"งั้นลาล่าเจอกันวันหยุดนะ"
อาเบลแยกทางกับลาล่าเพราะเขาต้องไปโรงพยาบาลกับรุ่นน้องซากุระ อาเบลรอให้ลาล่าเดินพ้นไปก่อน จึงจะเดินออกมาพบรุ่นน้องซากุระที่ยืนรออยู่หน้าโรงเรียน
"ขอโทษที่ทำให้รอนาน"
อาเบลสะกิดไหล่เล็กน้อยก่อนจะพูดออกไป
"ไม่นานเลยค่ะ ไปกันเลย รุ่นพี่"
ซากุระเหมือนจะร่าเริงกว่าเมื่อก่อนที่เจอกัน เธอเดินเหินสะดวกไม่เหมือนคนสิ้นหวังอีกต่อไปแล้ว เธอคว้ามือของอาเบลเดินไปทันทีเมื่ออาเบลเดินเข้ามาใกล้
"รุ่นพี่ รุ่นพี่กินอะไรมาหรือยังคะ แวะกินอะไรก่อนดีไหมแม่ของซากุระรอได้ตอนนี้เธอน่าจะได้รับอาหารไปแล้ว คุณหมอที่โรงพยาบาลดูแลเธอเป็อย่างดีเลย"
"อืมพี่ก็หิวแล้วด้วยสิ งั้นแวะกินก่อนแล้วกัน ซากุระกินอะไรมาหรือยัง"
"ยังค่ะ"
"งั้นไปกินข้าวกันก่อน พี่เลี้ยงเอง รุ่นพี่ต้องใจปล้ำกับรุ่นน้อง"
ไม่นานทั้งสองก็กินข้าวเสร็จ พูดคุยกันเล็กน้อย
"ลาล่า แม่เธอชอบกินอะไรเป็พิเศษไหม รอบก่อนผมลืมซื้อของไปเยี่ยมท่านเลย รอบนี้ไม่พลาดแน่"
"ไม่เป็อะไรค่ะรุ่นพี่แค่รุ่นพี่แวะไปเยี่ยมก็รู้สึกดีแล้วค่ะ"
ซากุระสายหน้า เธอ้าแค่ให้รุ่นพี่อาเบลไปทำความรู้จักกับแม่ตัวเองเฉยๆ
"ไม่ได้สิ ท่านเป็ผู้ใหญ่ ยังป่วยอยู่ด้วย ผมต้องซื้อของไปเยี่ยม"
อาเบลตื้อเขาจะไปเยี่ยมแบบตัวเปล่าก็ไม่ได้ เสียมารยาทแย่เลยแบบนั้น ซากุระเมื่อเห็นว่าอาเบล้าจะซื้อจริงจัง จึงไม่ห้ามอีก
อาเบลเดินหาผลไม้ตามตลาด่เย็นเขาเลือกผลไม้ที่ดีและสดใหม่พร้อมรับประทานอย่างจริงจัง เพราะเลือกเป็ประจำแม่ค้าจึงจำอาเบลได้ และแถมของให้นิดหน่อยด้วย
"แฟนหรออาเบล เสียดายแย่ ป้าก็ลืมจองไว้ให้ลูกสาวป้าเหมือนกัน ไม่งั้นมีแฟนหล่อๆแบบเธอแล้ว"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
อาเบลไม่ได้ตอบเขาหัวเราะกลบเกลื่อนเล็กน้อย ในขณะที่ซากุระเขินอายสุดๆ
"นี่จ๊ะ ขอบคุณที่มาอุดหนุนบ่อยๆนะ"
แม่ค้ายื่นผลไม้ให้อาเบล เธอคัดสรรเลือกมาเป็อย่างดีเลย
"ขอบคุณครับ คุณป้า ไว้ผมมาอุดหนุนใหม่อีกนะครับ"
อาเบลยิ้มให้ป้าก่อนจะไปโรงพยาบาลเพื่อพบแม่ซากุระ
"ชั้น 4 ห้อง 309 ค่ะรุ่นพี่"
อาเบลและซากุระเดินขึ้นมาพร้อมกันเมื่อถึงหน้าห้อง309ซากุระก็เปิดประตูเข้าไป ก่อนจะเชิญอาเบลให้เข้าไปพบคุณแม่ของเธอ
"สวัสดีครับ คุณป้า"
