“นี่คือยาหลอมกระดูกชั้นดีจริงๆด้วย!”
“วิธีหลอมยาที่ผู้าุโสอนข้าจะน่ากลัวเกินไปแล้วข้าเป็เพียงหมอยาระดับต้น แต่กลับปรุงยาชั้นดีขนาดนี้ออกมาได้…”
ผู้าุโลู่เจี๋ยหายตัวไปแล้วแต่ลู่เฉินยังอยู่ในอาการเหม่อลอย
ลู่เจี๋ยมิได้ตำหนิซ้ำยังบอกเคล็ดลับหลอมยาวิเศษให้กับเขา
เท่าที่รู้ ในตระกูลลู่มีหมอยาาุโเพียงไม่กี่คนที่ปรุงโอสถหลอมกระดูกและโอสถกายเบาชั้นดีได้
หากทางตระกูลรู้ว่าลู่เฉินหลอมยาชั้นดีได้ตำแหน่งของเขาย่อมต้องเปลี่ยนปุบปับ ชนิดสะท้านฟ้าะเืดินเป็แน่!
“หลอมยาต่อไป!”ลู่เฉินค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ แม้ดวงตาจะแสบร้อน แต่ยังไม่ละความพยายาม
ขวดที่สาม!
ขวดที่สี่!
เขาเริ่มคุ้นเคยกับวิธีการหลอมโอสถแบบใหม่มากขึ้นความเร็วในการปรุงยาจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยคุณภาพของยามิได้ลดลง
กระทั่งปรมาจารย์หมอยาที่มีชื่อเสียงไปทั่วเมืองชิงเฟิงก็ยังไม่กล้ารับประกันว่าตนจะปรุงยาอายุวัฒนะหลอมกระดูกชั้นดีออกมาได้ ดังนั้นสำหรับลู่เฉินแล้วนี่ถือว่าเป็เื่เกินฝัน แต่ตอนนี้เขากำลังทำมันอยู่!
อีกทั้งยิ่งทำก็ยิ่งเชี่ยวชาญโอสถหลอมกระดูกหนึ่งขวด ลู่เฉินใช้เวลาปรุงแค่ชั่วจิบชาเท่านั้น
รวดเร็วจนน่าใ…
ขวดที่สิบห้า!
“ระดับ…ระดับชั้นเลิศ!”
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าข้าจะหลอมยาชั้นเลิศออกมาได้!?”
ลู่เฉินตะลึงงัน หลังจากตรวจสอบยาที่เพิ่งหลอมเสร็จพบว่ายาในมือของเขา ที่เพิ่งออกมาจากเตานั้น อยู่ในระดับชั้นเลิศจริงๆ
เมื่อผู้ฝึกตนกินยาอายุวัฒนะนี้เข้าไปอย่างน้อยก็จะดูดซับประสิทธิภาพของมันได้ถึงหกสิบส่วน
“ราคาเท่าไรกันละนี่?”
“ข้าจำได้ว่าในงานประมูลของเมืองชิงเฟิงปีที่แล้ว โอสถหลอมกระดูกชั้นเลิศมีราคาสูงถึงหกร้อยเหรียญทอง!”
หกร้อยเหรียญทอง คงจะมิใช่เงินจำนวนมากมายอันใดสำหรับบรรดาผู้แข็งแกร่งแต่หากเป็ผู้ฝึกตนระดับหลอมกระดูก ที่กินโอสถขั้นสามัญแล้ว ยาขวดนี้ย่อมมีราคาสูงเกินเอื้อม
ลู่เฉินปรับอารมณ์อย่างรวดเร็วพลางมองไปยังสมุนไพรที่เหลืออีกห้าชุด จากนั้นจึงหลอมยาต่อ
กระนั้น ยาอายุวัฒนะหลอมกระดูกขวดที่สิบหกสิบเจ็ด สิบแปด และสิบเก้า ก็มิได้อยู่ในระดับชั้นเลิศ มีเพียงขวดสุดท้ายเท่านั้น ที่เรียกได้ว่าเป็ยาชั้นเลิศจริงๆ
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือด้วยระดับพลังในยามนี้ ลู่เฉินไม่อาจหลอมยาให้ออกมาเป็ชั้นเลิศได้ทุกครั้ง แต่เขารู้สึกว่าเมื่อตัวเองแข็งแกร่งขึ้น โอกาสที่จะหลอมโอสถชั้นเลิศออกมาได้ก็จะยิ่งมากขึ้น บางทีอีกไม่นานยาที่เขาหลอมออกมา อาจจะเป็ยาชั้นเลิศทั้งหมดก็ได้
สรุปแล้วยาจำนวนยี่สิบขวดที่หลอมออกมานี้ มีชั้นเลิศสองขวด ขั้นสามัญหนึ่งขวด ที่เหลืออีกสิบเจ็ดขวดล้วนเป็ชั้นดี
“เริ่มฝึกพลังเพื่อเลื่อนขั้นได้แล้ว!”
