเขาราวกับห่าฝน! การโจมตีเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและไม่ให้สุ้มให้เสียง!
"มีคนซุ่มโจมตี! ตั้งค่ายกลป้องกัน!" สือเฟิงะโลั่น
เหล่าทหารรับจ้างรีบนำโล่ขนาดใหญ่ขึ้นมาป้องกัน แต่ลูกธนูนั้นรุนแรงและแม่นยำกว่าที่คาดไว้มาก วัวเกราะปฐีตัวหนึ่งถูกยิงเข้าที่ดวงตาจนร้องลั่นและล้มลง ทำให้รถม้าเอียงกระเท่เร่!
"เป้าหมายของพวกมันคือทำลายการเดินทางของเรา!" หลินเวยเวยกล่าวอย่างร้อนรน
เย่เฉินมองไปยังทิศทางที่ลูกธนูพุ่งมาด้วยสายตาเ็า "ไม่ใช่แค่ลูกธนู"
สิ้นเสียงของเขา ร่างของนักฆ่าในชุดสีเทาเข้มราวกับเหยี่ยวหลายสิบคนก็ปรากฏตัวขึ้นบนเนินเขา พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบราวกับเงา นำโดยชายวัยกลางคนผู้หนึ่งซึ่งมีแววตาคมกริบดุจเหยี่ยว มันยืนกอดอกมองลงมายังขบวนคาราวานด้วยสายตาที่เ็าและดูแคลน
"หน่วยเหยี่ยวเงา..." สือเฟิงพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "นั่นต้องเป็หัวหน้าของพวกมัน... 'เหยี่ยวทมิฬ' เฟยเทียน... ยอดฝีมือขอบเขตทะเลิญญา!"
บรรยากาศพลันกดดันถึงขีดสุด! ศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว
เฟยเทียนมองลงมายังกลุ่มของเย่เฉินราวกับมองกลุ่มมดปลวก ก่อนที่สายตาของมันจะมาหยุดอยู่ที่เย่เฉิน "ดูเหมือนว่าเ้า...คือคนที่จัดการกับหน่วยเมฆาทมิฬสินะ"
มันกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เย่อหยิ่ง "น่าสนใจ... ในสถานที่ห่างไกลเช่นนี้ กลับมีกายาบำเพ็ญที่พอใช้ได้อยู่ด้วย"
"แต่ก็น่าเสียดาย...ที่เ้าต้องมาตายที่นี่"
สิ้นเสียงคำรามอันเ็า ร่างของเฟยเทียนก็หายวับไปจากจุดเดิม! มันพุ่งลงมาจากเนินเขาราวกับดาวตกสีดำ! เป้าหมายของมันไม่ใช่ใครอื่น...
แต่เป็เย่เฉิน! ผู้ที่มันมองว่าเป็ตัวอันตรายที่สุดในกลุ่ม!
แรงกดดันอันมหาศาลจากขอบเขตทะเลิญญาแผ่กระจายออกมาจนทำให้ทุกคนหายใจติดขัด!
เย่เฉินเงยหน้าขึ้นมองเงาร่างที่พุ่งเข้ามาหา แววตาของเขาปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงจิตต่อสู้ที่ลุกโชนขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน!
'ขอบเขตทะเลิญญางั้นรึ... ดี! มาดูกันว่ากายาโลหิตของข้า...จะสามารถทนทานได้ถึงระดับไหน!'
เขาโคจรพลังทั้งหมดในร่างกาย...เตรียมพร้อมรับการปะทะที่รุนแรงที่สุดนับั้แ่ที่เขาได้เกิดใหม่!