อาเบลยิ้มพูดทักทาย หญิงสาววัยกลางคน เธออายุ40 เพราะทำงานหนักและป่วยด้วยร่างกายจึงซูบผอม ถึงจะดูอายุเยอะแต่ก็ยังมีเค้าคงความสวยงามสมัยสาวๆ เหมือนซากุระ แต่ถ้าดูแลร่างกายกลับมาให้สุขภาพแข็งแรงได้รับรองว่าสวยพอๆกับน้ามิยาโกะได้เลยนะ
"สวัสดีจ้ะ ได้เจอกันสักที ที่เชิญมาวันนี้ต้องขอโทษด้วยที่มาเจอในสภาพแบบนี้"
"ไม่เป็อะไรครับ ผมชื่ออาเบลนะครับ เป็รุ่นพี่ของซากุระที่โรงเรียน"
"จ๊ะ ป้าชื่อ ฮิโรเสะ แอเรีย เป็แม่ของซากุระ"
แอเรียแนะนำตัวสั้นๆเพราะได้ยินเื่อาเบลมาบ้างจากซากุระ
"คุณป้ายังไม่หายดี นี่ครับ ผลไม้สดๆ ผมรับรองความอร่อย มีประโยชน์ ไม่มีสารพิษ ของฝากเล็กๆน้อยๆจากผมครับ"
อาเบลยื่นผลไม้ที่ซื้อมาให้ป้าเขาเลือกแต่ชนิดที่มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยแบบคุณแม่ซากุระ
"อืมขอบคุณมาก หล่อแล้วยังใจดีอีก ถึงว่าทำไมซากุระชอบพูดเื่ของเธอให้ฟังบ่อยๆเวลาเธอมาเยี่ยม เพราะแบบนี้นี่เอง"
แม่ของซากุระมองอาเบลและซากุระด้วยสายตารู้ลึกอะไรบางอย่างแต่ไม่ได้พูดออกไป เธอผ่านร้อนผ่านหนาวมาก็มากเื่แบบนี้เธอมองออกแค่แว็บเดียวสำหรับลูกเธอแต่ฝั่งอาเบลเธอยังมองไม่ออกว่าเขาคิดอะไรกับลูกสาวเธอ
"ซากุระ ลงไปซื้อของใช้ให้แม่หน่อยสิ แม่เขียนไว้แล้วกระดาษอยู่ตรงนั้น"
แอเรียชี้ไปที่กระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนไว้เพื่อให้ซากุระนำมันไปซื้อ
"รุ่นพี่อาเบล อยู่กับแม่ไปก่อนนะ เดี๋ยวซากุระมา"
พูดเสร็จก็แจ้นไปหาซื้อของโดยทันที
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เด็กคนนี้นี่ วิ่งเร็วจริงๆ"
เธอยิ้มหัวเราะเล็กน้อย ก่อนจะหันมาหา อาเบล ด้วยสีหน้าจริงจัง
"อาเบล ขอขอบคุณสำหรับสิ่งที่เธอทำให้ลูกสาวฉันและฉันด้วย ซากุระถือว่าเป็ดวงใจอีกดวงเลย ถ้าไม่มีเธอฉันก็ไม่รู้จะอยู่อย่างไร ขอขอบคุณจริงๆ"
เธอรู้เื่ทั้งหมดแล้วที่ลูกสาวเธอพบเจอมา เธอและซากุระสนิทกันมากพอที่คุยกันได้ทุกเื่ จึงไม่มีอะไรปิดบังกัน เธอรู้สึกเป็หนี้บุญคุณอาเบลอมากๆ
"ครับ ไม่เป็อะไรครับ ผมช่วยเหลือเพราะเธอเป็รุ่นน้องของผมอยู่แล้ว"
"จ๊ะ เข้าใจจ๊ะ ตอนนี้รุ่นน้อง อนาคตก็ไม่แน่อาจจะเป็อย่างอื่น"
เธอยิ้มกรุ้มกริ่มขณะมองหน้าอาเบลที่เหรอหลาอยู่ เพราะเธอดูอายุเยอะแต่รอยยิ้มที่แสดงออกมาอาเบลมองว่าเธอสวยมากนี่สินะความรักของคนเป็แม่ มันทำให้อาเบลอยากััความรู้สึกนี้