ลู่เฉินเตรียมตัวฝึกฝน และหยิบโอสถหลอมกระดูกชั้นเลิศออกมา
แน่นอนว่ามียาดีก็ต้องใช้ตอนนี้เขามียาอยู่ในมือมากมาย หากใช้ไม่หมด ก็นำไปขายที่หอว่านเป่าจะต้องได้เงินเป็จำนวนมากแน่นอน
“ดี!”
“ดียิ่ง! หากเทียบกับยาชั้นเลิศแล้ว ยาขั้นสามัญก็เป็เพียงขยะเท่านั้นไม่แปลกเลยที่ผู้าุโจะบอกว่าข้าใช้ของสิ้นเปลือง”
หลังจากลู่เฉินกินยาเข้าไปแล้วพลันรู้สึกว่ามีพลังโคจรออกจากทรวงอก ััได้ถึงพลังิญญาในร่างได้อย่างชัดเจน
เด็กหนุ่มรีบใช้เคล็ดวิชาดวงจิตเอกภพควบคุมพลังิญญาให้ค่อยๆ ทะลวงเส้นลมปราณที่ปิดสนิท ให้เปิดออกช้าๆ
...
ไม่กี่วันต่อมา
เปรี๊ยะๆๆ...
กระดูกของลู่เฉินส่งเสียงดังลั่นทันทีที่ลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาพลันสว่างวาบ
“เข้าสู่ขั้นหลอมกระดูกตอนปลายแล้ว!”ลู่เฉินทดสอบพลังิญญาเบาๆ รู้สึกได้ถึงขุมพลังอันหนักหน่วง ที่ะเิแผ่นดินให้เป็เศษซากได้ด้วยหมัดเดียว
เป็ความรู้สึกปลอดโปร่งอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน...
เพียงสิบวัน จากคนธรรมดาก็มาถึงขั้นหลอมกระดูกตอนปลายแล้ว
ความเร็วในการฝึกฝนเช่นนี้แทบเหมือนฝันไป!
“อืม... ใช้ยาชั้นเลิศไปสองขวด ชั้นดีอีกสองขวด คิดเป็เงินไม่น้อยแต่พอรับได้”
“ตอนนี้ทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมกระดูกตอนปลายแล้วข้ารู้สึกได้ว่า หากมียาอายุวัฒนะกายเบาละก็ ข้าน่าจะเลื่อนระดับไปถึงขั้นกายเบาได้”
“เช่นนั้นข้าต้องไปที่หอว่านเป่าขายโอสถที่เหลือ แล้วซื้อวัตถุดิบมาหลอมยาอายุวัฒนะกายเบา!” ลู่เฉินตาเป็ประกายรีบปราดออกจากเรือนอย่างว่องไว
ก่อนหน้านี้เขาเป็เพียงคนธรรมดาจึงหลอมโอสถล้มเหลวอยู่เสมอ แต่ตอนนี้เขาอยู่ในขั้นหลอมกระดูกตอนปลาย ทั้งยังมีเคล็ดลับหลอมยาวิเศษของผู้าุโลู่เจี๋ยหากเขาไม่อาจปรุงยาอายุวัฒนะกายเบาออกมาได้ คงเป็เื่น่าขันแล้ว!
…
หอว่านเป่า ที่หน้าโต๊ะรับซื้อ
“คุณชายลู่เฉินท่านมาขายโอสถหรือขอรับ?”
