บทที่ 1
นักศึกษาฝึกงาน
“ยัยยยปริมมมมมม รีบๆ เข้าเดี๋ยวจะสายเอานะ” เสียงแจ้วลากยาวของปาย ปาลิตา เพื่อนสนิทของปริมดังขึ้น ทั้งสองพักอาศัยอยู่ด้วยกันที่อพาทเมนต์ราคากลางๆ ค่อนข้างจะประหยัด เพราะปายเป็เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่อยู่กับเธอมาั้แ่วัยเด็ก ทั้งสองคอยช่วยเหลือกันทุกเื่ ไม่มีเื่ไหนที่ทั้งคู่ปิดบังกัน เปรียบเสมือนรู้ไส้รู้พุงอย่างไรอย่างนั้น ปริมและปายหาเลี้ยงตัวเองั้แ่สมัยเข้าปีหนึ่ง ทั้งคู่ไม่อยากรบกวนเงินจากทางบ้าน และปริมเองไม่อยากรบกวนเงินจากพี่ชายของเธอ ทั้งสองจึงเลือกที่พักที่ค่อนข้างจะประหยัดงบ ตามกำลังที่ทั้งคู่จะทำงานหาเงินมาผ่อนกันไหว
“โอเคๆ ฉันเสร็จแล้วๆ” น้ำเสียงลุกลี้ลุกลนกำลังก้มตัวใส่รองเท้าผ้าใบอย่างเร่งรีบ สองสาวในชุดนักศึกษาพอดีตัววิ่งแจ้นออกจากห้องพักไปให้ทันขึ้นรถเม เพื่อไปถึงยังที่หมายให้เร็วที่สุดเพราะกลัวจะสาย
สองสาวในชุดนักศึกษายืนอยู่หน้าบริษัทที่ดูภายนอกช่างกว้างใหญ่และหรูหราเสียเหลือเกิน จนทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจว่าพวกเธอสองคนจะมีความสามารถมากพอจะได้เข้าฝึกงานหรือเปล่า เพราะบริษัทใหญ่ขนาดนี้มีสิทธิ์เลือกมากมาย
“นี่แกๆ ฉันว่าเราเปลี่ยนไปยื่นพอร์ตโฟลิโอที่อื่นกันดีกว่า ฉันว่าที่นี่เค้าไม่รับพวกเราหรอก” ปริมไม่พูดเปล่าแต่มือคว้าแขนปายเพื่อให้เธอหยุดเดิน เพราะกลัวว่าบริษัทใหญ่ขนาดนี้จะไม่รับพวกเธอเข้าเป็นักศึกษาฝึกงาน และจะเสียเวลาเปล่า ในใจก็กล้าๆ กลัวๆ และไม่มั่นใจเอาเสียจริง
“ไม่ลองไม่รู้น่ายัยปริม ลองยื่นๆ ไปก่อนเผื่อโชคจะเข้าข้างเรา อุส่ามาถึงนี่แล้ว ถ้าไม่ได้ก็ค่อยไปที่อื่นนะแก แต่ถ้าได้นี่จะเป็ประวัติที่ดีในการทำงานของพวกเราเลยนะเว้ยแก” ปาลิตาอ้อนวอนเพื่อนสนิทเพราะเธอชื่นชอบบริษัทนี้มาั้แ่ไหนแต่ไร เธอใฝ่ฝันว่าถ้าเรียนจบเธอจะยื่นหนังสือเข้าฝึกทำงานที่นี่ เพราะถือเป็ใบเบิกทางที่ดีสำหรับพวกเธอ
“และอีกอย่างที่นี่ได้รับการขนานนามว่าเ้าของบริษัทที่ทั้งหล่อและรวยอย่างกับเทพบุตร และที่สำคัญที่สุด โสด” สิ้นเสียงคร่ำครวญวาดฝันของปาลิตาแล้วเธอยืนบิดซ้ายบิดขวา เพ้ออย่างกับหลงใหลดารา
“อืมๆ เอาก็เอา งั้นฉันหาที่อื่นไว้เลยนะ ฮ่าๆ” แม้จะอยู่ในสภาวะอารมณ์ที่ค่อนข้างเครียดและกดดัน และยังมาเจอเพื่อนบ้าเ้าของบริษัทอีก แต่เธอเห็นถึงความตั้งใจของปายที่อยากเข้าทำงานที่นี่เพื่อเป็ใบเบิกทางในการทำงานจึงยอม
“สวัสดีค่ะ บริษัทเอสซีซัพพลายกรุ๊ป ยินดีให้บริการค่ะไม่ทราบคุณผู้หญิงติดต่อเื่อะไรคะ” พนักงานต้อนรับหน้าเคาน์เตอร์พูดทักทายสองสาวตรงหน้า
“สวัสดีค่ะ คือพวกหนูสองคนเป็นักศึกษาจากมหาวิทยาลัย...มาเข้ายื่นฝึกงานที่นี่ค่ะ”
