“คุณทานตะวันมาที่นี่นานหรือยังครับ”เ้าพงษ์นภดลธนดิลกถามด้วยหญิงสาวที่พระองค์รู้สึกประทับใจทันทีที่เห็นหน้าหญิงสาวที่ชื่อทานตะวัน โดยพระองค์ใช้ชื่อว่า นภดล เ้าหน้าที่ป่าไม้ประเทศภูวธาราด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก ชวนฝัน ั์ตาเป็ประกายเสมือนยิ้มในดวงตาประกอบกับหน้าตาที่แม้แต่พระเอกเบอร์ต้นๆของเมืองไทยอย่างต้องชิดซ้ายสร้างความเคลิบเคลิ้มชวนฝันให้กับทานตะวันเป็อย่างมาก
“ประมาณอาทิตย์หนึ่งแล้วค่ะคุณนภดล” ทานตะวันยิ้มตอบรับหญิงสาวสังเกตได้ว่าชายหนุ่มคนนี้ดูเป็ผู้ชายที่ดูภูมิฐาน สุภาพผิวพรรณดีเหมือนผู้ที่ทำงานในร่มหรือออฟฟิศมากกว่าไม่เหมือนผู้ที่ทำงานในกลางแจ้งอย่างนักอนุรักษ์ป่าไม้เลย ดูน่าจะเป็สายนักปกครองมากกว่า
“คุณทานตะวันเรียกผมว่าพี่สายฟ้าก็ได้ครับ”
“ค่ะ อย่างนั้นพี่สายฟ้าก็เรียกทานว่าทานนะคะ”
“ครับ” สองหนุ่มสาวยิ้มให้กันด้วยความประทับใจกันและกันในครั้งแรกที่ได้รู้จักกันใช้เวลาประมาณ 10 นาที รถก็มาถึงส่วนงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่ อำพลและธนกรทำงานอยู่
“อ้าวทาน มาทำอะไรตรงนี้นี้อีก 20 นาทีนะถึงพักกลางวัน”ธนกรถามเพื่อนสาวและชายหนุ่มเห็นผู้ชายอีกคนหนึ่งลงมาพร้อมกับเพื่อนของเขาซึ่งธนกรรู้สึกว่าเขาคุ้นหน้าคุ้นตาผู้ชายคนนี้แต่เขาจำไม่ได้ว่าเขาเคยเห็นหน้าแบบนี้ที่ไหน
“อืม หัวหน้าให้มาตามไปกินข้าวที่โรงอาหาร พอดีมีเ้าหน้าที่ป่าไม้ของ ภูวธารามาช่วยอำนวยความสะดวกพวกเรา หัวหน้าจะแนะนำให้รู้จักกับพวกเขา”ทานตะวันะโบอกเพื่อนไป เพราะตำแหน่งที่เธอกับสายฟ้าอยู่บนเนินที่รถสามารถจอดได้แต่เพื่อนทั้งสองของเธออยู่บริเวณแอ่งดินที่กำลังก่อสร้างโรงไฟฟ้าซึ่งมีระยะห่างพอสมควร
“โอเค รอแป๊บเดี๋ยว เดี๋ยวขึ้นไป”
“สวัสดีครับ ผมธนกรส่วนนี้เพื่อนผมอำพลเราสองคนเป็วิศวกรโยธาครับ” ธนกรแนะนำตัวเองและอำพลกับเ้าหน้าที่ป่าไม้ที่มาพร้อมกับทานตะวัน
“สวัสดีครับ ผมชื่อนภดล พวกคุณเรียกว่าพี่สายฟ้าก็ได้ดูแล้วผมน่าจะอายุมากกว่าพวกคุณ”
“ครับพี่” ธนกรและอำพลตอบรับพร้อมกัน
ในระหว่างรถตู้พาบุคคลทั้งสี่ไปโรงอาหารนภดลได้ยินแต่เสียงของวิศวกรทั้งสามคนแหย่กันไปมาเขายอมรับว่าหัวข้อการสนทนาของคนทั้งสามที่พูดคุยกันเขาไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรแต่พอฟังแล้วก็เพลิดเพลินดีทำให้เขาลืมเื่หนักใจในการบริหารประเทศที่มีทั้งปัญหาการเมืองเศรษฐกิจรวมถึงเื่ภายในครอบครัวได้เป็อย่างมาก
“มากันแล้วเหรอ มานั่งกินข้าวเลยพวกเรารอพวกคุณอยู่” ครับ/ค่ะ หัวหน้าซึ่งในโต๊ะอาหารประกอบด้วยทีมวิศวกรและทีมบัญชีจากประเทศไทยและเ้าหน้าที่ป่าไม้ทั้งสี่คนของประเทศภูวธาราโดยเจตต์หัวหน้าทีมวิศวกรเป็ผู้แนะนำให้กับทีมงานทั้งสองฝั่ง ตลอดการสนทนาบนโต๊ะอาหารส่วนใหญ่จะพูดคุยในเื่ความคืบหน้าในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำเป็หลัก
“ผมต้องขอบคุณเ้าหน้าที่ทั้งสี่ท่านมากนะครับที่มาช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่พวกเรา หากมีอะไรตักเตือนแจ้งได้เลยนะครับพวกเราเป็คนต่างถิ่นบางอย่างอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์”หัวหน้าเจตต์กล่าวกับทีมป่าไม้ทั้งสี่คน
“ครับ พวกเรายินดี” ถกลเกียรติเป็ตัวแทนในการตอบรับ
“อย่างนั้นตอนนี้ได้เวลาทำงานแล้ว พวกเราขอตัวก่อนนะครับ”หัวหน้าเจตต์กล่าวลานักอนุรักษ์ป่าไม้ทั้งสี่คน จากนั้นคนที่เหลือเดินตามหัวหน้าเจตต์ไปเพื่อกลับไปทำงานส่วนของตนขณะที่ทานตะวันเดินตามกลุ่มเพื่อนหญิงสาวส่งยิ้มและโค้งศีรษะให้กับพี่สายฟ้าของเธอซึ่งสายฟ้าหรือเ้าพงษ์นภดลธนดิลกยิ้มตอบรับเช่นกัน ซึ่งการกระทำของนายเหนือหัวอยู่ในสายตาของทหารคนสนิททั้งสาวคนเช่นกัน นายพลถกลเกียรติและนายพลธราธรตบบ่าของนายพลวสุธาอย่างให้กำลังใจกับความยุ่งยากของครอบครัวของเพื่อนรักกับเ้าเหนือหัวที่กำลังจะเกิด
“ทาน เธอว่านักป่าไม้ทั้งสี่หล่อไหม” วารุณีถามเพื่อนสาวหญิงสาวรู้สึกหลงใหลตามประสาสาวโสดที่เมื่อเจอหนุ่มหล่อก็จะมีอาการเคลิ้มฝัน
“ก็หน้าตาดีนะ สามคนดูคมเข้ม อีกคนดูหน้าละมุนหวาน” ทานตะวันยิ้มนึกถึงหน้าพี่สายฟ้าของเธอ
“ฉันว่านายสายฟ้าต้องแอบปิ๊งเธอแน่เลย ดูเวลามองเธอเป็ตาเป็ประกายหวานมากแต่ฉันว่า ต่างจากเพื่อนของเขาที่แนะนำตัวเองว่าชื่อ วสุธา ฉันว่าเขามองเธอแปลกๆบอกไม่ถูกเหมือนกัน”
“ฉันว่าคงไม่มีอะไรหรอก เธออย่าคิดมากเลย” ทานตะวันตอบรับเพื่อนสาวของเธอเพราะตอนนี้ในจินตนาการของเธอไม่ได้มีผู้ชายที่ชื่อวสุธาเลยตอนนี้มีแต่คนที่ชื่อพี่สายฟ้าของเธอเท่านั้น
“ฝ่าพระบาทกระหม่อมทั้งสองมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” นายพลถกลเกียรติ และนายพลธราธรมาตามคำเชิญของเ้าพงษ์นภดลธนดิลกที่ให้คนสนิทไปตาม
“ใช่ เรามีเื่ให้ท่านสองคนช่วย”
“เชิญว่ามาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”