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า จริงหรอครับ ตอนเด็กเธอซนมากเลยหรอครับ"
แอเรียเริ่มเปิดใจคุยอย่างสนุกสนาน
"ใช่จ๊ะ แสบมากเลยแหละ แต่ตอนโตมา เธอนิ่งมากแต่ฉันก็ไม่รู้ว่าเธอจะปลดปล่อยมันออกมาตอนไหน ยัยเด็กแก่นแก้วคนนั้น"
"ฮ่า ครับ แค่ฟังวีรกรรมเล็กๆน้อยๆผมก็ปวดหัวแทนป้าแอเรียแล้ว"
ทั้งคู่คุยเื่ซากุระอยู่โดยที่ไม่รู้ว่าซากุระยืนฟังอยู่ที่หน้าประตูที่เปิดแง้มไว้นิดหน่อย ตอนนี้เธอหน้าแดงเข้มแป๊ด ไม่กล้าสู้หน้าอาเบลอีกในตอนที่เขารู้วีรกรรมของเธอ
"แอ๊ดดดดดดดด"
ซากุระทำใจได้ก็เปิดประตูเข้ามาเธอไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว
"กลับมาแล้ว มาๆ มานั่งคุยกัน กำลังสนุกเลย อาเบลกำลังจะเล่าเื่ตลกที่เขาพบเจอมา"
แอเรียกวักมือเรียกซากุระที่ยืนแข็งทื่ออยู่ไม่ยอมมองหน้าอาเบลเพราะรู้สึกเขินอาย
"มาสิ ซากุระ นั่งนี่"
อาเบลเขยิบเก้าอี้ไปด้านใน เปิดเก้าอี้ที่นั่งแล้วกำลังอุ่นๆให้ซากุระนั่งต่อ ซากุระก็เดินมานั่งตามคำชวน เธอเดินเหมือนหุ่นยนต์เลย ก้าวทีละก้าวแบบแข็งทื่อ
"อืมเล่าเลยนะครับ คือเื่มันมีอยู่ว่า.............................................................................................................................................,......................................................................................."
อาเบลเล่าเื่อย่างเมามันตลกหกฮา ทั้งสองคนหลุดขำกลางเื่หลายต่อหลายครั้ง
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
ซากุระหลุดขำออกมา เธอลืมไปแล้วว่าโดนแม่ของเธอเผาเื่ในตอนวัยเด็ก และเริ่มพูดคุยอย่างสนุกสนานกันกับทั้งสองคน ผลัดกันเล่าไปมาดูแล้วอบอุ่นหัวใจ บรรยากาศมีความสุข
"ฮ่า ฮ่า ดึกแล้ว อาเบลต้องกลับแล้วสินะ เดี๋ยวขึ้นรถไฟฟ้ารอบดึกไม่ได้ วันนี้แม่สนุกมากเลย ไว้เจอกันอีกนะอาเบล"
"ได้ครับ ผมมีเวลาว่างจะมาเยี่ยมอีกครับ"
อาเบลยิ้มตอบและลากลับ เขาก็สนุกเหมือนกัน ประสบการณ์แปลกใหม่สำหรับเขาเลยก็ว่าได้ การคุยกับพวกเธอรู้สึกสนุกสนานมาก อาเบลเดินออกจากโรงพยาบาลเตรียมจะวิ่งกลับโดยไม่รอรถไฟเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้เขาพบว่ามีคนดักรอเขาอยู่10กว่าคน
"สวัสดี เจอกันครั้งแรกเลยนะ อาเบล"
ฮาเรนก้าวเท้าออกมาข้างหน้า เขาพูดคุยกับอาเบลด้วยท่าทางเ็า แฝงไปด้วยจิตสังหารอันคุกคุ่นไปด้วยความแค้นอาฆาต เขายอมไม่ได้ที่เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเด็กคนนี้มาทำร้ายลูกเขาและฉีกหน้าแก๊งเขา
"ใคร"
อาเบลทำหน้าสงสัยเล็กน้อยแต่ในใจเขาคาดเดาไว้แล้ว แค่แสดงออกมาไม่ตรงกัน เพื่อกลบเกลื่อนความคิดของตน
"ฮ่า ฮ่า นายนี่ไม่รู้หรือแกล้งกันแน่ รู้แก่ใจแล้วหนิ วันนี้แค่มาทักทายเล็กๆน้อยๆ เพราะอยากเห็นชายหนุ่มที่เก่งกาจซะหน่อย"
" อ่าครับ ขอบคุณที่ชม"
อาเบลยิ้มเยาะเล็กน้อยเพื่อยั่วให้ฮาเรนโกรธและเข้ามาทำร้ายเขา จะได้สวนกลับได้
"หน่อยแน่ กวนตีนหรอมึงงงงงงง"
ลูกน้องของฮาเรนเตรียมจะพุ่งเข้าใส่ เมื่ิออาเบลกวนตีนลูกพี่เขา แต่มีมือใหญ่หนาๆของฮาเรนขวางไว้อยู่จึงหันมองหน้าสงสัยว่าทำไมลูกพี่เขาถึงทนได้ ที่มาหยามเราขนาดนี้
"ฮ่า ฮ่า ขอโทษแทนลูกน้องด้วยนะ มันร้อนง่ายนะ ฮ่า ฮ่า"
ฮาเรนหัวเราะดังลั่น เขาขอโทษอาเบลสำหรับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
"ครับ เขายังไม่ได้ทำอะไรผม ไม่ต้องขอโทษก็ได้"
อาเบลยกไหล่ทำท่าทางกวนๆใส่
"อืมวันนี้แค่ทักทายให้รู้จักกัน วันหน้าก็ระวังตัวไว้ด้วย"
ฮาเรนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะมองด้วยสายตาเ็า
"ครับไว้เจอกัน"
อาเบลก็ไม่ได้สนใจอีกเขาเดินกลับเลยทันที
"ทำไมครับลูกพี่ เราเล่นมันเลยก็ได้แท้ๆ มันจะเก่งสักแค่ไหนกันเชียว"
"ไอโง่ มึงเห็นนั่นไหม รถคันนั้นคุ้นๆใช่ไหม ถ้ามึงลากเธอเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเราจะซวยกันทั้งบางเลยนะ"
ฮาเรนชี้ไปที่รถมัสแตงสีดำเข้ม้าติดไซเรนของตำรวจ เขาเข้าใจเลยว่ารถคันนี้เป็ของตำรวจเสือสาวคนนั้น ถ้าเขาทำผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวเขาสามารถโดนเธอลากเข้าคุกได้ง่ายๆเพราะเื้ัของเธอมันน่ากลัวมากๆ
"ครับ ผมขอโทษครับ"
ทุกคนต่างมองไปที่ลูกพี่เขาที่สายตาดีว่องไว ถ้าขืนมีเื่กันขึ้นมามันจะไม่จบแค่ทะเลาะวิวาทนะสิ เพราะเธอคนนั้นมันกัดไม่ปล่อยจะเอาให้ตายกันไปข้างเลย ในขณะที่แก๊งมาเฟียพะวงอยู่กับรถตำรวจมัสแตงพวกมันไม่ได้รู้เลยว่าไม่มีใครอยู่ในรถมัสแตงเพราะตำรวจที่พวกมันกลัวได้ขึ้นไปเยี่ยมเยียนใครสักคนที่อยู่ในโรงพยาบาล
อาเบลวิ่งด้วยความเร็วสูง จากโรงพยาบาลไปบ้านระยะทางก็ไกลพอสมควรแต่ไม่เป็ปัญหาอะไรสำหรับเขา เขาวิ่งจนถึงบ้าน ตอนนี้ก็ยังไม่ดึกมากเท่าไหร่ พวกเธอสองแม่ลูกยังดูละครทีวีเื่โปรดอยู่จึงยังไม่ได้นอน เพราะอาเบลโทรมาบอกแล้วว่าจะกินข้าวข้างนอกมาและกลับดึกเล็กน้อยพวกเธอจึงไม่ได้ทำอาหารเผื่ออาเบล
"กลับมาแล้วครับ"
"กลับมาแล้วหรอคะพี่อาเบล มีของหวานด้วย จะอาบน้ำก่อนก็ได้นะเตรียมไว้แล้ว หรือว่าจะขึ้นห้องกับนานะดี"
นานะเธอดูแลอาเบลเหมือนภรรยาที่กำลังตอนรับสามีกลับมาบ้านหลังจากทำงานมาเหนื่อยๆและยังพูดกำกวมสองแง่สองง่ามอีกจนน้ามิยาโกะทำรีโมตตกพื้น
"พูดอะไรนะ นานะ มันไม่ดีเลยนะที่พูดแบบนั้นเรายังเป็เด็กและยังเป็หญิงสาวด้วย"
น้ามิยาโกะหันมาดุนานะเธอคาดไม่ถึงว่านานะจะรุกขนาดนี้
"นานะก็แค่อยากลองใช้คำพูดในซีรีส์ดูค่ะ จะลองกับผู้ชายคนอื่นก็ไม่ดี เลยมาลองกับพี่อาเบลคงน่าจะดีกว่า"
เธอยิ้มน่ารักเล็กน้อยอ้างนู่นอ้างนี่เพื่อไม่ให้แม่เธอดุอีก
"ไม่ได้ยังไงก็ไม่ได้ นานะต้องรู้จักเอาแต่คำพูดที่ดีสิ ไม่ใช่เอาคำพูดสองแง่สองง่ามแบบนี้มาพูด"
"ไม่เป็อะไรอะไรหรอกครับ เธอแค่อยากรู้อยากลองเล็กๆน้อยๆ ตามประสาวัยรุ่น คุณน้าปล่อยๆเธอบ้าง ดีซะอีกที่เธอมาทำต่อหน้าแม่เพื่อจะได้สั่งสอนเธอให้ถูกต้อง"
อาเบลพยายามอ้างข้ออ้างให้นานะจะได้ไม่ถูกตีก้นน้อยๆของเธอโดยน้ามิยาโกะที่ถูมือเตรียมจะฟาดตีก้น
"อืมอาเบลว่ามาก็ถูก นั้นนานะ ถ้าจะลองอะไรก็มาลองต่อหน้าแม่นะ ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือน จะโดนไม่น้อยละ"
เธอขู่นานะเล็กน้อย เธอไม่ค่อยได้เลี้ยงดูนานะสักเท่าไหร่จึงต้องเริ่มกระชับความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นและการเปิดอกคุยกันของแม่ลูกก็จะเป็อีกจุดที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเธอแน่นขึ้นไปอีกขั้น
"รับทราบค่ะคุณแม่"
นานะทำท่าทางเหมือนทหารรับคำสั่ง เพื่อบอกว่าเธอรับทราบแล้ว
"งั้นพี่ไปอาบน้ำก่อนนะ"
อาเบลก็ขอตัวไปอาบน้ำ แต่ก่อนจะเดินไปน้ามิยาโกะได้ส่งสายตาหวานเยิ้มมาให้อาเบลอย่างรู้กัน เธอมีแววตาปราถนาอยากจะเล่นจ้ำจี้กับอาเบลอีกตอนหลังจากนี้
ฝากติดตามด้วยครับ ShoTToWrite