“เดี๋ยวพี่ติดต่อฝ่ายบุคคลให้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พนักงานต้อนรับเอ่ยบอกสองสาวอย่างนุ่มนวล ก่อนจะยกโทรศัพท์ต่อสายถึงฝ่ายบุคคลทันที
“ขึ้นไปชั้นสิบสี่นะคะ มีคุณวดีรออยู่ค่ะ” พูดจบมีพนักงานคนหนึ่งเดินนำสองสาวขึ้นลิฟต์ท์
ทั้งคู่ขึ้นไปยังชั้นสิบสี่ เพื่อยื่นสมัครฝึกงานและสอบสัมพาร์ทในคราเดียวกัน ส่วนผลการคัดเลือกแจ้งให้ทราบหลังจากวันที่พวกเธอไปสัมพาร์ทสิบวันต่อมา
ปริมได้เข้าฝึกงานในบริษัทยักใหญ่ของตระกูลธาดากิจวรกุล ที่ประธานบริษัททั้งหนุ่ม ทั้งหน้าตาดี รูปร่างสูงใหญ่ผิวพรรณขาวชมพู หน้าคมปฏิเสธไม่ได้เลยสักครั้งเดียวว่าเวลาที่เห็นหน้าเขาเธอแก้มแดงระเรื่อดังลูกตำลึง ทุก ๆ วันที่เจอหน้าทำให้เธอหลงรักเขาอย่างไม่รู้ตัวเลยสักนิดเดียวความเป็ผู้นำ ความนิ่งขรึมของเขาช่างทำให้หัวใจเธอหวั่นไหวเหลือเกิน วดีรับเธอเข้ามาฝึกงานในตำแหน่งผู้ช่วยเลขา และปาลิตาได้เข้าทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยของฝ่ายบุคคล
ปริมอายุย่างเข้าวัยยี่สิบสองปีกำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 เเละกำลังฝึกงานเพื่อจะจบการศึกษาในเทอมนี้ กรณ์ วัยสามสิบสองนั่งตำแหน่งประธาน และผู้บริหารของบริษัทแห่งนี้ ที่ทั้งหล่อทั้งรวยเพรียบพร้อมไปหมดทุกอย่างสาวน้อยสาวใหญ่ ไฮโซน้อยใหญ่ต่างหมายปอง
“ปริม มาเร็วทุกวันเลยนะ” วดีหญิงวัยกลางคนที่ทำงานเนี๊ยบ เป็ระเบียบทุกเื่ แซวผู้ช่วยของเธอที่มาทำงานทุก ๆ วัน ไม่เพียงเพราะเอาหน้าที่มาเร็วใน่แรก แต่เพราะปริมขยันทำงาน เธอตรงต่อเวลามาก เธอเกรงใจที่วดีอุส่ารับเธอเข้าทำงาน เธอจึงตอบแทนด้วยการขยันและช่วยวดีทุกอย่างเท่าที่จะช่วยได้
“สวัสดีค่ะพี่วดี วันนี้ให้ปริมทำอะไรบ้างคะ บอกมาได้เลยค่าา” น้ำเสียงหวานบอกผู้ดูแล และควบคุมงานของเธอจะของานจากวดีเสมอเพราะไม่อยากทำตัวให้ว่าง
“วันนี้พี่มีธุระด้านนอกคงจะกลับบ่าย หรืออาจจะเย็นเลย พี่วานให้ปริมช่วยเสิร์ฟกาแฟให้คุณกรณ์หน่อยได้ไหม” วันนี้เธอมีธุระต้องออกไปคุยงานกับลูกค้าจำต้องให้ปริมช่วย เพราะเธอเข้าฝึกงานในตำแหน่งผู้ช่วยเลขา นั่นก็เปรียบเสมือนว่าวันนี้เธอต้องเป็เลขาเขาหนึ่งวัน
“เอ่ออ…ได้ค่ะ” คิดหนักอยู่ครู่ใหญ่ ใครจะกล้าเข้าไปในห้องทำงานของผู้บริหารใหญ่ของบริษัทล่ะเขาออกจะหน้าดุ ั้แ่ฝึกงานที่นี่มาร่วมนานนับเดือนไม่เคยเห็นรอยยิ้มของเขาแม้แต่ครั้งเดียว ทุกครั้งที่เห็นหน้าของเขาจะนิ่ง ขรึมตลอดเวลา เธอแอบคิดว่าที่นี่ทำงานกันยังไงไม่อึดอักกันบ้างหรือ แต่ถึงหน้าจะนิ่ง ดุ ขนาดไหนทว่าความหล่อ ความกร้าวใจบนใบหน้านั้นยิ่งทวีขึ้นทุกครั้งที่เจอ
“ขอบคุณมากนะปริม พี่ฝากด้วยนะ” วดีเร่งรีบเก็บของเพื่อจะออกไปพบลูกค้าในทันที