“เราอยากให้ท่านไปสืบประวัติความเป็มาของคุณทานตะวันที่เป็วิศวกรเครื่องกลที่เขื่อนพลังน้ำจำเธอได้ใช่ไหม” หลังจากที่ได้ยินคำสั่งของเ้าเหนือหัว นายพลทั้งสองสบตากันโดยทันที
“จำได้พ่ะย่ะค่ะ” ทั้งสองตอบรับพร้อมกัน
“พวกท่านมีอะไรจะถามเราไหม เรายินดีตอบในฐานะที่เป็สหายของพวกท่าน”
“เออ กระหม่อมขออนุญาตถามว่า ฝ่าพระบาทชอบนางเหรอพ่ะย่ะค่ะ” นายพลถกลเกียรติถามเพื่อ้าความแน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองคิดนั้นถูกต้อง
“ใช่ เราชอบนางเราไม่เคยรู้สึกชอบใครมากเท่านี้มาก่อน อาจเรียกว่ารักแรกพบก็ได้มั้ง”เ้าพงษ์นภดลธนดิลกยิ้มให้กับสหายทั้งสอง
“กระหม่อมขอถามอีกสักเื่พ่ะย่ะค่ะ” คราวนี้เป็นายพลธราธรถามบ้าง
“เชิญเลยท่านนายพล”
“แล้วถ้าวสุธารู้เื่ กระหม่อมต้องตอบอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ” เ้าพงษ์นภดลธนดิลกถอนหายใจยาว
“ถึงตอนนั้นเราจะอธิบายให้ท่านนายพลวสุธาฟังเอง”
เวลา 18.00 น.ประเทศภูวธารา
“ทาน แต่งตัวเสร็จหรือยังเดี๋ยวไม่ทันรถนะ” เสียงเรียกของอำพลจากข้างนอกวันนี้พวกเขาทั้งสี่ ทานตะวัน วารุณี อำพล และธนกรไปดูงานครบรอบสถาปนาประเทศภูวธารา 100 ปี
“อืม แป๊บหนึ่งนะ” ทานตะวันใตื่น หญิงสาวเผลอหลับหลังจากกลับมาจากโครงการวันนี้งานของเธอค่อนข้างหนักเนื่องจากเธอต้องตรวจสเปคของที่กำลังจะทำการติดตั้งเทอร์ไบน์ในสัปดาห์หน้าหญิงสาวรีบตื่นล้างหน้าล้างตาถ้าแป้งเด็กแทนแป้งร้องพื้นและรวบผลให้เรียบร้อยแล้วจึงเดินไปเปิดประตู
“อ้าว พึ่งตื่นเหรอ” อำพลถามเพื่อนสาว
“ใช่ ไปเถอะเดี๋ยวค่ำ” จากนั้นคนทั้งสี่ก็เข้าเมืองซึ่งไม่ไกลเท่าไรโดยใช้รถจากประเทศภูวธาราที่มาอำนวยความสะดวกให้ วันนี้เป็ครบวันสถาปนาประเทศ๓วธาราครบ100 ปี บรรยากาศเต็มไปด้วยการประดับประดาไฟสวยงาม โดยรอบผู้คนรื่นเริงสนุกสนานส่วนใหญ่แต่งด้วยผ้าพื้นเมืองประจำท้องถิ่นทำให้สามารถแยกได้อย่างชัดเจนว่าใครเป็คนท้องถิ่นหรือนักท่องเที่ยวสองข้างทางมีอาหารขายริมทางมีข้าวของเครื่องใช้งานหัตถกรรมที่สวยงามเป็จำนวนมากมีการแสดง แสง สี เสียงซึ่งสร้างความประทับใจอย่างมากให้กับผู้ชมขณะที่กลุ่มทานตะวันกำลังมองหาอาหารที่นั่งกินในร้านได้สายตาของ ธนกรพบนักอนุรักษ์ป่าไม้ทั้งสาม
“เฮ้ย! พวกเรานั้นพวกพี่ป่าไม้ป้าว” ธนกรสะกิดถามเพื่อน
“เออใช่ พวกพี่เขาเห็นพวกเราแล้วกำลังเดินมา”
“พวกพี่ สวัสดีครับ/ค่ะ” ทานตะวันวารุณี อำพล และธนกรยกมือไหว้ชายหนุ่มทั้งสามคนพร้อมกันคือ นภดล ธราธรและถกลเกียรติ ขาดแต่วสุธา