พนักงานที่หน้าโต๊ะ ทักทายด้วยรอยยิ้ม
“ใช่! เป็ยาอายุวัฒนะหลอมกระดูก” ลู่เฉินพยักหน้า ก่อนโน้มตัวไปกระซิบ“ก่อนอื่น ข้าอยากทราบราคาที่หอว่านเป่ารับซื้อยาขวดนี้”
ลู่เฉินหยิบขวดโอสถหลอมกระดูกชั้นดีมาวางตรงหน้าพนักงาน
เมื่อพนักงานได้ยินคำพูดของเขาก็อดแปลกใจมิได้
เพราะลู่เฉินบอกว่าจะมาขายยาอายุวัฒนะหลอมกระดูกแต่กลับสอบถามราคารับซื้อก่อน... หมายความว่าอย่างไร?
เพราะนี่มิใช่ครั้งแรก ที่เขานำโอสถหลอมกระดูกมาขายน่าจะรู้ดี ว่าราคาที่หอว่านเป่ารับซื้อยาหนึ่งขวด คือสามสิบเหรียญทอง สำหรับโอสถขั้นสามัญนั้นนับว่าเป็ราคาสูงสุดแล้ว เป็ไปมิได้ที่จะให้ราคาเกินกว่านี้
พอเห็นสีหน้าอีกฝ่ายลู่เฉินก็โบกมือ พลางพูด “เ้าดูก่อนเถิด!”
พนักงานขมวดคิ้ว พลางหยิบขวดกระเบื้องสีขาวมาเปิดฝาทันใดนั้น ดวงตาของเขาพลันเบิกกว้าง
พนักงานผู้นี้รับผิดชอบเื่การซื้อขายสายตาในการตรวจสอบย่อมไม่เป็สองรองใคร ไม่ว่าจะเป็สมบัติวิเศษหรือโอสถวิเศษ เขาล้วนแยกแยะได้อย่างเชี่ยวชาญเพียงได้กลิ่น เขาก็รู้แล้วว่ายาขวดนี้ ต่างไปจากโอสถหลอมกระดูกขวดอื่น
“นี่มัน…”ท่าทางของพนักงานเปลี่ยนเป็เคร่งเครียด ก่อนตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
“คุณชายลู่เฉินนี่ใช่ยาอายุวัฒนะหลอมกระดูกชั้นดีหรือไม่?”
พนักงานมองลู่เฉินด้วยความประหลาดใจเขาประจำอยู่ที่โต๊ะรับซื้อของหอว่านเป่ามานาน จึงมิใช่เื่แปลก ที่จะเคยเห็นโอสถหลอมกระดูกชั้นดี
ในเมืองชิงเฟิง ยังมีหมอยาระดับสูงอยู่บ้างแต่ยาอายุวัฒนะชั้นดีของพวกเขาเป็ที่้ามาก จึงไม่จำเป็ต้องนำมาขายให้หอว่านเป่า
“ถูกต้อง! เป็ยาชั้นดี” ลู่เฉินพยักหน้าและคลี่ยิ้ม “ยาขวดนี้ เ้ารับซื้อเท่าไร?”
“อา... โอสถหลอมกระดูกชั้นดีราคาที่เรารับซื้อคือหนึ่งร้อยยี่สิบเหรียญทอง” พนักงานวางขวดยาลงบนโต๊ะ
หอว่านเป่าทำการค้า ย่อมต้องแสวงหาผลกำไรตัวอย่างเช่น ยาอายุวัฒนะหลอมกระดูกขวดนี้ พวกเขาซื้อมาในราคาหนึ่งร้อยยี่สิบเหรียญและตั้งราคาขายอยู่ที่หนึ่งร้อยสี่สิบ ถึงหนึ่งร้อยห้าสิบเหรียญทอง
ได้ยินราคาแล้ว ก็ไม่ผิดจากที่คาดการณ์ไว้แน่นอนว่าลู่เฉินย่อมอยากขายยาอายุวัฒนะหลอมกระดูกในราคาสูงกว่านี้ แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาแล้วทั้งยังมิได้ขายแค่ขวดสองขวดด้วย
ดังนั้น การขายยาให้หอว่านเป่าจึงเป็ตัวเลือกที่เร็วที่สุดแม้จะได้ราคาต่ำไปหน่อย ลู่เฉินก็ยินดี
“ถ้ามียาแบบนี้สิบกว่าขวดราคารับซื้อจะเพิ่มขึ้นหรือไม่?” ลู่เฉินคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วลองถามดู หากราคาดีขึ้นอีกนิดก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็ไร
“มากกว่าสิบขวด?”
