ทันทีที่ฉันเปิดประตูห้องน้ำก้าวเท้าออกมาท่ามกลางไอหมอกขาวจาง ๆ และกลิ่นหอมฟุ้งของครีมอาบน้ำฝรั่งเศสราคาแพงระยับ ร่างกายสวมใส่ชุดคลุมอาบน้ำขนหนูเนื้อนุ่มหนาผืนใหญ่กิ๊กสีขาวสะอาด ฉันก็พบว่าบนเตียงนอนแพรไหมสีดำมีเสื้อผ้าชุดใหม่เอี่ยมถูกจัดวางวางทับไว้อย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยเรียบกริบ มันคือเสื้อเชิ้ตผ้าไหมเนื้อดีสีขาวสะอาดตาคู่กับกระโปรงทรงสอบสีดำเข้ารูปเรียบหรูดูเป็เลขาฯ มืออาชีพ แถมยังมีรองเท้าส้นสูงสีกุหลาบดำสุดหรูคู่หนึ่งวางรออยู่ปลายเตียงอีกต่างหาก
ฉันลองหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ขึ้นมาทาบตัวและสวมใส่ดู ก่อนจะพบว่าสัดส่วนกลมกลืนของมันช่างเป๊ะเว่อร์และพอดีกับเรือนร่างของฉันราวกับมีคนมาวัดตัวตัดเย็บไปเมื่อกี่ชั่วโมงก่อนไม่มีผิดเพี้ยนเลยสักนิดเดียว
*โอ้โห... ขนาดชุดมันพอดีกับตัวฉันราวกับสั่งตัดเป๊ะ ๆ เลยแฮะ... เอ๊ะ หรือว่าอีตาบอสมาเฟียโรคจิตคนนั้นจะแอบเอาสายวัดส่วนตัวมาวัดสัดส่วนตัวฉันตอนที่ฉันสลบหลับปุ๋ยเพราะฤทธิ์ค็อกเทลแก้วส้มเมื่อคืนรึเปล่านะ?! บ้าบอ ใครมันจะไปโรคจิตแอบทำอะไรพรรค์นั้นกัน... อ้อ ลืมไป เมื่อคืนเขาใช้สองมือหนาบดบี้เค้นเนื้อกายฉันไปตั้งกี่ร้อยรอบล่ะ ยัยเกลเอ๊ย! ขนาดจับลูบไล้ปทุมถันด้วยมือเปล่า ๆ เขาก็คงคำนวณสัดส่วนคัพหน้าอกหน้าใจไซส์หน้าท้องสะโพกของฉันได้อย่างแม่นยำราวดิจิทัลสแกนเนอร์แล้วละมั้งเนี่ย! ยิ่งคิดยิ่งหน้าแดงแปร๊ดจนจะทะลุเพดานปูนซิเมนต์ห้องแล้วนะยัยเกลเอ๊ย!* เสียงในหัวของฉันคิดฟุ้งซ่านฮา ๆ ประชดตัวเองพลางผิวแก้มร้อนผ่าวแดงระเรื่อลามไปถึงใบหูยามแต่งตัวเสร็จเนี๊ยบ
ฉันฝืนใจพยุงร่างกายที่ระบมล้าปวดเอวเดินกลับออกมายังห้องนั่งเล่นกว้างขวางปูหินอ่อน คิรินยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีดำตัวเดิมอย่างผ่าเผยสง่างาม แฟ้มเอกสารสัญญายังคงวางนิ่งอยู่บนโต๊ะกระจกใส ั์ตาคู่คมกริบประดุจเหยี่ยวของเขากวาดมองร่างของฉันในชุดเลขาฯ ชุดใหม่ แววตาของเขาฉายประกายพึงพอใจและวูบหนึ่งอย่างเปิดเผย ก่อนจะกลับมาสวมมาดเ็าปากแข็งในเสี้ยววินาทีต่อมาตามมาตราฐานบอสหน้าขรึม
"แต่งตัวช้าจริง..." คิรินเอ่ยดุเสียงเรียบต่ำ แววตาจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อของฉันนิ่งพลางเลื่อนแฟ้มสัญญาหนังสีดำส่งมาหยุดเบื้องหน้าฉันอีกครั้ง "มาคุยเื่ข้อตกลงล้างหนี้ห้าล้านสี่แสนบาทของคุณกันได้แล้ว"
ฉันนั่งลงบนเก้าอี้นวมตัวตรงข้ามเขา สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ สามรอบเพื่อรวบรวมความกล้า "เงื่อนไขของคุณคืออะไรคะ?"
