พลิกฟ้า ย่ำปฐพี

    บทที่ 30 ก็ท่านบอกให้ข้าสู้นี่

           ตอนนี้เว่ยเมิ่งกำลังเดินตามชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยสีหน้าแปลกๆชายหนุ่มฝืนยิ้ม พลางนึกไปยังเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น เทพีแห่งชัยชนะได้มอบหมายให้มันไปช่วยเหลือเทพีแห่งปัญญาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

           “ท่าน.....จะให้ข้าจะให้ข้าเข้าไปร่วมรบ?” เว่ยเมิ่งกระพริบตาปริบๆไปทางเทพีสาว

           “ทำไมเจ้ามีปัญหาอย่างั้นหรือ?แล้วที่เจ้าให้คำสัตย์ว่าจะตอบแทนข้าที่ช่วยเหลือพวกเจ้า นั้นเป็นเพียงแค่ลมปากที่ไม่มีความหมายเช่นนั้นหรือ?” เทพีสาวเอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบ

           “นั้น.....เอ่อก็ได้ข้าพเจ้ารับปากท่าน”

           “ดี!จงไปคว้าชัยชนะให้กับอาเธน่าซะ”

           “ข้าพเจ้า.....จะพยายาม”เว่ยเมิ่งเกาหัว

           “ข้าให้เจ้าไปคว้าชัยชนะไม่ใช่ให้ไปพยายาม!” เทพีสาวถลึงตาใส่

           “..................”

           หลังจากนั้นเทพีสาวก็ทิ้งเขาไว้ที่นี่คนเดียวโดยที่พาตัวพี่สาวไปด้วย เห็นนางบอกว่าจะพาพี่สาวดัดนิสัยที่วิหารของเฮสเทีย.....

           เว่ยเมิ่งยืนอยู่ในห้องกับเทพีแห่งปัญญาอาเธน่าไม่ได้หันไปพูดคุยกับชายหนุ่ม นางเพียงหยิบม้วนกระดาษต่างๆมาอ่านภายในวิหารเงียบกริบ มีแต่เสียงของม้วนกระดาษที่นานๆทีจะเกิดขึ้นเว่ยเมิ่งไม่ได้เอ่ยปากอะไรเพียงยืนนิ่งเงียบเช่นเดียวกับเทพีแห่งปัญญาที่ความสนใจอยู่ที่ม้วนกระดาษเพียงอย่างเดียว

           10นาที...

           30นาที..

          1 ชั่วโมง..

           3 ชั่วโมง....

           ในที่สุดอาเธน่าก็หยุดการอ่านม้วนเอกสารนางหันไปมองชายหนุ่มที่ไม่ได้เคลื่อนไหวเลยตลอดสามชั่วโมงและเอ่ยปาก “เฮเลอุส”นางเอ่ยเรียกหนึ่งในนักรบของนาง ชายหนุ่มหน้าตาหล่อหลาเดินเข้ามาและก้มหัวให้กับเทพีแห่งปัญญา

           “องค์เทพี”

           “เจ้าจงพาสหายใหม่คนนี้ไปแนะนำกับทุกคน”

           “รับคำสั่งขององค์เทพี”

           นักรบหนุ่มเฮเลอุสก้มหัวให้กับเทพีแห่งปัญญาอีกครั้งเฮเลอุสหันไปผ่ายมือเชิญเว่ยเมิ่งให้เดินตามมาด้วยกัน เว่ยเมิ่งเดินตามไปอย่างเงียบๆห้องโถงของวิหารแห่งพาร์เธนอนตอนนี้เหลือเพียงอาเธน่าเพียงคนเดียวนางนั่งอยู่บนบัลลังก์ทองคำเงียบๆก่อนจะเอ่ยปากคนเดียว

           “เจ้ามีความคิดเห็นว่าอย่างไร?”เทพีแห่งปัญญาเอ่ยลอยๆ

           ทันใดนั้นร่างของบุรุษวัยกลางคนก็ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของเทพีแห่งปัญญาหากมองให้ดีจะเห็นได้ว่าใบหน้าของบุรุษวัยกลางคนนี้มีเค้าโครงคล้ายกับนักรบหนุ่มเฮเลอุสที่พึ่งเดินพาเว่ยเมิ่งไปเมื่อครู่อยู่หลายส่วน

           บุรุษวัยกลางคนพยักหน้าด้วยความชื่นชม“ความอดทนและสมาธินับว่ายอดเยี่ยม....ไม่สินับว่าสมบูรณ์จนหน้ากลัวทีเดียว”บุรุษวัยกลางคนจับคางนึก “เจ้าหนุ่มนั้นน่าจะรู้ตัวตั้งแต่ข้าและเฮเลอุสก้าวเข้ามาในวิหารแล้วล่ะ”

           “แล้วเรื่องการต่อสู้ละ?” เทพีแห่งปัญญาถามต่อ

           “บอกไม่ได้....เว้นแต่ข้าต้องไปพิสูจน์ด้วยตนเอง”ชายวัยกลางคนส่ายหัวปฏิเสธทันที

           “หืม?ตั้งแต่เจ้าแก่ตัวมารู้สึกว่าเจ้าจะทำอะไรไม่ค่อยได้เสียเลยนะเพอร์ซีอุส?” เทพีแห่งปัญญาหยอกล้อผู้ที่เป็นทั้งวีรชนและญาติของนาง

           เพอร์ซีอุสถลึงตาให้กับอาเธน่า “งั้นท่านก็ไปบอกเจ้าหนุ่มนั้นให้เลิกซ่อนพลังซะมิดชิดซะขนาดนั้นสิ!และอีกอย่างคนที่ควรจะรู้ฝีมือเจ้าหนุ่มนั้นดีกว่าข้าก็คือท่านต่างหาก!”

