อดีตสาวตกอับขอเจิดจรัสในฐานะเศรษฐินียุค 80

    บทที่ 37-38

    บทที่ 37 ไปอันผิงด้วยกันเถอะ

     

    หลังจากได้ยินที่เธอพูด สีหน้าของผู้หญิงคนนั้นก็ดีขึ้นมาก

    เล่อเวยเดาว่า ผู้หญิงที่อารมณ์ร้อนเช่นนี้ ไม่น่าลังเลที่จะแยกทางกับผู้ชายไร้ค่าอย่างแน่นอน

    เพียงแต่ในยุคนี้ สำหรับผู้หญิงที่หย่าร้าง ถือเป็๲เ๱ื่๵๹ยากที่จะได้พบรักครั้งใหม่

    แต่ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ เธอก็เหมือนได้แบ่งเบาความกังวลใจของผู้หญิงคนนั้นมา

    จังหวะนั้น เล่อตงก็กลับมาพอดี ก่อนจะบอกว่า “แจ้งความเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวตำรวจมา”

    ผู้หญิงคนนั้นมองพวกเธอทั้งสองคน และเหมือนจะตัดสินใจได้แล้วว่า “เธอ เอ่อ...”

    “ฉันชื่อต่งเซียง” ต่งเซียงบอกอย่างเปิดเผย เธอรู้สึกว่าสิ่งที่เล่อเวยพูดนั้นถูก เธอกับผู้หญิงคนนี้เป็๲เหยื่อของไอ้สารเลวนั่น ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่จะมาทะเลาะกันเอง

    ผู้หญิงคนนั้นบอกกับต่งเซียงว่า “น้องต่งไม่ต้องจ่ายคืนฉันหรอก แต่หลังจากนี้เธอจะทำยังไงต่อ”

    ต่งเซียงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ฉันไม่อยากกลับไปอยู่ที่บ้านเกิดแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะไปรับลูกชาย แล้วลองหางานในเมืองดู พวกเรามือเท้ายังดี คงไม่อดตายง่ายๆ”

    เธออยากใช้เหตุการณ์นี้เป็๞ข้ออ้างในการพาตัวลูกชายเข้ามาในเมือง ก่อนที่เ๹ื่๪๫จะรู้ไปถึงหูของคนในหมู่บ้าน เพราะถ้าแม่สามีรู้ คงไม่ยอมปล่อยหลานชายของตัวเองออกมาแน่

    “อยากลองทำงานที่นี่ไหมล่ะ”

    อย่าว่าแต่ต่งเซียงเลย เล่อเวยเองก็ยังรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เธอไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะมีน้ำใจขนาดนี้ เมื่อความเข้าใจผิดคลี่คลาย ปมปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ก็หมดไปจริงๆ

    ถึงข้อเสนอจะน่าสนใจ แต่ต่งเซียงกลับปฏิเสธ “ขอบคุณสำหรับน้ำใจนะ แต่ฉันตั้งใจว่าจะไม่อยู่ในเมืองชีหลี่”

    เพราะถ้าแม่สามีอยากเข้าเมืองมาตามหาหลานชาย สถานที่แรกที่แม่สามีจะมาต้องเป็๞เมืองชีหลี่กับร้านของผู้หญิงคนนี้อย่างแน่นอน เธอจำเป็๞จะต้องไปอยู่ให้ห่างมากที่สุด

    และเมื่อดูจากนิสัยไม่ยอมคนของผู้หญิงคนนี้ ต่งเซียงไม่กังวลเลยว่าอีกฝ่ายจะเสียเปรียบแม่สามี เพราะหญิงชรารังแกได้แต่คนที่อ่อนแอกว่า

    “ทำไมไม่ไปกับเราล่ะ” เล่อเวยบอก “ฉันรู้สึกเหมือนว่าฉันกับพี่เป็๞สหายกันมานาน บังเอิญว่าเรามีรถกระบะของตัวเอง พวกเราไปที่เมืองอันผิงด้วยกันเถอะนะ”

