ตอนที่ 15ความแตก!
ผ่านไปหนึ่งวันหลังจากต้อนรับขับสู้แเื่…
ในตอนค่ำของวันนั้นตลอดเวลาที่กินข้าว แม่ชบานั่งมองดูสองพ่อลูก พร้อมกับยิ้มหรี่ตา มองดูแปลก ๆ
เสือน้อยคิดในใจ“วันนี้แม่ประหยัดถ้อยคำเหลือหลาย หรือกลัวว่าเวลาพูดกับใครจะมีดอกพิกุลทองร่วงจากปาก อื้อ…แต่แม่ก็มีเื่ที่ต้องคิดละมั้ง?”
เด็กก็มีความเครียดของเด็กผู้ใหญ่ก็มีปัญหาของผู้ใหญ่ หลังจากแม่บ้านยกกับข้าวจานชามออกไปแล้วพ่อผันกับเสือน้อยถูกแม่รั้งไว้
สองพ่อลูกนั่งรอโดยเธอบอกว่า “มีเื่จะคุยด้วย!”
ส่วนพ่อผันเองก็คงคิดว่าภรรยาตัวเองน่าจะคุยเื่เงินที่พึ่งขายภาพวาดได้จึงไม่ได้ใส่ใจอะไรมากส่วนเสือน้อยก็นั่งเปิดอ่านการ์ตูนไปพลาง ๆ เขาก็เดาทิศทางไปในทำนองเดียวกับพ่อ
รอประมาณยี่สิบนาที…แม่ชบาเดินมาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล พ่อจึงถามด้วยความสงสัย “มีอะไรหรือแม่?”เขารู้สึกถึงรังสีอํามหิตที่แผ่ซ่านออกมารอยยิ้มมองยังไงก็ดูน่ากลั๊วน่ากลัว
แม่ชบายิ้มหรี่ตาก่อนถามว่า “คุณเมื่อวานขายภาพวาดได้ราคาดีเนอะ…?”
พอพ่อผันกับเสือน้อยได้ยินเื่นี้ก็โล่งใจ“เป็ไปตามคาด!”
จากนั้นก็ได้ยินเสียงแว่วๆ ลอยมาตามสายลม เข้าหูทั้งสองคน “นี่สองพ่อลูก ดูเข้าขากันได้ดีมากแถมประสานงานกันได้ดีมากเป็พิเศษเลยนะ” แม่ชบาจงใจเน้นคำหลัง ๆ ให้หนักแน่น
พ่อผันก็ยิ้มเจื่อนเขาเริ่มตงิดใจบางอย่าง…
ส่วนเสือน้อยก็เอาคำพูดพ่อทั้งดุ้นมาบอกกับแม่ “เป็ธรรมเนียมไทยแท้แต่โบราณ ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับเป็เื่ปกติสำหรับคนไทยเรานะแม่” เสือน้อยพูดจาฉะฉาน
แม่ยิ้มจาง ๆมองลูกชายสุดที่รักพูดเจื้อยแจ้ว ก่อนจะขัดคอพูดแทรกขึ้นว่า“แต่เอ...เมื่อวานจำได้ว่าภาพวาดที่ขายไป ต้นแบบในรูปมันดูคุ้น ๆ อยู่น่ะ...”พูดเสร็จแม่ก็เปิดซองเอกสารหยิบรูปที่ถ่ายเก็บไว้วันก่อนออกมาดู
เพราะวันนี้เธอพึ่งไปอัดรูปมาทั้งรูปภาพที่เสือน้อยถ่ายให้ลูกสาวของนายเม่นและรูปที่อยู่ในกล้องที่เธอถ่ายบันทึกความทรงจำไว้ระหว่างขายรูปเก็บบันทึกไว้เป็ผลงาน
เธอยังไม่ลืมที่จะส่งรูปผ่านไปรษณีย์ไปให้พวกเขาที่เชียงรายตามที่เสือน้อยได้รับปาก
แม่ชบาเลือกหยิบรูปถ่ายต่างๆ ขึ้นมาไล่ดู ก่อนจะหยิบรูปหนึ่งขึ้นมา “เนี่ย...พ่อ แม่ว่ามันดูคล้าย ๆเ้าเสือน้อยลูกเราเหมือนกันนะ?”