           เทพีแห่งปัญญาหัวเราะเบาๆ“ช่างเถิดๆ ยังไงเสียเดียวเจ้าหนุ่มเฮเลอุสก็มาบอกพวกเราอยู่ดี”อาเธน่าเงียบไปก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แล้วเรื่องวีรชนของอาเรสเจ้าได้ข่าวว่าอย่างไรบ้าง”

           วีรชนผู้สังหารหนึ่งในสามพี่น้องกอร์กอนถอนหายใจ“ครั้งนี้ข้าว่าท่านคงลำบากเสียแล้วอาเธน่า....สายข่าวของเรารายงานว่ามันครั้งนี้มันได้วีรชนมาเพิ่มขึ้นมากกว่าครั้งที่แล้วเสียอีก”

           “เป็นผู้ใดหรือ”

           “......ยอดคนแห่งสามก๊กลิโป้เทพสงครามเซี่ยงอวี่ พ่อค้าเนื้อมนุษย์ไป๋ฉี พวกมันแต่ละคนนับว่าเป็นสุดยอดในยุคสมัยของพวกมัน”เพอร์ซีอุสยักไหล่

           “..................”เทพีสาวนิ่งเงียบ

           “ท่านจะเอาอย่างไรสงครามครั้งหน้าพวกเราต้องเป็นฝ่ายบุกท่านจะให้ไปขอความช่วยเหลือจากวีรชนอื่นๆหรือไม่?”

           “ไม่ต้อง.....ข้าจะจัดการทุกอย่างเอง”

           “แต่....”

           “เจ้าไปดูชายหนุ่มที่ไนกี้พามาเถอะ”เทพีแห่งปัญญาตัดบท

           เพอร์ซีอุสเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ส่ายหัวแล้วเดินจากไป ปล่อยให้เทพีแห่งปัญญาใช้ความคิดอยู่คนเดียว เทพีอาเธน่าหรี่ในใจของนางเหมือนมีความคิดบางอย่าง

     

           เว่ยเมิ่งที่เดินตามเฮเลอุสมาเรื่อยๆอดใจถามไม่ได้“ท่านเฮเลอุสพวกเราจะไปที่ไหนกันหรือ?”เฮเลอุสที่ได้ยินคำถามก็ชะงักไป “เจ้าเรียกข้าเฮเลอุสเฉยๆก็ได้..ตอนนี้พวกเรากำลังไปที่ลานประลอง”เฮเลอุสตอบเว่ยเมิ่ง

           “ลานประลอง?”

           “วันนี้มีการประลองที่น่าสนใจไม่น้อยพวกเราก็เลยไปกองเรากันอยู่ที่นั้นนะ” เฮเลอุสคลายข้อสงสัยของเว่ยเมิ่งทั้งคู่เดินไปเรื่อยๆจนถึงลานประลอง

           ‘นี่เหมือนโคลอสเซียมที่ดูในหนังเลย’ เว่ยเมิ่งคิดในใจในขณะขึ้นไปบนอัฒจันทร์

           “เพอร์เซส! เซธเน่!” เฮเลอุสตะโกนเรียกพี่น้องของตนที่นั่งอยู่ชายหนุ่มสองคนที่มีเค้าโครงหน้าคลายเฮเลอุสหันกลับมาทักทาย

           “โอ้วเฮเลอุส แล้วนั้น....” เพอร์เซสมีสีหน้าสงสัยเมื่อมองหน้าที่ไม่คุ้นเคย

           “นี่คือคนที่เทพีอาเธน่าให้ข้าฝากมาทำความรู้จักกลับพวกเจ้านี่คือตงฟางเว่ยเมิ่งที่จะมาช่วยพวกเราในสงครามครั้งหน้า”เฮเลอุสผ่ายมือไปทางเว่ยเมิ่ง เว่ยเมิ่งประสานมือให้กับเพอร์เซส เซธเน่

           “ยินดีที่ได้รู้จักท่านเพอร์เซส ท่านเซธเน่”

           “โอ้ยินดีๆตงฟางเว่ยเมิ่ง? นามแบบนี้ หน้าตาแบบนี้เจ้ามาจากทางตะวันออกหรือ” เพอร์เซสถาม

           “ท่านจะพูดแบบนั้นก็ได้”เว่ยเมิ่งยิ้มแห้งๆ ไม่รู้ว่าดวงดาวของตนเองอยู่ทิศไหนเหมือนกัน

           เสียงเฮลั่นทั่วทั้งโคลอสเซียมขัดการสนทนาของสี่หนุ่ม  ตอนนั้นเองชายคนหนึ่งเดินออกมาในสนาม

           “ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การประลองครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์!” โฆษกพูดเสียงดัง “และแล้ววันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง! วันที่หนึ่งในลูกหลานของอสูรในตำนานจะมาปรากฏตัวขึ้น”โฆษกชี้ไปทางลูกกรงที่มีเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังไปทั่วโครอสเซียม “ทุกท่าน!นี่คือ.....หนึ่งในลูกหลานของ...พญาราชสีห์นีเมี่ยน!!” สิงโตดุร้ายขนาดใหญ่คำรามอย่างเกรี้ยวกราด

           “และคู่ประลองของลูกหลานแห่งอสูรก็คือแชมป์..........”ทว่าก่อนที่โฆษกจะประกาศชื่อคู่ประลองนั้นก็มีเสียงคำรามดังขัดจังหวะเสียก่อน

           “เดี่ยว!!” เสียงคำรามดุดันดังมาจากท้องฟ้า

           ผู้คนมากมายหันขึ้นไปมองบนท้องฟ้ารวมถึงเว่ยเมิ่งบุรุษวัยกลางคนที่กำลัง‘วิ่ง’อยู่บนอากาศวิ่งลงไปที่สนามประลอง

           “ท่านพ่อ?” เฮเลอุส เพอร์เซส เซธเน่ อุทาน

           เพอร์ซี่อุสยิ้มออกมา“วันนี้ผู้ที่จะประลองกับลูกหลานนี่เมียนจะไม่ใช่แชมป์เปี้ยนของที่นี่”เพอร์ซีอุสชี้ไปทางเว่ยเมิ่ง “เจ้า! ผู้มาจากตะวันออก! วันนี้เจ้าคือผู้ที่จะประลองกับลูกหลานของอสูรก็คือเจ้า!”

           “ห่ะ!?” เว่ยเมิ่งอ้าปากค้าง

           “จงพิสูจน์ซะว่าเจ้าคู่ควรกับกองทัพของอาธีน่าจงสังหารสัตว์ร้ายนี่แล้วเดินแล้วพิสูจน์ว่าเจ้าคือนักรบซะ!” เพอร์ซีอุสคำราม ชาวเอเธนส์ที่เห็นวีรชนชื่อดังปรากฏก็ส่งเสียงเฮลั่นไม่สนใจอะไรตะโกนตามที่เพอร์ซีอุสกล่าว

           “ผู้มาจากตะวันออก!”

           “ผู้มาจากตะวันออก!”

           “ผู้มาจากตะวันออก!”

           เว่ยเมิ่งที่เห็นทุกคนตะโกนเรียกตนก็เกาหัว ‘ทำไมชีวิตข้าเจอแต่อะไรแปลกๆกันน่ะ?’ถึงจะคิดแบบนั้นแต่ชานหนุ่มก็กระโดดลงไปในสนามอยู่ดี “ท่านจะข้าพเจ้าทำอะไร?” เขาหันไปถามเพอร์ซีอุส แทนคำตอบเพอร์ซ๊อุสชักดาบฟันไปทางกรงของสัตว์ร้ายคลื่นดาบตัดลูกกรงเป็นชิ้นๆ เพอร์ซีอุสโยนดาบไปให้เว่ยเมิ่ง

           “สู้!” เพอร์ซีอุสยิ้ม ลากโฆษกที่หน้าตาขาวซีดที่เห็นลูกหลานนีเมี่ยนถูกปล่อยออกมาอย่างกะทันหัน

           “กรร!” ลูกหลานของสิงโตอสูรคำราม

           “หืมมม”เว่ยเมิ่งลากเสียง

           ร่างขนาดใหญ่กระโจนเข้าหาร่างของชายหนุ่มอย่างรวดเร็วปากขนาดใหญ่อ้ากว้างเหมือนพยายามจะกลืนเหยื่อให้หมดในคำเดียวในเสียดายที่ความคิดของมันไม่เคยเป็นจริง

           รวดเร็วยิ่งกว่าการกระโจนของราชสีห์ชายหนุ่มปรากฏตัวเหนือร่างของอสูร เว่ยเมิ่งกำหมัดต่อยไปยังลำตัวของราชสีห์ร้าย

           ตูม!

           ร่างของราชสีห์ร้ายกระแทกจนพื้นแตกกระจาย มันนอนจมกองเลือดไม่ขยับลูกหลานของพญาราชสีห์นีเมียนตายคาที่ทันที!

           ทั่วทั้งโคลอสเซียมเงียบกริบแม้แต่เพอร์ซีอุสก็ยังกระพริบตาปริบๆเว่ยเมิ่งที่ตอนนี้ยืนข้างศพของราชสีห์ก็กระพริบตาปริบๆ เขาเกาหัวมองเพอร์ซีอุส

           “ก็ท่านบอกให้ข้าสู้นี่”