คิรินประสานมือเข้าด้วยกันใต้คาง จ้องสบตาฉันนิ่งดุจราชสีห์ที่กำลังจ้องจับเหยื่อในกรงขัง "ข้อแรก... คุณต้องมาทำงานเป็เลขาส่วนตัวข้างกายผมที่บริษัท ทำงานทุกอย่างที่ผมสั่ง ห้ามมีข้อเกี่ยงงอนเด็ดขาด ข้อสอง... คุณต้องทำหน้าที่เป็ 'ผู้หญิงของผม' ยามค่ำคืนคอยปรนเปรอตามใจผมบนเตียงทุกครั้งที่ผม้า ทั้งหมดนี้เป็เวลาสามเดือนเต็ม แลกกับการที่ผมจะล้างหนี้ห้าล้านสี่แสนบาทของคุณให้กลายเป็ศูนย์ในทันทีที่สัญญาสิ้นสุดลง"
ฉันเปิดอ่านข้อความในแผ่นสัญญาลับชดใช้หนี้และจ้างงานเลขาฯ ย่อหน้าแรกระบุชัดเจนด้วยภาษากฎหมายที่เป็ทางการ:
*คู่สัญญาระหว่าง: นายคิริน รัตนวิเชียร (ผู้รับประโยชน์) และ นางสาวเกลิตา ปัญญานันท์ (ผู้มีหน้าที่)*
*ข้อ 1: ผู้มีหน้าที่ตกลงจะปฏิบัติงานเป็เลขานุการส่วนตัวและขอบเขตงานพิเศษตามประสงค์ของผู้รับประโยชน์*
*ข้อ 2: ผู้มีหน้าที่ตกลงจะอำนวยความสะดวก ปรนนิบัติ และตอบสนองความปรารถนาส่วนบุคคลของผู้รับประโยชน์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าจ้างอื่นนอกจากข้อตกลงล้างหนี้*
*ข้อ 3: เมื่อครบกำหนดระยะเวลา 3 เดือน และผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามสัญญาครบถ้วน ผู้รับประโยชน์ตกลงจะโอนล้างหนี้สินจำนวน 5,400,000 บาท (ห้าล้านสี่แสนบาทถ้วน) ให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์*
*ข้อ 4: หากผู้มีหน้าที่ละทิ้งหน้าที่ ขาดงาน ทำงานล่าช้า หรือกระทำการใด ๆ ที่สร้างความหงุดหงิดใจแก่ผู้รับประโยชน์ ผู้รับประโยชน์มีสิทธิ์คิดเบี้ยปรับหรือบทลงโทษตามที่ผู้รับประโยชน์พึงพอใจ*
สมองของ ฉันชากระตุกวูบ ความโกรธจัดและศักดิ์ศรีที่หลงเหลือพวยพุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอจนตัวสั่นระริก
*นี่มันสัญญาทาสยุคโชวะหรือยังไงกันคะคุณผู้ช๊ม?! ข้อสองนี่คือให้ตอบสนองความ้าตลอดยี่สิบบวกสี่ชั่วโมง? ตาบ้าเอ๊ย บงการกันแม้กระทั่งเวลาหายใจเข้าออกเลยรึเปล่าเนี่ย! แล้วบทลงโทษข้อสี่นั่นคือตามใจเขาอีก? คนบ้าอำนาจเอ๊ย! ดูความเปรียบเปรยเป๊ะเว่อร์ของข้อความสิคะ ทนายความบริษัทเขาต้องเป็พวกระดับพระกาฬหัวกะทิแน่ ๆ ไม่มีช่องโหว่ช่องว่างให้หนูเกลคนจนตัวน้อยเล็ดลอดไปได้เลยสักมิลลิเมตรเดียว! ยิ่งเมื่อกี้เขายอมรับหน้าตายว่าสืบเื่ฉันมาก่อนและเตรียมฮุบซื้อหนี้ธนาคารข้ามหน้าข้ามตาไว้ล่วงหน้าแล้ว... แปลว่าตานี่จงใจวางแผนลากฉันเข้ากรงของเขาั้แ่ก้าวเท้าแรกเข้าร้านเหล้าMidnight Roomแล้วสิ! น่ากลัวและรอบคอบจนขนหัวลุกชะมัด!* เสียงในหัวของฉันกรีดร้องบ่นพึมพำตลกหน่วง ๆ ในสมองที่มึนตึงเพราะดีกรีแอลกอฮอล์ยามเช้า
"นี่คุณ... จะใช้เงินห้าล้านสี่แสนมาซื้อตัวฉันงั้นเหรอคะ?!" ฉันถามเสียงสั่นระริก แววตาสั่นเครือจ้องมองเขาด้วยความโกรธแค้นประชดชะตา "คุณเห็นร่างกายของฉันเป็เครื่องมือชำระหนี้ไร้ค่ารึไง?! ฉันไม่ใช่คู่นอนขัดดอกหนี้ที่ไร้ทางสู้นะ!"