“อ้าวแล้วพี่วสุธาไม่ได้พร้อมพวกพี่เหรอคะ” ทานตะวันถามเมื่อเห็นสมาชิกของนักป่าไม้หายไปหนึ่งคน
“ดิน เขาติดธุระครับ แล้วนี่พวกน้องทำกำลังทำอะไรกันอยู่” เ้าพงษ์นภดลธนดิลกถาม
“พวกเรากำลังหาร้านนั่งกินอาหารเย็นค่ะ พวกพี่มีร้านแนะนำหรือเปล่าคะ”ทานตะวันยิ้มด้วยสายตาเป็มิตรให้กับพี่สายฟ้าของเธอ
“มี พวกพี่จะพาไป”
“ขอบคุณครับ/ค่ะ”
เนื่องด้วยวันนี้เป็ครบรอบวันสถาปนาประเทศภูวธาราหนึ่งในสามทหารเสือต้องเข้าวังเพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับเชื้อพระวงศ์ซึ่งครั้งนี้เป็เวรของนายพลวสุธาณรงค์เดชชัยพร ส่วนเ้าเหนือหัวและสหายอีกสองคนออกไปเที่ยวดูชีวิตความเป็อยู่ของราษฎรซึ่งตอนนี้เขาใจลอยอยู่บนเชิงป้อมปราการในวังหลวงคิดถึงทานตะวัน หญิงสาวที่เขาต้องตาต้องใจั้แ่แรกพบ วันนี้เธอคงออกมาเที่ยวกับพวกเพื่อนของเธอด้วยเช่นกันขณะที่ท่านนายพลที่ผู้คนต่างเกรงขามกำลังใจลอยคิดถึงใครคนหนึ่งที่ดูเหมือนไม่เคยสนใจเขาเลยอยู่นั้นมีนายทหารผู้หนึ่งมาหาเขาแล้วแจ้งว่าพระมเหสีอยู่ข้างล่าง้าพบทันทีที่นายพลใหญ่ได้ยินรีบลงไปทันทีเนื่องจากดูไม่เหมาะสมเท่าไรที่พระมเหสีออกมาจากฝ่ายในในยามวิกาล
“พระมเหสีทรงเสด็จมาได้อย่างไร แล้วร้องไห้ทำไมเกิดอะไรขึ้น” นายพลวสุธาถามน้องสาวโดยทันทีที่เห็นน้ำตาเต็มทั่วใบหน้า
“ท่านพี่ เสด็จพี่ไม่ยอมพาหม่อมฉันไปด้วย หม่อมฉันอยากออกไปข้างนอกกับพระองค์บ้าง”นายพลวสุธาได้แต่ถอนหายใจปลอบน้องสาว ทำให้เขาคิดถึงหญิงสาวที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับน้องสาวเขาที่สามารถใช้ชีวิตอิสระตัดสินใจได้ด้วยตนเองไม่ใช่อยู่ในกรงทองขนาดใหญ่แบบนี้แม้น้องสาวเขาจะมียศถาบรรดาศักดิ์ ชาติตระกูลที่สูงส่ง และมีทรัพย์สินเงินทองมากเพียงไรแต่สิ่งที่ผู้หญิงทุกคน้าคือความรักความเอาใจใส่จากสามี ซึ่งน้องสาวเขาคนนี้ไม่เคยได้รับเลย
“ใจเย็นๆนะ ฝ่าาไปดูความเป็อยู่ของราษฎร พระองค์ไม่ได้ไปเที่ยวทรงกลัวว่าน้องจะลำบากไม่ได้รับความสะดวกสบาย” นายพลวสุธากอดปลอบลูบหลังน้องสาว
“พี่ว่าวันนี้น้องรีบไปนอน แล้วพรุ่งนี้แต่งตัวให้สวยงามทำอาหารเช้าให้กับพระองค์ ไม่ชวนพระองค์ทะเลาะ”
“พี่ว่าลองเริ่มต้นกับพระองค์ใหม่ ถึงพระองค์อาจจะยังไม่สามารถรักน้องได้ก็ให้พระองค์เมตตาน้องและให้เกียรติน้องละกัน เชื่อพี่น่ะ”
“ค่ะ ท่านพี่”หลังจากนั้นนายพลวสุธาเดินไปส่งน้องสาวถึงตำหนัก ตลอดการเดินไปยังฝ่ายใน สองพี่น้องพูดคุยกันถึงวิธีที่เอาชนะใจพระสวามีของน้องสาว