สองพ่อลูกเริ่มเหงื่อออกหลังทั้งที่ลมเย็นๆ พัดโชยมาจากทางแม่น้ำ หรือสวนหน้าบ้าน
หัวใจของทั้งคู่เริ่มเต้นแรงเหมือนััอะไรได้บางอย่าง
พ่อผันตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ “อ๋อ....แรงบันดาลใจน่ะแม่ ก็เห็นลูกเรามันชอบเตะกระสอบทรายชกมวยก็เลยปิ๊งไอเดียได้น่ะ”
พอพ่อพูดขึ้นเสือน้อยก็พยักหน้าเหมือนไก่จิกข้าวเปลือก
“แค่นี้เหรอ…ไม่มีอย่างอื่นแล้วใช่มั้ย?”เธอถามเสียงเข้ม เมื่อเห็นพ่อผัน เริ่มโดนต้อนจนมุม
เสือน้อยจึงฉวยโอกาสพูดสนับสนุนพ่อ “ก็พ่อเขาช่างจินตนาการจะตายไปแม่เอาแค่มีแรงบันดาลใจไว้วาดภาพขายได้ก็พอแล้วนี่นา…” เขาเลือกเบี่ยงประเด็นไปที่เื่ขายรูปได้
ใต้โต๊ะขาของเสือน้อยกำลังสะกิดส่งสัญญาณให้กับพ่อผันอยู่
พ่อผันก็ตอบกลับหนักแน่น“ใช่ ๆ ขายภาพวาดได้ก็ดีแล้วนี่เนอะแม่!”
ตอนที่พ่อผันพูดจบครู่หนึ่งชนาแม่ก็ตบมือสองครั้งเสียงดังลั่น พร้อมกับะโขึ้นว่า “พาตัวขึ้นมา!”
แม่บ้านทั้งสองก็พากลุ่มเด็กๆ เพื่อนสนิทของเสือน้อยขึ้นมา ตอนนี้บรรยากาศคล้ายอยู่ในศาลไคเฟิงของท่านเปาบุ้นจิ้น
ผันกับเสือน้อยเริ่มรู้ตัวแล้วว่า…ความซวยกำลังมาเยือน!
แม่ชบารับบทผู้พิพากษาจ้องมองสองพ่อลูกและพูดขึ้นว่า “พวกเด็ก ๆโดนแม่บีบให้สารภาพมาหมดแล้วว่า…ไอ้เสือน้อยตัวดีไปขึ้นเวทีชกมวยตามงานต่าง ๆ”เธอพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบพร้อมชี้ไปพยานที่กลุ่มเด็กหนุ่มเพื่อนสนิทมิตรสหายของเสือน้อย
กลุ่มเด็กน้อยอยู่ในบรรยากาศที่ชวนกระอักกระอ่วนเหลือหลาย ทว่าคนที่แย่กว่าคือสองพ่อลูก
……
ย้อนกลับไปเมื่อตอนกลางวัน
แม่ชบาโทรเรียก‘เ้าั์’ ให้เข้าไปหาคนเดียว เธอบอกมีของจะฝากพ่อแม่จึงชวนคุยโน่นนิดนี่หน่อย เช่นเื่เรียน เื่กีฬา ฯลฯ เด็กหนุ่มกำลังเล่าเพลินๆ
ก่อนที่ป้าชบาจะถามขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย“เออ…ั์ว่าแต่ไอ้เสือน้อย มันจะขึ้นชกอีกทีวันไหนเหรอ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนบวกกับความอยากรู้อยากเห็น
ั์ก็ตอบไปโดยไม่ทันยั้งคิด“เห็นว่าเวทีหน้าไปต่อยที่วัดปากน้ำน่ะป้า!”