คิรินเหยียดยิ้มเย็นะเื แววตาคู่คมสลัวมืดมนและไร้ความเห็นใจขัดมาดคนดี "ผมเตือนคุณแล้วนะเกลิตาว่าคุณไม่มีทางเลือก... ถ้าคุณปฏิเสธสัญญาของผม หนี้ห้าล้านสี่แสนบาทนี้จะถูกโอนกลับไปยังธนาคารและพวกลูกหนี้นอกระบบของแฟนเก่าคุณทันที... พวกมันไม่มานั่งเจรจาสุภาพยื่นชุดสวย ๆ แบรนด์เนมให้คุณใส่ทำงานออฟฟิศหรูแบบผมหรอกนะ พวกมันจะจับคุณไปขายในซ่องเถื่อนชานเมืองหรือหั่นอวัยวะคุณชดใช้หนี้อย่างโเี้ ซึ่งผมรับรองได้เลยว่าคุณไม่มีวันรอดชีวิตไปได้เกินสามวันชัวร์"
ฉันสะอึกเงียบไปทันที คำพูดดิบเถื่อนและเ็าของมาเฟียตรงหน้ามันคือความจริงอันโหดร้ายของชีวิตจริงที่ฉันหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนี้ห้าล้านสี่แสนก้อนนี้ใหญ่โตเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ สู้ชีวิตกินเงินเดือนอย่างฉันจะหามาจ่ายไหวในชาตินี้ หากปฏิเสธเขา ฉันคงต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถคาถังขยะแน่ ๆ
"ฉันจะเซ็น..." ฉันเอ่ยปากเสียงเบาหวิวขืนใจในที่สุดเพื่อเอาชีวิตรอดและล้างหนี้ แต่ทว่าแววตาดื้อดึงรั้นของฉันกลับจ้องสบตาเขาตรง ๆ ปฏิเสธการควบคุมเบ็ดเสร็จของเขา "แต่ฉันมีเงื่อนไขข้อหนึ่ง!"
คิรินเลิกคิ้วหนาขึ้น แววตาคมฉายแสงวาวโรจน์แปลกใจกับความฮึดสู้ "คนตัวเปล่ามีสิทธิ์ต่อรองเงื่อนไขกับเ้าหนี้อย่างผมงั้นเหรอ?"