“คุณชายลู่ท่านบอกว่า จะขายโอสถหลอมกระดูกชั้นดีให้เรามากกว่าสิบขวดหรือขอรับ?” สีหน้าของพนักงานที่เพิ่งกลับมาเป็ปกติ เปลี่ยนไปอีกครั้ง ด้วยไม่คิดว่าลู่เฉินจะมียาอายุวัฒนะหลอมกระดูกชั้นดีมากมายเช่นนี้
“ใช่! ข้ามีสิบห้าขวด” ลู่เฉินพยักหน้า
“ถ้าเป็สิบห้าขวดราคารับซื้อจะดีขึ้นแน่นอน เราให้ได้ถึงหนึ่งร้อยสามสิบเหรียญทองต่อหนึ่งขวด”พนักงานตาเป็ประกาย
การรับซื้อโอสถหลอมกระดูกชั้นดีรวดเดียวถึงสิบห้าขวดถือเป็ข่าวดี หากการเจรจาครั้งนี้สำเร็จ หมายความว่าหอว่านเป่าจะได้กำไรเพิ่มขึ้นหนึ่งหรือสองเท่าเลยทีเดียว
“ได้! ขายหมดเลย” ลู่เฉินหยิบยาออกมา
มีทั้งหมดสิบหกขวด
“เป็ยาอายุวัฒนะหลอมกระดูกชั้นดีสิบห้าขวดและขั้นสามัญหนึ่งขวด” ลู่เฉินกล่าว
“ได้...ขอข้าตรวจดูสักครู่นะขอรับ” พนักงานรีบตรวจสอบอย่างว่องไว
แม้จะรู้จักและคุ้นเคยกับลู่เฉินดีแต่การซื้อขายด้วยวงเงินเกือบสองพันเหรียญทองเช่นนี้ เขาย่อมไม่กล้าประมาท หากผิดพลาดขึ้นมาตนย่อมเดือดร้อน
ไม่นานเขาก็ตรวจสอบเสร็จสิ้นตรงกับที่ลู่เฉินบอก
“คุณชายลู่เฉินเป็โอสถชั้นดีสิบห้าขวด ขวดละหนึ่งร้อยสามสิบเหรียญทอง รวมเป็เงินหนึ่งพันเก้าร้อยห้าสิบเหรียญทองส่วนระดับสามัญหนึ่งขวด ราคาสามสิบเหรียญทอง มอบให้ท่านสองพันเหรียญทองก็แล้วกันนะขอรับนี่เงินของท่าน โปรดเก็บไว้ให้ดี!” พนักงานนับเงินสองพันเหรียญ แล้วมอบให้ลู่เฉิน
“ยินดีที่ได้ร่วมงานกัน”ลู่เฉินหยิบเหรียญทองมา แล้วหันซ้ายหันขวา ก่อนกลับไปยังชั้นหนึ่งของหอว่านเป่า
ณ จุดขายตำราวรยุทธ์และคู่มือการฝึกตนชั้นล่าง หลังจากลู่เฉินพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว ในที่สุดจึงตัดสินใจซื้อคัมภีร์วิชา ‘กระบี่ทลายวาต’ ราคาสามร้อยเหรียญทองและ ‘กระบี่ตัดวารี’ ซึ่งเป็กระบี่ยาวหลอมจากเหล็กกล้า ในราคาสองร้อยเหรียญทอง
แม้หอสมบัติสกุลลู่จะมีตำราวรยุทธ์มากมายแต่ลู่เฉินไม่อยากย่างกรายไปที่นั่น ดังนั้นตำราฉบับคัดลอกของหอว่านเป่า จึงเป็ทางออกที่ดีที่สุด
นอกจากซื้อตำราและอาวุธแล้วลู่เฉินก็ใช้เงินไปอีกหนึ่งพันเหรียญทอง เพื่อซื้อสมุนไพรหลอมยาอายุวัฒนะกายเบา
พอเสร็จธุระจากหอว่านเป่าเขาก็เหลือเงินติดตัวอยู่ราวๆ ห้าร้อยเหรียญทอง