แต่พอพูดไปสักพักเหงื่อเริ่มออก เขาอุทานในใจว่า “ฉิบหายแล้ว”
เพราะลูกพี่เสือน้อยของพวกเขาย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามบอกแม่ชบา! เด็กหนุ่มก็กะพริบตาใส สมองตื่นตัวในใจคิดอยากจะวิ่งหนีให้รู้แล้วรู้รอด
ทว่าติดตรงที่ขามันก้าวไม่ออก…แม้ว่ากายหยาบอยู่ตรงนี้ แต่ว่ากายละเอียดะโลงแม่น้ำเ้าพระยาไปเรียบร้อยแล้ว
รวมกับเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ที่เคารพรักป้าชบาก็เอ็นดูพวกเขาสองพี่น้อง ทั้งเห็นกันมาั้แ่ยังเด็กยังเล็กวิ่งเข้าวิ่งออกบ้านหลังนี้อย่างกับบ้านของตัวเอง ทั้งมากินข้าวด้วยกันก็บ่อย
จะหนีก็หนีไม่พ้นจึงยืนกุมเป้าอย่างสงบเสงี่ยม…สายตาของเด็กหนุ่มจ้องมองที่ปลายเท้าทันทีภายในใจก็คิดอย่างปลงตก “พี่เสือเอ๊ย...มึงซวยแล้ว!”
จากนั้นป้าชบาก็เริ่มหุบรอยยิ้มอันเสแสร้งเด็กน้อยพวกนี้มีหรือที่จะตามมารยาร้อยเล่มเกวียนของเธอได้และเมื่อรู้ว่าเ้าเสือมันขึ้นไปชกมวยจริง ๆ เธอเองก็โกรธจนควันแทบจะออกหูจึงอยากจะสืบให้รู้ความจริงทั้งหมด
ปรากฏว่าเด็กหนุ่มแฝดคนพี่ตรงหน้ากลับไม่เปิดปากพูดอีกเลยเขากัดฟัน ส่วนสายตาก็จ้องมองพื้นอย่างสำนึกผิดไม่กล้าขายความลับลูกพี่คนสนิทตัวเอง…
เธอจึงไม่อยากสร้างความลำบากใจให้เ้าั์จึงเกลี้ยกล่อมให้ไปตามเพื่อน ๆ ที่รู้ว่าเ้าเสือไปชกมวยมาเยอะ ๆทั้งยังบอกอีกว่ารับรองไม่มีใครรู้หรอก แถมมีรางวัลให้ด้วย
เธอใช้ทั้งไม้อ่อนไม้แข็งออกอุบายให้เด็กหนุ่มไปลากเพื่อนมาลงน้ำด้วยกัน เพราะตายหมู่ดีกว่าตายคนเดียว แถมจะได้เฉลี่ยๆ โทษกันไป โดยให้บอกว่า “ป้าชบาซื้อขนมมาฝากที่บ้านให้ตามไปเอาของขวัญหน่อย”
พักใหญ่ั์ก็เรียกเพื่อนๆ มาเยอะแยะ สมองเขายังทำงานได้ดี คัดเลือกมาเฉพาะที่รู้ว่าลูกพี่ของตัวเองไปชกมวยบางคนยังตามไปเชียร์อยู่รอมร่อ โดยเฉพาะน้องชายเขา ‘ใหญ่’ ซึ่งป้าชบาได้เน้นย้ำเป็พิเศษ
ก่อนที่ป้าชบาจะเรียกเข้าไปเอาของฝากทีละคนเธอก็ใช้เงินง้างปาก ตามแต่ข้อมูลที่จะให้บางคนได้หนึ่งร้อย บ้างก็ได้ห้าร้อยแต่ละคนจึงไม่เห็นของกันและกัน ทำให้ั์ผู้เป็ตัวเปิดเื่คลายใจได้เขาไชโยโห่ร้องอยู่ในใจ “กูมีเพื่อนตายแล้วโว้ย!”
คนที่เข้าไปนานสุดคือใหญ่น้องชายของเขาเองตอนออกมาได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ กวักมือเรียกพี่ชายให้เข้าไปหาพร้อมกัน
บทสรุปออกมาแม่เข้าใจเด่นชัดทุกแผนการของพ่อกับเ้าเสือน้อย ที่หลอกว่าไปเดินห้าง พาลูกไปเที่ยวเปิดหูเปิดตามาวันนี้กลับกลายเป็พาลูกชายตัวดีขึ้นไปชกมวย
แถมยังชกไปยี่สิบกว่าครั้งแล้วส่วนเื่ที่ฝีมือดีแพ้ชนะ เธอไม่ได้เก็บมาใส่ใจ แต่ว่าโดนปิดหูปิดตามาตั้งสี่ห้าเดือนแน่ะจึงทำเอาเธอหัวเสียสุด ๆ
……
ตัดภาพมาที่ศาลไคเฟิง
“พยานหลักฐานพร้อมมูลมีอะไรจะแก้ตัวไหมทั้งสองคนพ่อลูกฮะ?”
สภาพของพ่อในตอนนี้ก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ออกมา ส่วนทางเ้าเสือน้อยหัวหดเก็บหางแลดูคล้ายกับเสือหมอบ ยอมจำนนด้วยหลักฐาน
ก่อนแม่ชบาจะตบโต๊ะเสียงดังพร้อมตวาดเพื่อเค้นเอาคำตอบของสองพ่อลูก “สรุปว่าจะยอมรับไหมฮะ?”
“ยอมรับครับ!” เสือน้อยพูดเสียงอ่อน เมื่ออยู่ต่อหน้า ‘นางพญาเสือ’เขาก็เป็ได้แค่ ‘ลูกแมวตัวน้อย ๆ’ ที่ตัวสั่นเทาเพียงแค่เสียงตวาดของเธอ
พ่อผันแสร้งหัวเราะ“ยอมรับจ้ะ…”
แม่ชบาก็ส่งสัญญาณให้กลุ่มเด็กๆ กลับบ้านไปได้ ส่วนั์-ใหญ่ หันมามองลูกพี่ตน
ภายในใจคิดเหมือนกันว่า“สู้ ๆ นะมึงพี่เสือ!”
แม่ชบาเริ่มเค้นถามใครกันที่เป็คนเริ่มแผนเมื่อมาถึงขั้นนี้ไม่มีอะไรต้องปิดบัง เสือน้อยที่เป็คนก่อเื่ใครผูกคนนั้นก็ต้องเป็คนแก้ จึงชิงสารภาพหมดเปลือก…เผื่อศาลท่านจะลดโทษให้บ้าง
พ่อก็ทำตัวให้การเป็ประโยชน์บอกว่าช่วยเ้าเสือมันปิดบัง
เสือน้อยยังไม่วายคุยโวบอกว่า “ตัวเองชนะมาหลายเวทีแล้วนะแม่ เนี่ยเหรียญรางวัลเต็มเลยใจอยากจะวิ่งไปหยิบเหรียญมาให้ดู” แต่ขามันตายก้าวไม่ออก
แม่ชบาบ่นอุบกัดฟันกรอด “ดีกันจริง ๆ นักนะ สองพ่อลูก เดี๋ยวนี้ทำอะไรไม่ปรึกษากันแล้ว นี่เห็นฉันเป็หัวหลักหัวตอหรือไง?”จากนั้นแม่ชบาก็สาธยายอีกยาว ด่าจนสองพ่อลูกหูชาก่อนที่จะประกาศบทลงโทษ