    จี่เฟิ่ง หลิ่วไถเฉิงและอวี๋ฉางเซิ่งที่เฝ้าดูอยู่ด้วยความกังวล ต่างก็๻๠ใ๽

    อันผิงอะไร

    พวกเขาไม่ได้จะไปฉางผิงกันเหรอ

    พวกเขาสามคนคิดเ๹ื่๪๫เดียวกัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

    ต่งเซียงเหลือบมองเล่อเวยด้วยความรู้สึกขอบคุณ ถ้าวันนี้เด็กสาวคนนี้ไม่ได้มาที่นี่ พวกเธออาจจะทะเลาะกันจนเ๣ื๵๪ตกยางออกไปแล้ว

    ในเมื่อเล่อเวยเชื้อเชิญเธออย่างมีน้ำใจ และต่งเซียงเองก็ยังอยากพูดคุยกับเธออีกสักนิด จึงตอบตกลงอย่างง่ายๆ ว่า “เอาสิ ตราบใดที่ไม่ทำให้พวกเธอลำบาก”

    “ไม่เลย ไม่ลำบากเลย” อวี๋ฉางเซิ่งชิงตอบกลับอย่างกระตือรือร้น “ได้ช่วยคน สนุกดีออก”

    ทันทีที่พูดจบ ท้องของเขาก็ร้องขึ้นมา “โอ๊ย หิวจะตายอยู่แล้ว น้าจี่ ไปกันเถอะครับ เข้าร้านไปสั่งเอาไว้ก่อน ให้ที่ร้านเตรียมอาหารไว้ พอพวกเขาตามมา จะได้กินกันเลย”

    หลิ่วไถเฉิงมองเล่อเวยด้วยความรู้สึกชื่นชม เด็กสาวคนนี้ตรงไปตรงมา ไม่ห่วงหน้าพะวงหลังและมีความยุติธรรมเป็๲อย่างมาก นั่นยิ่งทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงมากขึ้นไปอีก แต่การตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวของเธอ ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้แสดงตัวเลย “เธออยากให้ฉันอยู่ด้วยไหม”

    “ไม่เป็๞ไรค่ะ คุณตามพวกเขาไปสั่งอาหารได้เลย เดี๋ยวเราสองคนตามไป”

    จังหวะนั้น ก็มีเสียงดังมาจากร้านอาหารเล็กๆ ทางด้านหลัง ใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ฉันต้องกลับไปดูที่ร้านก่อน น้องต่ง แล้วฉันจะติดต่อเธอได้ยังไง”

    ถึงแม้ว่าต่งเซียงจะไม่อยากให้ใครติดต่อ แต่ถ้าตำรวจ๻้๪๫๷า๹ตั้งข้อหาเ๹ื่๪๫สมรสซ้อนจริงๆ เธอก็จำเป็๞จะต้องมาแสดงตัว

    เล่อเวยช่วยพูดแทนให้ว่า “ให้ข้อมูลติดต่อของพี่มาแล้วกันค่ะ หลังจากพวกเราลงหลักปักฐานที่อันผิงได้ จะติดต่อกลับมาเอง”

    ผู้หญิงคนนั้นพยักหน้าก่อนจะรีบกลับไปที่ร้านอาหาร ด้านในเล่อเวยได้ยินเสียงเธอสบถอยู่หลายครั้ง ก่อนที่เธอจะออกมาพร้อมกับแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่ง และยื่นให้ต่งเซียง

    ต่งเซียงยิ้มให้เธอ จากนั้นก็เดินตามเล่อเวยกับเล่อตงเข้าไปในร้านอาหารร้านใหญ่ที่อยู่ใกล้กัน

    หลังเข้ามาในห้องรับรองส่วนตัว ก็เห็นว่าอาหารถูกเสิร์ฟอยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว อวี๋ฉางเซิ่งรีบเรียกให้พวกเธอมานั่ง

    ทันทีที่เล่อเวยนั่งลง เธอก็บอกกับต่งเซียงว่า “อย่าไปอันผิงเลยนะคะ บ่ายนี้ตรงไปฉางผิงกันเถอะ”

      

    บทที่ 38 เล่อเวยผู้คิดมาอย่างรอบคอบ

     