"ฉันจะทำงานเลขาฯ ให้คุณอย่างตั้งใจ และมาหาคุณเมื่อคุณเรียกใช้งานยามค่ำคืน... แต่ฉันจะกลับไปนอนที่อพาร์ตเมนต์ห้องเช่าซอมซ่อเดิมของฉัน! ฉันจะไม่ย้ายเข้ามาอยู่ที่เพนท์เฮาส์หรูหราแห่งนี้เด็ดขาด!" ฉันยื่นคำขาดเสียงแข็งหวังรักษาเศษเสี้ยวศักดิ์ศรีขีดเส้นเขตความปลอดภัยสุดท้ายเอาไว้แ่า
คิริน ลดสายตา ั์ตาคมจ้องมองใบหน้าดื้อรั้นทระนงตนของฉันนิ่งสนิท บรรยากาศรอบห้องนั่งเล่นกดดันเงียบงันจนหายใจไม่ทั่วท้อง ก่อนที่คิรินจะหัวเราะหึในลำคอเบา ๆ ด้วยแววตาเย็นเฉียบปากแข็งขัดมาดดุประชดประชัน
"ตามใจคุณเกลิตา... ผมไม่ได้เดือดร้อนที่จะต้องมาประหยัดค่าเครื่องปรับอากาศหรือค่าอาหารของเล่นอย่างคุณหรอกนะ ในเมื่อคุณรักและโหยหารังหนูซอมซ่อเก่าของคุณขนาดนั้น ก็เชิญกลับไปซุกหัวนอนในที่แคบ ๆ ของคุณได้ตามสบาย... แต่อย่าลืมล่ะว่าถ้ามาทำงานสาย ผมจะคิดค่าปรับชดใช้หนี้หักจากเงินเดือนเลขาฯ ของคุณวินาทีละหนึ่งร้อยบาทถ้วน" เขาพูดเหน็บแนมประชดประชันความยากจนของฉันอย่างร้ายกาจจนฉันโกรธหน้าดำคร่ำเครียด
คิรินเลื่อนกล่องตลับตลับหมึกสีแดงเข้มแกะสลักรูปัคู่โบราณมาตรงหน้าฉันพร้อมปากกาเอกสาร
"ถ้าตกลง ก็พิมพ์ลายนิ้วมือแดงยอมรับสัญญาลงบนกระดาษใบนี้ซะ"
ฉันกำมือแน่น สูดหายใจลึก ยื่นนิ้วโป้งขวาไปกดลงบนตลับหมึกสีแดงสดเหนียวข้นจนนิ้วเปื้อนรอยน้ำหมึกสีแดงฉานเข้มข้น ราวกับมันเป็สีของเืสด ๆ ที่ยอมจำนนยอมประทับรับพันธะสัญญาปีศาจของมาเฟียจอมบงการ ฉันกดประทับรอยนิ้วมือลงบนท้ายกระดาษสัญญาลับอย่างหนักแน่นและเหนื่อยอ่อนในวินาทีถัดมา
*แปะ!*
ฉันปล่อยมือออก ทิ้งรอยนิ้วมือสีแดงเข้มเด่นหราไว้ท้ายเอกสารสัญญาสามเดือน คิรินดึงแฟ้มเอกสารกลับไปตรวจดูรอยนิ้วมือแดงเข้มด้วยแววตาของมาเฟียที่ได้รับชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แววตาคมกริบของเขาทอแสงประกายลึกลับเย้ยหยันประดับรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากอย่างสุนทรีย์ก่อนจะเก็บเอกสารเข้าลิ้นชักโต๊ะทำงานส่วนตัวล็อกกุญแจแ่า
"สัญญาเริ่มต้นขึ้นแล้วเกลิตา... วันจันทร์นี้ไปรายงานตัวเป็เลขาฯ ส่วนตัวของผมที่ออฟฟิศเวลาแปดโมงตรง ห้ามสายแม้แต่วินาทีเดียว" คิรินสั่งเสียงเฉียบขาดขวางโลกมาเฟีย
ฉันหันหลังพยุงร่างกายที่เหนื่อยล้าสะโพกหน่วงแปร๊ด เดินขาสั่นพั่บ ๆ ออกจากห้องเพนท์เฮาส์สุดหรูมุ่งหน้ากลับอพาร์ตเมนต์ซอมซ่อของตัวเองทันทีเพื่อหลีกหนีไปตั้งหลัก โดยหารู้ไม่เลยว่าสายตาของคิรินที่มองตามหลังร่างบางของฉันไปนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มมาเฟียที่ถือไพ่เหนือกว่าอย่างแท้จริง และเขารู้อยู่แก่ใจดีแล้วว่าแผนการร้ายกาจต่อไปที่จะบีบให้ฉันต้องหิ้วกระเป๋าซมซานวิ่งกลับเข้ามานอนในกรงทองของเขากำลังเริ่มทำงานในวินาทีนี้แล้ว... และเื่ราวทั้งหมดของสัญญาทาสกักขังชีวิตฉบับนี้กำลังจะเริ่มต้นทำงานอย่างเต็มรูปแบบั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป