ดวงใจมังกรจ้าวปฐพี (ฉบับรีไรท์)

    บทที่ 12 ถ้ำสมบัติ

            สี่เดือนต่อมา...

    ตูม!! พื้นดินเกิดหลุมกว้าง ฝุ่นควันฟุ้งกระจายปลิวตลบขึ้นสู่อากาศก่อนจะค่อย ๆ จางหาย เผยให้เห็นร่างของค้างคาวยักษ์ปีกดำนอนไร้ลมหายใจอยู่ก้นหลุม ปากหลุมมีร่างบางของเด็กสาวยืนถือกระบี่ชุ่มเลือด“เสี่ยวเปา เนื้อของเจ้าตัวนี้กินไม่ได้ เลือดของมันมีพิษ มื้อนี้ข้าจะให้เจ้ากินซาลาเปาแทน”“วีวี่” เจ้าตัวเล็กพยักหน้าแลบลิ้นเล็ก ๆ เลียริมฝีปาก ...เจ้านุ่มนิ่มของข้าน่ารักที่สุด“ข้าจะเข้าสมาธิปรับพลังลมปราณสองสามวัน เจ้าอย่าไปซนที่ไหนล่ะ”วันนี้เทียนหลินต่อสู้กับค้างคาวยักษ์ปีกดำสัตว์อสูรขั้นสิบ สัตว์อสูรพิทักษ์ผลกิเลน ทำให้พลังยุทธ์ของนางเพิ่มขึ้นหนึ่งระดับ ป่าชั้นในคือขุมทรัพย์ชั้นเลิศ สมุนไพรทุกต้นที่มีสัตว์อสูรพิทักษ์อยู่ล้วนเป็นตัวยาหลักของโอสถทิพย์ขั้นสูงระดับสิบขึ้นไป ตอนนี้นางรวบรวมสมุนไพรที่มีจดบันทึกอยู่ตำราลับได้ครบทุกชนิดแล้ว พลังยุทธ์จากขั้นแปดระดับกลาง เลื่อนขึ้นเป็นขั้นเก้าระดับต้นภายในสี่เดือนเมื่อปรับระดับพลังในร่างกายคงที่แล้ว เทียนหลินก็ลืมตาออกจากสมาธิ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าทำให้นางตื่นตะลึงจนอ้าปากตาค้าง สมุนไพรล้ำค่าหลายสิบต้นกองอยู่ตรงหน้า“เสี่ยวเปาเด็กดี นี่ฝีมือเจ้าหรือ?” นิ้วเรียวงามชี้ไปที่กองสมุนไพรเจ้าตัวน้อยพยักหน้า ยืนสองขากอดอกเชิดหน้าอย่างโอ้อวด  ...ใช่ฝีมือข้าเอง ข้าเก่งที่สุดเด็กสาวอุ้มเจ้าตัวน้อย แล้วหอมหัวเล็ก ๆ ของมันสองที  “เสี่ยวเปา ตอนข้ากลับบ้านไปแล้ว ข้าคงคิดถึงเจ้ามาก อีกหนึ่งร้อยปีข้าจะกลับมาเยี่ยมเจ้าใหม่ ข้าจะขนเอาของกินอร่อย ๆ มาให้เจ้ามาก ๆ”“ข้าต้องรอเจ้าอีกหนึ่งร้อยปีอย่างนั้นหรือ? เจ้าตัวหอมเนื้อนุ่มนิ่ม เจ้าห้ามทิ้งข้าเด็ดขาด ข้าจะไปกับเจ้าด้วย”“วีวี่ ๆ ๆ” เจ้าเสี่ยวเปากระโดดขึ้นไปยืนบนไหล่ของเด็กสาว พลางส่งเสียงร้องไม่หยุดใช้อุ้งเท้าเล็ก ๆ ชี้ไปข้างหน้าเสี่ยวเปาพาเทียนหลินเดินมาถึงที่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีหมอกขาวหนาทึบคล้ายกำแพงใหญ่ เมื่อเดินผ่านกำแพงหมอกเข้าไปก็พบทุ่งหญ้าสีเหลืองทองขนาดใหญ่กว้างไกลสุดสายตา บรรยากาศโดยรอบเงียบสนิทไม่มีแม้แต่เสียงลมพัด เจ้าตัวเล็กพาเด็กสาวเดินบนทุ่งหญ้าเป็นรูปแบบเฉพาะ เดินราวครึ่งชั่วยาม ภาพทุ่งหญ้าสีทองก็เปลี่ยนเป็นภาพผืนป่าสีเขียวราวกับมีสองมิติเชื่อมต่อกันอยู่ ต้นไม้ใบหญ้าในป่าแห่งนี้ล้วนดูแปลกตา เทียนหลินเดินสำรวจป่าอย่างระวัง เห็นหญ้าต้นหนึ่งรูปร่างคล้ายหญ้าม่วงคราม ดวงตาคู่งามเป็นประกายวิบวับ“เสี่ยวเปา ที่นี่เป็นบ้านของเจ้าหรือ?”“วีวี่ ๆ” เจ้าเสี่ยวเปาพยักหน้า พร้อมกระโดดลงไปดึงหญ้าต้นนั้นส่งให้เด็กสาวที่กำลังตื่นเต้น“เจ้านุ่มนิ่มช่างเป็นตัวเมียที่น่ารักเสียจริง แค่หญ้าต้นเดียวเจ้าก็ตื่นเต้นแล้วรึ เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปเอาหินสีของข้า พวกมันมีสีสวยเจ้าต้องชอบแน่ ๆ”เทียนหลินเดิน ๆ หยุด ๆ นางตื่นเต้นกับสมุนไพรและผลไม้ทุกชนิดที่พบ หยุดชี้ถามเสี่ยวเปาทุกต้นว่ามีพิษหรือไม่? เป็นสมุนไพรหรือไม่? เจ้าเสี่ยวเปาถึงกับยกอุ้งเท้าขึ้นปิดหน้าส่ายหัวไปมาอย่างเหนื่อยใจ“เฮ้อ..เจ้าตัวที่ชื่อท่านปู่รองของเจ้า มันคงจะป่วยหนัก เจ้าถึงได้เก็บหญ้าไปรักษามันมากมายถึงเพียงนี้”เด็กสาวนั่งมองเจ้าตัวเล็กที่กลายร่างเป็นสายฟ้า มันเคลื่อนไหวได้รวดเร็วจนเห็นเป็นเพียงแสงสีขาววูบผ่านไปทั่วป่า เพียงชั่วจิบชาสมุนไพรขนาดเท่าภูเขาลูกย่อม ๆ ก็มากองอยู่ตรงหน้า เทียนหลินอ้าปากตาค้าง...“ไปต่อได้แล้วสินะ เจ้านุ่มนิ่มจอมงก”เสี่ยวเปาพาเทียนหลินมาถึงถ้ำขนาดใหญ่ อุ้งเท้าน้อย ๆ ชี้บอกให้นางเดินเข้าไป ในถ้ำมืดสนิทจนมองไม่เห็นแม้กระทั่งมือตนเอง นางค่อย ๆ ก้าวเดินอย่างมั่นคง เพียงครู่เดียวแสงสว่างไสว ก็สาดส่องออกมาประกายแสงทำให้นัยน์ตาพร่ามัวถ้ำกว้างขนาดใหญ่ ผนังส่องแสงสว่างเป็นประกายสีทอง บนพื้นมีกองสมบัติล้ำค่าสูงท่วมเพดาน ทั้งทองคำ มรกต หยกสามสี ไข่มุก ทับทิม หินโมรา เพชรนิลจินดา กลางถ้ำมีแท่นหยกประดับเพชรวางหีบผลึกแก้วสีชมพูกับสีแดงไว้อย่างละใบ ในหีบใบสีแดงมีกระบี่สีขาวด้ามสลักลวดลายงดงามอยู่หนึ่งเล่ม ในหีบใบสีชมพูมีผลึกแก้วสีขาวประกายแสงสุกสกาวสว่างไสวขนาดเท่ากำมืออยู่ห้าก้อน เทียนหลินใช้นิ้วมือลองแตะที่ผลึกแก้วสีขาว คลื่นพลังบางอย่างในผลึกแก้วไหลเข้าสู่นิ้วเรียว เด็กสาวรีบดึงนิ้วกลับ“เสี่ยวเปา เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่? ทำไมมีสมบัติล้ำค่ามากมายถึงเพียงนี้?”“ข้าเองก็ไม่รู้ว่าข้าเป็นตัวอะไร ตอนข้าลืมตาตื่นจากการหลับใหล ในถ้ำแห่งนี้มีข้าอยู่เพียงตัวเดียว รอบตัวข้าเต็มไปด้วยหินสีพวกนี้ ข้าอยู่ที่นี่มานานแสนนานไม่เคยออกไปไหน จนกระทั่งเจ้าเข้ามาในแดนลับ กระแสพลังไร้รูปจากตัวเจ้าดึงดูดให้ข้าไปหา และข้ารู้สึกชอบเจ้าทันที หินสีพวกนี้ข้ายกให้เจ้าทั้งหมด” เสี่ยวเปาชี้กรงเล็บไปที่กองสมบัติแล้วชี้ไปที่กำไล“เจ้าให้ข้าเอาสมบัติทั้งหมดนี่ใส่ในกำไล? เจ้าจะออกไปจากแดนลับกับข้ารึ?”“วีวี่” เจ้าเสี่ยวเปาพยักหน้า แล้วกระโดดเข้าไปนอนในอ้อมแขนของเด็กสาวอย่างสบายใจ “เจ้าตัวหอมเนื้อนุ่มนิ่มข้าชอบเจ้า และข้าจะออกไปอยู่ที่แดนบ้านกับเจ้าด้วย”               บริเวณป่าชั้นใน มีคนกลุ่มหนึ่งสภาพดูย่ำแย่ กำลังนั่งพักรักษาตัวกันอยู่ พวกเขาคือผู้รอดชีวิตที่มารวมตัวกัน กลุ่มของซู่ซินก็มารวมอยู่ด้วย การต่อสู้กับสัตว์อสูรขั้นสิบทำให้จำนวนคนลดลงไปเรื่อย ๆ ความหวังในการมีชีวิตรอดเหลือน้อยลงทุกที“นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน? พวกเราเข้ามาในแดนลับบ้า ๆ นี่เพื่อเอาชีวิตมาทิ้งเปล่าอย่างนั้นหรือ? อยู่ที่นี่มาร่วมเจ็ดเดือนยังไม่เห็นแม้แต่เศษทองคำสักก้อน”“ข้าว่าคนที่เข้ามาเมื่อร้อยปีก่อน คงจะขนสมบัติออกไปหมดแล้ว”“พวกเราควรออกไปรอเวลาประตูเปิดที่ป่าชั้นแรก ถึงจะไม่ได้สมบัติกลับไปแต่พวกเรายังมีชีวิตรอด”“ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะนาง นางหลอกพวกเราให้เข้ามาตาย” ชายคนหนึ่งตะโกนเสียงดัง พลางชี้นิ้วไปที่ซู่ซิน“ท่านอย่ามาโทษข้านะ ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าในป่าแห่งนี้มีสมบัติอยู่จริงหรือไม่ หรือบางทีพวกเราอาจจะยังหาไม่ทั่วจึงไม่พบสมบัติ” ซู่ซินรีบพูดแก้ผิดให้ตนเอง“เจ้ายังจะกล้าพูดจาหลอกล่อพวกเราให้อยู่ค้นหาสมบัติที่ไม่มีจริงอยู่อีกหรือ พี่น้องของข้าต้องมาตายเปล่า ล้วนเป็นเพราะเจ้า เจ้าต้องรับผิดชอบนางหญิงสารเลว”ความผิดหวังปนความท้อแท้ทำให้คนขาดสติ ซู่ซินกลายเป็นผู้รับเคราะห์ ชายผู้นั้นเดินถือกระบี่เข้าหานาง“ไม่! องค์ชายห้าช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ”ซู่ซินวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากหรงซวี่ แต่สิ่งที่นางได้รับมิใช่ความช่วยเหลือแต่เป็นความตาย กระบี่ยาวในมือหรงซวี่แทงทะลุอกนางทันที ซู่ซินดวงตาเบิกโพลงล้มลงกับพื้นขาดใจตาย ทุกคนตกตะลึงกับการกระทำของหรงซวี่ เพราะต่างรู้ดีว่าซู่ซินเป็นศิษย์น้องของเขาหรงซวี่เดินข้ามศพของซู่ซินไปนั่งที่โคนต้นไม้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขามองดูผิวของตนเองที่กลายเป็นสีน้ำผึ้ง ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นน่าเกลียด ในใจเขาตอนนี้มีแต่ความโกรธแค้น ความหวังทุกอย่างพังทลาย“ถ้าข้าไม่ได้สมบัติ ข้าจะทำลายทุกอย่างให้พินาศ”เปรี้ยง!! เสียงฟ้าผ่าดังลั่น รอบทิศทางบังเกิดลมพายุพัดโหมอย่างบ้าคลั่ง ท้องฟ้ากลายเป็นสีโลหิต ทั้งดินแดนลับสั่นสะเทือน ทั้งคนทั้งสัตว์อสูรพากันแตกตื่น บนท้องฟ้าปรากฏร่างสัตว์สีขาวขนยาวตัวใหญ่ รูปร่างคล้ายราชสีห์ แต่มีเขายาวเหมือนมังกร บนหลังมีคนร่างเล็กเกาะอยู่ “โฮงงงง!!” เสียงคำรามดังก้อง กรงเล็บฉีกกระชากท้องฟ้าสีโลหิตจนเกิดเป็นโพรงแสงสีขาวขนาดมหึมา ร่างของสัตว์ประหลาดพุ่งหายเข้าไปในโพรงแสงสีขาว ภาพมิติแดนลับปรากฏรอยร้าว มิติกำลังจะพังทลาย ทั้งคนทั้งสัตว์อสูรต่างพากันทะยานขึ้นฟ้า แย่งกันพุ่งร่างเข้าโพรงแสงสีขาว
    ริมแม่น้ำสุ่ยอิง เกิดเหตุการณ์ประหลาด วงแสงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้า มีแสงสีขาวดวงใหญ่พุ่งออกมาด้วยความเร็วและหายลับไปทางทิศตะวันออก จากนั้นเหล่าบรรดาสัตว์อสูรและกลุ่มคนก็ตามออกมา เพียงไม่นานก็เกิดเสียงดัง ตูม! ท้องฟ้าสว่างวาบ วงแสงสีขาวระเบิดคล้ายดอกไม้ไฟกระจายเต็มฟ้าใต้หุบเขาลาวาที่ห่างไกล พลันปรากฏดวงตาสีโลหิตคู่หนึ่ง เขาไท่อี้...เสียงร้องของสองสาวใช้ ทำให้ประตูห้องตำราเรือนเมฆาเปิดออกอย่างแรง“บิดาศัตรูเจ้าเสียรึ? ถึงได้ตะโกนเสียงดังเพียงนี้!” ผู้เฒ่าเทียนฉินตวาดลั่น พร้อมเดินออกมาดูด้วยสีหน้าดุดันสองสาวใช้ยืนตัวแข็งทื่อ มือชี้ไปบนท้องฟ้า ชายชรามองตามมือที่ชี้ค้าง ภาพที่ปรากฏในสายตาทำให้เขายืนตัวแข็งทื่อเช่นเดียวกัน“เป็นอะไรกันเจ้าคะ เหตุใดยืนตัวแข็งเป็นก้อนหินเช่นนี้เล่า” เด็กสาวยิ้มหวาน แล้วเข้ามาสวมกอดชายชรา“หลินเอ๋อร์!! เจ้า เจ้า” ผู้เฒ่าเทียนฉินเสียงสั่นพูดไม่ออก เขากอดตอบร่างบางที่เขาเฝ้าคิดถึงทุกคืนวัน“ท่านปู่รอง หลินเอ๋อร์กลับมาหาท่านแล้วเจ้าค่ะ”บรรยากาศบนเขาไท่อี้เต็มด้วยความสุข เสียงหัวเราะปนเสียงสะอื้นดังต่อเนื่องตลอดทั้งวัน หลังอาหารมื้อค่ำ ทุกคนมานั่งรวมกันที่ห้องโถงใหญ่เรือนนภา เทียนหลินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในแดนลับให้ผู้เฒ่าทั้งสองฟังอย่างละเอียด“ที่หลานกลับมาก่อนกำหนด เพราะเจ้าตัวเล็กนี่พาออกมา แล้วมันยังทำลายแดนลับจนพินาศหรือ?”  ผู้เฒ่าเทียนเฉินเอ่ยถาม พลางชี้นิ้วไปที่เจ้าตัวกลมสีขาว ที่กำลังยืนเชิดหน้าบนไหล่ของหลานสาว “ใช่ฝีมือข้าเอง ข้าเก่งที่สุด”   “เจ้าค่ะท่านปู่ใหญ่ หลานตั้งชื่อมันว่า เสี่ยวเปา ร่างจริงของเสี่ยวเปาน่าเกรงขามมากเจ้าค่ะ”  เจ้าเสี่ยวเปาไม่ต้องรอให้เด็กสาวสั่ง มันกระโดดไปยืนกลางห้องแล้วเผยร่างจริงออกมา ทุกคนต่างตื่นตะลึง โดยเฉพาะสองผู้เฒ่า ‘สัตว์เทพสวรรค์ในตำนาน’  ทุกหนึ่งร้อยปี แดนลับเก้านพจักรจะปรากฏขึ้นในแดนมนุษย์นานเก้าเดือน บัดนี้ถูกสัตว์เทพสวรรค์ทำลายพินาศสิ้น พวกเขาคือมนุษย์รุ่นสุดท้ายที่ได้เข้าไปในแดนลับ เทียนหลินนำสมุนไพรและทรัพย์สมบัติทั้งหมดออกมาจากกำไล ทุกคนตกตะลึงจนตาค้าง ผู้เฒ่าเทียนเฉินสนใจหีบผลึกแก้วสองใบที่วางอยู่บนแท่นหยก ผู้เฒ่าเทียนฉินสนใจสมุนไพรในมิติของเสี่ยวเปา ผู้เฒ่าเทียนเฉินให้หลานสาวเก็บสมบัติกลับเข้าไปในกำไล โดยเขาขอเก็บหีบผลึกแก้วทั้งสองใบไว้ก่อน“หลินเอ๋อร์หลานปู่ เจ้าเก่งมาก สมุนไพรที่เจ้าเก็บมามันมากกว่าที่ปู่เคยเก็บได้หลายเท่านัก และยังมีสมุนไพรวิเศษที่ปู่ไม่รู้จักอีกด้วย ปู่จะสอนเจ้าปรุงโอสถทิพย์ ส่วนสมุนไพรที่ได้จากมิติของสัตว์เทพ ปู่ต้องใช้เวลาศึกษาสรรพคุณของมันก่อนจึงจะสอนเจ้าได้”“เจ้าค่ะท่านปู่รอง หลานจะตั้งใจเรียนรู้ และทำให้ดีที่สุดเจ้าค่ะ”  “หลินเอ๋อร์ พลังยุทธ์ของหลานสูงถึงขั้นเก้าแล้ว หลานสามารถฝึกเคล็ดวิชากระบี่ไร้เงาให้ถึงขั้นแปดได้แล้ว”“เจ้าค่ะท่านปู่ใหญ่ หลานจะตั้งใจฝึกฝนเจ้าค่ะ”  เสียงทะเลาะกันของสองผู้เฒ่าที่หายไปนานกว่าเจ็ดเดือนดังขึ้นอีกครั้ง ความเงียบเหงาเศร้าซึมของเขาไท่อี้หายไปแล้ว เทียนหลินหัวเราะเสียงดังอย่างมีความสุข สองแขนเรียวเล็กกอดแขนสองผู้เฒ่าไว้คนละข้าง“หลานจะฝึกปรุงโอสถทิพย์สามวัน ฝึกวิชากระบี่สามวัน อีกหนึ่งวันที่เหลือหลานจะเข้าครัวทำขนมอร่อย ๆ ให้พวกท่านทานเจ้าค่ะ”หลังจากเอ่ยลาผู้เฒ่าทั้งสองกลับเรือนจันทราแล้ว ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ระหว่างหนึ่งสาวใช้กับหนึ่งสัตว์เทพ เมื่อเจ้าตัวเล็กไม่ยอมให้นางปรนนิบัตินายสาว“ถอยไปนะเจ้าสัตว์เทพลามก ข้าจะปรนนิบัติคุณหนูอาบน้ำ” ไป๋อิงยืนเท้าเอว“วีวี่ ๆ” เจ้าตัวเล็กบนไหล่เด็กสาว ยืนสองขาแยกเขี้ยว ชูอุ้งเท้าเป็นกำปั้นใส่ไป๋อิง“เนื้อนุ่มนิ่มสองก้อนนี้เป็นของข้า ถึงเป็นตัวเมียเหมือนกันก็ห้ามแตะ”ไป๋จิ้งเดินไปเอาขนมเปี๊ยะจากในครัวมาจานหนึ่ง การปรนนิบัตินายสาวอาบน้ำ จึงผ่านไปได้อย่างราบรื่น เรือนเมฆา..ผู้เฒ่าเทียนฉินสอนเทียนหลินปรุงยาเฟิงหวง ซึ่งมีสรรพคุณลบรอยแผลเป็น เพราะร่างกายภายใต้เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นของนาง เป็นหนามแหลมทิ่มแทงใจชายชรามาตลอดหลายปี“หลินเอ๋อร์ หลานจงอดทนและจดจำความเจ็บปวดนี้ไว้ให้มั่น แล้วนำไปมอบคืนให้ผู้ที่กระทำกับเจ้าอย่างสาสม”“เจ้าค่ะ ท่านปู่รอง”ผู้เฒ่าเทียนฉินส่งตลับยาในมือให้ไป๋จิ้ง แล้วพาเสี่ยวเปาเดินออกไปยืนรอหน้าห้องอย่างเงียบ ๆ สองสาวใช้ช่วยกันถอดเสื้อผ้าของเทียนหลินออก แล้วป้ายยาลงบนรอยแผลเป็นอย่างเบามือ เมื่อยาเริ่มซึมเข้าสู่ผิวหนัง ความแสบร้อนดั่งโดนไฟลวกก็เริ่มขึ้นและแสบมากขึ้นเรื่อย ๆ ผิวเนื้อที่เป็นแผลเป็นเริ่มกลายเป็นสีแดง ใบหน้าของเด็กสาวมีเหงื่อเย็นผุดขึ้น นางกัดริมฝีปากแน่นจนเลือดไหลออกจากมุมปาก ความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสนี้นางจะจำไว้จนวันตาย“คุณหนู!!” เสียงตะโกนด้วยความตกใจดังขึ้น ประตูห้องก็ถูกถีบเปิดเข้ามาอย่างแรง เงาร่างหนึ่งวูบมาที่เตียงอย่างรวดเร็ว“หลินเอ๋อร์!” เสียงแหบแห้งของชายชราตะโกนก้องอย่างเจ็บปวด เทียนหลินลืมตาตื่นในตอนเช้า เห็นสองผู้เฒ่านั่งเฝ้านางอยู่ข้างเตียง โดยมีสองสาวใช้ยืนอยู่ด้านหลัง บนผมนางมีก้อนกลม ๆ สีขาวนอนทับอยู่“หลานเป็นอย่างไรบ้าง ยังเจ็บปวดตรงไหนอยู่หรือไม่?” เสียงอ่อนโยนของผู้เฒ่าเทียนเฉินเอ่ยถาม“ไม่เจ็บแล้วเจ้าค่ะ ต่อไปนี้หลานจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายหลานได้อีก”“ดีมาก เจ้าเป็นหลานของปู่ แม้แต่ผมสักเส้นก็ห้ามให้ใครมาดึง” ผู้เฒ่าเทียนฉินลูบศีรษะหลานรัก ตอนนางหมดสติ เขานึกโทษตัวเองที่ใจร้ายไม่ยอมผสมตัวยาบรรเทาเจ็บในยาเฟิงหวง เขาอยากให้นางจดจำความใจดำอำมหิตของคนที่ทำร้ายนาง วันที่นางพร้อมกลับไปเอาคืนจะได้ไม่ลังเลที่จะลงมือหลังสองผู้เฒ่ายอมกลับเรือนไปพักผ่อนแล้ว เทียนหลินให้ไป๋จิ้งเตรียมน้ำ นางอยากจะอาบน้ำให้สบายตัว ร่างบางนั่งแช่น้ำอุ่น พลางใช้มือลูบผิวกายของตน“แม้รอยแผลน่าเกลียดจะหายไปแล้ว แต่แค้นในใจข้ายังคงอยู่ ท่านแม่ ลูกไม่มีวันลืมสิ่งที่พวกเขาทำกับเรา ลูกจะกลับไปแก้แค้นให้ท่าน” เรือนนภา...หลังเทียนหลินฝึกกระบี่เสร็จ ผู้เฒ่าเทียนเฉินก็นำหีบผลึกแก้วทั้งสองใบออกมา เขาไม่สามารถเปิดหีบผลึกแก้วทั้งสองใบได้ จึงให้เทียนหลินลองเปิดดูปรากฏว่านางเปิดได้ เด็กสาวลองหยิบกระบี่ขึ้นมาดู พลันมีแสงสีเงินสว่างวาบออกมาจากตัวกระบี่ มันตอบสนองเจ้าของเดิมแล้ว ผู้เฒ่าเทียนเฉินหยิบผลึกแก้วสีขาวขนาดเท่ากำมือก้อนหนึ่งจากหีบผลึกแก้วสีชมพูขึ้นมาดูอย่างละเอียด พบว่าภายในผลึกบรรจุพลังบริสุทธิ์ไว้มหาศาล“หลินเอ๋อร์ นี่คือผลึกพลังที่หลานเล่าให้ปู่ฟังใช่หรือไม่?”“เจ้าค่ะ” เด็กสาวใช้นิ้วแตะผลึกแก้วที่อยู่ในมือของผู้เฒ่าเทียนเฉิน กระแสพลังในผลึกแก้วก็ไหลเข้าสู่นิ้วมือนาง“พลังในผลึกแก้วนี้เป็นพลังบริสุทธิ์ ช่วยเพิ่มทั้งพลังยุทธ์และพลังปราณในคราวเดียวกัน ทุกวันที่สามของการฝึกกระบี่ ให้หลานมารับพลังจากผลึกแก้วครั้งละสองชั่วยาม การรับพลังเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็วจะมีผลเสียมากกว่าผลดี เพราะร่างกายกับพลังจะไม่สมดุลกัน ส่วนกระบี่เล่มนี้ต่อไปให้หลานใช้เป็นอาวุธประจำตัว”“เจ้าค่ะ ท่านปู่ใหญ่” เด็กสาวตอบรับ แล้วกลับเรือนจันทราไปพร้อมสองสาวใช้สัตว์เทพปรากฏกาย อาวุธและพลังหวนคืนสู่เจ้าของเดิม ลิขิตสวรรค์ที่ถูกกำหนดไว้แล้ว