กริ๊งงง - - - - เสียงโทรศัพท์ตั้งโต๊ะของวดีดังขึ้นทันทีที่เ้าตัวเพิ่งเดินออกไป
“สวัสดีค่ะ คุณวดีออกไปพบลูกค้าค่ะ”
“เธอที่เข้ามาฝึกงานใหม่ใช่มั้ย” เสียงทุ้มปลายสายทำให้หัวใจเธอเต้นไม่เป็จังหวะ ไม่คิดว่าเขาจะสนใจว่ามีเธออยู่ด้วยซ้ำ เพราะทุกครั้งที่เดินผ่านเขาไม่เคยชายตามามองสักครั้งเดียว
“ค่ะ หนูเป็นักศึกษาฝึกงานเพิ่งเข้ามาทำงานค่ะ” เธอประคับประคองเสียงไม่ให้ตื่นเต้น เพราะนี่ถือเป็ครั้งแรกที่ได้คุยกับเขาจริงๆ
“อืม เธอเอาเอกสารส่งสินค้ากับบริษัทใหม่เข้ามาให้ฉันหน่อย”
“ได้ค่ะๆ” ปริมตอบออกไปอย่างลุกลี้ลุกลน เพราะไม่เคยได้รับสั่งโดยตรงจากเ้านาย น้ำเสียงของเขาทำเอาคนฟังแก้มเริ่มเปลี่ยนสี ด้วยความเขิลอาย
หญิงสาวค้นหาเอกสารของเ้านายอย่างรีบเร่งกลัวคนด้านในจะไม่พอใจเอาได้ ทันทีที่หาเจอรีบเร่งฝีเท้าไปยังห้องทำงานของท่านประธาน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังมาจากหน้าห้อง
“เข้ามา” เสียงทุ้มหนักดังขึ้น ประตูค่อยๆ เปิดออกอย่างระมัดระวัง หญิงสาวตัวเล็กในชุดนักศึกษากำลังเดินตรงเข้ามายังโต๊ะทำงานท่านประธาน
“หนะ หนู อะ เอา เอก สาร มะ มา ให้ ค่ะ” เสียงตะกุกตะกักพูดจบวางเอกสารไว้บนโต๊ะแล้วรีบพุ่งพรวดกลับออกจากห้องด้วยความรวดเร็ว
“เดี๋ยวว!!” คนฟังหยุดชะงัก หมุนตัวกลับมาโดยก้มหน้างุด ใจเต้นตุ๊บๆ ไม่เป็จังหวะ
“คะ” สองสายตาผสานกันหัวใจของเธอเหมือนจะหลุดออกมาเต้นอยู่ด้านนอกอย่างไรอย่างนั้น
“เธอชื่ออะไรน่ะ” เขาแสร้งถามชื่อเธอเพราะเห็นว่าเ้าหล่อนเขิลอาย ทว่าทั้งที่เขารู้ชื่ออยู่แล้ว เพราะจะไม่รู้ได้อย่างไร พนักงานก่อนจะเข้ามาทำงานต้องผ่านการพิจารณาจากเขาทั้งนั้น
“เอ่อ...หนูชื่อปริมค่ะ ปริม วณิชกุล”
“วณิชกุล...” เขาพึมพำในลำคอ นามสกุลคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินจากไหน แต่ก็ไม่ได้คิดต่อเพราะเขามีงานอีกมากมายที่รอเซ็นอยู่
“คะ?” คิ้วโค้งได้รูปยกขึ้นด้วยสีหน้างุนงง เหมือนเขาพูดอะไรแต่เธอไม่ได้ยิน
“เปล่า..กลับไปทำงานได้” เขาตัดบทเพราะมีงานที่เร่งด่วนจริงๆ
“ค่ะๆ” ทันทีที่ได้ยินเสียง เธอรีบย่างเท้าออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ประตูปิดลงมือน้อยๆ กุมหัวใจที่เต้นผิดจังหวะอยู่ในตอนนี้ ‘ฉันเป็อะไรเนี่ย’ ั้แ่ที่เห็นหน้า และได้พูดคุยกับเขา หัวใจของเธอเต้นไม่เป็จังหวะ ความหล่อนั้นกร้าวใจเธอเหลือเกิน ไม่แปลกใจที่ปาลิตาจะคลั่งเขาขนาดนั้น
ส่วนเขาเองก็กระวนกระวายใจที่ได้พบเธอ แววตาเธอไร้เดียงสา ผิดกับผู้หญิงสมัยนี้ที่เห็นหน้าแล้วสายตามีบางอย่างแทบจะกลืนกินเขาทั้งนั้น เธอเป็ผู้หญิงที่ไม่เหมือนใคร แววที่ไร้เดียงสานั้นทำให้เขาอยากจำขย้ำให้แหลกคาเตียง...