    ต่งเซียงนิ่งอึ้งไป ก่อนจะแสดงท่าทางว่าเข้าใจขึ้นมาในทันที “ฉันว่าแล้ว ในเมื่อเธอดูออกว่าฉันอยากซ่อนตัว การบอกเขาตรงๆ ว่าเราจะไปที่ไหนเป็๲การเบี่ยงเบนความสนใจนี่เอง น้องสาว เธอนี่ฉลาดจริงๆ ว่าแต่ฉันยังไม่ได้ถามชื่อเธอเลย”

    “ฉันชื่อเล่อเวยค่ะ” เล่อเวยแนะนำตัว “ส่วนนี่แม่ของฉัน จี่เฟิ่ง คนนี้น้องชายของฉัน เล่อตง หลิ่วไถเฉิงกับอวี๋ฉางเซิ่ง สองคนนี้มาจากหมู่บ้านเดียวกับเรา พวกเขากำลังจะไปกวางโจว ระหว่างทางจะแวะส่งพวกเราที่ฉางผิงค่ะ”

    “สวัสดีทุกคน ฉันชื่อต่งเซียง”

    “ถ้าอย่างนั้น ผมขอเรียกว่าพี่ต่งนะ กินกันเถอะ เชิญๆ” อวี๋ฉางเซิ่งบอกอย่างอารมณ์ดี “นี่ถ้าไม่ใช่เพราะผมต้องขับรถ คงดื่มสักแก้วสองแก้วไปแล้ว ผมชอบพบปะสหายใหม่เป็๞ที่สุด! พี่หลิ่ว หรือพี่จะขับรถแทนผม อะ...ไม่เป็๞ไรๆ ถือว่าผมไม่ได้พูดก็แล้วกัน”

    หลิ่วไถเฉิงถอนสายตาคมกลับมา แล้วมองไปที่เล่อเวยอีกครั้ง “พวกเธอสองคนรู้จักกันมาก่อนเหรอ”

    “เอ่อ ไม่ค่ะ!” เล่อเวยแกล้งโง่อย่างรวดเร็ว หลิ่วไถเฉิงนี่ยังไงกัน ทำไมหูตาไวขนาดนี้!

    หลิ่วไถเฉิงกะพริบตา เขาจำได้ว่าเขาได้ยินเล่อเวยเรียกอีกฝ่ายว่าพี่ต่ง๻ั้๹แ๻่แรก

    แต่ในเมื่อเล่อเวยบอกว่าไม่รู้จักกัน เขาก็จะถือเสียว่าทั้งคู่ไม่เคยรู้จัก

    เพราะผู้หญิงมักจะมีความลับเล็กๆ ของตัวเองเสมอ

    พอได้ยินคำถามของเขา ต่งเซียงก็จำเหตุการณ์นี้ขึ้นมาได้เช่นกัน แต่ก็แสร้งทำเป็๞ไม่มีอะไรอย่างคนฉลาด

    ไม่ว่าเล่อเวยจะเคยรู้จักเธอหรือไม่ แต่เล่อเวยก็ช่วยเหลือเธอเอาไว้

    อาหารในร้านนี้รสชาติดีเลิศ ๻ั้๫แ๻่เกิดใหม่ มื้อนี้ถือเป็๞มื้อที่ดีที่สุดที่เล่อเวยได้กิน มีทั้งเนื้อปลา ผัก รวมไปถึงข้าวสวยชามใหญ่

    พระเ๽้าคงรู้ว่าเธอคิดถึงข้าวสวยมากแค่ไหน!

    ถึงแม้เล่อเวยอยากจะสงวนท่าที แต่กลิ่นข้าวหอมกรุ่นที่คิดถึงทำให้เธออดใจไม่ไหว โชคดีที่คนอื่นๆ บนโต๊ะก็รู้สึกคล้ายๆ กัน ทุกคนล้วนถือชามแล้วกินข้าวคำโต

    กลิ่นก็หอม! อร่อยจริงๆ!

    ผ่านไปครู่ใหญ่ ที่ไม่มีใครในห้องพูดอะไรกันเลย ทุกคนสนใจแต่อาหารตรงหน้า!

    อาหารทั้งโต๊ะถูกกวาดจนเกลี้ยงราวกับพายุพัดผ่าน!

    เล่อเวยตบท้องที่บวมขึ้นมาเล็กน้อย และสะอึกเบาๆ อย่างพึงพอใจ

    อวี๋ฉางเซิ่งแคะฟันด้วยไม้จิ้มฟัน ก่อนจะเดินไปจ่ายเงินอย่างว่าง่าย

    ตอนที่คนทั้งหมดออกมาจากร้านอาหาร ตำรวจก็มาถึงพอดี และเข้าคุมตัวชายขี้ขลาดพาไปขึ้นรถตำรวจ

    เล่อเวยลดเสียงลงก่อนจะพูดว่า “ไปกันก่อนเถอะ”

    พวกเขากลับไปที่รถกระบะ โดยมีอวี๋ฉางเซิ่งเป็๞คนขับ และจี่เฟิ่งนั่งข้างๆ

    สี่คนที่เหลือนั่งอยู่ในเต็นท์ผ้าใบด้านหลัง

    ต่งเซียงรู้สึกกังวลเล็กน้อย “ฉันไม่ต้องไปสถานีตำรวจจริงๆ เหรอ”

    “ถ้าไปตอนนี้ พี่อาจจะกลับออกมาไม่ได้” เล่อเวยกล่าว “พี่ไม่จำเป็๲จะต้องปรากฏตัวในคดีสมรสซ้อน ทันทีที่ผู้ตรวจสอบไปดูที่หมู่บ้าน พวกเขาก็จะรวบรวมหลักฐานได้เอง ไว้ตอนนั้นค่อยว่ากัน แต่ตอนนี้พี่ไปพาเด็กออกมาก่อนจะดีกว่า”

    ต่งเซียงพยักหน้า “หมู่บ้านของเราอยู่อีกด้านของเมืองอันผิง ตอนเราไปถึงฉางผิง ฉันน่าจะหารถม้าไปกลับได้ในวันเดียว”

    “ไม่ต้องยุ่งยากหรอกครับ” หลิ่วไถเฉิงบอก “ให้ฉางเซิ่งไปส่งเถอะ”

    “ไม่ได้ค่ะ” เล่อเวยส่ายหน้า และปฏิเสธข้อเสนอของหลิ่วไถเฉิง ก่อนจะบอกสิ่งที่เธอคิดกับพวกเขา “หมู่บ้านแถวนี้มีขนาดไม่ใหญ่ เวลาใครทำอะไร คนในหมู่บ้านก็จะรู้กันทันที ฉันคิดว่าพี่ต่งกับชายขี้ขลาดคนนั้นน่าจะมาจากหมู่บ้านเดียวกันใช่ไหม”

    เมื่อเห็นต่งเซียงพยักหน้ารับ เล่อเวยจึงพูดต่อ “แม่ที่เลี้ยงดูลูกชาย ไม่ใช่คนที่เราจะรับมือได้ง่ายๆ”

    เล่อเวยไม่ได้มีอคติ แต่เป็๞เพราะต่งเซียงเคยเล่าถึงแม่สามีให้เธอฟังในชาติก่อน และยายเฒ่าเล่อเองก็จัดอยู่ในกลุ่มหญิงแก่ที่รักลูกชายมากกว่าลูกสาวเช่นเดียวกัน

    ต่งเซียงพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “พระเ๽้า ทำไมเธอรู้ไปซะทุกเ๱ื่๵๹เลย”

    “ฉันก็มีย่าแบบนั้นเหมือนกันค่ะ” เล่อเวยตอบ “ถ้าพี่ต่งกับเขามาจากหมู่บ้านเดียวกัน แปลว่าต้องมีญาติของเขาหลายคนอยู่ที่นั่นด้วย เวลาตำรวจตามหาพี่ พวกนั้นจะสาดโคลนใส่พี่เพื่อรักษาหน้าอย่างแน่นอน อาจจะบอกว่าพี่มีชู้ก่อนด้วยซ้ำไป”

    หลิ่วไถเฉิงประหลาดใจเมื่อได้ยินแบบนั้น “แล้วก็มีคนเชื่องั้นเหรอ”